ตอนที่ 668 เลือกทักษะที่ตำหนักหอตำรา(1)
หวืดดดดดดด!!
หลังจากที่เจิ้งฟู่ตกลงแลกเปลี่ยนชุดเกราะไร้ลักษณ์แล้วหญิงสาวก็นำชุดเกราะไร้ลักษณ์ครบชุดมาส่งมอบให้กับเจิ้งฟู่ซึ่งชุดเกราะนี้ประกอบไปด้วย เกราะอก เกราะไหล่ กางเกง สนับแขนและสนับขา รวมถึงร้องเท้าด้วยถือว่าครบชุดจริงๆ.....
“ขอบคุณมาก! เอาไว้ข้า้าของสิ่งใดข้าจะมาที่ช่องของเ้านะ!”เจิ้งฟู่รับเอาชุดเกราะและยาเม็ดน้ำค้าง์ผันแปรทั้งสอบเม็ดมาเก็บไว้ในแหวนมิติของเขาก่อนจะกล่าวลาหญิงสาวไป......
อ่า!!
“เ้าอย่าลืมมาอีกนะ!”หญิงสาวตอบกลับอย่างเขินอาย เพื่อเจิ้งฟู่บอกว่าเขาจะมาอีก......
หลังจากที่เสร็จสิ้นการแลกเปลี่ยนสิ่งของที่เขา้าแล้วเจิ้งฟู่ก็คิดที่จะไปยังตำหนักหอตำราเสียหน่อย เนื่องจากเขายังมีคะแนนเหลืออีกมากเจิ้งฟู่เลยคิดว่าจะเข้าไปในหอตำราเพื่อดูว่าทักษะไหนน่าสนใจบ้างเนื่องจากทักษะจากโลกเบื้องล่างของเขานั้นส่วนใหญ่จะพัฒนาถึงระดับสูงสุดของมันแล้วซึ่งก็คือระดับมหัศจรรย์ หากแต่โลกเบื้องบนนี้ทักษะระดับนี้ไม่ถือว่าดีอะไรเลยมันออกจะต่ำไปด้วยซ้ำ ดังนั้นเจิ้งฟู่จึงคิดที่มองหาทักษะใหม่ที่ระดับสูงกว่านี้.......
ณ ตำหนักหอตำรา.....
ตำหนักหลังนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆกับตำหน้าศาลาแสนศาสตราเลยซึ่งมีศิษย์จำนวนมากที่แวะเวียนเข้ามาที่นี้พอๆกับตำหนักศาลาแสนศาสตราทว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็ศิษย์ฝ่ายนอกและศิษย์ฝ่ายในที่มายังตำหนักหอตำราแห่งนี้เพราะพวกเขาอยู่ใน่ของการพัฒนาดังนั้นจึงจำเป็ที่ต้องหาทักษะระดับสูงมาเพิ่มระดับพลังให้กับตัวเอง.......
“สวัสดีพ่อหนุ่มน้อย เ้าคงมาตำหนักหอตำราเป็ครั้งแรกใช่ไหม?”ในขณะที่เจิ้งฟู่เดินเข้าไปภายในหอตำราแล้วและเดินตรงไปยังโต๊ะต้อนรับขนาดใหญ่ที่มีชายชราเฝ้าอยู่ ชายชราคนนี้ก็พลันเปิดปากทักทายเขาก่อนจะถามว่าเขามาที่นี้เป็ครั้งแรกใช่ไหม.....
“ถูกต้องแล้วขอรับท่านผู้าุโศิษย์พึ่งมาที่นี้เป็ครั้งแรก ขอท่านผู้าุโโปรดชี้แนะด้วย!” เจิ้งฟู่ประสานมือของเขาขึ้นมาไว้ที่อก ก่อนจะกล่าวตอบชายออกไปว่าเขาพึ่งมายังที่นี้เป็ครั้งแรกและ้าคำแนะนำเกี่ยวกับหอตำราแห่งนี้.....
“ไม่มีปัญหา!หหอตำรอแห่งนี้แบบออกเป็ห้าชั้น ชั้นแรกนั้นเป็ทักษะระดับมหัศจรรย์ขั้นต่ำจนไปถึงขั้นสูงส่วนชั้นที่สองจะเป็ทักษะระดับตำนาน ชั้นที่สามเป็ทักษะระดับเซียนชั้นที่สี่เป็ทักษะระดับ์ และชั้นสุดท้ายจะเก็บพวกทักษะระดับเทพเอาไว้ซึ่งศิษย์ฝ่ายนอกอย่างพวกเ้าสามารถเข้าไปยืมทักษะได้เพียงแค่ชั้นที่หนึ่งนี้เท่านั้นหากแต่เ้ายอมเสียคะแนนห้าร้อยคะแนนเ้าถึงจะสามารถขึ้นไปเลือกทักษะในชั้นที่สองได้!”
ชายชรากล่าวอธิบายเกี่ยวกับทักษะในหอตำราแต่และชั้นว่ามีทักษะระดับใดอยู่บ้างรวมถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงของศิษย์ละระดับด้วยว่าเขาถึงได้แค่ชั้นไหนซึ่งเจิ้งฟู่ที่เป็เพียงศิษย์ฝ่ายนอกนั้นสามารถเข้าไปยืมทักษะได้แค่ชั้นหนึ่งเท่านั้นเว้นแต่เขาจะยอมเสียคะแนนผลงานห้าร้อยคะแนน เขาถึงจะสามารถเข้าไปเลือกทักษะในชั้นที่สองได้.......
อ่า!!
“แล้วศิษย์ต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะเข้ายืมทักษะภายในได้?”เจิ้งฟู่พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะถามว่าเขาต้องทำยังไงต่อไปถึงจะเข้าไปข้างในได้......
“เ้าเพียงนำป้ายประจำตัวของเ้าประทับไปที่ศิลาทางเข้าตรงนั้นแล้วมันจะบอกเ้าว่าเ้าสามารถเข้าถึงทักษะในชั้นใดได้บ้างและเมื่อเ้าเลือกทักษะที่เ้า้าได้แล้ว เ้าก็เพียงแค่ประทับแหวนสะสมคะแนนของเ้าไปที่หน้าตำราทักษะเล่มนั้นเพื่อแลกกับเนื้อหาภายในของทักษะตำราเล่มๆนั้นซึ่งเนื้อหาในการฝึกทั้งหมดจะถูกส่งเข้าไปในป้ายประจำตัวของเ้าทันทีเพียงแค่เ้ากระตุ้นการทำงานของป้ายประจำตัวเพื่อเรียกดูเนื้อหาของทักษะที่เ้าแลกไปภาพและข้อความต่างๆจะปรากฏขึ้นมาให้เ้าเห็นเอง!”
ชายรายังคงกล่าวอธิบายต่อไปอย่างราบรื่นและดูจริงจังคำอธิบายของชายชรานั้นทำให้เจิ้งฟู่รู้ว่าป้ายประจำตัวของเขานั้นยังมีประโยชน์อื่นๆอยู่อีกนอกจากเป็สิ่งแสดงตัวตนแล้ว มันยังสามารถใช้เป็เครื่องบันทึกความทรงจำและข้อมูลต่างๆได้ด้วยนี่มันโน้ตบุ๊กขนาดเล็กชัดๆ.....
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่ชี้แนะ เช่นนั้นศิษย์ไม่รบกวนท่านแล้ว!”เจิ้งฟู่กล่าวขอบคุณชายชราก่อนที่เขาจะเดินตรงไปยังศิลาที่อยู่หน้าทางเข้าชั้นที่หนึ่งจากนั้นก็วางป้ายประจำตัวของเขาลงบนศิลาและรอให้ผลแสดงออกมา.......
“ศิษย์ฝ่ายนอกเจิ้งฟู่สามารถเข้าถึงทักษะในชั้นที่สี่ได้!”
ข้อความปรากฏขึ้นมาทันทีที่เจิ้งฟู่ประทับป้ายประจำตัวของเขาไปที่ศิลาตรงทางเข้า......
หือ?
“เ้าคือศิษย์ใหม่ที่มีพร์ระดับแสงแดงอย่างนั้นรึ?”ผู้าุโหอตำราถึงกับเปิดปากถามอย่างไม่ตั้งใจเมื่อชายชราเห็นข้อความบนศิลาทางเข้า.....
“ขอรับท่านผู้าุโ!”เจิ้งฟู่พยักหน้าและตอบกลับชายชราก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปภายในหอตำราชั้นที่หนึ่งโดยไม่พูดสิ่งใดอีก เพราะเขาสังเกตเห็นว่ามีศิษย์หลายคนเริ่มมองมาที่เขา......
อ่า!
เมื่อเจิ้งฟู่เข้ามาภายในหอตำราชั้นที่หนึ่งแล้วเขาก็พบว่ามีศิษย์ฝ่ายนอกที่เข้ามาเลือกหาทักษะให้กับตนเองเป็จำนวนมากซึ่งศิษย์ฝ่ายนอกแต่ระคนก็มีระดับพลังอยู่ในขั้นราก์ขั้นต้นจนไปถึงขั้นกลางทั้งนั้นไม่มีศิษย์คนไหนที่ระดับต่ำกว่านั้นเลย.......
“ชั้นที่หนึ่งนี้มีเพียงแค่ทักษะระดับมหัศจรรย์เราควรที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สองที่มีทักษะระดับตำนานเก็บไว้จะดีกว่าไหนๆเราก็สามารถขึ้นไปถึงชั้นที่สี่ได้แล้วโดยที่ไม่ต้องเสียคะแนนเพื่อขึ้นไป!”เจิ้งฟู่เห็นว่าทักษะในชั้นนี้ยังไม่ตรงต่อความ้าของเขาเขาจึงเลือกที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สองที่เก็บทักษะระดับตำนานเอาไว้......
หลังจากที่เขาตัดสินใจและขึ้นมายังชั้นที่สองแล้วเจิ้งฟู่ก็พบว่าศิษย์ที่ขึ้นมายังชั้นที่สองนี้มีน้อยกว่าชั้นแรกเกือบสองเท่าไหร่ซึ่งศิษย์ทุกคนที่อยู่ในชั้นที่สองนี้ล้วนแต่เป็ศิษย์ฝ่ายในไม่ก็ศิษย์ฝ่ายนอกที่ยอมเสียคะแนนขึ้นมาเพื่อเลือกหาทักษะระดับตำนานไปฝึก.......
“ดูศิษย์ฝ่ายนอกคนนั้นสิ!สงสัยเ้านั้นคงจะยอมเสียคะแนนห้าร้อยคะแนนเพื่อขึ้นมาดูทักษะบนชั้นที่สองนี้แน่ๆไม่น่าคิดสั้นเสียคะแนนไปโดยป่าวประโยชน์เลย!” ศิษย์ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นหลังจากที่เห็นเจิ้งฟู่ขึ้นมายังชั้นที่สองนี้เพราะเขาเห็นว่าเจิ้งฟู่นั้นสวมใส่เครื่องแบบของศิษย์ฝ่ายนอกเขาจึงรู้ว่าเจิ้งฟู่นั้นต้องเป็พวกที่คนโง่ที่อยากขึ้นมาชมทักษะระดับตำนานแน่ๆ......
“เ้าจะไปสนใจมันทำไมกัน!มีศิษย์ฝ่ายนอกกี่คนแล้วที่ทำแบบนั้นพวกมันล้วนแล้วแต่เป็พวกโง่ที่ไม่รู้จักคุณค่าของคะแนนแทนที่จะเอาคะแนนที่หามาได้อย่างยากรำบากไปเลือกทักษะที่ชั้นแรกแต่ดันโง่เสียคะแนนเพื่อที่จะขึ้นมาชมเพียงปกของทักษะระดับตำนาน!” ศิษย์ชายหนุ่มอีกตนที่อยู่ข้างกันพลันพูดขึ้นอย่างดูถูกและสงสารตัวมันเป็ศิษย์ฝ่ายในที่อยู่มานานแล้วมันจึงพบเห็นศิษย์ฝ่ายนอกที่มักจะขึ้นมาชั้นที่สองเพื่อชมแค่ปกของทักษะบ่อยๆ.......
“ก็จริงอย่างที่เ้าว่า!ศิษย์ฝ่ายนอกคนนี้คงเป็พวกศิษย์เข้าใหม่ไม่งั้นมันคงไม่ขึ้นมาบนนี้!” ศิษย์ชายหนุ่มคนแรกก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนของตนบอก......
นอกจากศิษย์ชายหนุ่มสองคนนี้ศิษย์คนอื่นๆที่อยู่ในชั้นนี้ต่างก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน และไม่นานพวกมันก็เลิกที่จะสนใจต่อเจิ้งฟู่และหันไปเลือกทักษะให้กับตนเองต่อ.......
ส่วนเจิ้งฟู่ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับคำพูดของศิษย์ชายหนุ่มเหล่านี้เขาเพียงแค่เดินผ่านพวกนั้นไปและเดินตรงไปยังชั้นวางตำราทักษะที่อยู่ด้านหน้าของเขาซึ่งทักษะในชั้นนี้เป็ทักษะประเภทดาบ และที่เจิ้งฟู่เลือกที่จะมายังชั้นวางนี้ก็เพราะเขา้าหาทักษะดาบที่เหมาะสมกับดาบัวารีของเขาเนื่องจากทักษะดาบที่เขามีมันอยู่แค่ระดับมหัศจรรย์เท่านั้น.......
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป.......
หลังจากที่เจิ้งฟู่สำรวจชั้นวางที่เก็บทักษะประเภทดาบทั้งหมดแล้วเขาก็พบว่ามีทักษะดาบอยู่หลายประเภทมาก ไม่ว่าจะเป็ดาบใหญ่ ดาบยาวโค้ง ดาบยาวปกติดาบสั้นโค้งและดาบสั้น พวกมันทั้งหมดล้วนเป็ทักษะดาบที่อยู่ในระดับตำนานและมีอนุภาพที่รุนแรงซึ่งดาบัวารีของเจิ้งฟู่เป็ประเภทดาบยาวโค้งดังนั้นเจิ้งฟู่จึงเลือกหยิบเอาทักษะที่เกี่ยวกับดาบยาวโค้งมาสี่ทักษะ.....
ทักษะแรกดาบไร้ร่องรอย ทักษะที่สองดาบสบั่นจันทร์เสี้ยวทักษะที่สามดาบัแสงจันทร์และทักษะที่สี่ดาบพันเล่ห์เหลี่ยมซึ่งทักษะดาบทั้งสี่นี้เป็ทักษะที่เหมาะสมต่อการนำมาฝึกและใช้ควบคู่กับดาบัวารีของเจิ้งฟู่มากและทักษะทั้งสี่นี้ก็ล้วนแต่มีอนุภาพที่รุนแรงและฝึกฝนได้ยากมากตามคำอธิบายที่บอกเอาไว้ ไม่มีศิษย์คนใดฝึกทักษะทั้งสี่ได้จนถึงขั้นสมบูรณ์มาก่อนขั้นสูงสุดที่มีคนฝึกได้ก็คือขั้นสูงและขั้นสูงสุดแต่มันก็นานมากว่าร้อยปีแล้ว.......
“เป็ทักษะดาบที่ดี แต่เราต้องเลือกแค่ทักษะเดียวที่ดีที่สุดว่าแต่จะเลือกทักษะไหนดีนะ?” เจิ้งฟู่พลันคิดหนักว่าเขาจะเลือกทักษะไหนดีจากสี่ทักษะนี้เพราะทุกทักษะนั้นมีจุดเด่นและจุดด้อยที่ต่างกันออกไปแต่ไม่ว่าเขาจะเลือกทักษะไหนพวกมันก็ล้วนแต่มีอุภาพที่รุนแรงทั้งนั้น.......
“ข้าว่าเ้าควรเลือกทักษะดาบัแสงจันทร์นะ! เพราะทักษะดาบัแสงจันทร์มันจะช่วยส่งเสริมกลิ่นอายของมันกรวารีให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นและเมื่อเ้าฝึกมันหรือใช้มันในยามราตรี ทักษะนี้จะมีประสิทธิ์สูงมายิ่งขึ้นหรือหากเ้าไม่ชอบทักษะนี้ก็ให้เลือกทักษะดาบพันเล่ห์เหลี่ยม ซึ่งน่าจะเหมาะกับนิสัยของเ้าที่มากไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ยากจะคาดเดา!”
เสียงของชายชราภายในสวนสมุนไพรของเขาดังขึ้นซึ่งชายชราช่วยเลือกทักษะดาบัแสงจันทร์ที่น่าจะเข้ากันกับดาบัวารีของเขาและก็เผื่อตัวเลือกเป็ทักษะดาบพันเล่ห์เหลี่ยมที่เข้ากันกับนิสัยของเจิ้งฟู่ซึ่งตัวเลือกที่สองนี้ชายชราชอบใจมาก.......
หึ!
“ทักษะดาบัแสงจันทร์มันก็ดีอยู่หรอกแต่ข้าว่ามันยังไม่ถึงที่สุด ส่วนทักษะดาบพันเล่ห์เหลี่ยมนั้นก็ใช้ได้เลยเพราะมันสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีได้มากกว่าพันแบบโดยขึ้นอยู่กับความเ้าเล่ห์ของผู้ใช้ซึ่งข้าก็มีมันอยู่มากอย่างที่ท่านว่าแต่ข้าคิดว่าทักษะดาบไร้ร่องรายก็น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าสองทักษะที่ว่ามาเลยเพราะมันจะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆให้ศัตรูรู้ถึงการโจมตีของข้าหรือพูดให้ฟังดูง่ายๆก็คือตายอย่างไม่รู้ตัว!”
เจิ้งฟู่เองก็คิดว่าสองทักษะที่ชายชราแนะนำมานั้นเยี่ยมยอดแต่เขาก็เห็นว่าทักษะดาบไร้ร่องรอยนั้นก็ดีเหมือนกันเพราะหากเขาฝึกฝนมันจนชำนาญแล้วถึงขั้นสมบูรณ์แล้วทุกคนที่เขาโจมตีออกไปมันจะไม่ทิ้งร่องรอยและกลิ่นอายใดๆในการโจมตีเอาไว้ทำให้ศัตรูยากที่จะรับรู้ว่าเขาโจมตีมาจากจุดไหน และเมื่อทักษะนี้บวกกับชุดเกราะที่เขาพึ่งซื้อมาใหม่ด้วยแล้วมันจะเป็การผสานการทำงานที่ลงตัวมากๆเจิ้งฟู่คิด......
“ท่านจะคิดมากไปทำไมกันท่านก็แค่เลือกพวกมันมาทั้งหมดก็พอแล้วไม่ใช่ว่าคะแนนผลงานของท่านยังเหลืออีกตั้งเยอะเหรอ?” และในขณะนั้นสิ่งมีชีวิตโบราณก็พูดเสริมขึ้น โดยคำแนะนำของเขานั้นไม่ต้องเลือกมากให้หนักใจเพียงแค่เลือกพวกมันมาทั้งหมดก็พอแล้วไหนๆเจิ้งฟู่ก็มีคะแนนเหลืออีกตั้งสี่หมื่นคะแนน จะไปคิดให้มันหนักใจทำไมกัน.....
อ่า!!
“จริงสินะ! ข้ามีคะแนนเหลืออีกตั้งมากและอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเนื้อหาในทักษะทั้งสี่เล่มนี้ก็แค่เล่มละสองพันคะแนนเท่านั้นเองรวมสี่เล่มก็แค่แปดพันคะแนนซึ่งข้ายังเหลือคะแนนอีกตั้งสามหมื่นสองพันคะแนนเอาไว้ใช้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ขอบคุณเ้ามา เ้านี่มีประโยชน์กว่าตาเฒ่าอีก!” เจิ้งฟู่พลันตาสว่างวาบขึ้นเมื่อได้ฟังคำแนะนำจากสิ่งมีชีวิตโบราณซึ่งวิธีนี้เป็วิธีที่ง่ายและไม่ต้องคิดหนักให้ปวดหัวด้วยเพียงแค่เอาพวกมันทั้งหมดก็จบเื่.......