บทที่ 7 1/2
สู้ทุกทาง แพ้ทุกทาง
ความเดิมตอนที่แล้ว
“..เอ่อ..อ๋อ..เมย์ชอบกินหัวกุ้งน่ะค่ะ”
ภาพความทรงจำค่อยๆเลือนหายไปเหลือเพียงแต่เตชินทร์ที่กำลังเหม่อลอย นั่งทบทวนความคิดอยู่คนเดียว เขายอมรับเลยว่าภาพพวกนั้นทำเอาเขาถึงกับสะอึกไม่น้อย
ตลอดหนึ่งทศวรรษที่คบกันมา เตชินทร์คิดเข้าข้างตัวเองไปเองคนเดียวว่าเขารู้เื่เกี่ยวกับตัวเธอดี แต่หลังจากที่เขาได้มาเผชิญกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้แล้วนั้น มันก็ยิ่งตอกย้ำความจริงว่า ที่ผ่านมาเมนิลาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด
แต่กลับเป็เขาที่ไม่เคยใส่ใจเธอเลยต่างหาก…
-------------------------------------------------------------
เป็เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วที่เตชินทร์เอาแต่นั่งใจลอย เหม่อมองท้องฟ้าในยามราตรีอยู่ตรงระเบียงบ้านชั้นสอง แม้ลมที่พัดผ่านจะหอบความเย็นะเืติดมาด้วย แต่นั่นก็มิอาจเทียบความกับหนาวเหน็บที่ก่อเกิดขึ้นในหัวใจของชายผู้ที่กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความเศร้านี้ได้เลยแม้แต่น้อย
เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เตชินทร์ถึงกับตาสว่างและรู้แจ้งเห็นชัดว่าตลอดที่ผ่านมาเขาละเลยที่จะถนอมรักษาความรักครั้งนี้มากเพียงใด มิหนำซ้ำเขาดันไม่รู้รายละเอียดพื้นฐานเกี่ยวกับตัวเมนิลาเลยสักนิด ในขณะที่ชรัญซึ่งเป็คนนอกกลับรู้ทุกอย่างในตัวเธอดี แม้แต่เื่เล็กๆ น้อยๆ เขาก็ยังจดจำมันได้อย่างขึ้นใจ
ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่าชรัญเอาใจใส่เมนิลามาก ผิดกับเตชินทร์ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็คนรักของเธอราวฟ้ากับเหว…
เพียะ!
เตชินทร์ประทับฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของตัวเองเพื่อเรียกสติที่กำลังดำดิ่งไปไกลให้กลับคืนมา
“นั่งเป็นางเอกโดนผัวทิ้งไปได้”
เขาด่าตัวเองอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะสะบัดความโศกศัลย์ให้หลุดออกจากหัวไป
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตที่เคยผิดพลาดได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้มิใช่หรืออย่างไรกัน บางทีการนับหนึ่งใหม่อีกครั้งอาจจะทำให้ความรักของเขาและเธอผลิบานมากกว่าเดิมก็เป็ไปได้ ใครจะรู้!
ถึงชรัญดูจะเป็ต่อกว่ามาก แต่เตชินทร์ก็ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้งพร้อมทั้งเร่งเครื่องเดินหน้าจีบเมนิลาอย่างเต็มสูบเพราะถ้ามัวแต่มานั่งหงอยอยู่อย่างนี้ มิหวังสุนัขได้คาบไปรับประทานก่อนพอดี
ว่าแล้วก็ต้องหาที่ปรึกษา!
“เอฟ กูมีไรจะถามมึงหน่อยว่ะ”
“ว่าไงมึง ฮ่าๆๆๆๆ”
เอฟรับสายก่อนจะหัวเราะลั่นเหมือนกำลังดูอะไรบางอย่างอยู่
“มึงว่า…ผู้หญิงเขาชอบผู้ชายแบบไหนวะ”
“ฮะ! เดี๋ยวนะ”
ทันทีที่ได้ยินคำถามของเพื่อน เอฟถึงกับรีบหยุดกิจกรรมตรงหน้าแล้วเปลี่ยนความสนใจมาที่เตชินทร์ทันที
“กูได้ข่าวว่ามึงเพิ่งอกหักจากเด็กมหาลัยเองนะ นี่เพิ่งจะผ่านมาไม่กี่วันมึงมีใหม่แล้วเหรอ ไม่เบานี่หว่าไอ้เสือ”
“เลิกพูดมากแล้วตอบคำถามกูได้แล้ว” เตชินทร์เลือกที่จะปล่อยผ่านความเข้าใจผิดนั้นไป
“กูแซวนิดแซวหน่อยไม่ได้ไง๊”
“เร็ว!” เตชินทร์เร่งให้เข้าเื่อีกครั้ง
“เออๆ ก็ต้องเป็ผู้ชายตลกสิวะ ผู้หญิงสมัยนี้ชอบผู้ชายอารมณ์ขันจะตาย”
เตชินทร์ขมวดคิ้วมุ่น “แล้วกูต้องทำยังไงวะ”
เอฟถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายที่อยู่ดีๆ เพื่อนก็ดันไก่อ่อน จีบสาวไม่เป็ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“มันจะไปยากอะไร มึงก็ลองเล่นมุกตลกหรือเล่าเื่ฮาๆ ให้ฟังสิวะ”
สักพัก เอฟก็ส่งคลิปวิดีโอตลกๆที่เขาดูก่อนหน้านี้ให้เตชินทร์เอาไปศึกษา
“รับรอง…เสร็จทุกราย!”
ภายในห้องประชุมส่วนกลางของบริษัท ปรากฏคนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดกับการวางแผนการนำเที่ยวที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันที่จะถึงนี้เพราะสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็หนึ่งในโปรแกรมเที่ยวเกิดปัญหาขึ้นจนต้องปิดให้เข้าใช้บริการชั่วคราว เมนิลาและทีมจึงต้องรีบติดต่อประสานหาที่ใหม่ที่มีความคล้ายคลึงกันเพื่อมาแทนที่เก่า
“นายช่วยไปเอาแฟ้มเอกสารที่โต๊ะฉันให้หน่อยได้ไหม” เมนิลาหันไปสั่งเตชินทร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ
เพราะร้อนวิชาจีบสาวที่เพิ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากปรมาจารย์เอฟ บวกกับตอนนี้สาวเ้ากำลังเครียดกับงานอันน่าปวดเศียรเวียนเกล้าที่แก้ไม่ตกสักที เขาจึงอาศัยจังหวะนี้คิดทำแต้มโดยการเล่นมุกตลกให้เธอคลายจากอารมณ์เครียดทันที
“สีอะไร” เขาถาม
“สีดำ” เธอตอบ
“ดำอ่อนหรือดำเข้ม”
“ดำเข้ม”
เตชินทร์ยังคงถามต่อ “แบบห่วงหรือแบบสัน”
เมนิลาชะงัก “แบบสัน”
“สันแคบหรือสันกว้าง”
คราวนี้ เป็กันต์ที่เงยหน้าจากเอกสารขึ้นมามองเตชินทร์อย่างเหนื่อยใจบ้าง ส่วนเมนิลาที่เครียดสะสมอยู่ก่อนหน้าถึงกับสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างลึกๆ เพื่อไม่ให้ความร้อนในหัวไต่ระดับขึ้นไปจนจุดสูงสุด
เตชินทร์เห็นท่าทีของเธอก็คิดไปเองว่ามุกตลกของเขาได้ผล
“แคบ” เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แล้ว…”
“โว๊ยยย! ฉันไปเอาเองก็ได้”
เมนิลาแหวใส่เตชินทร์อย่างเหลืออด ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินออกจากไปด้วยความหัวร้อนทำเอาคนหวังจะทำคะแนนถึงกับอ้าปากเหวอที่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามกับที่คิดไว้
“พี่ไปแหย่พี่เมย์ทำไมวะนั่น”
กันต์ถามพลางส่ายหน้าระอาลูกพี่ตัวเอง
ทันใดนั้น เตชินทร์ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของเมนิลาดังขึ้นจากข้างนอก พอเขาเดินออกไปดูก็พบว่าชรัญกำลังสวมชุดมาสคอตหมีอ้วนประจำบริษัทที่เพิ่งสั่งทำใหม่ พร้อมทั้งเต้นด้วยท่าทางที่ตลกซึ่งเรียกเสียงฮาของคนในบริษัทได้เป็อย่างดีโดยเฉพาะเมนิลาที่ยืนปิดปากขำจนตัวสั่น
ในขณะที่เขาเล่นมุกแทบตายกลับโดนเธอด่า ทีกับมันแค่ใส่ชุดหมีเต้นบ้าๆ บอๆ ดันขำท้องแข็ง
ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ
“มึงบ้าป้ะเนี่ย กูบอกให้มึงเล่นมุกตลกไม่ใช่ให้ไปกวนตีนเขา”
เสียงเอฟลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถืออย่างดังลั่น จนเตชินทร์กดปุ่มลดเสียงแทบไม่ทัน ตอนนี้เขากับเพื่อนสนิทอีกสองคนกำลังรวมสายวิดีโอคอลกันอยู่
“แล้วกูจะรู้ไหมเนี่ย” เตชินทร์เกาหัวแกรกๆ
ปั้นที่นิ่งฟังมานานตัดสินใจพูดแทรกขึ้นมา
“พวกมึงสองตัวหยุดทะเลาะกันเลย แล้วก็ไม่ต้องไปเชื่อไอ้เอฟมันมาก”
“อ้าว! งั้นมึงก็แนะนำมันเองเลยก็แล้วกันจารย์ปั้น”
เอฟโยนตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความรักให้ปั้นอย่างหมั่นไส้ เขาจึงยกมือขยับแว่นก่อนจะกระแอมไอออกมาเบาๆ
“ไอ้ชินมึงฟังกูนะ ผู้หญิงน่ะเขาชอบผู้ชายฉลาด ดูมีความรู้”
เตชินทร์ขมวดคิ้วมุ่น
“แค่เรียนจบให้ได้ภายในสี่ปี กูยังหืดขึ้นคอเลยนะไอ้ปั้น”
เอฟที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะขำอย่างเอาเป็เอาตาย เตชินทร์เลยแยกเขี้ยวใส่เพื่อนอย่างหมั่นไส้
“มึงไม่จำเป็ต้องเก่งวิชาการมากก็ได้ เอาแค่รู้รอบตัว อย่างเื่เศรษฐกิจ การเมืองมีติดตัวไว้ก็ดี”
“จะเวิร์กแน่เหรอวะ” เตชินทร์ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“เออน่า ไม่ลองไม่รู้”
ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา เตชินทร์นั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะของตัวเองอย่างเบื่อหน่ายเพราะหาจังหวะเข้าไปคุยกับเมนิลาไม่ได้สักที เธอเอาแต่วุ่นอยู่กับเอกสารงานบนโต๊ะ ไม่ก็เดินเข้าออกห้องทำงานคุณละเอียดเป็ว่าเล่น
กระทั่ง่เวลาที่เขารอคอยก็มาถึง เมื่อลูกสาววัยประถมของหนึ่งในพนักงานบริษัททัวร์ที่มานั่งรอพ่อแม่เลิกงาน วิ่งเข้าไปเกาะขอบโต๊ะเมนิลาก่อนจะยื่นสมุดเรียนที่เต็มไปด้วยโจทย์คณิตศาสตร์ให้เธอช่วยสอน
“น้าเมย์ ช่วยหนูแก้โจทย์ข้อนี้หน่อยค่ะ”
เด็กสาวร้องขอเมนิลาที่กำลังง่วนอยู่กับงานที่แก้ไม่ตก เมนิลาจึงต้องช่วยอย่างจำใจ แต่เมื่อเธอรับสมุดไปเปิดดูก็เลิกหน้าผากขึ้นสูง
“โห…ยากแฮะ ลองให้คนอื่นช่วยดีไหม”
เตชินทร์รีบใช้จังหวะนี้พุ่งตัวไปยังโต๊ะของเธอเพื่อหวังจะโชว์เท่ต่อหน้าสาวทันที เขาได้แต่หวังว่าการเข้าไปช่วยเธอในขณะที่กำลังยุ่งวุ่นวายจะทำให้เธอซึ้งในน้ำใจเขาไม่มากก็น้อย นอกจากนี้ เ้าตัวยังค่อนข้างมั่นใจอีกว่าเขาสามารถแก้โจทย์เลขระดับประถมได้ภายในไม่กี่วินาทีได้อีกด้วย
“จะไปยากอะไร มาๆ เดี๋ยวฉันช่วย”
พูดจบ เขาก็ยื่นมือไปหยิบสมุดเรียนจากเด็กสาวขึ้นมาดู พร้อมทั้งทำท่าทำทางเหมือนผู้มีความรู้
แต่ทว่า…
ทันทีที่เตชินทร์ได้เห็นโจทย์ระดับประถมของเด็กสาวผู้นี้แล้ว เขาถึงกับยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า ถึงแม้ว่าสายงานที่เขาทำมาก่อนหน้านี้จะเกี่ยวข้องกับตัวเลข แต่มันก็เน้นแค่การคำนวณการหาพื้นที่หรือปริมาณเสียส่วนใหญ่ ไอ้การจะต้องมานั่งแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ไม่น่าจะใช่ระดับประถมก็ทำเอาเขาไปไม่เป็เช่นเดียวกัน
“อ๋อ แค่นี้เอง”
ชรัญที่ยื่นหน้าเข้ามาดูโจทย์อย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียงพูดขึ้นมาก่อนจะหยิบสมุดเรียนจากมือของเตชินทร์ไปขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่สักพัก จากนั้นจึงยื่นกลับให้กับเด็กสาวดังเดิม
“โหหห”
เด็กสาวมองอย่างอึ้งๆ เมื่อได้เห็นชรัญแก้โจทย์ข้อนี้ได้อย่างง่ายดาย
“พี่ชรัญเก่งจังเลยนะคะเนี่ย” เมนิลาเองก็อดที่จะกล่าวชมเขาไม่ได้
“เอ้อ น้าชรัญช่วยหนูทำการบ้านวิชาประวัติศาสตร์ด้วยได้ไหม พอดีครูให้วิเคราะห์าครูเสดอะค่ะ”
“ได้สิ ง่ายนิดเดียว”
“งั้นเดี๋ยวสอนการบ้านเสร็จ รบกวนพี่ชรัญช่วยดูเอกสารให้เมย์หน่อยได้ไหมคะ”
“สำหรับเมย์ได้เสมอครับผม”
คนที่กะจะโชว์เท่อย่างเต็มที่กลับถูกชรัญแย่งซีนไปอย่างข้ามหน้าข้ามตา ทำเอาเตชินทร์ถึงกับเหลือบตามองบนและหมั่นไส้ในความฉลาดของรองประธานบริษัททัวร์เสียจริง
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้อย่างง่ายๆ หรอก!
“หนูว่าผู้หญิงชอบผู้ชายโรแมนติกคอยดูแลเอาใจใส่นะ”
คำพูดของจ๋า ซึ่งเป็แฟนสาวของเอฟก้องขึ้นมาในหัวของเตชินทร์ในขณะที่เขากำลังยืนเลือกยานวดคลายเส้นอยู่ในร้านค้าสะดวกซื้อข้างๆบริษัท
เพราะเนื่องจากลักษณะงานที่ต้องเดินนำเที่ยวทั้งวัน ประกอบกับ่นี้เป็สัปดาห์หฤโหดที่เมนิลาจะต้องเตรียมงานอย่างหนักแล้ว จึงทำให้เธอเลี่ยงจากอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไปไม่ได้ และในขณะเดียวกัน เตชินทร์ก็ได้ยินเธอบ่นถึงอาการเมื่อยล้าขึ้นมาอยู่บ่อยครั้ง นั่นเลยเป็สาเหตุที่ทำให้เขาต้องมายืนปวดหัวกับยานวดสารพัดยี่ห้อที่เรียงรายอยู่บนชั้นวางเพราะยังเลือกไม่ได้สักทีนั่นเอง
“เอาอันนี้ก็แล้วกัน”
หลังจ่ายเงินเสร็จแล้ว เขาก็รีบเข้าบริษัทแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะของเมนิลาทันที แต่ทว่า เขากลับเห็นพนักงานต่างกรูกันเข้าไปมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ที่มุมหนึ่งของออฟฟิศอย่างสนอกสนใจ
เตชินทร์จึงยื่นหน้าเข้าไปดูบ้าง
“สบายมากเลยค่ะพี่ชรัญ”
เมนิลาพูดขึ้นในขณะที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวดไฟฟ้าราคากว่าสองแสนบาท ในขณะที่คุณป้าผู้จัดการสุดโหดที่นั่งนวดอยู่อีกตัวข้างๆ ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับสรรพคุณของเครื่องนวดมหัศจรรย์นี้ด้วยเช่นกัน
“เห็นบ่นเมื่อยั้แ่เมื่อวันก่อนแล้ว…ถ้ามันทำให้เมย์หายเมื่อยพี่ก็ดีใจนะ”
พูดจบ ชรัญก็หันไปบอกพนักงานคนอื่นๆ ที่กำลังยืนมองเก้าอี้นวดไฟฟ้าตาเป็มัน
“ส่วนใครที่เหนื่อยจากงานก็มาใช้ได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”
ทุกคนที่ได้ยินดังนั้นถึงกับร้องเฮขึ้นมาอย่างดีใจ ก่อนจะรีบต่อแถวเรียงคิวเพื่อรอใช้บริการ ทันใดนั้น เมนิลาก็หันมาเห็นเตชินทร์เข้าพอดี เธอจึงกวักมือร้องเรียกเขาทันที
“รีบไปต่อแถวเร็ว เดี๋ยวไม่ทันคนอื่นเขานะ”
ทว่า เตชินทร์กลับไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่มองเมนิลาหันกลับไปยิ้มขอบคุณชรัญอีกครั้งด้วยแววตาอันเ็ป ก่อนจะตัดสินใจเก็บยานวดราคาไม่ถึงสองร้อยบาทใส่ลงในกระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วเดินจากไปอย่างเงียบๆ...
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
คิดจะลุกขึ้นสู้แต่กลับโดนป๋าชรัญช็อตฟีลทุกทาง
เริ่มสงสารเฮียชินยังไงก็ไม่รู้แฮะ
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
คอมเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ