มีเื่เล่าเมื่อ1,000 ปี ที่แล้วว่า มีชายอยู่คนหนึ่งได้ปกครองโลกนี้ทั้งใบด้วยตัวคนเดียว เหตุผลที่เขากระทำนั้นเป็เพราะเมื่อ 1,000 ปีก่อนนั้นได้มีาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เริ่มแรกเดิมทีทั้งเป็เพียงการทะเลาะกันในการประชุมโลกเกี่ยวกับผลประโยชน์ของแต่ละประเทศในการที่จะปกครองพื้นที่ที่หนึ่งพื้นที่นี้ ผู้คนจะรู้จักกันในนามเรียกขานว่า เกาะศักดิ์สิทธิ์
เกาะแห่งนี้นั้นใน ปัจจุบันนั้นอยู่ที่ไหนมีจริงหรือป่าวนั้น มิมีใครรู้ได้แน่ชัด
แล้วทำไมถึงอยากได้เกาะนี้กันนักนะหรือตำนานบอกไว้เพียงแค่ว่า เกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยหินมานาบริสุทธิ์ ใครเป็คนเจอเกาะแห่งนี้ตำนานไม่ได้กล่าวเอาไว้
เกาะที่เต็มไปด้วยหินมานาพวกนี้หากผู้ใดได้ครองว่ากันว่าการที่จะควบคุมโลกนี้ง่ายนิดเดียวหินมานาบริสุทธิ์เพียงแค่นิดเดียวสามารถที่จะในพลังงานเมือง เมืองหนึ่งได้ 1วันเต็ม ถ้าหินพวกนี้ตกอยู่ในมือใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็คนดีหรือคนเลวโลกก็ไม่ปลอดภัย
“ข้าได้ปกครองพื้นที่โลกส่วนใหญ่เอาไว้ ข้ามีสิทธิ์กับเกาะนี้มากที่สุด”
ชายคนหนึ่งแต่งชุดดูดีเป็ทางการกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ด้วยสีหน้าไม่แสดงอารมณ์
“คิดอวดอย่างนั้นหรือ ข้ามีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดข้าควรได้สิทธิ์เพื่อที่จะเสริมกำลังรบของข้า”
ชายตัวใหญ่กำยำกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังและน่าเกรงขาม เพียงแค่ได้เห็นก็รู้ได้เลยว่าเขานั้นเป็นักรบอย่างแท้จริง
“....แต่ประเทศของข้านั้นเป็ประเทศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในอีก 500 ปีข้างหน้าของพวกนี้ควรที่จะนำมาใช้ประโยชน์ให้ถึงที่สุดไม่ใช่รึ”
ชายผู้อ้างว่าตัวเองคืออนาคตและมันสมองของโลกกล่าวอย่างใจเย็น
“ทำไมเราต้องมาทำเื่ง่ายให้ยากด้วยล่ะหา ทำไมเราไม่แบ่งเป็ส่วนล่ะเท่า ๆกันล่ะ”
ชายผมสีบอร์นร่างเล็กแต่ดูแล้วมีกล้ามอยู่พอประมาณกล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“แกน่ะหุบปากไปเลย งี้แกก็ได้ประโยชน์เยอะสุดสิฟะก็ประเทศแกนะเล็กที่สุดในบรรดาที่ประชุมนี้”
“ห่าเอ่ยถึงประเทศจะเล็กก็บึ้มประเทศอย่างเอ็งได้ด้วยเวทมนต์ระดับพิ้นฐานของประเทศตูนี่ล่ะโว๊ย”
ชายร่างเล็กที่ปกครองประเทศที่มีเวทมนต์ที่ร้ายกาจที่สุดกล่าวตอบชายร่างกำยำ
“แกจะเอาอย่างรึห๊ะ”
“เลิกตีกันได้แล้วไอ้พวกโง่ฉันละไม่ชอบพวกที่สมองมีแต่กล้ามซะจริง”
“หุบปากไปซะไอ้พ่อค้าที่เอาแต่ขายของไปวันๆอย่างแกจะไปเข้าใจแล้ว เร้าร้อนได้ยังไงกัน”
ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อค้ายิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย
การประชุมดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศที่ตรึงเครียดและการโต้วาทีที่รุนแรงในการใช้ถ้อยคำต่าง ๆนา ๆจนในที่สุดก็ถึงจุดที่แตกหัก
“ถ้าพวกแกยังตีกันไม่เลิก ฉันจะงดส่งออกสิ้นค้าของฉันซะถ้าไม่มีฉันควบคุมสิ้นค้าและแห่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดไว้ พวกแกยังจะมีปัญญา....”
“หุบปากไปซะ......ข้าต่างหากที่แข็งแกร่งที่สุด ข้าควรได้ครองเกาะไม่สิโลกนี้เลยต่างหากล่ะโลกนี้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้ชนะ ที่จะครองทุกสิ้นทุกอย่าง”
หลังจากชายกำยำสิ้นเสียงพูดด้วยน้ำเสียงคุกคาม เสียงนั้นดังสะจนแก้วน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดนั้นแตกเป็เสี่ยง ๆกระจกที่อยู่ในห้องเองก็แตกไม่เหลือ พื้นภายในห้องเองก็สั่นไหวไปหมด ไม่เพียงภายในห้องเองเท่านั้นที่สั่นแต่ทั้งเมือง
“เหวอที่มันอะไรกัน ในห้องเกิดอะไรเกิดกันน่ะ”
ทหารที่ยืนเฝ้าคฤหาสน์ที่ๆ เป็ที่ประสำหรับการประชุมกล่าวอย่างใ
หลังจากนั้นภายในห้องก็เงียบสงัดอยู่ครู่หนึ่งทุกคนมองกันไปมาตาเขม่นสีหน้าจริงจัง
“ได้แกเลือกเองนะแล้วอย่ามาร้องขอชีวิตกับข้าผู้นี้ล่ะ”
ชายผมบอร์นกล่าวตอบชายกำยำ ก่อนที่จะลุก และเดินออกไปจากห้อง
“อย่ามั่นใจนักล่ะ”
ชายแต่งชุดทางการกล่าว ด้วยสีหน้ายิ้มกว้างอย่างมั่นใจว่าตัวเองจะชนะาก่อนที่ทุกคนจะลุกเกือบจะพร้อม ๆ กันและทุกคนก็ออกไปจากห้อง เหลือเพียงชายร่างกำยำ
อีก 1 อาทิตย์ ต่อมาก็เกิดาที่ใหญ่ที่สุดพื้นที่ที่มีน้ำกลับเหือดแห้ง พื้นที่ที่เป็ูเากลับกลายเป็เพียงพื้นที่เรียบ ๆผู้คนอดอยาก ไร้ที่ปลอดภัยในการหลบภัย ว่ากันว่าผู้คนตายไปกว่า 3 ส่วน 4 ของโลก สงครางดำเนินต่อไปอีก2 เดือนไม่มีที่ท่าจะลดลง
ชายคนหนึ่งที่ในเวลาต่อมาถูกเรียกอย่างยิ่งใหญ่ว่าวีรบุรุษ ชายผู้นี้มีชื่อว่า ไซโตะ ผิวขาว หน้าตาดี ผมสีฟ้าที่แค่เห็นก็รู้สึกเย็นะเืเขาใช้เพียงแค่มือเปล่าหยุดาเอาไว้ แต่มือเขานั้นก็ไม่เปล่าสะทีเดียว นิ้วทั้งสิบของเขานั้นได้สวมแหวนเอาไว้แหวนแต่ล่ะวงนั้นว่ากันว่ามีพลังที่สามารถปกครอง ประเทศ ๆ หนึ่งได้
หลังจาก ไซโตะหยุดาได้ เขาได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็ 10 การปกครองและเขาก็ได้หายไปไม่มีใครเคยเห็นอีกเลย
มีคนมากมายถามถึงแหวนว่ามีที่มาจากไหนและหลังามันหายไปไหน แต่ต่อมาอีก 1,000 ปีแหวนได้เริ่มปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ปัจจุบันไม่แน่ชัดว่าแหวนตอนนี้เจอแล้วกี่วงที่แน่คือ 1 วง ที่โรงเรียนแห่งนี้ โรงเรียนแห่งปราชญ์
“เอาล่ะ โรงเรียนแห่งนี้สินะ ที่จะทำให้ฉันผู้นี้ยิ่งใหญ่กว่าใครในโลกโลกนี้น่ะฉันจะปกครองมันเอง”