“ นายท่าน ตระกูลไป๋หลงยังไม่สามารถบีบบังคับให้คุณหนูตระกูลม่อร่างสัญญาใหม่ได้ ”
ผู้นำหอการค้าตระกูลโจวสาขาเมืองชุยฉานตบโต๊ะเสียงดัง มันรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมากที่ตนเองช้ากว่าตระกูลเล็กไปก้าวหนึ่ง
ั้แ่วันที่ตระกูลม่อมีการสังหารหมู่เกิดขึ้น มันพยายามสืบหาข้อมูลจนพอจะรู้ว่ามีการทรยศหักหลังกันขึ้นภายในตระกูล
ข้อมูลที่ตามซื้อจากคนของตระกูลม่อที่พยายามหลบหนีใน่เวลานั้นทำให้รู้หลายอย่าง ค่ายกลสูงสุดของตระกูลม่อที่หลายคนตามหาหายไป ยังไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันอยู่แห่งหนใด มันจึงพยายามวางแผนบีบบังคับคุณหนูตระกูลม่อเสวี่ยหรงที่เหลือเพียงคนสุดท้ายเพราะคิดว่าผู้นำตระกูลอาจจะมอบสิ่งสำคัญเอาไว้กับเธอ
แต่มันไม่คิดว่าตระกูลน้อยใหญ่ที่ทำงานให้กับตนและได้รับคำสั่งจากมันให้ไปบีบคุณหนูม่อเสวี่ยจะได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าตน ทางหอการค้าตระกูลโจวยังไม่ได้ข้อเสนอที่ทำให้เข้าถึงค่ายกล
พวกเขายังยืนอยู่ในแผนการณ์ยึดร้านค้าตระกูลม่อเพียงเท่านั้น การบีบให้คุณหนูส่งค่ายกลมาให้จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ แต่ตระกูลทั้ง 3 บีบบังคับคุณหนูให้จ่ายหนี้ กลับทำในสิ่งที่ต่างจากมันคิดเอาไว้ ค่ายกลที่ควรจะถูกปกปิดเป็ความลับนานกว่านี้กลับถูกเปิดเผยออกมาเร็วไวจนมาช้ากว่าผู้อื่น
“ เหตุใดตระกูลไป๋หลงไม่สามารถทำข้อเสนอเหมือน 3 ตระกูลนั่นได้ ”
ตระกูลไป๋หลงเป็หนึ่งในตระกูลที่หอการค้าตระกูลโจวหนุนหลัง พวกเขาส่งตระกูลไป๋หลงไปทวงหนี้ก็เพื่อทำข้อเสนอเช่นเดียวกันกับทั้ง 3 ตระกูลก่อนหน้า แม้จะไม่สามารถค่ายกลเอาไว้ได้เพียงผู้เดียว อย่างน้อยมันจะต้องกลายเป็หนึ่งในผู้ได้รับค่ายกลนี้
“ ใน่ที่นายน้อยตระกูลไป๋หลงกำลังบีบให้คุณหนูม่อเสวี่ยจ่ายหนี้ คนจากตรอกซิ่นฮวาได้มารวมตัวกันที่หน้าตระกูล พวกเขากลัวโรคระบาดจึงรีบถอยห่าง ”
ผู้นำหอการค้าตระกูลโจวแสดงใบหน้าสงสัย มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนจากตรอกซิ่นฮวาถึงได้มารวมตัวกันด้านหน้าตระกูลม่อ
“ นายท่าน ไม่ใช่แค่ด้านหน้าเพียงเท่านั้น คนจากตรอกซิ่นฮวากำลังล้อมรอบตระกูลม่อเอาไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไม่มีที่ว่างให้แทรกตัวเข้าไปได้เลย ”
“ สืบมาหรือยัง เหตุใดพวกมันถึงไปที่ตระกูลม่อ ”
“ ข้าทราบมาว่าคุณหนูตระกูลม่อได้เดินทางไปยังตรอกซิ่นฮวาแล้วทำการชำระล้างปราณปีศาจออกมาจากร่างของผู้คนภายในตรอก พวกเขาจึงเดินทางมาที่หน้าตระกูลม่อ ”
“ เหตุใดคุณหนูม่อเสวี่ยหรงถึงชำระล้างปราณปีศาจได้กัน ”
ปราณปีศาจคือสิ่งที่ชำระล้างได้ยาก ต้องใช้ปราณระดับก่อกำเนิดเทพปราณขึ้นไปถึงจะสามารถขจัดมันออกจากร่างไปได้ การจะชำระแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงเป็อย่างมาก ผู้ฝึกยุทธ์ที่เป็ระดับก่อกำเนิดเทพปราณจึงไม่คิดจะทำให้ผู้ใดฟรี ต่อให้เป็ตระกูลม่อในอดีตยังเป็เื่ยากเช่นเดียวกัน ปัญหาตรอกซิ่นฮวาจึงไม่ได้รับการแก้ไขเพราะจำนวนผู้ที่ติดปราณปีศาจมากกว่าจำนวนผู้ที่ถูกรักษา
“ ข้ายังไม่ทราบเช่นกันว่าคุณหนูม่อเสวี่ยหรงใช้วิธีใด แต่จากการเค้นคำตอบจากผู้คนในตรอก พวกเขาพูดเหมือนกันทั้งหมด คุณหนูเสวี่ยหรงปลดปล่อยเม็ดแสงออกจากปลายนิ้ว จากนั้นผู้ที่มีปราณปีศาจภายในร่างก็เริ่มมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ”
“ อาวุธวิเศษเช่นนั้นหรือ แล้วเหตุใดข้าถึงไม่เคยรู้จักมันมาก่อน ”
วรยุทธ์หรือวิชาของตระกูลม่อเป็ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย พวกเขาเป็กองกำลังหลักต่อสู้กับปีศาจจากห้วงทะเลลึก อาวุธวิเศษภายในตระกูลม่อเป็สิ่งที่นำออกมาใช้งานบ่อยครั้งเช่นกัน มันกลับไม่มีสิ่งใดตรงตามคำบอกเล่าของคนในตรอกซิ่นฮวา
ถึงแม้มันอยากจะบุกเข้าไปสอบถามและขโมยทุกอย่างมาจากคุณหนู ท่านเ้าเมืองคงไม่ยอมให้เกิดเื่เช่นนั้นขึ้นแน่ มันจึงต้องทำทุกอย่างให้เป็ไปตามกฎของเมือง
“ บอกให้ตระกูลไป๋หลงทำสัญญาให้ได้ ไม่เช่นนั้นข้าจะเพิ่มดอกเบี้ยกู้ยืมของพวกเขาในครั้งถัดไป ”
“ ข้าทราบแล้ว ”
ยี่ยี่วิ่งหน้าตั้งกลับมาจากหน้าทางเข้าตระกูล ประตูถูกทำลายไปแล้วผู้ใดต่างก็สามารถเดินเข้าและออกตระกูลได้ แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดเดินผ่านประตูตระกูลม่อเข้ามาข้างใน
หลังจากที่เธอถ่ายทอดคำพูดของคุณหนูเสวี่ยหรงให้กับคนจากตรอกซิ่นฮวาฟังพร้อมกับบอกวิธีปฎิบัติตัวในที่แห่งนี้ เพื่อไม่ให้มันมีสภาพไม่ต่างจากตรอกซิ่นฮวา
การรวมตัวกันของคนจำนวนมากมักมีของเสียตามมามากมาย ผู้คนที่เคยขับถ่ายเรี่ยราดจะสร้างปัญหาใหม่รอบตระกูลม่อมากกว่าให้ผลประโยชน์กับตระกูล ทุกคนจึงต้องไปขับถ่ายด้านหลังตระกูลม่อ
หากไม่สามารถเดินไหวจะต้องให้ใครสักคนช่วยเก็บมันไปทิ้งแทน โดยยี่ยี่ข่มขู่ออกไปว่าคุณหนูเสวี่ยหรงจะไม่ชำระปราณปีศาจให้ผู้ที่สร้างปัญหาและสร้างความสกปรกให้กับตระกูลม่อ
“ คุณหนูเ้าคะคุณหนู ทุกคนยอมทำตามคำสั่งของคุณหนูทั้งหมดเลยเ้าค่ะ หนึ่งชั่วยามที่ผ่านมาพวกเขานั่งนิ่งไม่ไหวติงเลยเ้าค่ะ ส่วนเื่ขับถ่ายยังไม่มีผู้ใดปล่อยมันออกมา ”
เสวี่ยหรงไม่แปลกใจที่ผู้คนจำนวนมากกว่าร้อยไม่ขับถ่าย สาเหตุคงเป็เพราะว่าพวกเขาไม่ได้รับแม้แต่น้ำหรืออาหาร การจะขับถ่ายของเสียออกจากร่างจึงเป็ไปไม่ได้
“ แม่นมหลิง ท่านเตรียมอาหารเสร็จหรือยัง ”
“ คุณหนู อีกประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ”
ยี่ยี่ขยับจมูกเล็กน้อย เธอได้กลิ่นหอมลอยมาจากในครัว กลิ่นนี้เธอจำได้ว่าเป็กลิ่นของข้าวต้มร้อนๆจึงตามกลิ่นไปดูพบว่าเป็ข้าวต้มจริงๆ เพียงแต่ว่าหม้อที่แม่นมหลิงใช้ใหญ่มากแล้วยังมีมากถึง 3 ใบ
“ คุณหนูเ้าคะ ท่านคิดจะทำสิ่งใดกับพวกมัน เหตุใดถึงต้มเยอะจังเ้าคะ ข้ากินไม่หมดหรอกนะเ้าคะ ”
“ ข้าไม่ได้จะกินมัน ข้าต้มให้ผู้คนที่อยู่ข้างนอก ”
“ จะให้พวกเขาหรือเ้าคะ ไม่ใช่ว่าเงินของเราแทบจะไม่เหลือหรือเ้าคะ แบบนี้เราจะไม่กลายเป็คนผอมแห้งหรือเ้าคะคุณหนู ”
เสวี่ยหรงยิ้มให้กับยี่ยี่ที่กำลังทำสีหน้ากังวล จากการคำนวณของเธอเงินที่เหลืออยู่ไม่กี่เหลียงสามารถเลี้ยงคนจากตรอกซิ่นฮวาที่มีราว 400 คนได้ราวครึ่งเดือนด้วยการต้มข้าวเลี้ยงวันละหนึ่งมื้อ
เธอใช้เงินก้อนสุดท้ายทำข้าวต้มแจกจ่ายก็เพื่อวางเดิมพันกับคนจากตรอกซิ่นฮวาเช่นกัน แผนของเธอไม่ได้แค่ใช้คนจากตรอกซิ่นฮวาทอดสะพานไปยังโรงเตี๊ยมตระกูลไป่เท่านั้น เธอ้าให้คนจำนวนมากมาทำงานด้วย
การจะเอาชีวิตรอดไปให้ได้จะต้องมีกองกำลังช่วยเหลือ ผู้คนที่จนตรอกจึงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในการหยิบจับมาใช้งาน
ผู้คนที่ถูกทอดทิ้งเมื่อได้รับความช่วยเหลือ โอกาสที่จะจงรักภักดีมีสูงมาก เธอจึงคิดจะเลี้ยงคนเหล่านี้เอาไว้ หากในอนาคตทุกคนมีความซื่อสัตว์เธอจะนำเข้าสู่ตระกูลม่อที่คิดจะสร้างขึ้นมาใหม่
แม้จะไม่ใช่สายเืหลัก การเป็สายเืรองก็นับว่าคุ้มค่ากับพวกเขาที่เคยเกือบจะตกตายมาแล้วครั้งหนึ่ง การได้ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติอาจจะไม่ใช่เป้าหมายของหลายคน แต่การอยู่อย่างสบายไร้กังวลอาจจะเป็ความ้าของหลายคนที่นี่
“ คุณหนู ข้ารักษาให้ลุงหานเบื้องต้นแล้ว พักสักสองสามวันก็น่าจะหายดี ”
พ่อบ้านหวางเดินเข้ามาในห้องครัว ข้าวต้มทั้งสามหม้อทำให้เขารู้ว่าคุณหนูคิดจะทำสิ่งใด
“ ขอบคุณมากพ่อบ้านหวาง ถ้าเช่นนั้นช่วยยกมันไปที่ประตูทางเข้าหน้าตระกูลหน่อย…..ยี่ยี่ ”
“ เ้าค่ะคุณหนู ”
“ วิ่งไปบอกพวกเขาให้ต่อแถว ผู้ใดแทรกแถวจะไม่ได้รับสิ่งใดจากตระกูลม่อ ”
“ เ้าค่ะ ”
ยี่ยี่รีบวิ่งไปยังประตูทางเข้าตระกูล เมื่อเธอมาถึงก็ได้ตบหน้าอกไปครั้งหนึ่งแล้วแค่นเสียงออกมาจากลำคอจนคนที่อยู่รอบๆให้ความสนใจ
“ คุณหนูเสวี่ยสั่งให้พวกเ้าตั้งแถว ผู้ใดก่อความวุ่นวายจะไม่ได้รับสิ่งใดจากตระกูลม่ออีกเลย ไม่มีการแก้ตัว ไม่มีการให้โอกาส ถ้าพวกเ้าพลาดแล้วก็คือพลาดเลย เอาล่ะตั้งแถวเป็ 3 แถว คุณหนูจะแจกข้าวต้ม ”
สิ้นเสียงประกาศ ยี่ยี่สังเกตเห็นสายตาของคนจำนวนมากที่กำลังถูกกระตุ้นจากความหิวกระหายจนแสดงสีหน้าราวกับขาดสติ เธอจึงตะเบ็งเสียงร้องอีกครั้งย้ำให้ทุกคนตั้งแถวและอย่าได้สร้างปัญหา โดยเน้นย้ำว่าจะไม่มีการให้โอกาสเป็ครั้งที่สอง
ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาที่เหมือนจะได้สติต่างเก็บความรู้สึกของตนแล้วเดินไปต่อแถวกัน เพียงแต่ว่าพวกเขาก็ได้ยินเสียงะโอีกครั้งจากสาวใช้ หลังจากเห็นว่ามีคนกำลังเบียดเสียดกันเพื่อจะให้ได้ข้าวเป็ลำดับแรกเริ่ม
“ ได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่ ทุกคนจะได้ข้าวเท่ากัน จะอยู่หัวแถวหรือท้ายแถวล้วนได้เหมือนกันทั้งหมด ผู้ใดที่สร้างปัญหาเชิญออกไปได้เลย! ”
ยี่ยี่ยิ้มด้วยความดีใจ เธอไม่คิดว่าตนเองจะพูดกับคนที่มาจากตรอกซิ่นฮวาได้ ความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดหายไป ผู้คนต่างยืนรอต่อแถว แม้จะไม่ตรงแต่ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงแถวทั้ง 3 .