ด้านโจวหยางิหลังจากพาลูกเสือดำตัวน้อยที่หลับไหลอยู่ไปนอนในห้องของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่เขาเปิดห้องเอาไว้ก่อนที่เขาจะะโหายออกไปจากทางหน้าต่างชั้นสองของโรงเตี๊ยมซึ่งโรงเตี๊ยมจะมีขนาดกลางเหมือนโรงเตี้ยมอื่น ๆทั่วไปเพื่อไม่ให้เป็จุดสังเกตมากจึงเลือกโรงเตี๊ยมธรรมดาที่มีผู้คนเข้าออกตลอดเวลาโดยชั้นสองของโรงเตี๊ยมจะมีห้องไว้บริการลูกค้าเปิดในคนที่สัญจรผ่านไปผ่านมาได้เข้ามาพักผ่อนหรือค้างคืนโดนชั้นล่างจะเป็ส่วนของโต๊ะที่นั่งไว้สำหรับนั่งทานอาหารกัน
คนที่มาพักที่โรงเตี้ยมแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็คนจากต่างถิ่นเพราะเส้นทางของเมืองนี้เป็ทางผ่านสำหรับคนที่จะเดินทางไปเมืองหลวงและจะมีพ่อค้าบางส่วนที่คุ้น ๆ หน้ากันที่หยุดพักระหว่างทางนำสินค้าไปขายในเมืองหลวงของที่พวกเขานำมาจะได้ราคาค่อนข้างสูง เช่นสมุนไพรชนิดต่างที่หายาก ขึ้นเฉพาะบนูเาหรือในป่าไม่ว่าจะนำไปเท่าไหร่คนซื้อก็จะรับไว้ทั้งหมด
ในเมืองหลวงคนไม่ค่อยจะนิยมปลูกสมุนไพรกันเท่าไหร่นักจึงเป็สิ่งที่หายากและแพง ทั้งยังเป็ที่้าของคนกลุ่มมากไม่ว่าจะชนชั้นไหนั้แ่ระดับล่างจนถึงชนชั้นสูง หากคนในครอบครัวเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะมาหาหมอเพื่อให้หมอตรวจดูแล้วแจกยากลับบ้านดังนั้นสมุนไพรจึงเป็สิ่งที่มีค่ามากอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้
ชาวบ้านบางครอบครัวก็ยึดอาชีพหลักหาสมุนไพรมาขายเพื่อเป็ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแต่ก็ไม่ใช้ว่าทุกตัวจะขายได้ราคาแพงเหมือนกันหมดตัวไหนที่ทางร้านมีเยอะราคาก็จะถูกลง หากยากได้เงินเยอะ ๆ ก็ต้องเข้าไปในป่าลึกซึ่งก็อาจจะเกิดอันตราย เสี่ยงอยู่ไม่น้อยที่จะเจอสัตว์ดุร้าย แต่ก็คุ้มค่ากับราคาที่ได้มา
หลังจากที่โจวหยางิทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็กลับมาที่ห้องพักที่เปิดห้องไว้ ก่อนจากไปเขาออกทางหน้าต่าง ตอนเข้าห้องเขาออกทางไหนก็เข้าทางนั้นภายในห้องเงียบ ขาเรียวยาวเดินไปยังเตียงนอนที่คาดว่ามีลูกเสือดำตัวน้อยตอนหลับอยู่คิ้วหนาขมวดปมแน่นเมื่อมองไปที่เตียงแล้วไม่พบอะไร ลูกเสือดำตัวน้อยที่เขาพามาหายไปเหลือแต่เพียงความว่างเปล่า
โจวหยางิกวาดสายตามองหาลูกเสือดำทั่วห้องก็ไม่เจอจึงเดินออกมาจากห้องเผื่อเ้าตัวตื่นมาแล้วจะเดินออกไปข้างนอก
หายไปไหนนะไม่รู้หรืออย่างไรว่าข้างนอกมันอันตราย
หากมีใครมาเห็นเข้าแล้วจับตัวไปจะว่ายังไงมันน่าจับมาตีก้นเสียให้เข็ด ร่างสูงเดินมาถึงที่บันได้ก็ได้ยินเสียงโวยวายจากด้านล่าง ก็รีบเดินลงไปที่นั่นทันที
จังหวะหัวใจเต้นเร็วกลัว คำนี้ผุดขึ้นมาในหัว
ั้แ่เกิดมาโจวหยางิไปเคยกลัวอะไรมาก่อนในชีวิตแต่ตอนนี้เขากลับกลัว กลัวว่าจะมีใครพรากลูกเสือดำตัวน้อยจากเขาไป
ขอให้เ้าตัวอยู่ที่นั่นด้วยเถอะ
“ รีบจับมันเร็วเข้าสิ! จะกลัวอะไรกับลูกเสือดำแค่ตัวเดียว ” น้ำเสียงแหลมเกี้ยวกราดของหญิงสาวดังขึ้น
“ เร็ว ๆ เข้า ”
“ เ้าค่ะ ”
ง้าว!
จันทร์ที่วิ่งอยู่ก็ร้องเสียงหลงเมื่อมีมือมาดึงหางของเขาอย่างแรงจนสะดุ้งหางเป็ส่วนสำคัญที่สัตว์รักและหวงแหนมากทั้งยังมีเส้นประสาทอยู่เยอะเมื่อโดนดึงหางจะรู้สึกเจ็บมาก เขี้ยวคมอันเล็กกัดเข้าที่มือคนจับอย่างแรง จนเป็แผลตามรอยฟันแหวะหวะมีเืออดมาเยอะไม่หยุด
“ โอ๊ย! ”
เมื่อลงมาถึงชั้นล่างภาพที่โจวหยางิเห็นทำให้ชายหนึ่มรู้สึกเดือดดาลที่มีคนหลายคนกำลังไล่จับลูกเสือดำตัวน้อยของเขา ไม่พอยังทำมันเจ็บอีกนางคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ ถึงกล้านำมือสกปรกมาแตะต้องลูกเสือดำตัวน้อยขององค์รัชทายาทโจวหยางิผู้นี้
พริบตาเดียวร่างของเขาก็ปรากฎตัวต่อหน้าสาวรับใช้นางนั้นในอ้อมกอดของเขาอุ้มลูกเสือตัวตัวน้อยที่กำลังตัวสั่นกลัวไม่หยุดมันรวดเร็วมากไม่รู้ว่าโดนอุ้มไปตอนไหนยิ่งรับรู้ถึงแรงสั่นจากสัตว์ตัวน้อยในอ้อมกอด ก็พลันรู้สึกโกรธขึ้นมาอีก
ดวงตาฉายแววมืดดำอำมหิตร่างสูงทั้งโกรธตัวเองโทษว่าเป็ความคิดของตัวเองด้วยที่ดูแลลูกเสือตัวดำตัวน้อยไม่ดีพอจนทำให้เกิดเื่แล้วก็ยังโกรธคนที่ทำให้ลูกเสือดำตัวน้อยของเขากลัวด้วย
“ ชู่~ ไม่เป็ไรแล้ว ๆ นิ่งซะ ข้าอยู่นี่ จะไม่มีใครทำอะไรเ้าได้” โจวหยางิก้มหน้าลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าปกติ พร้อมกับลูบหัวลูกเสือดำอย่างเบามือไปด้วย
ชายหนุ่มขบกรามแน่นตวัดสายตามองสาวใช้ที่ทำให้ลูกเสือดำตัวน้อยของเขาต้องกลัวอย่างเ็าั์ตาสีดำเข้มคบกริบมีไฟลุกโชนราวกลับจะฉีกร่างนั้นให้ขาดเป็ชิ้นๆ
สาวรับใช้ตัวสั่นไหวััได้ถึงความตายสายตาที่จ้องมองมาของบุรุษตรงหน้าราวกับว่ากำลังตัดสินชีวิตของนาง น่ากลัวบุรุษผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว นางไม่เคยเจอผู้ใดมีแววตาเป็เช่นนี้มาก่อนขาทั้งสองข้างสั้น ไม่มีแรงจะยืนล้มลงกับพื้นไม้แข็งาแที่มือที่โดนกัดก็มีเืสีแดงฉานไปทั้งมือสาวรับใช้ได้แต่กุมมือข้างนั้นไว้ น้ำตาไหลนองหน้า ก้มหน้าลงมองพื้นไม้ไม่กล้าสบตากับบุรุษที่ยืนอุ้มลูกเสือดำไว้ได้แต่กัดปากกลั้นเสียงสะอื้น ขมความกลัวไว้
“ เ้าเป็ใคร ส่งลูกเสือตัวนั้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้! ” ตู่ถิงอันเอ่ยกับบุรุษที่ยืนหันหลังให้ทำให้นางไม่เห็นใบหน้ารูปงามของอีกฝ่ายจึงได้พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ผู้ที่เอ่ยนั้นไม่รับรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในเวลาต่อมาแม้แต่น้อยคนที่นางเอ่ยไม่ใช่ผู้ที่จะถูกผู้อื่นกล่าวขึ้นเสียงได้มีแต่ต้องนอบน้อมกับเขาผู้นี้เท่านั้นนางคงจะไม่รักชีวิตของตัวเองถึงได้กล้ายกมือชี้นิ้วสั่งเขาเช่นนี้นิ้วนั้นคงไม่อยากจะเก็บนิ้วเอาไว้เสียแล้ว
ตู่ถิงอันเมื่อเห็นใบหน้าของบุรุษที่อุ้มลูกเสือดำอยู่ชัดเจนก็ลดมือลง พร้อมกับส่งยิ้มให้หวานที่คิดว่าสวยที่สุดไปให้แทนนางไม่เคยพบผู้ใดที่รูปงาม หล่อเหลา มีกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาดูน่าค้นหามองก็รู้ว่าจะต้องไม่ใช่คนธรรมดา จะต้องเป็คนที่มีฐานะแน่หากนางได้สานสัมพันธ์กันกับอีกฝ่ายคงจะดีไม่น้อย
“ ท่านเป็ใครหรือ ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน หรือท่านจะเป็คนต่างเมืองเช่นนั้นหากท่านมีอะไรก็ถามข้าได้นะ ข้ารู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเมืองนี้ ”
“ ... ”
“ ท่านคงจะเป็เ้าของเสือตัวนี้ ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไรช่วยบอกข้าได้หรือไม่ ” ตู่ถิงอันเอ่ยพลางยกมือบิดผ้าเช็ดหน้าแสร้งทำเป็เหนียมอาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความเงียบจากร่างสูงนางคิดว่าเขาอายไม่กล้าพูดกับนาง จึงเปลี่ยนไปชวนคุยเื่อื่น
“ ข้าชอบเสือดำตัวนี้มาก ไม่ทราบว่าท่านพอจะมอบมันให้ข้าได้หรือไม่ท่าน้าเงินเท่าไหร่บอกราคามาได้เลย ท่านพ่อของข้าเป็เ้าเมืองนี้มีเงินทองมากมายถ้าท่านตกลงที่จะขายก็ไปพบท่านพ่อของข้าที่จวนก่อน จะได้นั่งคุยเื่ราคากันดีหรือไม่เ้าค่ะ” นางเอ่ยเช่นนี้เพราะอยากให้อีกฝ่ายตามไปที่จวน
โจวหยางิไม่ได้สนใจสิ่งที่คุณหนูผู้นี้พูดแม้แต่น้อยเงินหรือเขามีมากจนใช้ทั้งชาติก็ยังไม่หมด คิดจะซื้อลูกเสือตัวน้อยของเราหรือไม่ว่าจะมีเงินมากแค่ไหนก็ซื้อมันไม่ได้หรอก
ชายหนุ่มเดินผ่านหน้าตู่ถิงอันไปโดยไม่หันมองด้วยซ้ำ
นึกรำคาญเสียงแหลมแสบแก้วหูที่พูดไม่หยุด
เมื่อเห็นบุรุษรูปงามไม่สนใจสิ่งที่นางพูดแม้แค่น้อยหนำซ้ำยังเดินหนีอีก ในใจนางรู้สึกเสียหน้ามาก ไม่เคยถูกผู้ใดเมินมาก่อน แต่มีหรือตู่ถิงอันจะล้มเลิกง่าย ๆ
นางเป็ถึงลูกสาวท่านเ้าเมืองของที่นี่ไม่ว่าใครก็ต้องให้เกียรตินางอยู่หลายส่วน ถ้าไม่อยากเดือดร้อน แต่ชายผู้นี้เป็ใครถึงไม่สนใจนาง
“ เดี๋ยวก่อนสิ ข้ายังพูดไม่จบ ”
“ หลีกไป ” น้ำเสียงทุ้มเข้มเ็า
“ ท่านจะไปไหนหรือ อยู่คุยกับข้าก่อนสิเ้าค่ะ ”นางทำเป็ไม่สนใจน้ำเสียงเ็าของเขา พยายามจะชวนเขาคุยอีกครั้ง
“ … ” ดวงตาคมหรี่ลงมองหญิงสาวที่แสนน่ารำคาญ นางรู้สึกว่าโดนจ้องก็ก้มหน้าอย่างเขินอายโจวหยางิเห็นเช่นนั้นก็เดินอ้อมไปอีกทางตู่ถิงอันก้มหน้าอยู่นานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงเงยหน้ามองปรากฎว่าชายหนุ่มรูปงามหายไปแล้ว
“ นี่! ท่านจะไปไหน ข้าสั่งให้ท่านหยุดเดี๋ยวนี้ถ้าข้ายังไม่สั่งให้ไปท่าน ก็ห้ามไปไหนทั้งนั้น ”
ตู่ถิงอันยกนิ้วชี้หน้าออกคำสั่งอย่างแข็งกร้าวนางเผยยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนที่กำลังจะเดินหนีหยุดเดินบางทีชายหนุ่มอาจจะกำลังเขินในความสวยของนางก็ได้จึงเดินหนีคิดได้อย่างนั้นถิงอันก็มีความสุขมาก จนลืมคิดถึงความเป็จริงจนไม่สนใจน้ำเสียงที่เปร่งออกก่อนหน้ามานั้นน่ากลัวเพียงใด
ไม่ทันที่หญิงสาวได้ตั้งตัวนิ้วที่ยกขึ้นชี้หน้าโจวหยางิก็ถูกของมีคมตัดขาดลงในชั่วพริบตาเืสีแดงสดพุ่งกระฉูด ตามด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเ็ป
“ ... ” ั์ตาสีดำเข้มคู่คมมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ปากหยักหนาไม่เอ่ยตอบสิ่งใดให้เสียเวลาผู้ที่กล้าชี้หน้าสั่งคนอย่างเขาต้องโดนลงโทษ เขาตัดเพียงนิ้วเดียวก็ถือกว่าปราณีมากแล้วหากมีครั้งหน้าไม่แน่ว่าจะเป็ศีรษะที่จะถูกตัด
โจวหยางิแผ่ไอสังหารออกมารอบตัวชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์นี้อยู่นานก็พลอยได้รับผลกระทบไป บางคนที่ยืนก็ถึงกับทรุดลงกับพื้นและสลบไปก็มีเพราะทนรับแรงกดดันไม่ไหว
ตู่ถิงอันก็ทนรับแรงกดดันไม่ไหวจนทรุดตัวลงนอนกับพื้นไปเหมือนกันดวงตาแดงกล้ำ ร้องไห้ไม่หยุด มองนิ้วชี้ที่ถูกตัดหล่นบนพื้น เหลือบมองคนที่ตัดนิ้วของนางแต่อีกฝ่ายกลับหันหลังเดินออกไปเสียแล้ว ไม่สนใจว่านางจะกรีดร้องอย่างเ็ปแค่ไหน
“ น นิ้ว นิ้วของข้า ม้ายยยย ”
โจวหยางิไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวเขารีบสาวเท้าเข้ามายังห้องพักของตน ขาแกร่งเดินมานั่งบนเตียงมือหนาก็ยังลูบปลอบลูกเสือดำตัวน้อยไม่หยุด
“ เย่วเอ๋อร์ ” เอ่ยเรียกลูกเสือดำตัวน้อยในอ้อมกอด ภายในใจขององค์รัชทายาทหนุ่มร้อนรุ่มไม่รู้ว่าเ้าตัวน้อยของเขาได้รับาเ็ที่ส่วนใดบ้างก่อนหน้าที่เขาจะมาเห็นได้ถูกทำร้ายอะไรไปบ้าง
“ เ้าเจ็บตรงไหนบ้าง บอกข้ามาเถอะ ”
“ ท่านไปไหนมา ” ในที่สุดลูกเสือดำก็ยอมเอ่ยออกมา
“ ข้าออกไปทำธุระนิดหน่อย… ขอโทษที่มาช้า ” ทั้งที่ไม่ใช่นิสัยของตนโจวหยางิไม่จำเป็ต้องขอโทษใครแต่กับลูกเสือดำตัวน้อยตรงหน้าเขากลับเอ่ยออกมาอย่างไม่คิดอะไร
“ ... ”
“ ยกโทษให้ข้าได้หรือไม่ ”
“ ไม่ ข้าไม่ยกโทษให้ท่านหรอก” จันทร์ซุกหน้าหาอกแกร่งกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่นจนเล็บคมไปโดนกับิัของโจวหยางิทำให้รู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อยแต่ชายหนุ่มก็ยังมีสีหน้าที่เรียบนิ่งไม่เปลี่ยน ความเจ็บแค่นี้ยังน้อยไปโดนแค่นี้เขาทนได้ เขาสมควรได้รับมัน
เมื่อครู่จันทร์กลัวมากเลยที่มีคนพยายามมาวิ่งไล่จับ แล้วยังจะพาเขาไปอยู่ด้วย พูดด้วยก็ไม่รู้เื่ถ้าโดนจับไปได้เขาคิดว่าจะไม่ได้เจอโจวหยางิอีกแล้ว
“เย่วเอ๋อร์เงยหน้ามาคุยกับข้าหน่อยเด็กดี บอกข้าสิ ข้าต้องทำอย่างไรเ้าถึงจะหายโกรธ”
“ ไม่เอา ” ถึงจะพูดยังไง เขาก็ไม่ยอมหายโกรธหรอก อีกฝ่ายกลับมาช้าทำให้เขาต้องเจ็บตัวแล้วก็กลัวมากด้วยดังนั้นไม่ยกโทษให้ง่าย ๆ หรอก ถ้ายอมง่าย ๆ คราวหลังก็ทำอีก
“เย่วเอ๋อร์เด็กดีเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ คราวหน้าข้าไปไหนจะบอกเ้าก่อน ”
“ ไม่! ท่านต้องพาข้าไปด้วย ” ถึงจะพูดว่าจะบอกเขาก่อน แต่จันทร์ก็ไม่อยากถูกอีกฝ่ายทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว ถ้าอีกฝ่ายไปไหนเขาก็จะตามไปด้วย มีโจวหยางิที่ไหนก็ต้องมีเขาอยู่ที่นั่น
จันทร์ไม่คุ้นเคยกับโลกใบนี้โจวหยางิเป็คนแรกที่เจอและพูดคุยกันได้ เขารู้สึกปลอดภัยเวลาที่มีอีกฝ่ายอยู่ใกล้และสิ่งที่เขายิ่งไม่ชอบเลยคือเวลาที่ตื่นมาแล้วไม่เจอใคร
“ ได้ หากไปได้ข้าจะพาไป ” หากสถานที่นั้นไม่อันตรายจนเกินไปเขาจะพาไปด้วยคำนี้ชายหนุ่มได้แต่เอ่ยในใจ ไม่ได้พูดออกไป แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เขาก็ไม่อยากปล่อยให้ลูกเสือดำตัวน้อยของเขาห่างกายแม้แต่น้อย
“ ท่านพูดแล้วนะ ห้ามลืมเด็ดขาด สัญญาสิ ถ้าผิดสัญญาต้องกลืนเข็มพันเล็ม ”ขู่ไว้ก่อนเผื่ออีกฝ่ายจะกลัว กลืนเข็มมันเจ็บมาก ปลายเข็มแหลมคม คิดแล้วก็น่ากลัวหากมีครั้งหน้าจะได้บอกกับโจวหยางิได้ว่าเคยสัญญากับตนเอาไว้
“ ข้าสัญญา ”
“ เมื่อครู่ ข้าได้ยินท่านเรียกข้าว่าเย่วเอ๋อร์หรือ ” จันทร์เงยหน้าถามเพราะได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนเองหลายครั้ง
“อืม ข้าตั้งชื่อให้เ้าว่าเย่วชิงจะได้มีเหมือนกับคนที่นี่ เ้าชอบชื่อนี้หรือไม่”
“ ชอบ แต่ข้ายังไม่หายโกรธท่านหรอกนะ ”
“ เ้าจะให้ข้าทำอย่างไรถึงจะหายโกรธ หืม ”
“ คืนนี้ท่านของนอนกอดข้าทั้งคืนเลย แล้วข้าถึงจะหายโกรธ ”จันทร์ชอบเวลาที่อยู่ในอ้อมกอดของร่างสูง ตัวของโจวหยางิอุ่นเขาชอบ และกลิ่นกายหอมทำให้นอนหลับสบาย
“ หึ ตามที่เ้า้า ” โจวหยางิไม่ได้มีปัญญาสำหรับคำขอนี้หากเ้าตัวน้อยชอบ เขาก็ยินดีที่จะนอนกอดทุกคืน
“ ว่าแต่ เย่วชิงหมายถึงอะไรหรือ ” เงยหน้าถามอีกครั้ง มีชื่อแล้วก็ต้องรู้ความหมายด้วย
“ … ” เ้าคือดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างในใจข้าเป็ดวงจันทร์น้อยของโจวหยางิ