บทที่ 53: แสงนีออนสลัว
ความร้อนผ่าวจากการบดเบียดเนื้อนุ่มตรงหน้ากระจกเงาบานใหญ่ยังคงทิ้งกระแสไฟสวาทแล่นพล่านอยู่ตามแนวผิวหนังของผม สัมผัสอุ่นชื้นที่ฝ่ามือแกร่งของผมเพิ่งจะถอนนิ้วมือออกจากกระโปรงยีนส์สั้นของเธออย่างแสนเสียดาย ทันใดนั้นก็มีเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างตื่นตระหนกของมิลค์ดังแว่วสะท้อนในความเงียบงัน ร่างอวบอัดเย้ายวนสะดุ้งตัวเบาๆ ก่อนจะเบี่ยงสะโพกผายงอนงามถอยห่างจากแผงอกหนาของผมช้าๆ เธอหันหน้าเข้าหากระจกเงาบานใหญ่พลางรีบยกสองมือเรียวบางขยับจัดแจงเสื้อเกาะอกสีขาวตัวจิ๋วที่เกือบจะหลุดร่วงพ้นเนินอกคู่โตขึ้นมาปิดป้องยอดปทุมถันสีหวานชวนฝันด้วยท่าทีสั่นระริก ใบหน้าหวานสวยละมุนขึ้นสีแดงก่ำลามลึกไปถึงใบหูและลำคอระหง แววตากลมโตหยาดเยิ้มคู่นั้นช้อนตามองหลบสายตาเรียบนิ่งของผมผ่านเงาสะท้อนในกระจกอย่างมีพิรุธ
"เอ่อ... พี่อลันคะ บรรยากาศในห้องนี้เริ่มร้อนแปลกๆ แล้วสิคะ" มิลค์เอ่ยเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาเพื่อทำลายความกดดันและอารมณ์เสน่หาตราบาปที่ยังคั่งค้างอบอวลอยู่รอบตัวเราสองคน "ข้างนอกดูเหมือนพายุจะเข้าหนักเลย มิลค์ว่า... เราออกไปหาอะไรดื่มกันที่ห้องนั่งเล่นดีกว่าค่ะ นิกเขาแช่แชมเปญขวดโปรดไว้ในตู้เย็น มิลค์ขอยืมมาเปิดเลี้ยงขอบคุณพี่อลันที่ช่วยถ่ายรูปให้คืนนี้ละกันนะคะ"
ผมลอบกลืนน้ำลายลงคออุ่นๆ พยักหน้ารับคำของเธอช้าๆ "ได้ครับมิลค์ ดื่มแชมเปญเย็นๆ สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน"
ในจังหวะนั้นเอง ท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ของห้องชุดสุดหรูใจกลางกรุงกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึนราวกับถูกครอบงำด้วยเงามืด เสียงลมพายุฤดูร้อนพัดกรรโชกกระหน่ำรุนแรงก้องกังวานจนบานกระจกนิรภัยหนาเตอะสั่นสะท้านสะเทือนลึกเข้าไปในจิตใจ หยาดฝนเม็ดใหญ่เริ่มตกลงมากระทบกระจกดังเปาะแปะก่อนจะกลายเป็นห่าฝนกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องอยู่ไกลๆ ยิ่งส่งเสริมให้บรรยากาศโดยรอบดูเงียบสงัดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความลึกลับโดดเดี่ยว อุณหภูมิภายในห้องเริ่มเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้ ผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของหยดน้ำฝนที่เคลือบแผ่นกระจกภายนอก
ผมเดินตามร่างอวบอัดสัดส่วนทรวดทรงนาฬิกาทรายของพริตตี้สาวออกมายังระเบียงห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว มิลค์จัดการปิดไฟดวงใหญ่ในห้องนั่งเล่นจนเหลือเพียงโคมไฟตั้งพื้นรูปทรงแปลกตาที่ทอแสงไฟสีรุ้งกะพริบจางๆ วับแวมสาดส่องกระทบเครื่องเรือนหรู แสงสีชมพูอมน้ำเงินอ่อนจางนั้นทอดเงาร่างของเธอยามเดินนวยนาดไปหยิบขวดแชมเปญแช่เย็นเจี๊ยบและแก้วทรงสูงสองใบออกมาจากเคาน์เตอร์บาร์ บั้นท้ายกลมมนงอนงามดั่งผลท้อขยับไหวส่ายโยกเบาๆ ตามจังหวะก้าวเดิน ขากางเกงยีนส์สั้นกุดบีบรัดรั้งขอบสะโพกผายเนื้อแน่นจนปริล้นออกมาชวนมองสะกดใจชายหนุ่มของผมอย่างทรมาน
*ป๊อป!*
เสียงดึงจุกคอร์กขวดแชมเปญดังขึ้นเบาๆ มิลค์เอียงขวดรินของเหลวสีเหลืองทองอ่อนที่เปี่ยมไปด้วยฟองพรายแก๊สวิบวับลงในแก้วแชมเปญทั้งสองใบ หยดน้ำเย็นเกาะพราวรอบแก้วใสสะท้อนแสงไฟนีออนสีรุ้งได้อย่างงดงามน่าหลงใหล เธอเลื่อนส่งแก้วหนึ่งมาให้ผม ปลายนิ้วเรียวบางสัมผัสโดนฝ่ามือของผมช้าๆ ความเย็นของแก้วน้ำและคราบน้ำชื้นตัดกับความร้อนผ่าวของผิวเนื้อเนียนละเอียดสั่นไหวหัวใจของเราสองคนอีกครั้ง
เราขยับมานั่งลงบนโซฟาผ้ากำมะหยี่หนานุ่มตัวยาวข้างระเบียงกระจกใสบานใหญ่ นั่งเคียงข้างกันมองฝนตกหนักพัดกระหน่ำกระทบกระจกเงียบๆ เสียงฝนตกเปรียบเสมือนดนตรีบรรเลงกล่อมความเหงาให้คืบคลานเข้ามากัดกินจิตใจ มิลค์ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ฟองแชมเปญซาบซ่านผ่านริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ผมจ้องมองหยดของเหลวใสที่เกาะค้างอยู่ที่ขอบปากบางของเธออย่างไม่วางตา รสชาติหวานอมเปรี้ยวและความเย็นเฉียบของแชมเปญที่แล่นลงคอช่วยคลายความร้อนรุ่มในอกไปได้ชั่วขณะ แต่ทว่ามันกลับไปปลุกเร้าสัญชาตญาณความต้องการลึกๆ ในหัวใจให้ตื่นตัวขึ้นมาแทน
"แชมเปญอร่อยดีไหมคะพี่อลัน..." มิลค์เอ่ยถามเสียงแผ่ว นัยน์ตากลมโตคู่สวยเริ่มฉายแววหม่นหมองและเคลิบเคลิ้มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เริ่มแล่นเข้าสู่กระแสเลือด ผิวกายขาวนุ่มสะท้อนแสงสีรุ้งนีออนดูอ่อนละมุนและเย้ายวนใจเป็นพิเศษในความมืดสลัว
"อร่อยครับมิลค์ รสชาติดีมาก" ผมตอบพลางหันไปมองเสี้ยวหน้าหวานของเธอ "แต่ดูเหมือนมิลค์จะมีเรื่องกังวลใจและดูเหงาๆ นะครับ คืนนี้... ฝนตกหนักขนาดนี้ นิกเขาไม่ได้ติดต่อมาเลยเหรอ?"
คำถามของผมประหนึ่งลูกกุญแจไขหีบสมบัติแห่งความเจ็บปวดลึกๆ ในใจของเธอ มิลค์นิ่งงันไปชั่วครู่ แววตาของเธอสั่นระริกก่อนจะจ้องมองฟองพรายแชมเปญในแก้วด้วยความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวจนแผ่นหลังบางลอบสั่นสะท้าน เธอระบายลมหายใจยาวเหยียด เนินอกอวบอัดเต่งตึงคู่งามยกกระเพื่อมไหวรุนแรงใต้เกาะอกสีขาวตัวจิ๋ว
"นิกน่ะเหรอคะ..." มิลค์หัวเราะในลำคอเบาๆ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองและขมขื่นล้ำลึก "เขาคงกำลังยุ่งอยู่กับการคุมทีมซ้อมรถโต้รุ่งที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์นั่นแหละค่ะพี่อลัน ช่วงนี้มีการแข่งขันรายการใหญ่ นิกเขาแทบจะไม่เคยโทรหาหรือทักส่งข้อความมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของมิลค์เลย วันๆ หัวสมองของเขาคิดถึงแต่เครื่องยนต์ ยางรถยนต์ และเวลาต่อรอบในสนามแข่ง ไม่เคยคิดเลยว่าคนทางนี้จะต้องเผชิญหน้ากับความเงียบเหงาอ้างว้างขนาดไหนในคอนโดกว้างๆ หลังใหญ่โตนี้"
มิลค์ยกแชมเปญจิบรวดเดียวเกือบหมดแก้ว ดั่งต้องการใช้น้ำเมาดับความขมขื่นที่อัดแน่นในอก "เพนต์เฮาส์ที่นิกซื้อให้มันหรูหราอลังการมากค่ะใครๆ ก็อิจฉามิลค์ แต่มันกลับเป็นเหมือนกรงทองขังนกน้อยตัวหนึ่งไว้เพียงลำพัง นิกเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดและต่างประเทศบ่อยเป็นแรมเดือน ปล่อยให้มิลค์เผชิญหน้ากับความมืดและความโดดเดี่ยวที่นี่คนเดียว ทุกคืนมิลค์ต้องแต่งตัวเซ็กซี่เร่าร้อน โพสท่าแอ่นสะโพกเบี่ยงขาเรียวผ่านหน้าเลนส์กล้อง เพื่อสร้างคอนเทนต์ลงโซเชียลหาสปอนเซอร์ มีผู้ชายนับแสนกดไลก์กดแชร์ พร่ำพรรณนาถึงความต้องการในเรือนร่างของมิลค์ผ่านแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์..."
เธอนิ่งไปหยาดน้ำตาใสๆ เม็ดโตเริ่มเอ่อคลอนัยน์ตากลมโตสะท้อนแสงนีออนสลัวสีรุ้งเป็นประกายแวววาวชวนใจหาย "แต่ในโลกความจริง... ยามที่ปิดกล้องลง มิลค์กลับต้องเผชิญกับความหนาวเย็นของห้องนอนที่ว่างเปล่า ไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆ ไม่มีไหล่หนาให้พิงซบ ไม่มีใครคอยถามว่าเหนื่อยไหม นิกเขาหลงลืมเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งร่วมเตียงกับมิลค์ไปนานหลายเดือนแล้วค่ะพี่อลัน ทุกวันนี้เขากลับมาก็เหนื่อยล้าหลับไปเฉยๆ ทิ้งให้มิลค์นอนกอดความเหงาเปลี่ยวใจอยู่ข้างกายเขาเหมือนคนไม่มีตัวตน มิลค์อึดอัด... อึดอัดจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วค่ะ!"
น้ำเสียงสั่นสะท้านสะอื้นไห้ของพริตตี้สาวปานจะขาดใจ หยาดน้ำตาอุ่นร้อนเริ่มร่วงหล่นไหลอาบแก้มขาวนวลช้าๆ หยดแล้วหยดเล่าชะล้างความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นมาจนหมดสิ้น ความเปราะบางของหญิงสาวขี้เหงาที่ถูกทิ้งขว้างทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและศีลธรรมของคำว่าเพื่อนสนิทกับนิกกำลังถูกทดสอบและบดขยี้ด้วยความสงสารและความอยากปกป้องครอบครองมิลค์ที่พวยพุ่งขึ้นมาทลายกำแพงกั้นจนหมดสิ้น
"มิลค์..." ผมเอ่ยเรียกชื่อเธอเสียงทุ้มนุ่มนวลและสั่นพร่าด้วยความหวั่นไหว
ผมรีบวางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะข้างโซฟา ขยับตัวสืบร่างเข้าไปใกล้เรือนร่างสั่นเทาของมิลค์ทันที สองมือแกร่งของผมยื่นออกไปโอบอุ้มไหล่มนมนละเอียดของเธอเบาๆ ก่อนจะดึงร่างอวบอัดอ่อนนุ่มเย้ายวนใจของพริตตี้สาวเข้ามาสวมกอดแนบแน่นประคองไว้ในอ้อมอกแกร่งของผมเพื่อประโลมคลายความหนาวสั่นจากลมฝนและความเหงาที่แผดเผาจิตใจเธอ
มิลค์ไม่ได้ขยับตัวหลบหนีหรือปัดป้องอ้อมกอดของชู้รักเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับขยับตัวเบียดซุกใบหน้าหวานสะสวยลงกับแผงอกกว้างของผมอย่างออดอ้อนแสนน่าสงสาร ราวกับนกตัวน้อยที่บินหลงทางท่ามกลางพายุใหญ่ฝนกระหน่ำแล้วเพิ่งจะค้นพบโพรงไม้อันแุ่นร้อนปลอดภัย สองมือเรียวบางสั่นเทาของเธอขยับกอดรัดรอบเอวหนาแกร่งของผมไว้แน่นจนผมรู้สึกได้ถึงแรงสะอื้นไหวโยนของแผ่นหลังบาง ผิวกายนวลเปียกเหงื่อบางๆ และกลิ่นหอมแป้งเด็กผสมน้ำหอมผลไม้รสหวานของเธอโชยเข้าจมูกของผมสะกดอารมณ์สวาทให้ระเบิดตัวขึ้นทีละน้อย
"ฮึก... พี่อลันคะ... ทำไมนิกเขาต้องทำกับมิลค์แบบนี้ด้วย... มิลค์ก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งนะ... มิลค์ต้องการคนรัก ต้องการคนกอดปลอบเวลาเหงา..." มิลค์กระซิบพร่ำพ่นคำพูดพรั่งพรูอยู่กับหน้าอกเชิ้ตขาวของผม หยาดน้ำตาของเธอซึมผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตจนอุ่นชื้นประพรมแผ่นอกแกร่ง
ผมใช้มือซ้ายประคองบั้นท้ายสะโพกอวบอัดของเธอโอบกอดบดเบียดไว้แน่น ส่วนมือขวาเลื่อนขึ้นไปประคองกรอบใบหน้าเรียวสวยของมิลค์ช้าๆ ใช้นิ้วหัวแม่มือหนาลากไล้เช็ดน้ำตาใสๆ ที่รินไหลเปรอะแก้มขาวเนียนอย่างอ่อนโยนสลัวๆ ใต้แสงสีรุ้งนีออนกะพริบจางๆ แสงสะท้อนจับแก้มขาวใสและใบหน้าหวานละมุนจนเธอสวยงามเย้ายวนดุจดั่งภาพวาด นิ้วหัวแม่มือของผมลากเลื่อนต่ำลงมาลูบไล้แผ่วเบาที่กลีบปากอิ่มสีชมพูบางที่เปียกชื้นคราบหยดแชมเปญใสที่เกาะขอบปากอิ่ม รสชาติซ่าหวานอมเปรี้ยวชื้นมือช่วยส่งผ่านความกระสันเสียวซ่านลึกซึ้งระหว่างเราสองคนจนแก่นกายร้อนผ่าวขยายคัดแน่นตึงเปรี๊ยะใต้ร่มผ้าแทบจะทะลักออกมา
"นิกเขาละเลยมิลค์เกินไปจริงๆ ครับ..." ผมกระซิบตอบเสียงพร่าต่ำอยู่ชิดหน้าผากนวล แววตาสบประสานความอ้างว้างอ่อนไหวในดวงตากลมอุ่นของเธอ "ถ้าเป็นพี่... พี่จะไม่มีวันทิ้งให้มิลค์ต้องเหงาและร้องไห้คนเดียวในห้องใหญ่โตแบบนี้แน่ๆ พี่จะคอยกอด คอยรัก คอยดูแลมิลค์อยู่ข้างๆ เสมอ..."
คำพูดห่วงใยเคลือบแฝงความรักชู้เร้ากามารมณ์สลักลึกเข้าไปในจิตใจที่แสนเปราะบางของมิลค์ในค่ำคืนพายุโหมกระหน่ำ สายตาของเราสองคนสบประสานนิ่งงันอยู่ท่ามกลางเงามืดสลัว แสงนีออนสีรุ้งส่องสะท้อนให้เห็นแววตาหยาดเยิ้มปรือต่ำของมิลค์ที่เต็มไปด้วยความต้องการลึกซึ้ง ความละอายแก่ใจและกรอบศีลธรรมความถูกต้องชั่วดีถูกแอลกอฮอล์แชมเปญกล่อมเกลาจนสลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงสัญชาตญาณดิบของชายและหญิงที่โหยหาสัมผัสเสน่หาอันเปี่ยมราคะร้อนแรง
มิลค์เผยอริมฝีปากอิ่มสีหวานสั่นระริกช้าๆ สายตาของเธอจ้องมองที่ริมฝีปากหนาของผมอย่างสื่อความหมาย อารมณ์ดิบในขั้วหัวใจผลักดันให้หัวใจของเธอเต้นตูมตามโหมกระหน่ำ ความเงียบและความหนาวเย็นของห้องนั่งเล่นสลัวมลายหายไปสิ้นเมื่อความต้องการร้อนรุ่มเข้ามาครอบงำ
ในวินาทีถัดมา มิลค์ยกเรียวแขนขาวผ่องทั้งสองข้างขึ้นมาเหนี่ยวโอบรั้งคอเสื้อเชิ้ตของผมดึงโน้มตัวลงไปเบื้องหน้า แล้วเขย่งดันตัวป้อนริมฝีปากอวบอิ่มประกบจูบปากผมอย่างสุดกลั้นอารมณ์เหงาโดดเดี่ยวสะสม!
*อึก... อื้อ...*
รสจูบแรกแสนบาปปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วร้อนแรงดั่งไฟลามทุ่ง ผมตอบสนองความใคร่อย่างบ้าคลั่งทันทีโดยปราศจากการหักห้ามใจอีกต่อไป ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงบนกลีบปากอุ่นนุ่มของพริตตี้สาวอย่างดูดดื่มหนักหน่วง สอดแทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้าไปในโพรงปากหวานชุ่มชื้น ลากไล้แลกเปลี่ยนน้ำหวานหยาดเหยิ้มเปียกชื้นอย่างกระหายระคนเสน่หาชู้รัก มิลค์ส่งเสียงครางฮือสั่นเครือในลำคอด้วยความกระสันซ่านเสียวสยิวกาย สองลิ้นพันพัวพัวพันสลับแลกน้ำลายเฉอะแฉะกระตุ้นความดิบจนเสียงดูดดื่มดังก้องแข่งกับเสียงพายุฝนภายนอกกระจก
จริยธรรมความเป็นเพื่อนสนิทของผมกับนิกขาดสะบั้นปลิวหายไปกับสายลมพายุนอกหน้าต่าง บัดนี้ผมลืมทุกสิ่งหมดสิ้นเหลือเพียงร่างอวบอัดเอวบางสะโพกดินระเบิดตรงหน้าที่เบียดกระแทกเนื้อบดเบียดเข้าหาผมอย่างยอมจำนน สองมือแกร่งของผมเลื่อนลงต่ำขยับโอบกอดสะโพกผายกลมมนบีบเค้นเนื้อนุ่มแน่นของบั้นท้ายงามงอนผ่านกางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอหูเอวต่ำอย่างมันเขี้ยว มิลค์แอ่นสะโพกงอนบดเบียดตรงจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางกายเขื่องใหญ่ของผมขยับซอยเสียดสีบดสะโพกเร่งจังหวะตามอารมณ์สวาทที่กำลังลุกฮือขึ้นถึงขีดสุด
เราสองคนกอดรัดฟัดนัวเนียล้มตัวลงนอนบดเนื้อแนบเนื้อกันอยู่บนโซฟาเบดหนานุ่มสลัวในห้องทำงานสตูดิโอด้านหลังเลนส์กล้องที่สลัว แสงนีออนสีรุ้งจับตามเรือนร่างบิดเร้าของสองคนบาป มือของผมและเธอต่างช่วยกันดึงทึ้งเสื้อผ้าของกันและกันจนหลุดลุ่ยพ้นกายอย่างเร่งรีบ ปลายแก่นกายชายร้อนผ่าวแข็งขึงขยับเบียดแนบร่องรักอุ่นร้อนเปียกแฉะที่ขยับขมิบรอคอยการรุกราน ก้าวผ่านล้ำเส้นแบ่งแห่งความถูกต้องเข้าสู่ความบาปแสนหวานของชู้รักอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน...