“พี่ครับฝีมือทำเต้าหู้ผัดต้นหอมกับไก่ตุ๋นน้ำแดงของพี่นี่เทียบเท่าเชฟระดับห้าดาวเลยนะกินเท่าไรก็ไม่พอ!”
ไม่ถึงห้านาที กล่องข้าวก็เกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปหรือข้าวสักเม็ด
“เดี๋ยวจะสำลัก เอ้า ซดน้ำซุปไก่หน่อย”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยนั่งข้างเซี่ยวซิงอวี่ใช้ช้อนตักน้ำซุปไก่ป้อนน้องชาย
สองพี่น้องนั่งอยู่หน้าประตูสถาบันชิงหลงไม่สนใจสายตาของคนอื่น หัวเราะคุยกันอย่างสนุกสนาน
“เสี่ยวอวี่ พี่ว่าสาวๆสถาบันชิงหลงของนายสวยๆ เยอะเลยนะ~”
“จริงเหรอ? ผมว่าสู้พี่ไม่ได้สักคน”
ในสายตาของเซี่ยวซิงอวี่เซี่ยวรั่วเสวี่ยสวยที่สุด
เซี่ยวรั่วเสวี่ยโน้มตัวกระซิบข้างหูเซี่ยวซิงอวี่เสียงเบา“นายก็อายุ 18 แล้ว เป็ผู้ใหญ่แล้วถ้าจะมีแฟนสักคนก็เป็เื่ปกติ”
“พี่จะบอกอะไรกันแน่?”
“พี่จะบอกว่า ถ้านายจะมีแฟน พี่ไม่ว่าแต่!”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยเน้นเสียงหนักแน่นตรง่เปลี่ยนน้ำเสียง
“อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงตระกูลเย่เด็ดขาด!”
เซี่ยวซิงอวี่งงเป็ไก่ตาแตก
“ตระกูลเย่? ผมไม่รู้จักผู้หญิงตระกูลเย่สักคน...”
เซี่ยวซิงอวี่ก้มหน้าลง แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมา“ตระกูลเย่? เย่ซวงหนิง นั่นก็ตระกูลเย่นี่นาฉันยังไม่เคยเห็นหน้าเลย จะไปมีแฟนได้ยังไงกัน”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยย้ำอีกครั้ง“จำไว้นะ มีแฟน ห้ามคนตระกูลเย่”
“ทำไมล่ะ? ตระกูลเย่ไปขโมยเงินบ้านเราหรือไปขโมยข้าวสารบ้านเราเหรอ?”
“ก็เพราะว่า... เอาน่า ให้จำก็จำไปสิอย่าถามอะไรให้มาก”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยไม่สะดวกที่จะอธิบายทำให้เซี่ยวซิงอวี่ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่
่นี้พี่สาวของเขาแปลกไปมากจริงๆ!
ท้องฟ้าเริ่มมืด
“พี่ ผมไปส่ง”
“ไม่ต้องหรอกอพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัวอยู่หลังสถาบันชิงหลง เดินไปแค่สิบนาทีเอง”
“พี่พรุ่งนี้ผมอยากกินปลากะพงนึ่งซีอิ๊วที่พี่ทำ”
“ได้สิ พรุ่งนี้พี่จะทำไปให้กินอีก”
ั้แ่เซี่ยวซิงอวี่ก้าวเท้าเข้ามาในสถาบันชิงหลงเซี่ยวรั่วเสวี่ยก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำข้าวกล่องให้น้องชายกินไปตลอดสามปี
จริงๆแล้วอาหารในโรงอาหารของสถาบันชิงหลงก็ไม่ได้แย่อะไรเพราะเป็หนึ่งในสี่สถาบันฝึกสัตว์อสูรชั้นนำของประเทศ
แต่ข้าวหม้อใหญ่ในโรงอาหารจะอร่อยสู้ข้าวกล่องที่พี่สาวตั้งใจทำได้ยังไงกัน
มองส่งเซี่ยวรั่วเสวี่ยจนลับสายตาเซี่ยวซิงอวี่ก็เดินกลับสถาบันชิงหลง
เซี่ยวซิงอวี่เดินเล่นคนเดียวอยู่ในสนามจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว เห็นป้ายแบนเนอร์ขนาดใหญ่บนจออิเล็กทรอนิกส์
เนื้อหาในแบนเนอร์:
[ขอแสดงความยินดีกับเย่ซวงหนิงนักเรียนอัจฉริยะปีสองที่เลื่อนขั้นเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับห้าดาวที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์!]
ในโปสเตอร์เป็รูปผู้หญิงผมสีฟ้าสวยสะพรั่ง
ใบหน้าของผู้หญิงผมสีฟ้าสวยหมดจดราวกับงานศิลปะจากฝีมือของช่างแกะสลัก
ถึงจะเป็ภาพนิ่งแต่ดวงตาสีสวยระยิบระยับราวกับดวงดาวคู่นั้นกลับแผ่รังสีเ็าที่ทำให้คนแปลกหน้าไม่กล้าเข้าใกล้
นี่คือสาวงามน้ำแข็งผู้รักความบริสุทธิ์ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ทว่ากลับกระตุ้นความ้าจะเอาชนะเธอให้ได้ของเขาขึ้นมา
“นี่คือเย่ซวงหนิงเหรอ สวยจริงๆ ด้วยขานี่ไม่ไปปั่นสามล้อเสียของเปล่าๆ แต่ก็สู้พี่ฉันไม่ได้อยู่ดี”
“หน้าอก เหมือนจะไม่ใหญ่เท่าพี่ด้วย”
จริงๆ แล้วถ้าว่ากันตามจริงรูปร่างหน้าตาของเย่ซวงหนิงหากอยู่ในยุคโบราณคงเป็เสน่ห์ร้ายกาจที่ล่มบ้านล่มเมืองได้สบายๆ
ยามค่ำคืนมาเยือน
สนามของสถาบันชิงหลงเงียบสงัด
เวลานี้นักเรียนส่วนใหญ่กลับไปที่หอพักแล้วคุยเล่นหรือไม่ก็เล่นเกมกับเพื่อนร่วมห้อง
สนามขนาดใหญ่แห่งนี้เหลือเพียงเซี่ยวซิงอวี่คนเดียว
“เฮยเฟิง!”
เซี่ยวซิงอวี่เปิดตราผนึกอสูรอัญเชิญหมาป่าสายลมเพลิงนรก
โฮ่ง~
“เบาๆ หน่อย ที่นี่สถาบันชิงหลงอย่าเสียงดัง!”
“เราจะซุ่มฝึกซ้อมทำให้ทุกคนต้องตะลึงกัน!”
โฮ่ง!
พร์ที่สูงส่งไม่ใช่เื่น่ากลัว
สิ่งที่น่ากลัวคือคนที่มีพร์ที่สูงส่งแต่กลับยิ่งขยันขึ้นไปอีก
“เฮยเฟิง ปรับลมหายใจรวบรวมพลังที่ตันเถียน ถึงจะเรียนรู้ [ะเิเพลิงวายุ] ได้”
“ใช่ แบบนั้นแหละจังหวะการหายใจแบบนี้แหละ!”
“อย่าสั่นหัวโดยไม่จำเป็มันจะลดความแม่นยำของสกิล!”
เฮยเฟิงเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของเซี่ยวซิงอวี่ฝึกซ้อมทักษะต่อสู้ใหม่อย่างซ้ำๆ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปใบหน้าของเฮยเฟิงเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น
ความสามารถในการสอนของเซี่ยวซิงอวี่ผนวกกับผลของโอสถเสริมิญญาทำให้ความเร็วในการเรียนรู้ทักษะต่อสู้ใหม่ของเฮยเฟิงก้าวะโ
“เฮยเฟิงพักก่อนแล้วเดี๋ยวเราจะเริ่มเรียนรู้ทักษะต่อสู้ใหม่แล้ว”
“ทักษะต่อสู้นี้ เป็หนึ่งในไพ่ตายของนาย”
เซี่ยวซิงอวี่หยิบคู่มือต่อสู้กับสัตว์อสูรออกมาจากกระเป๋า
“สารานุกรมสัตว์อสูรธาตุมืด”
พร้อมกันนั้น เซี่ยวซิงอวี่ก็เอา[ผลึกแห่งรัตติกาล] ออกจากคลังของระบบ โยนเข้าปากหมาป่าสายลมเพลิงนรก
ยามค่ำคืนเงียบสงัด
ในสนาม หนึ่งคนหนึ่งหมาป่าร่วมมือกันฝึกซ้อมทักษะต่อสู้อย่างซ้ำๆ
บนตัวของหมาป่าสายลมเพลิงนรกมีเงาสีม่วงดำปรากฏขึ้นเป็พักๆ...
เที่ยงคืน
เซี่ยวซิงอวี่เพิ่งกลับถึงหอพัก 312
พอเปิดประตูเข้าไปเพื่อนร่วมห้องสามคนที่ใส่กางเกงขาสั้นตัวใหญ่กำลังหัวเราะคิกคักกันอยู่
“พี่อวี่ กลับมาแล้วเหรอ!”
อู๋เซิงโหย่วโชว์พุงขาวๆต้อนรับเซี่ยวซิงอวี่
เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนพูดพร้อมกัน“ยินดีต้อนรับหัวหน้ากลับครับ!”
“พวกนายคือ...”
“ขอแนะนำตัวนะ ฉันชื่อซ่งหู่ จากปี 1ห้อง 3”
ซ่งหู่สูงเกือบสองเมตรดูแก่แดดเหมือนพี่ใหญ่ในแก๊ง แต่กลับมีดวงตาที่ใสซื่อและดูโง่เขลา
“ฉันนึกออกแล้วนายคือคนที่นั่งอยู่แถวที่เจ็ดในห้องเรียนแอบแคะขี้มูกแล้วเอาไปป้ายใต้โต๊ะนั่นเอง”
ซ่งหู่ทำท่าเขินอาย“พี่อวี่ อย่าแฉฉันสิ~”
หอพักเป็ห้องสี่คน
เซี่ยวซิงอวี่ อู๋เซิงโหย่ว และซ่งหู่มาจากปี 1ห้อง 3 ทั้งหมด
เพราะเซี่ยวซิงอวี่นั่งอยู่แถวหลังสุดพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อนร่วมห้องทุกคนจึงอยู่ในสายตาของเขาหมด
เพื่อนร่วมห้องอีกคน ไม่ได้มาจากห้อง 3แต่มาจากห้อง 2
“สวัสดีพี่อวี่ ฉันชื่อเฉินอีฝู่จากห้องสอง”
“ความฝันของฉันคือการเป็ซัพพอร์ตที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ควบคุมสัตว์อสูร!”
เฉินอีฝู่เป็คนที่ผอมแห้งที่สุดในหอพักแถมยังใส่แว่นสายตาสั้นหนาเตอะอีกด้วย
และเมื่อพิจารณาจากเครื่องแต่งกายแล้วเฉินอีฝู่ก็เหมือนกับเซี่ยวซิงอวี่ คือมาจากเมืองเล็กๆ ยากจนข้นแค้นเหมือนกัน
เซี่ยวซิงอวี่เหลือบมองรอยคล้ำใต้ตาของเฉินอีฝู่แล้วพูดติดตลก
“นักเรียนเฉินฉันเชื่อว่านายจะกลายเป็ผู้ช่วยที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศได้แน่นอน”
“แต่ต่อไปต้องดูแลสุขภาพด้วยนะอย่าแอบให้รางวัลตัวเองบ่อยนัก เพราะไตอ่อนแอจะลดค่าพลังิญญา”
เซี่ยวซิงอวี่แทงใจดำ
เฉินอีฝู่หน้าแดงก่ำ
“พี่อวี่นี่ตาทิพย์จริงๆ!”
หอพัก 312 สี่คนครบ
เพื่อเป็การฉลอง ทุกคนจึงดื่มเบียร์ใช้บะหมี่เผ็ดแทนบาร์บีคิว คุยกันจนดึกดื่น
อู๋เซิงโหย่ว :“เสี่ยวเฉิน ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งที่อยากคุยด้วยหน่อย”
เฉินอีฝู่ : “ไม่มีปัญหาเดี๋ยวฉันส่งลิงค์ให้ทางแชทส่วนตัวเลย!”
ซ่งหู่ : “เหล่าอู๋นี่มันไม่มีเพื่อนแต่แอบอ้างนี่นา ฉันก็อยากได้ลิงค์!”
เซี่ยวซิงอวี่:“เฮ้อ รูปงามมักเจอตำรวจไร้ซึ่งจิติญญาที่สนุกสนานมักมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม!”
มิตรภาพระหว่างลูกผู้ชายมักเริ่มต้นจากเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
วันรุ่งขึ้น
่เช้า
ตารางเรียนของห้อง 3่เช้าเป็วิชาทฤษฎีทั้งหมด ส่วน่บ่ายเป็วิชาปฏิบัติ
เซี่ยวซิงอวี่ไม่จำเป็ต้องเข้าวิชาทฤษฎีเขาใช้บัตรยืมหนังสือมุ่งหน้าไปยังหอสมุดชิงหลง
“สวัสดีครับลุงสาม”
“นี่คือ ‘สารานุกรมสัตว์อสูรธาตุมืด’ที่ยืมไปเมื่อวาน เอามาคืนให้แล้วครับ”
ลุงสามที่เป็บรรณารักษ์รู้สึกเหลือเชื่อ
“นักเรียนเซี่ยวหนังสือเล่มนี้หนากว่าพจนานุกรมอีกนะ แค่คืนเดียว อ่านจบแล้วเหรอ?”
“ไม่งั้นจะทำยังไงได้ล่ะครับ~”
ถ้าลุงสามรู้ว่าเซี่ยวซิงอวี่ขลุกอยู่ในหอสมุดวันเดียวสามารถอ่านหนังสือได้เป็พันเล่ม คงช็อกจนขากรรไกรค้างไปแล้ว
เซี่ยวซิงอวี่เลือกหนังสือที่สนใจมาสองสามเล่มหาที่มุมเงียบๆ นั่งอ่าน
เนตรปีศาจเปิดใช้งานความรู้ในหนังสือไหลบ่าเข้ามาในสมองของเซี่ยวซิงอวี่ราวกับกระแสน้ำที่ถาโถมเข้ามา
ในขณะที่เซี่ยวซิงอวี่กำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกของการดูดซับความรู้เสียงที่ไม่เป็มิตรก็ทำลายความเงียบสงบของหอสมุด
“วันนี้หอสมุดชิงหลงถูกฉันคนนี้จองไว้แล้ว!”
“ผู้ชายทุกคน ไสหัวไปให้หมด!”
“ผู้หญิงอยู่ต่อได้อ่านหนังสือเป็เพื่อนฉันหน่อย หึหึ~”
เซี่ยวซิงอวี่เงยหน้าขึ้นมอง
ชายหนุ่มที่แต่งกายหรูหราเดินเข้ามาในหอสมุดด้วยท่าทางโอหัง
ด้านหลังของชายหนุ่มตามมาด้วยลูกน้องกลุ่มหนึ่งที่แสดงท่าทางหยิ่งยโสเหมือนกัน
ในพริบตาผู้ชายทุกคนในหอสมุดก็หนีออกจากหอสมุดกันหมด
เหลือเพียงผู้หญิงที่ตัวสั่นเทิ้มสองสามคนใบหน้าซีดเผือด
ในตอนนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามจะหนีแต่ก็ถูกชายหนุ่มคว้าผมของเธอไว้
“สาวน้อย อยู่เป็เพื่อนอ่านหนังสือกับฉันนับว่าเป็เกียรติของเธอแล้วนะ กล้าหนีเหรอ?”
“คุณชายหวัง ขอโทษค่ะ ฉันไม่กล้าแล้วค่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็สาย
“คุณชายหวังตรงมุมนั้นยังมีไอ้บ้าคนหนึ่งที่ไม่รู้เื่รู้ราวอยู่ครับ!”
สายตาของหวังเยี่ยนล็อกเป้าไปที่เซี่ยวซิงอวี่แล้วะโเสียงดัง “พูดอีกครั้ง ผู้ชายทุกคนไสหัวออกไป!”