บรึ้ม~!
“ศิษย์พี่จงหู เขาจะแพ้แล้ว เร็วเข้า ท่านรีบช่วยเขาเร็วเข้า”
เสียงร้องตะโกนก้องเต็มไปด้วยความวิตกจากตงฟาง ส่งไปทางจงหูให้เขาเข้าช่วยศิษย์สายในผ่านการทดสอบเลือกอาวุธ ถึงเข้าจะกำลังแสดงความวิตก ภายในใจของเขากลับยิ้มเพราะยิ่งปล่อยให้ผ่านเวลาไปนาน ศิษย์สายในที่แยกย้ายกันไปก็เริ่มรวมกลุ่มกันด้วยคำพูดของตงฟาง ทำให้จงหูมันต้องเข้าเป็นหนึ่งในผู้ช่วย จนพลังของมันลดลงไปมาก เดิมทีมันใช้กระบี่จากวิญญาณยุทธ์ในการบิน ตอนนี้มันลงมาเดินแล้ว จากพลังวิญญาณที่ถูกใช้ไปบ่อยครั้งในการช่วยเหลือ
บรึ้ม~!
แรงระเบิดเกิดขึ้นบริเวณจุดที่เกิดการทดสอบของอาวุธ จงหูที่ส่งกระบี่ของมันเข้าต่อสู้ก็สามารถกำราบอาวุธทดสอบได้ ทันทีที่ผู้ถูกเลือกจับไปยังอาวุธเขาก็หัวเราะออกมาด้วยความพอใจพร้อมกับทิ้งร่างกายลงไปนอนบนพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อนจากพลังที่หมดลงไปและบาดแผลมากมายบนร่าง แทบไม่เหลือพลังในการลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นตงฟางก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงให้ศิษย์สายในลุกขึ้นมานั่ง
“ศิษย์พี่ ไม่เป็นอะไรนะ”
“ขอบคุณเจ้ามาก…. ศิษย์พี่จงหู ข้าขอบคุณท่านมากในการช่วยเหลือครั้งนี้ หากออกไปได้ข้าจะบอกทุกคนเกี่ยวกับเรื่องของท่านอย่างแน่นอน”
ชายที่ลุกขึ้นมาพร้อมบาดแผลขอบคุณตงฟางพลางหันไปขอบคุณจงหู ก่อนที่มันจะลาทุกคนเพราะการอยู่ต่อไปมีแต่จะทำให้ทุกคนเดินทางได้ช้าลง จึงคิดจะออกไปจากหออาวุธเฟยเทียน
“เอาล่ะ เดินทางต่อได้”
ตงฟางมองดูเวลาแม้ภายในสถานที่แห่งนี้จะสว่างตลอด เขากลับรู้ว่าข้างนอกมันมืดมานานแล้ว เหลือเวลาอีกราวๆ 5 ชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งตัวออกไป ตอนนี้ศิษย์สายในที่รวมกลุ่มกันก็เริ่มมีความคิดอยากจะแยกตัวออกไป เพราะกลุ่มของพวกเขามีขนาดใหญ่ ด้วยระยะเวลา 5 ชั่วโมงกับการทดสอบเป็นเจ้าของอาวุธ พวกเขาไม่น่าจะถูกช่วยเหลือจากจงหูครบทุกคน
“ศิษย์พี่จงหู คนเริ่มแยกตัวออกไปแล้ว” จงชางพูดด้วยรอยยิ้ม ใกล้เวลาแล้วที่มันจะได้ลงมือ แม้ครั้งนี้มันจะไม่ถูกเลือกจากอาวุธสักชิ้น ตระกูลของมันก็มีอาวุธเตรียมเอาไว้ให้แล้ว มีคุณภาพไม่น้อยกว่าภายในหอเฟยเทียนเลย ทันใดนั้นมันกลับย่นคิ้วเมื่อไม่เห็นตงฟางอยู่ในกลุ่ม
“ศิษย์พี่จงหู มันไปไหน”
“ข้าไม่เห็น”
จงหูและจงชางช่วยกันมองหาตงฟาง พวกมันไม่เห็นตงฟางอยู่ในกลุ่มศิษย์ที่เหลืออยู่ราว 20 คน
“นี่พวกเจ้า มีใครเห็นตงฟางไหม”
“ศิษย์พี่หู ข้าเห็นเขาวิ่งไปทางนั้น”
“ข้าก็เห็นไม่ต่างกัน” ศิษย์สายในค่อยๆพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของศิษย์คนแรก ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มกระจายตัวออกไปหาอาวุธที่จะเลือกพวกเขาให้เป็นเจ้าของคนใหม่ จงหูและจงชางที่รู้เส้นทางที่ตงฟางหลบหนีออกไปพวกมันก็พุ่งตัวตามไปทันที
“ศิษย์พี่หู รอยเท้า น่าจะเป็นของไอ้ตงฟาง” จงชางชี้ไปยังรอยเท้า จากนั้นก็วิ่งตามไปด้วยความรวดเร็ว เขาจะใช้พลังระดับผสานวิญญาณขั้น 9 ฉีกกระชากความเร็วไปดักหน้าตงฟางเอาไว้ ทางฝั่งจงหูเขาก็พุ่งนำหน้าไปไม่ห่าง การจะฆ่าตงฟางสำหรับมันไม่ใช่เรื่องยาก จึงอยากจะสำรวจรอบๆไปด้วย เผื่อจะมีคนร่วมมือกับตงฟางในการหลบหนี
“หึหึ เป็นใครก็ต้องเชื่อ ธรรมดาล่ะ การมีคนมากมายบอกทิศทางขนาดนั้น ใครไม่เดินตามก็บ้าแล้ว”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะลุกขึ้นมาจากโขดหินในจุดที่ศิษย์สายในกระจายตัวกันออกไปทั้งหมดเหลือเพียงแค่เขาเท่านั้น ตลอดการเดินทางมากับศิษย์คนอื่นๆ ตงฟางได้เดินจับไม้จับมือคนเหล่านั้น จนพวกเขามีพลังจิตไมน์คอนโทรลฝังอยู่ในหัวทุกคน พร้อมจะทำตามคำสั่งของเขา
ภายใน 15 ชั่วโมงนี้ตงฟางสามารถใช้เทเลพาทีสั่งการคนที่เขาฝังพลังจิตลงไปในหัวสมองผ่านการสะกดจิตได้ ด้วยสิ่งนี้มันจะทำให้เขาหลุดพ้นจากอันตรายที่กำลังจะเกิด
การให้ศิษย์สายในจำนวน 20 ชี้ทางบอกจงหูและจงชางช่วยยืนยันได้แล้วว่าเขามีพยานอยู่ข้างตัว พวกเขาพร้อมจะช่วยเหลือตงฟางทุกๆคน
“ถ้าอาวุธไม่เลือก ก็นำออกไปไม่ได้สินะ แต่การเดินของเรายังไม่มีอาวุธไหนเลือกเลยนี่หว่า หรือว่าเราจะไม่เหมาะกับอาวุธพวกนี้”
ตงฟางพุ่งตัวไปด้วยความรวดเร็วมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกสุดของหออาวุธเฟยเทียน ตลอดการเดินทางมากับศิษย์สายใน เขาได้ถามถึงอาณาเขตของสถานที่แห่งนี้ จนรู้ว่าหอเฟยเทียนแบ่งออกเป็น 3 เขต ได้แก่เขตธรรมดา ในสถานที่แห่งนี้จะมีอาวุธตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 4 วางเต็มไปหมด หากเดินเข้าไปลึกกว่านี้จะเป็นเขตกลาง มีอาวุธตั้งแต่ระดับ 5 ไปถึง 6 แต่ก็ยากที่พวกมันจะเลือกใครสักคนเพื่อพาพวกมันออกไป แม้ศิษย์สายตรงก็ยากที่จะได้รับการสืบทอดจากพวกมัน
แต่ครั้งก่อนกลับมีศิษย์สายตรงเดินทางไปถึงส่วนลึกสุดของหอเฟยเทียน ที่บอกเอาไว้ว่าสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยอาวุธของเหล่าผู้ที่เคยเป็นผู้นำนิกายแล้วพ่ายแพ้ให้กับการต่อสู้ ไม่มีใครรู้ว่าอาวุธเหล่านั้นจะเลือกเจ้าของยังไง เพราะคนที่เข้าไปถึงมีน้อยมากๆ ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในพื้นที่ลึกสุดจะต้องพบเข้ากับแรงกดดันทางพลังวิญญาณมหาศาล หากคิดจะก้าวเข้าไปเรื่อยๆร่างกายจะถูกพลังวิญญาณโจมตีจนบาดเจ็บหนัก ถ้าเกิดได้รับการทดสอบก็ยากจะต่อสู้กับอาวุธที่เคยอยู่ในมือผู้นำนิกาย
ตึง~!
แรงกดทับพุ่งกดร่างของตงฟางจนพื้นที่เขาเหยียบแตกร้าว การเดินทางมาถึงหน้าทางเข้าเขตลึกสุดเขาได้ทดสอบตัวเองด้วยการก้าวเข้าไป ปรากฎว่าร่างของเขาที่เป็นระดับก่อตั้งถึงขั้นไม่สามารถก้าวขาเดินเข้าไปได้ เพราะมันถูกตรึงเอาไว้กับพื้นดินในทันที
“คงมีแค่ระดับจารึกเท่านั้นแหละที่จะเข้าไปได้ ให้ตายสิ”
ตงฟางเสียใจเล็กน้อย เขาอยากเห็นอาวุธที่ผู้นำนิกายในสมัยก่อนใช้งาน ตอนนี้เขากลับไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้เลยสักนิด หลังจากถูกพลังวิญญาณกดทับตัว เขาจึงเดินไปหลบหลังโขดหินแล้วส่งตาทิตย์เข้าไปสำรวจแทน อย่างน้อยๆเขาขอดูรูปร่างอาวุธเพื่อนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างอาวุธของเขา
“เดี๋ยวก่อนนะ อาวุธพวกนี้จะถูกพลังวิญญาณกดทับด้วยไหมนะ”
ตงฟางกระดิกนิ้วเล็กน้อยส่งพลังจิตไปยังดาบเล่มหนึ่งภายในพื้นที่ลึกลับ ปรากฎว่ามันตอบสนองต่อพลังจิตที่เขานำไปสะกิดจนลอยขึ้นมาจากพื้นดินได้ง่ายๆ เมื่อรู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องเข้าไปให้อาวุธเลือกแต่สามารถนำอาวุธออกมาดูด้านนอกเพื่อให้มันเลือกเขาได้ ถึงขั้นยิ้มกว้างด้วยความพอใจ ใช้พลังจิตดึงอาวุธมากมายข้างในพื้นที่ลึกสุดของหออาวุธเฟยเทียนออกมา
“มันต้องมีสักชิ้นสิ ฮ่าๆๆ”
อาวุธมากมายหลายร้อยชิ้นลอยเข้ามาหาตงฟางจากพลังจิตที่ส่งไปควบคุมพวกมัน ภายในระยะ 2 กิโลเมตรรอบตัวของเขานั้น ล้วนรับรู้ได้ถึงอาวุธทั้งหมด แต่การยกอาวุธเขายกมาเพียงแค่อาวุธที่อยู่ในส่วนลึกสุดเพราะมันเป็นเขตอาวุธผู้นำนิกาย แม้พวกเขาจะตายแล้วทิ้งอาวุธเอาไว้จากการพ่ายแพ้ผู้นำนิกายเฟยเทียนก็ตาม อาวุธเหล่านี้ยังคงทรงพลังกว่าอาวุธในเขตอื่นที่เขาเดินผ่านมา
“ชิ้นนี้ไม่ตอบสนอง งั้นก็คืนมันไป”
ดาบใหญ่ 2 เมตรเต็มไปด้วยลวดลายมังกรมีปลอกดาบสีทองถูกโยนเข้าไปในเขตลึกสุดเช่นเดิม หลังจากมันไม่มีการตอบสนองอยากจะทดสอบเขาให้เป็นเจ้าของ จากนั้นตงฟางก็นำอาวุธอย่างอื่นเข้ามาถือในมือไปเรื่อยๆ ชิ้นไหนไม่เลือกเขาเพียงแค่โยนมันกลับเข้าที่เท่านั้น การปล่อยทิ้งไว้ข้างนอกจะเปิดโอกาสให้คนอื่นมาหยิบจับ เขาไม่อยากให้ใครได้ประโยชน์จากเขามากนัก จึงส่งอาวุธเหล่านี้กลับเข้าที่เข้าทางเดิมของพวกมัน
“ตงฟาง ตายซะ~!”
พลังวิญญาณถูกรวมเอาไว้ที่มือจนมันอัดแน่นไปด้วยพลังของระดับผสานวิญญาณขั้น 9 จงชางที่ตามตงฟางมาด้วยความรวดเร็วแล้วพบว่ารอบข้างไม่เหลือใคร มันจึงกระโดดเข้าไปโจมตีด้วยพลังทั้งหมดเท่าที่มีหวังฆ่าตงฟางให้ตายภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ขณะที่มันร้องตะโกนออกมาสุดเสียง ชายที่กำลังวิ่งด้วยความรวดเร็วพยายามตามหาอาวุธที่จะเลือกได้หันมองมายังด้านหลังจนพบเข้ากับพลังงานของระดับผสานวิญญาณพุ่งเข้ามาโจมตีจนต้องยกมือขึ้นมาป้องกันด้วยทักษะ พริบตาแขนทั้งสองข้างของมันถึงกลับหักด้วยพลังของอีกฝั่งที่เหนือกว่ามันลายขั้น
บู้ม~!
“จงชาง มันไม่ใช่ตงฟาง”
จงหูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจตื่น มองจากด้านหลังและพลังวิญญาณมันคิดว่าคนที่พวกมันตามทันจะต้องเป็นตงฟางอย่างแน่นอน แต่หลังจากที่น้องชายของมันโจมตี ตงฟางกลับเปลี่ยนไปเป็นใครที่พวกมันไม่รู้จัก
“ศะ ศิษย์พี่จงหู พะ พวกท่านทำอะไร ขะ ข้าจะไปบอก”
“อย่าพึ่ง เรามีเรื่องเข้าใจผิด” จงชางรีบวิ่งเข้าไปหาชายที่กำลังนอนบาดเจ็บหนัก แขนทั้งสองข้างถึงกลับหักผิดรูป แต่มันกลับไม่สามารถเกลี้ยกล่อมอะไรได้ ชายที่ถูกมันโจมตีได้ขอใช้สิทธิยอมแพ้เดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้ว
“ศิษย์พี่จงหู หมายความว่ายังไง”
“ข้าก็ไม่เข้าใจ แต่ข้าคิดว่าคงมีคนร่วมมือกับตงฟางเพื่อหลอกเรา”
“แล้วคนที่ข้าโจมตีไปเมื่อครู่ล่ะ”
“เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว มันคงจะออกไปบอกทุกคนเรื่องที่เจ้าโจมตีมัน เอาล่ะ ข้าจะแก้ต่างให้เจ้า ว่ามันเข้ามาสู้กับเจ้าเพื่อแย่งอาวุธ”
“แล้วไอ้ตงฟาง”
“มันหลอกล่อเรามาทางนี้ แสดงว่ามันจะต้องไปอีกทาง ข้าคิดว่ามันคงจะเข้าไปส่วนลึกสุด”
“งั้นเรารีบไปกันเถอะ” จงชางรีบวิ่งไปด้วยความรวดเร็ว ตอนนี้เวลาลดน้อยลงไปเรื่อยๆแล้ว หากไม่รีบฆ่ามันจะต้องรอให้ถึงประตูเทพธิดา แล้วการฆ่าตงฟางในนั้นก็เป็นเรื่องยาก เพราะทุกคนสามารถนำอาวุธชุดเกราะระดับสูงเข้าไปป้องกันตัวได้ ตอนนี้ตงฟางเหมือนกับคนธรรมดาในสายตาพวกมัน เขาเป็นเพียงระดับก่อตั้งวิญญาณไม่สามารถใช้วิญญาณยุทธ์ได้ ทำได้เพียงใช้พลังออกมานอกร่างกายเท่านั้น
“บ้านา นี่มันก็จะหมดแล้วนะ จะไม่มีสักชิ้นเลยเหรอที่เลือกเรา”
ตงฟางเริ่มคิดหนัก อาวุธเหลือเพียงแค่ 20 ชิ้นเท่านั้น หากพวกมันทั้ง 20 ไม่เลือกเขาก็หมายความว่าในหออาวุธเฟยเทียนไม่มีอาวุธที่ต้องการให้เขาเป็นเจ้าของพวกมัน
การที่เขาไม่ถูกเลือกตงฟางก็เริ่มโทษร่างกายตัวเองด้วย หากอาวุธเหล่านี้มีวิญญาณเจ้าของเดิม พวกมันคงจะพากันตรวจสอบร่างกายของเขาจนพบเข้ากับเรื่องผิดปกติมากมาย สุดท้ายด้วยความเสียหายของวิญญาณยุทธ์ และสายเลือดที่มีเพียงแค่ครึ่งพวกมันน่าจะมองข้ามเขาไป
“หอกนี่ก็สวยแท้ๆ ต้องกลับไปปักอยู่ที่เดิมของมันสินะ”
ตงฟางโยนหอกเข้าไปในเขตลึกสุดแล้วดึงอาวุธอื่นเข้ามาถือในมือจากนั้นก็โยนกลับเข้าไปในเขตลึกสุดเช่นเดิม กระทั่งตรงหน้าของเขาเหลืออาวุธชิ้นสุดท้ายเป็นดาบสีดำขนาดใหญ่ยาว 2 เมตร มีคมอาวุธเป็นสีแดงเลือดแล้วยังมีรอยแตกแทรกไปบนใบดาบเหมือนกับเป็นเส้นเลือดสีแดงแห้งกรัง ตงฟางจึงมองมันด้วยความรู้สึกกลัว ไม่กล้ายื่นมือไปจับกลัวว่ามันจะดูดเลือดเขาเข้าไปในตัวของมัน อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องจับเพราะมันเป็นอาวุธชิ้นสุดท้ายแล้ว
หมับ~!
พลังวิญญาณมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ตัวของตงฟางผ่านทางมือขวาที่เขาจับไปยังด้ามจับของดาบ ทันใดนั้นมือของเขาก็ถูกไอพลังวิญญาณสีดำเข้าครอบงำ จนเขาขยับแขนข้างขวาไม่ได้ ตงฟางจึงพยายามต่อต้านพลังวิญญาณจากดาบที่พยายามกลืนกินร่างกาย ทันใดนั้นเขากลับต้องถอนหายใจเมื่อจู่ๆใกล้กับจุดที่เขายืนปรากฎร่างของชาย 2 คนที่เขาล่อมันออกไปไกล
“ตงฟาง วันนี้จะเป็นวันตายของแก!”