วันนี้เป็วันเกิดของนาง(เป็วันที่แม่บุญธรรมพบนางแล้วนำกลับมาเลี้ยงดู) เป็วันที่ท่านพ่อ(แม่ทัพเฉินอวี้อันที่เป็พ่อบุญธรรมล่าสุด) กำหนดทำพิธีปักปิ่น ทั้งจวนั้แ่บนลงล่างล้วนตื่นเต้นั้แ่เดือนที่ผ่านมา พอรู้ว่าจะจัดงานบรรดาบ่าวรับใช้ สาวใช้ที่รู้สึกว่าตนเองสบายเกินไปเมื่อเทียบกับจวนอื่น ก็สรรหาสิ่งที่ต้องเตรียมในพิธีในต่างพูดกันเป็เสียงเดียวว่าจะมิซื้อสิ่งใดๆทั้งสิ้น จะลงมือทำเองไม่ว่าจะเป็ของประดับ ของที่ระลึกสำหรับแขก (ก็ไม่ได้เชิญมามากมาย) และบรรดาคนในจวนเอง เสื้อผ้าของนางที่บอกให้เตรียมแบบเรียบง่าย สาวใช้คนสนิททั้งสองก็ปักลายด้วยไหมเงินยวงลงบนชุดทำให้เกิดลวดลายบนชุดสีขาวสะอาด ปิ่นที่ใช้ในพิธีท่านพ่อเตรียมอย่างพิถีพิถันซ่อนเอาไว้นางก็ยังมิได้ชมดู
่ต้นยามเจินด้านหน้าจวนท่านพ่อบ้านฉินและบ่าวรับใช้ค่อยเชิญบรรดาครอบครัวแขกที่ทยอยเดินทางมาถึงมาเข้าจวน ท่านพ่อก็ต้อนรับอยู่ในห้องโถงจัดงาน ทำให้ในจวนมีบรรยากาศและสนุกสนานครึ้กครืนไม่น้อย นางเองั้แ่ตื่นนอนก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่มีสมาชิกในครอบครัวนอกจากท่านพ่อ ดังนั้นกำหนดการคือท่านพ่อจะเป็คนรวบผมเกล้าผมด้วยมือท่านเองและปักด้วยปิ่น เป็อันเสร็จพิธีเรียบง่ายและรวดเร็ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีสักครั้งที่นางจะเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของตนเองให้ใครเห็น แม้แต่คนรอบตัวในครอบครัวเพราะท่านแม่บุญธรรมย้ำนางไว้นักหนาว่าหากไม่จำเป็ห้ามเปิดเผยเด็ดขาด แต่วันนี้เป็วันพิเศษนางตั้งใจเปิดเผยใบหน้าของตนให้ท่านพ่อได้เห็นเป็ครั้งแรก จึงไล่สาวใช้และบ่าวรับใช้ในเรือนของนางออกไปจนหมดั้แ่ฟ้าสว่าง อาบน้ำสระผมแต่งตัวด้วยตนเองทั้งหมดนี่เป็การทำให้ท่านพ่อแปลกใจที่สุด นางคาดหวังว่าจะได้เห็นสีหน้าดีใจและแปลกใจสุดขีดของท่าน
“ใคร ออกมานะ”
เมื่อนางอาบน้ำเสร็จสวมชุดคลุมตัวยาวสีขาวคลุมเท้าเดินออกมายังห้องนอน กลับรู้สึกได้ว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องของนาง สิ้นเสียงนางมีเงาคนพุ่งออกมา นางหยิบเครื่องประดับหยกที่วางอยู่ใกล้มือซัดออกไปหากแต่อีกฝ่ายกลับหลบได้ทั้งยังก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง เข็มกลัดหยกที่วางอยู่อีกชิ้นก็ถูกซัดออกไปสกัดการเคลื่อนไหว นางเคลื่อนกายหลบวงแขนที่กวาดเข้ามา สลับตำแหน่งกลายเป็นางยืนหันหลังให้ประตูอีกฝ่ายอยู่ด้านในพลิกกลับมาเป็ฝ่ายไม่เสียเปรียบด้วยกระบี่ที่แขวนไว้ในเวลานี้อยู่ในมือนางส่องประกายแวววับ ยามนี้เขาเองก็ใยิ่งเดิมที่้าเข้ามาสำรวจในเรือนของเด็กน้อยที่ให้โอสถเมื่อครั้งก่อน(ด้วยค่าตอบแทนแสนแพง) ใครจะคิดว่าเด็กน้อยที่มีโอสถระดับสูงจะสามารถเคลื่อนไหวและหลบหลีกการโจมตีของตนได้
“เ้ามีวรยุทธ์”
“เ้าเป็ใคร เข้ามาทำอะไรในจวนแม่ทัพ”
“ข้าแค่อยากรู้ว่าคนที่มีโอสถระดับสูงเป็คนเช่นไร ไม่เลวๆ มีฝีมือ” ระเบียงด้านนอกมีเสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามา ต่างฝ่ายต่างระแวดระวังกัน ตนยังไม่ไปหากลับรนหาที่มาถึงมือ ขณะที่นางกำลังคิดจะลงมือ
“คุณหนู เสร็จหรือยังเ้าคะ” เสียงประตูถูกเคาะโดยหลิวหลี่
สายตาที่นางส่งไปหากคมเช่นกระบี่คงแทงทะลุอีกฝ่ายจนพรุนเป็แน่ อีกฝ่ายะโออกทางหน้าต่างไปอย่างเงียบกริบ นางมิได้ติดตามออกไป เวลากระชั้นเข้ามายังโชคดีที่นางยังมิได้ถอดหน้ากากจักจั่นออกจากใบหน้าและแต่งกายค่อนข้างเรียบร้อย
“หลี่เอ๋อร์ รีบเข้ามาช่วยข้าแต่งตัว”
นางรีบจัดการตัวเองเพื่อให้ทันเวลาเริ่มพิธีปักปิ่น ใกล้ถึงเวลาแล้ว ทุกคนมารวมกันในห้องโถง ท่านแม่ทัพยามนี้ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม คนในกองทัพที่เชิญมาเพียงไม่กี่คนล้วนสนิทสนมกันมากเคยร่ำสุรากันหลายครั้งบางคนเคยเยาะเย้ยที่ตนไม่มีภรรยาไม่มีบุตร วันนี้ข้าชวนเ้ามาให้พวกเ้าดูสิลูกสาวทีี่ข้าภูมิใจ ยังมีฮูหยินและบุตรสาวที่ติดตามมาร่วมยินดีอีกด้วย ทุกคนยิ้มแย้มพูดคุยกันเบาๆ
“นายท่าน มีแขกมาร่วมงานขอรับ” พ่อบ้านฉินเดินเข้ามาด้านข้างก้มมากระซิบเบาๆ
“ข้ามิได้ชวนใครนอกจากบุคคลที่นั่งอยู่ในที่นี้ เป็ผู้ใดมา”
“เอ่อ คุณชายมู่หลง สำนักัฟ้าขอรับ”
“คุณชายมู่หลงแจ้งว่าเป็สหายของคุณหนูขอรับ”
อ่อ! สหายของเยว่เอ๋อร์ แต่ใบหน้าก็แข็งกร้าวขึ้นด้วยความสงสัยบุตรสาวไม่ค่อยได้ออกจากจวน ทำไมรู้จักคนในยุทธภพได้
“เชิญเข้ามา”
ทั้งห้องโถงต่างมองไปที่บุรุษที่เดินนำหน้าเข้ามา รูปร่างสูง ผมสีเงินยวง เกล้าด้วยกว้านเงินงดงามปักปิ่นสีดำแวววาวหากมองใกล้ๆ ด้านในเนื้อหยกมีสีแดงคล้้ายโลหิตวูบไหวไปมา ใบหน้าปกปิดด้วยหน้ากาก สวมใส่ชุดสีดำสนิทปักลวดลายด้วยด้ายสีแดงสด แม้มองมิเห็นหน้าแต่กลิ่นอายที่กระจายออกมาให้ความรู้สึกสูงส่งและกดดัน บรรดาฮูหยินและสตรีในห้องต่างมองหน้ากันไปมารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เ็าและไม่น่าเข้าใกล้ เฉินอวี้อันเชิญแขกที่เข้ามาใหม่กลุ่มนี้เข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับตนเนื่องจากลำดับการนั่งมีการจัดวางไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว
"ได้เวลาแล้ว เชิญคุณหนู"
เฉินชิงเยว่ เดินออกนางเห็นผู้คนที่คุ้นเคย บางคนที่เคยพบ และเขามานั่งอยู่ในห้องโถงได้อย่างไร หากแต่นางมิได้แสดงสีหน้าออกมายังคงเดินต่อไปเลยมานั่งบนเก้าอี้ สาวใช้เดินถือถาดเงินมีหวี เชือกผูกผมและ กล่องใส่ปิ่น เดินมาหยุดอยู่ด้านข้าง แม่ทัพเฉินรีบลุกขึ้นหวีผมให้ลูกสาวเมื่อเกล้าผมเรียบร้อยเขาค่อยๆเปิดกล่องออก ด้านในเป็ปิ่นทองประดับทับทิมอย่างงดงาม มองบุตรสาวที่งดงาม
“เมื่อปักปิ่นวันนี้เสร็จสิ้น เยว่เอ๋อร์เ้าโตเป็สาวแล้ว จากนี้ไปพ่อจะมองหาคนที่ดีพร้อมให้เ้านะ"
“ช้าก่อน ท่านแม่ทัพ” เพียงสิ้นเสียงพูดชายหนุ่มก็ยืนอยู่ด้านข้างตนแล้ว แม่ทัพเฉินอยู่ในอาการตกตะลึงคนอื่นๆก็เช่นกัน เมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อก้มมองบนศรีษะของบุตรสาวยามนี้มีปิ่นเสียบอยู่เรียบร้อยแล้ว
“ท่าน ปิ่นนี่” หันไปสบตาชายหนุ่มด้วยอารมณ์ที่คุกรุน กลับรู้สึกได้ถึงความกดดันรุนแรง จึงได้แต่วางปิ่นในมือเก็บลงกล่อง
“ให้นางใช้ปิ่นนี้”
นี่มิใช่ว่าท่านประกาศจองตัวบุตรสาวของข้าหรอกหรือ ลูกสาวข้าพึ่งอายุสิบห้าเท่านั้น บุรุษผู้นี้มีความเป็มาเช่นไรจู่ๆ โผล่มากลางงานในวันนี้ได้ อีกฝ่ายมีเจตนาแอบแฝงใดหรือไม่ จะมาร้ายหรือมาดีตนก็ยังไม่รู้แน่ชัด ไม่อาจแสดงท่าทางขัดขวางอย่างรุนแรงได้ เพราะถูกลอบทำร้ายหลายครั้งทำให้จิตใจตั้งอยู่ในความระมัดระวังตลอดเวลา ดูท่าหลังจากงานนี้จบลงเขาจะต้องส่งคนออกไปสืบดูว่ามีประวัติคนผู้นี้เป็อย่างไร
“เสร็จพิธี เชิญนายท่านทั้งหลายรับน้ำชาและของว่างในสวนขอรับ"
เป็เสียงของพ่อบ้านฉินที่รีบเอ่ยแก้ไขบรรยากาศที่น่าอึดอัดขึ้นมา บรรดาแขกสตรีที่อยู่ด้านในต่างก็หันไปสนใจกับของว่างและน้ำชาว่าจะสามารถจัดได้ดีเพียงใดนี่เท่ากับเป็การแสดงฐานะของสตรีเ้าของงานไปด้วย โชคดีพ่อบ้านฉินรู้งานอย่างยิ่งสั่งขนมขึ้นชื่อจากร้านขนมอี่หวั่นซิงร้านขนมที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของเมืองหลวงมาใช้รับรองแขก ส่วนบรรดาบุรุษล้วนมาจากกองทัพมิได้สนใจของหวานและชา กลับหันไปเรียกหาสุราเลิศรสจากเฉินอวี้อันแทนเมื่อได้รับการตอบสนองจากเ้าของจวน ไม่นานก็เริ่มส่งเสียงดังขึ้นตามจำนวนจอกสุราที่ยกขึ้นชนกัน
“เอาปิ่นของท่านคืนไป มันมีค่ามากเกินไป”
“ใช่หากจะซื้อคงต้องขายจวนเ้าสักสองสามหลัง ยังไม่แน่ว่าจะซื้อมันได้ เ้ารับมันไว้ข้าให้เป็ของขวัญแรกพบ (เห็นหน้า) ของเราสองคน”
“ข้าจะปักปิ่นของท่านพ่อ”
นางยังคงดื้อดึงหากนางปักปิ่นนั่นออกไปกลายเป็หลักฐานชัดเจน พรุ่งนี้ทั้งเมืองหลวงได้มีเื่เล่าลือไปทั่วเป็แน่
“เ้าแน่ใจว่าจะมิปักปิ่นที่ข้าให้ อย่าลืมว่าในจวนแห่งนี้นอกจากเ้ามิมีใครที่เป็วรยุทธพอที่จะเอาชนะคนของข้าได้ พวกเขา....”
กลิ่นอายรอบตัวเขาเริ่มเปลี่ยนเป็เ็าทันที งานปักปิ่นที่แสน(ไม่)ธรรมดาของข้ากลายเป็งานที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นได้อย่างไร เพื่อความปลอดภัยของคนในจวน ท้ายที่สุดนางก็ปักปิ่นอันนั้นออกมาส่งแขก ต้องมีสักวันที่คนในจวนของนางจะดูแลตัวเองได้ไม่เป็ “ห่วง”ที่นางกังวลใจ สุดท้ายนางก็มิได้อวดโฉมหน้าที่แท้จริงกับท่านพ่อช่างเสียโอกาสแต่ช่างเถอะคนนอกครอบครัวก็มากันหลายคนไว้คราวหน้าค่อยว่ากัน
“ท่านพ่อ ไม่ต้องคิดมาก เื่ปิ่นนะเ้าคะ หลังจากนี้ข้าจะหาโอกาสตอบแทนเขาเองเ้าค่ะ รับรองได้ว่าไม่มีการติดค้างให้เป็ปัญหาในอนาคตแน่นอน”
“ได้ พ่อเชื่อเ้า วันนี้เหนื่อยแล้วเ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”
นางหาโอกาสปลอบใจท่านพ่อที่หน้าตาห่อเหี่ยว อาจจะเพราะนางมิได้มีโอกาสใช้ปิ่นที่ท่านจัดเตรียมไว้ให้ก็เป็ได้ หลังจบงานวันนั้นปิ่นก็ถูกเก็บในกล่องใบเล็กวางไว้ก้นหีบโดยมิได้รับการสนใจจากนาง หากสังเกตุจะพบว่าทุกวันนางจะรวบผมทรงใดก็ได้แต่จะปักปิ่นที่ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ในวันงานปักปิ่นเท่านั้น (ปิ่นทองขนาดไม่ใหญ่กับทับทิมน้ำงามเม็ดเล็ก) โดยมิได้ประดับสิ่งอื่นบนเรือนผมของนาง นั่นก็ทำให้ท่านมองดูด้วยความพึ่งพอใจทุกครั้งยามที่ได้เห็น ส่วนเื่ของบุรุษผู้นั้นเฉินอวี้อันก็มิได้ปล่อยผ่านไปดังสายลม หากแต่ส่งคนออกไปสืบหาทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกลับมาทั้งหมดเช่นกันโดยมิได้แสดงออกให้บุตรสาวคิดมาก