ขณะที่ฉินจุนกำลังบินไปยังทิศทางสำนักพิษมารนั้นเขาก็ได้ถามและพูดคุยกับระบบไปด้วยในหลายๆเื่ที่ตัวเขาสงสัย
แต่การคุยกับระบบก็ไม่มีอะไรมาก ฉินจุนรู้แค่ว่าระบบของเขาไม่ได้เป็เหมือนคนเหมือนหลายๆเื่ที่เขาเคยอ่านแต่มันเป็เหมือนเครื่องจักรเลย เขาหวังว่ามันจะเป็ระบบแบบของชายในชุดเกราะเหล็กสีแดงนะเพราะถ้าเป็แบบนั้นมันจะเท่มาก
ในระหว่างที่บินเพลินๆอยู่นั้นเขาก็ได้มาถึงสำนักพิษมารจนได้ ปกติจากจุดที่เขาพบกับจื่อซานและสำนักพิษมารนั้นมันห่างกันมากต้องใช่เวลาเป็ชั่วยามเลยถึงจะมาถึง แต่ด้วยความเร็วของระดับนักบุญขั้นสูงนั้น(ขั้นสูงคือ7-9)มันทำให้ตัวของฉินจุนมาถึงได้เร็วมากเพียงแค่สองเค่อเท่านั้น(ราวๆสามสิบนาที)จากนั้นฉินจุนก็ทักทายตามมารยาท
...
การทักทายของฉินจุนทำให้สำนักพิษมารนั้นหวาดกลัวและโกรธมากด้วย ที่นี้มันสำนักพิษมารนะแต่ดันมีคนมาะโและปลดปล่อยออร่าที่อยากเข่นฆ่าออกมา จะไม่ทำให้พวกคนในสำนักโกรธได้อย่างไร
เ้าสำนักกับเหล่าผู้าุโต่างก็บินออกมาด้วยความโกรธ พวกเขามาเผชิญหน้ากับฉินจุนตรงๆโดยไม่มีความหวาดกลัวเลย เพราะฉินจุนปกปิดพลังปราณเอาไว้แล้วอีกอย่างขอบเขตของฉินจุนก็สูงกว่าเ้าสำนักกับเหล่าผู้อาโสทั้งหลายทำให้พวกเขาไม่อาจรับรู้ได้ว่าฉินจุนอยู่ในระดับนักบุญนั้นเอง พวกเขาถึงกล้าออกมาเผชิญหน้ากับฉินจุนโดยตรงนั้นเอง
"ฉินจุน! เ้ากลัาดียังไงถึงได้มาวางอำนาจในสำนักพิษมารของข้า" ไห่ฮุ้ยพูดอย่างโกรธเกรี้ยวและไม่มีความเกรงกลัว
ในความรู้สึกของเขาฉินจุนไม่ได้แข็งแกร่งมากไปกว่าเขาแน่ ถึงจะแข็งแกร่งกว่าเขาก็ยังมีเหล่าผู้าุโคอยช่วย ส่วนเื่ที่เขาไม่อาจรับรู้ได้ถึงขอบเขตของฉินจุนได้นั้นเขาก็เชื่อว่าฉินจุนต้องมีวิชาในการปกปิดการบ่มเพาะแน่น เขาไม่ได้มีความคิดเลยว่าฉินจุนนั้นจะเป็นักบุญเพราะตัวเขารู้ดีว่าการเป็นักบุญมันอยากมากแค่ไหนขนาดเขาที่มีทรัพยากรมากก็ยังไม่อาจไปยังขอบเขตนักบุญได้โดยง่ายแล้วนับประสาอะไรกับฉินจุนที่อยู่ในตระกูลฉินกองกำลังระดับหนึ่งเท่านั้น
"ข้าก็แค่ทักทาย ไปไม่ลามาไม่ไหว้มันไม่ใช่นิสัยข้าอยู่แล้ว" ฉินจุนกล่าวออกมาส่งๆ
"ทักทายบ้านเ้าสิเป็แบนนี้!" ผู้าุโคนหนึ่งพูดขึ้น
"ฉินจุนเ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครถึงได้มาวางอำนาจที่นี้ห้ะ!" ผู้อาวุฌโสอีกคนพูดขึ้น
"ฉินจุนอธิบายการกระทำของเ้ามาซะไม่อย่างนั้นเื่ไม่จบแค่เ้าพูดขอโทษหรอกนะ" ผู้าุโอีกคนพูด
พวกผู้าุโต่างก็พูดอะไรต่อมิอะไรออกมาเต็มไปหมด ฉินจุนกวาดสายตามองพวกเขาด้วยความเ็า รอจนคยสุดท้ายพูดจบเขาถึงพูดออกมา
"ข้าก็แค่จะมาทำลายสำนักพวกเ้าเท่านั้น" คำตอบสั้นๆไปของฉินจุนทำให้บริเวณนั้นเงียบสนิท
"ฮ่าๆๆ ฉินจุนเ้าเป็คนตลกกว่าที่ข้าคิดไว้น้าฮ่าๆๆ" ผู้าุโคนหนึ่งพูด
"ฉินจุน คำพูดและการกระทำมันมีราคาต้องจ่ายนะ เ้าจะจ่ายมันไหวรึ" เสียงเย็นๆปนไอสังหารของไห่ฮุ้ยถามออกมา
ฉินจุนสบตากับไห่ฮุ้ยแล้วยิมออกมาก่อนจะพูดว่า
"เ้าก็รู้ว่ามันมีราคาที่ต้องจ่าย ยังกล้าที่จะคิดร้ายกับตระกูลข้าอีกน้า" ฉินจุนพูดขึ้น
"เ้านะรึ จะทำให้ข้าต้องจ่ายราคา..ฉินจุนเ้ามันคงโดนชื่อเสียงทำให้ตัวเองเป็คนหลงระเริงกับชื่อเสียงตัวเองเป็แน่ แต่ข้าจะบอกอะไรให้ชื่อเสียงของเ้ามันใช่กับที่นี้ไม่ได้ผลหรอกนะไห่ฮุ้ยกล่าวเสียงเย็น
"ฮ่าๆ ข้านะรึเป็คนหลงระเริง ข้าว่าคำพูดนี้ต้องใช่กับพวกเ้ามากว่ามั้ง" ฉินจุนพูดขึ้น
"ระวังปากของเ้าด้วยฉินจุนมันอาจนำพาเ้าไปหาความตายก็เป็ได้" ไห่ฮุ้ยพูดขึ้น
มันเป็การปะทะริมฝีปากกันของทั้งสองคนนั้น มันแสดงให้เห็นว่าต่างคนต่างเป็คนที่ไม่ยอมใครแล้วการต่อสู้เท่านั้นที่จะยุติเื่ราวในครั้งนี้ได้ และมันก็เป็ในแบบทีฉินจุน้าพอดี
ในระหว่างนั้นฉินจุนก็ััได้ถึงออร่ารุงแรงมาจากส่วนลึกของสำนักเขารู้ได้ทันทีว่าบรรพบุรุษของสำนักพิษมารนั้นออกจากการบ่มเพาะแล้ว
"ใครกัน! ที่มันบังอาจมารบกวนการบ่มเพาะของข้า" บรรพบุรุษคนนึงของสำนักพิษมาระโขึ้นด้วยความโกรธ
"ท่านบรรพบุรุษตื่นจากการบ่มเพาะแล้ว ไอ้เ้าฉินจุนมันจงใจมารบกวนการบ่มเพาะของท่านบรรพบุรุษ" ผู้าุโคนพูดขึ้น
ฉินจุนได้เสียงแล้วก็ยิ้มเขาจงใจมารบกวนคนจริงๆ การถูกรบกวนในระหว่างการบ่มเพาะนั้นมันเป็เื่ร้ายแรงและน่าหงุดหงิดอย่างมาก
"ข้าฉินจุนไม่เคยเปลี่ยนชื่อแซ่ ไหนไปเ้าก็ออกจากการบ่มเพาะแล้วอยากมาให้ข้าทักทายซะหน่อยไหมล่ะ" ฉินจุนพูดด้วยทะเร้น
"บังอาจ!" เสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า
"ข้าจะทำให้เ้าและตระกูลของเ้าไม่ตายดี!" เสียงเดิมดังก้องไปทั่ว
จากนั้นก็ได้มีชายแก่ดูท่าทางคล้ายขอทานซะไม่มี ชุดขาดหวิ้นหนวดเครารุงรังเนื้อตัวสกปรกมอมแมมปรากฏตรงหน้าของฉินจุน
"เ้าดู...น่าเกียจกว่าที่ข้าคิดนะ" ฉินจุนพูดออกมา
"บังอาจ! เ้ากล้าดียังไงมาพูดถึงท่านบรรพบุรุษของพวกเราอย่างงี้!" ผู้าุโคนนึงพูดขึ้น
"ข้าก็พูดความจริง เพราะว่าข้าเป็คนตรงๆไงล่ะ" ฉินจุนยิ้ม
"อ่า เด็กสมัยนี้ปากดีกันทุกคนหรือป่าวเนี่ย" บรรพบุรุษคนนั้นพูดขึ้น
ฉินจุนมองไปยังบรรพบุรุษของสำนักพิษมารแล้วก็ยิ้มออกมาก่อนจะพูด
"อายุของเ้าอาจจะมากกว่าข้าก็จริงอยู่ แต่ยังอื่นใช่ว่าเ้าจะมีมันมากกว่าข้าล่ะ" ฉินจุนพูดอย่างเอาเื่
"ฮ่าๆๆๆ! ดีๆดีมากข้าไม่ได้เจอคนปากเก่งเท่าเ้ามานานเป็หมื่นปีแล้ว เป็แค่ครึ่งก้าวนักบุญแต่ฝีปากกลับคมคายยิ่งนัก" บรรพบุรุษพูดด้วยเสียงดังสนั่น
"ดูเหมือนว่าเ้าก็จะรู้จักข้าดีนะ นั้นสิโลกใบเล็กของตระกูลข้าใครเล่าจะไม่อยากได้" ฉินจุนพูดตอกกลับไป
"ฮ่าๆๆ เ้าเด็กน้อยเ้ามันก็ฉลาดดีนี่" บรรพบุรุษหัวเราะร่าออกมา
"ใช่ๆๆ ข้าน่ะฉลาดมากเลยนะแต่...พวกเ้าไม่ค่อยฉลาดกันเท่าไร" ฉินจุนพูดจากเสียงธรรมดาเป็เสียงอันเย็นะเืจากนั้นเขาก็ปลดปล่อยปราณระดับนักบุญออกมา
"หือ! นักบุญเรอะไม่น่าเ้าถึงได้กล้ามาปากดีถึงที่นี้ แต่ข้าขอสอนเ้าหน่อยนะว่านักบุญทุกคนไม่ได้มีพลังกับประสบการณ์เท่ากันหรอกนะ" จากนั้นบรรพบุรุษของสำนักพิษมารก็ปลดปล่อยออร่าระดับนักบุญออกมาเช่นเดียวกัน
"ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องขอให้เ้าช่วยชี้แนะข้าสักหน่อยแล้วล่ะ" ฉินจุนยิ้มแล้วพูดขึ้น