4
เต้ช่วยพ่อขายไก่ย่างวันแรก 1
เวลาล่วงเลยจนมาถึงวันเสาร์ เต้ฝืนตัวเองลุกขึ้นมาช่วยพ่อเตรียมของไปขายั้แ่เช้ามืด สองพ่อลูกลากรถที่บรรทุกไก่หมักไปเต็มคันรถไปที่ร้านของพ่อ ซึ่งเป็เพิงเล็กๆ ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ เมื่อตอนที่เขาได้เห็นสภาพของร้านแล้ว ก็รู้สึกว่าควรต้องปรับปรุงมันอย่างมาก เนื่องจากมันดูเก่าและขาดความคิดสร้างสรรค์
‘ไก่ย่างน้องเต้ เ้าเก่า’
เต้ยืนมองดูป้ายร้านด้วยความรู้สึกขำ เขาไม่ได้เห็นป้ายนี้มานานมากจนลืมไปแล้ว พอได้มาเห็นอีกครั้งก็รู้สึกว่าชื่อร้านนี่ตลกมากและแอบเขินๆ นิดหน่อย
ไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเอาชื่อลูกไปตั้งเป็ชื่อร้านเลยจริงๆ เต้คิดในใจ
พ่อและเต้ช่วยกันเปิดร้าน พ่อเป็คนเตรียมก่อไฟ ย่างไก่ ส่วนเต้ได้รับหน้าที่ให้ทำความสะอาดร้าน แม้ว่าร้านนี้จะไม่มีโต๊ะให้นั่งทานแต่ก็ต้องทำร้านให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะไม่มีใครอยากซื้ออาหารที่ร้านสกปรก นี่เป็ประโยคพ่อของเขาบอกตลอดเวลาที่ช่วยกันเปิดร้าน ซึ่งแน่นอนว่าเต้เห็นด้วยอย่างมาก ตลอดเวลาที่ชาติก่อนเขาทำธุรกิจไก่ย่างมา เขาให้ความสะอาดนั้นสำคัญเท่ากับรสชาติเสมอ
หลังจากที่เต้ทำความสะอาดเสร็จ ก็เตรียมที่จะย่างไก่ช่วยพ่อ ไก่ตัวใหญ่เสียบไม้ถูกวางบนตะแกรงเตาปิ้งย่างขนาดใหญ่จนเต็ม ทั้งสองช่วยกันพลิกไก่กลับไปมา เต้คอยทาน้ำมันลงบนตัวไก่ น้ำมันนั้นหยดลงบนถ่านเสียงดังซ่าๆ เมื่อไก่เริ่มสุกความหอมก็กระจายลอยไปตามลมพร้อมกับควัน พ่อและเต้ที่ไม่ได้ทานข้าวเช้าทันทีที่ได้กลิ่นหอมของไก่ย่างนั้นท้องก็ร้องดังโครกคราก
กลิ่นหอมของไก่ย่างได้กระจายไปทั่วบริเวณถนนใหญ่ ไก่ย่างที่กำลังย่างอยู่หน้าร้านถูกแสงของดวงอาทิตย์ส่องลงมากระทบ ทำให้ดูคล้ายกับว่าไก่ย่างสามารถเปล่งประกายได้ ผู้คนที่ขี่รถมอเตอร์ไซต์ผ่านไปผ่านมาต่างก็เหลียวมองร้านไก่ย่างข้างทางนี้ไม่หยุด
เวลาผ่านไปไม่นานนักก็มีลูกค้าหลายคนจอดรถถามซื้อไก่ย่าง
“แป๊บหนึ่งนะครับ รอประมาณ 10 นาทีครับ” พ่อบอกลูกค้าที่ยืนรอหน้าร้าน ส่วนมือก็พลิกกลับไก่ไปมา สลับกับทาน้ำมัน เต้นั้นก็กำลังพลิกไก่มือเป็ระวิงเช่นกัน จนแขนของเขาเริ่มจะสั่นๆนิดหน่อย เนื่องจากร่างกายที่อายุ 15 ปีตอนนี้ไม่ได้ออกกำลังกายมาก่อน แขนเลยไม่ค่อยจะมีแรงเท่าไหร่ เต้เพิ่มแผนออกกำลังกายเข้าไปในหัวอย่างรวดเร็ว เพราะร่างกายตอนนี้อ่อนแอเกินไปที่จะทำงานหนักๆ
เต้เรียงไก่ที่ย่างสุกดีแล้วไว้ด้านข้างอย่างเป็ระเบียบ ก่อนจะผละมือจากคนย่างไก่กลายเป็คนห่อไก่ย่างใส่ถุงให้ลูกค้าแทน เขาใช้กระดาษห่อไก่ย่างด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนจะใส่ถุงและยื่นให้ลูกค้า พ่อที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลยสักนิดว่าทำไมลูกชายที่มาช่วยขายของครั้งแรกถึงได้ทำงานได้คล่องแคล่วขนาดนี้
“เต้ๆ ครึ่งตัว 40 ส่วนเต็มตัว 80 นะ” พ่อเดินเข้ามากระซิบที่ข้างหู เต้พยักหน้าตอบรับเป็อันเข้าใจ
“เต็มตัว 80 ครับผม” เต้บอกราคากับลูกค้า พร้อมแจกรอยยิ้มหวานให้ นี่เป็เคล็ดลับการค้าขายของเขาเลยนะ วิธีจะมัดใจลูกค้าหน้าใหม่ได้ นอกจากรสชาติแล้วก็รอยยิ้มของคนขายนี่แหละ
“โห่ไก่ตัวเท่านี้ 80 เองหรอพ่อหนุ่ม ถูกมาก” ลูกค้ายื่นแบงก์ร้อยให้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะจากไปพร้อมกับไก่ย่าง และเงินทอนด้วยความพอใจ
“พ่อหนุ่มป้าก็เอาด้วยนะตัวนึง”
“ของลุงครึ่งตัวนะไอ้หนู”
“พี่เอา 2 ตัวนะคะ”
“ค้าบ ค้าบ ได้แล้วครับ อันนี้ของคุณป้านะครับ 80 ครับ” เต้ยื่นไก่ส่งให้พร้อมกับรอยยิ้ม
“ของลุงค้าบ 40 บาทครับ ขอบคุณครับ”
“อันนี้ของพี่สาวครับ 160 นะครับผม ขอบคุณครับ” เต้ไม่ลืมที่จะส่งยิ้มหวานให้กับลูกค้าหลังจากรับเงินมา เขายิ้มให้กับลูกค้าทุกคน จนใบหน้าของเขาตอนนี้เกือบจะแข็งไปแล้ว
ตอนประมาณ 10 โมงร้านไม่มีลูกค้า พ่อผละออกจากเตาก่อนจะเรียกเต้กินข้าว “เต้พักก่อน ไปกินข้าวดี๋ยวก็เป็ลมเป็แล้ง”
พ่อเปิดฝากล่องข้าวที่ทำมาจากบ้าน แม้ว่าอาหารจะไม่ร้อนและยังมีน้ำที่ระเหยออกมาเต็มกล่องข้าว แต่ก็ไม่ทำให้ความหิวของพ่อและเต้น้อยลงแต่อย่างใด
“โอ๊ย ได้กินข้าวสักที พ่อดมกลิ่นไก่ย่างหิวจนตาลายแล้ว” พ่อว่า
จากนั้นทั้งสองคนก็กินข้าวเช้าหมดไปอย่างรวดเร็ว และยังกินไก่ย่างที่เตรียมไว้ขายด้วยอีกครึ่งตัว
“อิ่มมาก” เต้ลูบพุงตัวเองเบาๆ
“อิ่มแล้วก็ทำงานกันเถอะ นั่งเฉยๆ เดี๋ยวก็ง่วงหรอก”
เมื่อพ่อพูดจบ ก็มีลูกค้าขับรถยี่ห้อหรู C มาจอดหน้าร้านพอดี ชายอายุประมาณ 27 - 28 ปี รูปร่างผอมสูงลงจากรถก่อนจะรีบเดินมาทางเต้ แล้วสั่งไก่ย่างด้วยความรวดเร็ว
“น้อง พี่ขอไก่ย่าง 6 ตัว แล้วก็ข้าวเหนียวด้วยสัก 60 บาท เร็วๆ ขอแบบด่วนๆ เลย”
“เอ่อ ที่ร้านไม่มีข้าวเหนียวครับพี่ ขายแต่ไก่ย่าง”
ลูกค้าชายหนุ่มคนนั้นขมวดคิ้ว “อะ..อ้าวหรอ อ่ะเคงั้นไม่เป็ไร เอาแค่ไก่ย่าง”
“ครับรอแป๊บหนึ่งนะครับ พี่นั่งรอในรถก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเอาไปให้ที่รถ”
“โอ้ งั้นดีเลย” ชายคนนั้นยิ้มให้ ก่อนจะเดินกลับขึ้นรถ
ไก่ย่าง 6 ตัว ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง การบอกให้ลูกค้ารอที่รถ นั่งตากแอร์เย็นๆ ไม่ต้องยืนรอรับหน้าร้าน เป็อีกทางหนึ่งที่สร้างความความพึงพอใจให้กับลูกค้า มันดูเป็สิ่งเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่ที่จริงแล้วมันเป็สิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ลูกค้าพอใจและอยากกลับมาซื้อที่ร้านอีก
ใช้เวลาไม่นานนัก ไก่ย่างทั้ง 6 ตัว ก็สุกพร้อมขาย เต้ห่อไก่ใส่ถุง 3 ถุงใหญ่ เดินเอาไปส่งให้ที่รถยี่ห้อ C คันนั้น
“ไก่ย่างได้แล้วครับ” เต้ส่งยิ้มกว้างให้
“โอ้...เร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย ละทั้งหมดเท่าไหร่หนู”
“ทั้งหมด 6 ตัว 480 ครับ”
“อ่ะเอาไปเลย 500 ที่เหลือทิปนะ” ชายคนนั้นยื่นแบงก์สีม่วงให้ ทำเอาเต้ยิ้มแก้มแทบปริ ถึงแม้ว่าจะเคยจับเงินเยอะมากกว่านี้ก็ตาม แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ทิป
“ขอบคุณมากครับ ทานให้อร่อยนะครับผม” เต้ยิ้มกว้างให้กว่าทุกครั้ง พร้อมกับโบกมือบ๊ายบาย
ลูกค้าผู้ชายที่เพิ่งจะขับรถไปนั้น ชื่อ ตี๋ เป็ผู้ช่วยผู้จัดการของนักแสดงสาวชื่อดัง ‘สาลี่’ และวันนี้เ้าหล่อนดันบ่นว่าอยากกินไก่ย่างส้มตำตอนเที่ยงนี้ แน่นอนว่าไม่พ้นไอ้ตี๋ที่ต้องไปตระเวนหาซื้อให้ ซึ่งมันไม่ได้ง่ายเลย เพราะนี่เป็การมาออกกองที่จังหวัด Y เป็ครั้งแรก และไม่รู้จักร้านอาหารดีๆ ในจังหวัด Y เลย! เวลาที่นักแสดงอยากกินอะไร เขาจึงต้องไปตระเวนหาทั่วจังหวัด อีกทั้งตี๋ต้องอยู่ที่นี่เป็เวลา 2 อาทิตย์ เพราะละครที่สาลี่กำลังถ่ายอยู่มีฉากที่ต้องถ่ายในจังหวัด Y เยอะมาก ดังนั้นแล้วการทำงานในต่างจังหวัดนี่ไม่ใช่เื่ง่ายเลยจริงๆ
หลังจากที่ตี๋ได้หาซื้อส้มตำ ไก่ย่าง และข้าวเหนียว จนครบแล้ว ก็มุ่งหน้าไปสถานที่ถ่ายทำละครในจังหวัด Y
ภายในรถคันหรูนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหาร โดยเฉพาะกลิ่นไก่ย่างทั้ง 6 ตัวที่ส่งกลิ่นหอมน่ากินกว่าใคร
จ๊อกกกกก ~
ท้องของตี๋ส่งเสียงร้องเสียงดัง คล้ายกำลังเร่งให้เขาขับรถเร็วๆ เท้าของเขาจึงเหยียบคันเร่งไม่หยุด
‘โอ๊ย หอมชะมัด หิวจะตายแล้วววว!’ ตี๋คิดในใจ
เมื่อถึงสถานที่ถ่ายทำ ตี๋รีบเดินถือถุงไก่ย่างส้มตำไปให้แม่บ้านช่วยจัดใส่จานให้ทันที จากนั้นก็รีบเดินไปบอกดาราสาว สาลี่ ที่กำลังนั่งเม้าท์มอยกับเพื่อนดาราระหว่างพักเบรก
“น้องสาลี่ ไก่ย่างส้มตำได้แล้วครับ” ตี๋เดินไปกระซิบบอกเบาๆ
“โอ้ โอเคค่ะพี่ตี๋” สาลี่พยักหน้า ก่อนจะพูดขึ้นมากลางวงสนทนาว่า “ทุกคนคะ วันนี้สาลี่จะเลี้ยงไก่ย่างส้มตำทุกคนเองค่า!”
ตี๋เดินนำแก๊งดารานักแสดงนำหลักไปที่โต๊ะอาหารที่ตอนนี้เต็มไปด้วยอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ
“พี่ตี๋อย่าลืมแบ่งให้ผู้กำกับด้วยนะ” สาลี่หันไปบอกตี๋เบาๆ
“แบ่งเรียบร้อยแล้วครับ” สาลี่พยักหน้าเป็อันรับรู้ พร้อมกับชูนิ้วโป้งให้
“ป่ะ งั้น…กินกันเลยค่ะทุกคน” สาลี่ผายมือชวนทุกคนนั่งลง
สาลี่นั่งลงตรงหน้าจานที่มีไก่ย่างชิ้นใหญ่วางอยู่ แม้ว่าไก่ย่างจะเย็นลงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังดูน่ากินมาก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปอาหารและภาพบรรยากาศก่อนจะค่อยลงมือกินข้าว
“หู้วววว เธอๆ รีบกินเลย! ไก่ย่างอร่อยมาก!” นักแสดงสาวที่เล่นเป็ตัวร้าย ร้องขึ้นมาเสียงดังพร้อมกับแววตาที่เป็ประกาย
“เห้ยยย อร่อยจัง ใช่ไก่ย่างจริงๆเปล่าเนี่ย” ส่วนพระเอกของเื่ก็ร้องออกมาเสียงดังเช่นกัน
สาลี่เห็นเพื่อนๆที่กินไก่ย่างแล้วมีสีหน้าเอร็ดอร่อย ก็เริ่มจะอดใจไม่ไหว เธอคว้าน่องไก่มาหนึ่งชิ้นก่อนจะกัดเข้าไป
รสชาติเข้มข้นของเครื่องเทศกระจายไปทั่วปาก รสชาติที่ไม่หวาน ไม่จืดเกินไป และมีรสเค็มติดปลายลิ้นนิดๆ เนื้อไก่ที่คิดว่าแห้ง กลับนุ่มและฉ่ำมาก ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งรู้สึกถึงความฉ่ำนั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่สาลี่ได้กินไก่ย่างที่อร่อยขนาดนี้
“อื้มมม ฉ่ำมากกก!” เธอร้องขึ้นมาเสียงดังด้วยสีหน้ามีความสุข
จากนั้นทั้งโต๊ะต่างตักอาหารด้วยความรวดเร็วเหมือนคนหิวโซ หากคนอื่นเข้ามาเห็นภาพนี้คงใเป็แน่ ว่านี่ใช่เหล่าดาราที่อยู่ในทีวีจริงรึเปล่า
ในไม่ช้าอาหารทั้งโต๊ะก็หมดเกลี้ยง โดยแน่นอนว่าอาหารที่หมดเป็อย่างแรกก็คือ ไก่ย่างของเต้
ในฝั่งของตี๋ที่ได้แบ่งไก่ย่างหนึ่งตัวไปกินเองนั้น เขาไม่แบ่งให้ใครได้กินเลยหลังจากที่ได้ชิมไปหนึ่งคำ ตี๋วิ่งหาที่ซ่อนเงียบๆ ก่อนจะนั่งกินไก่ย่างคนเดียวจนหมด