เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 136 แล้วคุณรู้จักผมหรือไม่!

            จั๋วเว่ยผิงไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้แล้ว มีคนอื่นมาทำหน้าที่แทนเธอ!

            จั๋วเว่ยผิงไม่ยอมแพ้ เธอเหมือนกับลูกเจี๊ยบที่โกรธจัดพลางกล่าวรับประกันต่อเซี่ยเสี่ยวหลาน “ต้องมีเหตุผลแน่นอนเรื่องนี้ฉันดูแลเอง!”

            เมื่อสับเปลี่ยนจั๋วเว่ยผิงไป ขณะสอบสวนเซี่ยเสี่ยวหลานและคนอื่นอีกครั้งบรรยากาศก็เคร่งเครียดขึ้น

            ข้อหาของเซี่ยเสี่ยวหลานคือ ‘ค้ากำไรเกินควร’ ส่วนพวกคังเหว่ยและเส้ากวงหรงคือ ‘รวมกลุ่มก่อความวุ่นวาย’ ช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน!

            เซี่ยเสี่ยวหลานไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ค้ากำไรเกินควรยังพอคุยกันได้แต่รวมกลุ่มก่อความวุ่นวายอาจถูกจำคุกสองสามปีได้ง่ายๆ เลย—พวกคังเหว่ยทั้งสามคนจะทำอย่างไร?

            ในแววตาของเธอมีความกังวลหลิวหย่งผู้เป็นลุงบอกว่าโจวเฉิงและคังเหว่ยมีเส้นสายในซางตูตกลงมีเส้นสายอะไรกันแน่นะ สามารถแบกรับวิกฤติหนนี้ได้หรือไม่? ถ้ารู้แต่แรกเธอจะไม่ติดต่อคังเหว่ย พวกเขาก็คงไม่ต้องพลอยติดร่างแหไปด้วย

            “พี่สะใภ้ ไม่ต้องกังวลนะ!”

            คังเหว่ยยังมีกะจิตกะใจปลอบคนอื่นนะ

            เขาคือผู้มีประวัติใสสะอาด อีกทั้งเมื่อครู่ยัง ‘กล้าหาญยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม’ สมกับเป็นลูกชายของวีรบุรุษผู้ยินยอมสละชีพ

            ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเส้ากวงหรง ในกลุ่มคนตรงนี้ใครจะมีปัญหาก็ได้แต่คุณลุงเส้าจะปล่อยให้เส้ากวงหรงโดนตัดสินโทษให้กลายเป็นอันธพาลได้อย่างไร!

            “คุณรายงานความผิดของตัวเองอย่างจริงจังหน่อย ยังมีหน้ามายิ้มระรื่นอีก!”

            คนสอบสวนหนนี้ก็คือเพื่อนร่วมงานที่เรียกจั๋วเว่ยผิงออกไปพบหัวหน้ากัวเมื่อครู่นั่นเอง

            ใบหน้าขรึมของเขาตอนที่มองคนอื่นมีความมุ่งร้ายปะปนอยู่ด้วย

            คังเหว่ยและเส้ากวงหรงปฏิเสธที่จะให้การทั้งคู่คนขับรถไม่ปริปากสักนิดเดียว เซี่ยเสี่ยวหลานรู้ดีว่าไม่อาจยอมรับข้อกล่าวหาได้เขาจึงเบนสายตาไปยังหลี่เฟิ่งเหมย หลี่เฟิ่งเหมยเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ที่ไหนประชาชนคนธรรมดาถูกจับมายังสถานีตำรวจ ได้ยินคนพูดว่าร้ายแรงขนาดนั้นย่อมขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้ว

            “กักตัวเธอไว้ในห้องเดี่ยว!”

            นี่มิใช่การรังแกหญิงชนบทผู้ไร้ประสบการณ์ และได้เตรียมพร้อมคำหลอกลวงข่มขู่หรือวางกับดักในคำพูดจนทำให้หลี่เฟิ่งเหมยยอมรับความผิดหรอกหรือ?

            คังเหว่ยลุกขึ้นยืนทันทีทันใด

            “ถ้ามีน้ำยาจริงก็มาลงที่ฉัน! มาดูกันว่าจะปกปิดขี้หนู [1] เล็กน้อยไว้ให้มิดได้หรือไม่!”

            ทางสถานีตำรวจยังค่อนข้างเกรงใจพวกของคังเหว่ยไม่ใช่แค่เพราะมีตำรวจผู้เที่ยงตรงอย่างจั๋วเว่ยผิงอยู่แต่เพราะว่าคังเหว่ยและเส้ากวงหรงใช้สำเนียงถิ่นปักกิ่งแท้ๆ แถมยังมีรถเก๋ง ทว่ารถนั้นถูกทิ้งไว้ที่ถนนแล้วตอนนั้นสถานการณ์อลหม่าน ตำรวจจึงไม่อนุญาตให้พวกคังเหว่ยขับรถมายังสถานีตำรวจ...แม้ว่ารถจะดูธรรมดา ทว่าคนที่เชี่ยวชาญเห็นทะเบียนรถก็สามารถเดาอะไรบางอย่างออกได้บ้างอย่างแน่นอน

            น่าเสียดายที่แนวร่วมป้องกันและอีกหลายคนไม่เข้าใจตำรวจจากสถานีกำลังตรวจสอบโดยละเอียดเช่นกัน

            คนขับรถปากหนักมาก เส้ากวงหรงและคังเหว่ยก็ไม่มีนิสัยอวดโอ้วงศ์ตระกูลพอจั๋วเว่ยผิงจากไป เพื่อนร่วมงานปาท่องโก๋ของเธอก็ไม่ได้อัธยาศัยดีขนาดนั้นเมื่อคังเหว่ยท้าทายอำนาจของเขา จึงโดนตีสั่งสอนในบัดดล

            “ไอ้ชั่ว!” เส้ากวงหรงมึนงงไปชั่วขณะถึงพุ่งพราดขึ้นจากที่นั่ง

            คนขับรถซึ่งไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบตั้งแต่แรกเริ่ม พอคังเหว่ยโดนตี ก็ทำให้คนขับรถร้อนรนเหมือนกัน

            “คังเหว่ย นายไม่เป็นไรใช่ไหม?!”

            เซี่ยเสี่ยวหลานร้อนใจไม่แพ้กัน

            นายตำรวจโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “พวกคุณต้องการทำอะไรไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวนเสียเลย ที่นี่คือสถานีตำรวจนะ! พาหลี่เฟิ่งเหมยไปสอบสวน!”

            คังเหว่ยรู้สึกแสบร้อนที่แผ่นหลัง ราวกับเจ็บไปถึงกระดูกสันหลัง

            จั๋วเว่ยผิงยังคงถูกอบรมสั่งสอนโดยผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าอยู่เวลานี้ใครจะมาช่วยเหลือพวกเขากัน? พอเห็นว่าหลี่เฟิ่งเหมยจะถูกพาตัวไปเซี่ยเสี่ยวหลานก็รู้สึกสับสนทีเดียว เธอมีสติปัญญา แต่ในเวลานี้คนเขาไม่ยอมคุยกับเธอด้วยเหตุผลเอาเสียเลย...เซี่ยเสี่ยวหลานพบกับความจริงอันแสนโหดร้ายขึ้นมาทันที! นี่ไม่ใช่อนาคต และเธอไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติผู้มีเส้นสายต่างๆนานา

            นี่เป็นยุค 80 เธอยังสั่งสมกำลังไม่มากพอ เธอเป็นแค่หญิงสาวชนบทที่สิ้นไร้ไม้ตอกคนหนึ่งเธอไม่ควรปฏิบัติตัวโดดเด่นเช่นนี้

            คารมคมคายที่สามารถพูดให้ได้เปรียบมีประโยชน์อะไรกัน?

            เธอก็เป็นเพียงคนทำธุรกิจอิสระที่ไม่ถูกผู้อื่นให้ความสำคัญแม้แต่น้อย

            เมื่อไม่มีสถานะใด คนอื่นย่อมไม่เคารพวาจาที่กล่าวออกมาด้วยซ้ำ

            เธอดึงหลี่เฟิ่งเหมยที่เป็นป้าสะใภ้เข้ามาเกี่ยวข้อง

            หลี่เฟิ่งเหมยโดน ‘เชิญ’ ไป แม้แต่ขายังยืนตรงไม่ได้

            “ฉันพูดเอง เป็นความคิดของฉันทั้งหมด เธอแค่ช่วยเหลือ ไม่รู้อะไรทั้งสิ้น!”

            เซี่ยเสี่ยวหลานกำหมัดสองข้างไว้แน่น เป็นครั้งแรกที่รู้สึกสิ้นท่า

            “สารภาพอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?”

            นายตำรวจไม่สนหลี่เฟิ่งเหมยแล้ว เขาหยิบปากกามาเพื่อเขียนบันทึก และบอกให้เซี่ยเสี่ยวหลานบอกเล่ารายงานปัญหาของตนเอง

            เฮ้อ เด็กสาวสะสวยคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าไปขัดเคืองใครเข้าจึงต้องเล่นงานเธอถึงตาย ถูกจำคุกสองสามปี ต่อให้เป็นคนสวยแค่ไหนก็หมดสิ้นแล้วในแววตาของเซี่ยเสี่ยวหลานปรากฏแสงสลัว เงื่อนงำของเจิ้งจงฝูนั้นต้องได้ใช้ประโยชน์แน่ติงอ้ายเจินอย่าคิดว่าจะหนีหายได้เชียว... ตระกูลจูทำให้ความขัดแย้งขี้ประติ๋วกลายเป็นสถานการณ์ที่ต้องสู้ยิบตา เกินความคาดหมายของเซี่ยเสี่ยวหลานไปมากแล้วเช่นกัน

            ไม่โทษที่เซี่ยเสี่ยวหลานประมาท

            แม้ชาติก่อนเธอได้ฝ่าฟันจนสัมฤทธิ์ผล ควบคุมคนใต้บังคับบัญชามากมายทว่าเธออาศัยความสามารถของตนเองเท่านั้น

            เธอชำนาญการต่อสู้ทางธุรกิจ ถึงจะมีขั้นตอนของมัน ก็เป็น ‘อุบาย’ ที่เปิดเผยโจ่งแจ้งเสียมากกว่าแต่คู่แข่งของเธอตอนนี้คือเสือสิงห์กระทิงแรด เป็นงูเจ้าถิ่นประจำซางตูไม่มีทางปะทะกับเธออย่างเปิดเผย

            หากเธอเป็นเจ้าของกิจการผู้ยิ่งใหญ่ บ้านจูทำอะไรเธอไม่ได้แน่ทว่าเธอเป็นเพียงเจ้าของธุรกิจอิสระตัวเล็กๆ... ในสายตาของตระกูลจูนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอเต็มไปด้วยจุดอ่อน

            ในสมองของเส้ากวงหรงเกิดเสียงวิ้งๆ หึ่งๆ

            การทะเลาะเบาะแว้งทำให้รู้สึกสดชื่นชั่วคราว ทว่าสุดท้ายพวกเขาทั้งหมดก็ต้องตกระกำลำบากที่สถานีตำรวจอันคับแคบ

            เคราะห์ร้ายหนนี้ให้บทเรียนบทหนึ่งแก่เส้ากวงหรงและคังเหว่ย พยัคฆ์ร่อนเร่บนที่ราบถูกสุนัขข่มเหง [2]โดยปกติทั้งสองคิดว่าตนเองเก่งกาจไม่น้อย แต่พอไม่อาศัยชื่อเสียงของวงส์ตระกูล พอความจริงปรากฏก็กลับกลายว่าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด

            หากโจวเฉิงอยู่ตรงนี้ เขาจะทำอย่างไรกัน?

            คังเหว่ยครุ่นคิดจนปวดสมอง

            คนขับรถนึกถึงคำพูดของเลขาโหวที่กำชับว่าห้ามใช้ชื่อเสียงของเจ้านายก่อเรื่องข้างนอกทว่าหากตอนนี้ยังไม่รายงานที่มาอีก มิใช่ว่าจะกลายเป็นคดีที่หักล้างไม่ได้หรือ?

            เขาวานคนส่งสาร อีกฝ่ายนำกระเป๋าเงินของเขาไปด้วยเป็นไปได้ไหมว่าไม่ได้ไปแจ้งเลขาโหว?

            คนขับรถเพิ่งตระหนักขึ้นมาได้ และรู้สึกถึงเหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วหน้าผาก

            “ผมจะโทรศัพท์”

            นายตำรวจเงยหน้ามองเขา คนขับรถจริงจังมาก กล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ผมจะโทรศัพท์ ต่อสายหาเลขาโหวของคณะกรรมการประจำเมือง”

            “ผมก็รู้จักพวกคนใหญ่คนโตของเมืองซางตูนะ แต่พวกเขาไม่รู้จักผม! เลขาโหวคือใคร ผมไม่เคยได้ยิน!” นายตำรวจผู้เจนโลกหัวเราะเยาะเย้ย

            เลขาโหวยืนอยู่ด้านนอกนั่นเอง

            ที่เขามาถึงช้า เพราะต้องทำความเข้าใจต้นสายปลายเหตุให้แจ่มแจ้ง เขาวิเคราะห์ได้แล้วว่าเส้ากวงหรงและคังเหว่ยไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงอะไรเลยไม่ใช่ฆาตกรรมหรือวางเพลิง แต่เป็นการปะทะกับพวกแนวร่วมป้องกันคิ้วของเลขาโหวจึงผ่อนคลายได้

            “หัวหน้าหยาง คุณดูนี่สิ?”

            หัวหน้าหยางยืนกับเลขาโหวอยู่ข้างนอกนานสองนาน ขณะนี้มีสีหน้าน่ากลัวยิ่งนัก

            เลขาโหวไม่ได้จิตใจดีงามเสียหน่อย ขอเพียงคนโดนตีไม่ใช่เส้ากวงหรง เขาก็ยังทนต่อไปได้เขาเพียงต้องการให้หัวหน้าหยางสังเกตสถานการณ์ด้านในจนชัดเจน

            หัวหน้าหยางจะพูดอะไรได้ สีหน้าโมโหโกรธเกรี้ยว มองค้อนผู้อำนวยการสถานีที่ตามอยู่ด้านหลังมายกใหญ่อดกลั้นไม่ได้แล้ว จึงเปิดประตูสถานีออกด้วยลูกเตะเดียว

            “แล้วคุณรู้จักผมหรือไม่?!”

     

     

    เชิงอรรถ

    [1]老鼠屎 ขี้หนู หมายถึงผู้ที่ทำสิ่งไม่ดีต่างไปจากกลุ่มของตนและทำให้ทั้งกลุ่มเสียหายไปด้วย คล้ายสุภาษิต ‘ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง’

    [2]虎落平阳被犬欺 พยัคฆ์ร่อนเร่บนที่ราบถูกสุนัขข่มเหงหมายถึง เสือที่ห่างจากป่าลึกซึ่งเป็นอาณาเขตของตนลงมาบนพื้นราบย่อมถูกสุนัขข้างล่างข่มเหงได้เช่นกันเปรียบเปรยถึงผู้มีอำนาจสูญเสียความได้เปรียบไป

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023