‘ใจ’ ของก้าวไกลไม่อยู่กับตัว
ชายหนุ่มผู้เคยอยู่กับความอิสระในชีวิตเมื่อครั้งยังเรียนและทำงานอยู่ต่างแดนยามกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนตามคำขอร้องแกมบังคับของมารดาจึงไม่ส่งผลให้เขายอมอยู่ในกรอบที่มารดาพยายามขีดกำหนดเขามีวิธีคิดและแนวทางเป็ของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครจับหันซ้ายหรือขวาเพราะเขาไม่ยอมเป็หุ่นเชิดแน่ๆ
ฉะนั้นเื่ที่มารดาเห็นดีเห็นงามกับครอบครัวของเพื่อนสนิทหวังให้เขาแต่งงานกับเพลงพิณ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลในทำนองใดก็แล้วแต่เขาไม่มีทางยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้ ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วประเภทจับคลุมถุงชนนั้นก็เป็เื่ล้าสมัยจะให้คนไม่รักหรือชอบพอกันมาร่วมหอลงโรงแล้วจู่ๆก็จะรักกันไปเองนั้นมันเป็สิ่งที่ไม่เคยอยู่ในหัวเขาสักนิดผู้ชายอย่างเขาถ้าคิดจะรักใครหรือเลือกใครมาเป็คู่ชีวิต เขาจะเป็คนตัดสินใจเองไม่นั่งรอโชคชะตาฟ้าลิขิต ไม่รอให้ใครเป็พ่อสื่อแม่ชัก ไม่รอให้ใครต้องมาเป็กามเทพอุ้มสม ลองถ้าเขาพึงใจผู้หญิงสักคนนั้นเขาจะเดินหน้าเพื่อจะพิชิตหัวใจของหล่อนเอง
แล้วตอนนี้ภาพของเลอดาวก็ลอยเด่นอยู่ในห้วงคำนึง...
ตลอดทางที่ขับรถออกจากที่ทำงานเขาคิดมาตลอดเวลาว่าเพลงพิณก็คงไม่ต่างจากตุ๊กตาที่มารดาของเขา พยายามสรรหาเสื้อผ้าอาภรณ์มาประดับให้สวยงามน่ารักและจับวางแหมะไว้ตรงไหนก็ได้ตามที่อยากจะออกคำสั่งหล่อนดูเป็ตัวของตัวเองสูงก็จริงแต่ก็ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้การชี้นกเป็นกชี้ไม้เป็ไม้อย่างที่มารดาเขาอยากจะให้เป็
ความเป็จริงนั้น หากมองจากรูปกายภายนอก เพลงพิณก็เป็ผู้หญิงที่สวยสะดุดตาทีเดียวแต่ว่าหากมองไปนานๆเขากลับรู้สึกว่ามันมีความเบื่อหน่ายแฝงเร้นอยู่ในรูปโฉมงามนั้นอย่างบอกไม่ถูกยิ่งได้มารู้จักและศึกษานิสัยใจคอของหล่อนเข้าจริงๆจึงรู้ว่าเพลงพิณเป็ผู้หญิงประเภทรักสวยรักงาม ชอบออกงานสังคมไม่นิยมทำงานเป็หลักแหล่งนักคงเพราะเงินถุงเงินถังที่ครอบครัวมีไว้ให้ถลุงเล่นนั้นมากมายเหลือเฟือจนใช้ในชาตินี้ก็คงไม่หมดหล่อนจึงกลายเป็ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆ
นี่เป็ข้อเสียแรกที่เขาไม่พึงใจ...
หากจะนับความไม่ชอบพอต่อหล่อนนั้นก็มีอีกมากนักแต่เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทจุกจิกหยุมหยิมจึงมองพฤติกรรมแบบผู้หญิงของหล่อนเป็เื่ขี้ปะติ๋วแต่มันจะปั้นจากเื่เล็กจนกลายเป็ก้อนใหญ่แน่ถ้านิสัยโดยรวมของหล่อนนั้นจะกลายเป็ส่วนหนึ่งที่เข้ามาขลุกอยู่กับชีวิตของเขาทั้งวันทั้งคืนในฐานะภรรยา
เขารู้ด้วยสัญชาติญาณบางอย่างว่าเพลงพิณจะตามติดเขาแจจนไม่มีความเป็ส่วนตัวแน่หากหล่อนคือคู่ครองในชีวิตของเขาอย่างที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งอยากให้เป็ดังนั้นเขาจึงคิดเอาว่า ตัวเองควรจะแสดงความชัดเจนเสียั้แ่ตอนนี้หากไม่ได้รักหล่อนแบบคนรักก็ควรแสดงออกซึ่งหน้าให้รู้ว่าอย่างเก่งเขาก็คงคิดกับหล่อนได้เพียงแค่น้องสาวเท่านั้น
ฉะนั้นการที่เขาเลือกจะโกหกหล่อนว่ามีประชุมในตอนบ่ายจึงน่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุดแล้วอีกอย่างหนึ่ง...เขารู้จากเลขาฯหน้าห้องแล้วว่าที่ทำงานของบริษัทเครื่องสำอาง ‘Flowers’ซึ่งเป็บริษัทของเลอดาวนั้นตั้งอยู่แถวไหนในหัวเขาจึงออกคำสั่งอย่างไม่รอช้า
แล้วเขาก็เลือกแวะร้านค้าแห่งหนึ่งเพื่อซื้อบางอย่าง...
เขาถือถุงใส่ ‘ของบางสิ่ง’ อยู่ในมือลงจากรถด้วยมาดสุขุมนุ่มลึก สูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดเมื่อคิดจะเดินหน้าแล้วก็จะไม่ยอมถอยหลังง่ายๆเดินเข้าไปพบประชาสัมพันธ์ชั้นล่างว่า้ามาหาใคร แต่ก็นับว่าเป็ความโชคดีเมื่อคนที่ยืนคุยอยู่กับประชาสัมพันธ์นั้นก็คือ...
“สวัสดีฮ่าคุณรูปหล่อ”
ปานสียืนบิดม้วนตัวไปมาเมื่อพบหน้าและทักทายเขาจึงกล่าวสวัสดีพอเป็พิธีพร้อมกับถามหาเลอดาวโดยไม่อ้อมค้อม
“พอดีผมมีธุระกับคุณดาวนิดหน่อยครับ”
ปานสีทำไม้ทำมือเหมือนมึนงงพร้อมย่นหัวคิ้วสองข้าง“รู้จักกับพี่ดาวด้วยเหรอฮ้า...ปานจำได้ว่า เราเพิ่งจะคุยกันเมื่อวันก่อนนี้เองนี่คุณรูปหล่อไปรู้จักกับพี่ดาวั้แ่เมื่อไหร่ฮ้า”
“อย่าเรียกผมว่ารูปหล่ออะไรนั่นเลยครับ กระดากยังไงก็ไม่รู้ผมชื่อก้าวไกลครับ เรียกผมสั้นๆว่าก้าวเถอะครับ...ส่วนผมไปรู้จักกับพี่ดาวของคุณั้แ่เมื่อไหร่เอาไว้ค่อยเล่านะครับ เพราะเื่มันยาว”
“ฮ่ะๆ” ปานสีรับคำแบบงงๆ แล้วก็แนะนำตัวเองบ้าง “ฉันชื่อปานนะฮ้า”
“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็ทางการนะครับ”
“ว่าแต่คุณก้าวมีธุระด่วนกับพี่ดาวหรือเปล่าฮ้าพอดีพี่ดาวกำลังมีแขกน่ะฮ่ะ”
เขายกไหล่น้อยๆ พร้อมสั่นหน้าเบาๆ “ไม่รีบครับ ผมรอได้”
ปานสีจึงเชื้อเชิญเขาไปนั่งที่ชุดรับแขกกลางโถงกว้าง สั่งให้พนักงานต้อนรับนำเครื่องดื่มมาให้และลงนั่งชวนคุยเป็เพื่อนทว่าคุยกันไม่กี่คำ...ชายผู้หนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่มีใบหน้าขึงขังก็ปิดประตูดังปังสีหน้าบอกความไม่สบอารมณ์ ขยับสูทที่สวมอย่างหงุดหงิดก้าวเดินอาดๆคล้ายไม่พอใจใครผ่านจุดที่เขากับปานสีนั่งอยู่
เขาได้แต่เก็บความสงสัยว่าชายผู้นั้นเป็ใคร
เพราะหลังจากนั้นผู้ที่เดินตามมาจากหลังประตูบานนั้นก็คือผู้หญิงที่เขา้าอยากพบตัวหล่อนมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเดินมาหาเขา
“คุณก้าวมาที่นี่ได้ยังไงกันคะ”
เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นถุงกระดาษในมือส่งให้หล่อน“ผมซื้อของมาใช้คุณครับ”
เขารู้ว่ามันเป็ ‘ข้ออ้าง’ แต่เขาก็คิดว่ามันดูดีและไมน่าเกลียดจนเกินไปแม้นว่าหล่อนจะทำสีหน้าลำบากใจตอนที่หยิบของในถุงออกมา
“คุณซื้อโทรศัพท์มาให้ฉันทำไมกันคะ”
//////////////////////////////////////จบตอนที่ 4