หลังจากรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ซูหนี่เริ่มกินข้าวกินน้ำมากขึ้น บนใบหน้าเริ่มกลับมาสดใหม่ดั่งดอกไม้แรกบานปรากฎรอยยิ้มอยู่ทั้งวัน กลับมาร่าเริงดังเดิม เพียงแต่นับวันเด็กในท้องโตขึ้นเรื่อยๆหากมู่เฉินยังไม่กลับมารับนางไป เกรงว่าอีกไม่นานบิดาคงรับรู้ ท่านคงจะโกรธมากแน่ ซูหนี่เริ่มมีความคิดใหม่ในเมื่อมู่เฉินไม่มารับ นางคงต้องเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อหาเขาเองแล้วไม่ว่าอย่างไรนางต้องไปเมืองหลวงเพื่อเจอเขาให้ได้
ซูหนี่เดินจากห้องนอนออกไปด้านนอกมุ่งไปยังห้องโถงที่บิดามักชอบอ่านตำราอยู่ เดินผ่านประตูเข้าไปเจอบิดากำลังนั่งอ่านหนังสือตามคาด
"ท่านพ่อข้ามีเื่จะขอร้องท่าน"
"มีเื่อะไรก็พูดมาเถอะ"
"ก่อนหน้านี้ท่านพี่อี้กับท่านพี่มู่มักจะเล่าเื่เมืองหลวงให้ข้าฟังตอนนี้ที่โรงย้อมก็ไม่ค่อยมีงานข้าอยากจะขอท่านพ่ออนุญาตให้ข้าไปเมืองหลวงสักครั้งได้หรือไม่"
"ไม่ใช่พ่อไม่อยากให้เ้าไปนะแต่เ้าเป็สตรีตัวคนเดียว จะเดินทางไปเมืองหลวงได้เช่นไร เส้นทางคดไกลพ่อไม่วางใจหรอก"
ซูห่าวเดินเข้ามาทางประตูเอ่ยเสียงยาวออกมา "ข้าจะไปกับหนีหนี่เองครับท่านพ่อ" ซูห่าวยิ้มหวานให้บิดาตัวซูห่าวเองก็อยากจะไปเที่ยวเมืองหลวงเช่นกัน เขาเคยไปเพียงครั้งเดียวคือตอนที่ไปส่งผ้าให้พ่อค้าในเมืองหลวง นึกถึงแล้วเขาก็อยากไปอีกจึงอาสาพาน้องสาวไปเอง
ซูหลงเองก็ไม่ใช่พ่อที่เผด็จการเช่นนั้นเขาได้แต่ตกลงให้สองพี่น้องออกไปท่องโลกบ้างหากวันๆเอาแต่อยู่ในจวนก็น่าเสียดายชีวิตวัยหนุ่มสาว
แม่ของซูห่าวก้าวเข้ามามองหน้าทุกคนอย่างถี่ถ้วน "พวกเ้าสองพี่น้องจะไปไหนกันนะเหตุใดข้าถึงไม่รู้"
ซูห่าวพูดขึ้น "ข้ากับน้องหญิงจะไปเที่ยวเมืองหลวงท่านแม่อนุญาตให้ข้าไปกับน้องหญิงด้วยล่ะ"
"ใครไม่ให้พวกเ้าไปกันข้ากำลังจะเตรียมเงินให้พวกเ้าต่างหากล่ะ ลูกชายลูกสาวของข้าก็โตๆกันแล้วข้าย่อมอนุญาตอยู่แล้ว หากไม่เพราะแม่แก่แล้ว คงจะเดินทางไปกับพวกเ้าด้วย"
"ขอบคุณท่านแม่ที่สนับสนุน" สองพี่น้องกล่าวคำขอบคุณพร้อมกัน ยกยิ้มด้วยความดีใจในที่สุดก็จะได้เดินทางไปเมืองหลวงเมืองที่ครึกครื้นั้แ่หน้าประตูเมืองยันท้ายประตูเมืองอีกไม่กี่วันพวกเราเจอกัน
เตรียมของเสร็จเรียบร้อยสองพี่น้องตระกูลซูไม่ใช่พวกลูกคุณหนูที่ต้องมีครบและสะดวกสบายแต่พวกเขาคือพวกเด็กสู้ชีวิต แม้ตระกูลจะทำโรงย้อมผ้า ฐานะทางครอบครัวถือว่าดีกระนั้นพวกเขากลับเป็คนที่ทนต่อความยากลำบากได้ดังนั้นของที่เตรียมไปมีเพียงของจำเป็ เสื้อผ้าไม่กี่ชุดกับเงินจำนวนหนึ่ง
ซูหลงพูดขึ้น"ไปถึงเมืองหลวงก็ไปหาท่านพี่หยางเฉินนะ พวกเขาอยู่เมืองหลวงพวกเ้าจะได้ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าที่พัก"
"รู้แล้วค่ะท่านพ่อ"
"ดูแลน้องสาวเ้าด้วยล่ะ"มารดาของซูห่าวกำชับ
"แน่นอนอยู่แล้วครับพวกท่านไม่ต้องห่วง ไว้ถึงเมืองหลวงแล้ว พวกเราค่อยส่งจดหมายให้นะ"
พูดจบสองพี่น้องตระกูลซูขึ้นรถม้ามุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง
เดินทางกว่าครึ่งเดือนในที่สุดก็ถึงเมืองหลวงดังคาด แม้ระหว่างทางจะเหนื่อยกระนั้นพี่น้องตระกูลซูกลับไม่สนใจความเหนื่อยนั้นแต่กลับตื่นเต้นกับความครึกครื้นของที่นี่ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของนานาชนิดทั้งของกินของใช้ผู้คนอัดแน่นไปด้วยหนุ่มสาววัยสะพรั่งเป็อีกความรู้สึกหนึ่งที่แตกต่างจากกุ้ยหลิน
รถม้ามาส่งได้ถึงแค่นอกกำแพงเมืองไม่อาจเข้ามาด้านในได้ ซูหนี่กับซู่ห่าวจึงเดินเข้ามา
"พี่ใหญ่ข้าว่าพวกเราไปหาจวนเฉินกันก่อนพักให้หายเหนื่อย จากนั้นค่อยออกมาเดินเล่นดีหรือไม่"
"พี่ว่าพวกเราเดินเล่นไปหาไปดีกว่าเมืองหลวงใหญ่เช่นนี้เกรงว่าคงจะหายาก ถือว่าค่อยๆเดินไปดูไป"
"มีเหตุผล"
กลิ่นปลาย่างลอยมาแตะจมูกของซูหนี่นางรู้สึกคลื่นไส้ อยากจะปลดปล่อย แต่มีพี่ใหญ่ยืนอยู่ไม่ไกล หากนางแสดงกิริยาเช่นนั้นคงหนีไม่พ้นสายตาพี่ใหญ่แน่
ซูหนี่หยิบผ้าปิดปากขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้เพื่อกันกลิ่นคาวที่นางไม่ค่อยชอบออกไป
"หนีหนี่เ้าปิดปากทำไม"
"ข้ารู้สึกว่าข้าหน้าตาดีเกินไปหากเปิดหน้าออก วันนี้ท่านจะได้น้องเขยกลับกุ้ยหลินน่ะสิ"
"หึ!! หลงตัวเอง"ซูห่าวฉีกยิ้มหัวเราะเยาะมุมปาก
ด้านหน้ามีรถม้าคันใหญ่กำลังวิ่งมาอย่างเร็วชนข้าวของสองข้างทางกระจาดกระจายผู้คนวุ่นวายหลบหลีกรถม้าที่ม้าพยศแล้ววิ่งไม่มีทิศทาง ซูหนี่ยืนอยู่กลางถนนนางยืนรอพี่ใหญ่ซื้อเกาลัดผัดน้ำตาลให้ ทันใดนั้นรถม้าวิ่งพุ่งเข้ามาหาตัวนางเต็มๆแต่เพียงพริบตา บุรุษชุดดำคว้าตัวให้หลบไปข้างทางได้ยามนี้นางอยู่ในอ้อมกอดของชายหน้าคมมาดนิ่งแลดูเคร่งขรึม ดวงตาล้ำลึกดุจก้นเหว
"แม่นางไม่เป็ไรนะ"ชายแปลกหน้าถามนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ซูหนี่ดึงสติกลับมาจึงตอบคนผู้นั้น "ข้าไม่เป็ไรขอบคุณคุณชายที่ช่วยข้าเอาไว้"
ซูหนี่ถอนหายใจแรงยื่นมือไปจับท้อง ดีที่ลูกในท้องไม่เป็ไรไม่เช่นนั้นคงไม่มีข้ออ้างไปหามู่เฉินอีกแน่
ซูห่าวหันมาอีกทีวิ่งเข้ามาโอบหลังน้องสาวเอาไว้ "หนีหนี่เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่"
"ดีที่คุณชายท่านนี้ช่วยข้าเอาไว้"
"ขอบคุณคุณชายที่ช่วยหนีหนี่เอาไว้"
ซูหนี่ถามขึ้น"ไม่ทราบว่าคุณชายเป็คนที่นี่หรือไม่"
"ข้าคือคนที่นี่พวกท่านเป็คนต่างถิ่นเหรอ ถ้าไม่รังเกียจก็ไปพักที่บ้านข้าได้นะ"
"ขอบคุณคุณชายมาก เพียงแต่พวกเรามาหาญาติน่ะไม่ทราบว่ารู้จักจวนตระกูลเฉินหรือไม่"
"จวนตระกูลเฉินห่างจากที่นี่ไกลพอสมควรหากพวกท่านไม่รังเกียจ ก็ขึ้นรถม้าของข้า ข้าผ่านทางไปพอดี"
"เช่นนั้นรบกวนคุณชายแล้ว"ซูหนี่พูดจบ สองพี่น้องตระกูลซูขึ้นรถม้าคันใหญ่ มุ่งหน้าไปยังจวนเฉิน
ซูหนี่เงยหน้ามองบุรุษหน้าเข้มตรงหน้าก่อนถามขึ้น"คุณชายมีชื่อแซ่ว่าอะไรเหรอ หากครั้งหน้าพวกเราเจอกันข้าจะได้เรียกถูก"
"ข้าแซ่หนิง ชื่อเฟิ่ง เรียกข้าว่าหนิงเฟิ่งก็ได้"
ซูห่าวพูดขึ้นมา "ข้าชื่อซูห่าวส่วนนางชื่อซูหนี่ พวกเราเป็พี่น้องกัน"
หนิงเฟิ่งหัวเราะออกมา"ฮ่าๆข้ายังนึกว่าพวกท่านเป็สามีภรรยากันเสียอีกขออภัยที่ข้าเข้าใจผิดไปใหญ่หลวงนัก"
"ข้ากับนางเป็พี่น้องต่างพ่อต่างแม่คุณชายหนิงจะเข้าใจผิดก็ไม่แปลก"
รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนเฉินก่อนที่คุณชายหนิงจะพูดขึ้นมา "ถึงจวนเฉินแล้ว ข้าส่งถึงแค่นี้แหละ ครั้งหน้าเจอกัน"
"ขอบคุณคุณชายหนิงมากที่มาส่งพวกเรา"
ซูห่าวกล่าวขอบคุณก่อนที่จะประคองน้องสาวลงจากรถม้าของหนิงเฟิ่ง