ถ้าจะพูดถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ในวันนี้ของฉัน ก็คงจะหนีไม่พ้นการเดินกลับไปยังจุดเดิม คนเรามักจะไม่หยุดเดินง่ายๆ หากเบื้องหน้ายังคงมีเส้นทางให้เดินต่อได้ ถึงแม้...เราจะมองไม่เห็นปลายสุดขอบของเส้นทางนั้นก็ตามที
ตึก
ตัก
ตึก
ตัก
เสียงของรองเท้าส้นสูงเดินเป็เส้นตรงอย่างไม่ลังเล จังหวะเดินซึ่งสม่ำเสมอ มันตรงกันข้ามกับเสียงที่เต้นรัวแรงภายในอกเล็กๆ นี้ แต่ฉันเดินกลับไม่ได้แล้ว
กระดาษในมือพวกนี้กุมชีวิตของฉันเอาไว้ทั้งชีวิต รวมถึงอนาคตของแม่ การหันหลังแล้ววิ่งกลับออกไป มันเป็ความคิดที่เปรียบเสมือนเอามีดมากรีดลงบนเส้นเืใหญ่ซึ่งหล่อเลี้ยงหัวใจให้ขาดออก ฉันไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่นอน ต่อให้ต้องตัดสินใจอีกสักกี่ครั้ง ฉันก็ยังคงให้คำตอบตัวเองในแบบเดิม
ซองเอกสารถูกวางลงบนเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าเบาๆ
“สวัสดีค่ะคุณศา ้าให้ช่วยอะไรหรือคะ”
ฉันยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบกลับไป
“ฉันมาสมัครงานค่ะ”
“คุณศา...” สีหน้าของพนักงานงุ่นงงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มส่งกลับมา “คุณศาจะสมัครตำแหน่งงานอะไรหรือคะ”
“พนักงานบัญชี”
“คุณศารอสักครู่นะคะ” โทรศัพท์ถูกยกขึ้นมาต่อสายภายในอย่างชำนาญ “สวัสดีค่ะคุณแข ใช่ค่ะ... คุณแขจะให้ดิฉันแจ้งกลับว่ายังไงหรือคะ ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจัดการให้นะคะ สวัสดีค่ะ”
โทรศัพท์ถูกวางกลับยังตำแหน่งเดิม เสียงแกร็กดังขึ้นเบาๆ
“คุณศาค่ะ ตอนนี้ฝ่ายบัญชีเต็มหมดเลยค่ะ เกรงว่าจะไม่มีตำแหน่งที่คุณศา้าจะสมัคร”
ไม่มีหรอ?
ไม่จริง! เมื่อกี้พนักงานคนนี้ก็ยังต่อสายคุยกับเลขาคุณพ่ออยู่เลยนิ ฉันมั่นใจว่าจัวเองจำชื่อยัยเลขาคนใหม่ของคุณพ่อได้แม่นยำ ไม่มีทางจำผิดแน่ ต่อให้บริษัทนี้มีคนชื่อแขหลายแขก็เถอะ ก็ไม่น่าจะมีใครที่ตำแหน่งใหญ่จนพนักงานเรียกคุณนำหน้าชื่อแบบเมื่อกี้หรอก
“เธอแน่ใจนะว่าตรวจดูแล้วจริงๆ”
“ดิฉันตรวจสอบแล้วจริงๆ ค่ะ ต้องขอโทษคุณศาจริงๆ นะคะ” เธอยิ้มเจื่อนๆ
แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะนะ ฉันก็ยังเชื่อไม่ลง ถ้าหากตำแหน่งในฝ่ายบัญชีเต็มจริงๆ เมื่อวานยัยเลขานั่นจะทิ้งใบสมัครงานของบริษัทไว้ให้ฉันทำไมเล่า มันไม่แปลกเกินไปหน่อยหรอ?
หรือว่า... ยัยนั่นแค่หลอกปั่นหัวฉันเล่นๆ เห็นฉันเป็ตัวตลกกันหมดเลยหรือยังไงหะ!
หน็อยแน่!
“แล้วตอนนี้มีตำแหน่งไหนที่ว่างบ้าง นอกจากบัญชี ช่วยตรวจให้ฉันอีกรอบสิ” ฉันจ้องเขม็งใส่พนักงานสาวที่มีสีหน้าเลิกลัก “ทำไม? หรือเธอกลัวอะไร”
“ปะ เปล่าค่ะคุณศา แต่ว่า...”
“ฉันรู้ล่ะ เธอกลัวคนที่เธอต่อสายเมื่อกี้ใช่ไหม?”
“คือว่า...”
“ฉันถามว่าใช่ หรือ ไม่ใช่”
“ใช่ก็ได้ค่ะ” คิ้วทั้งสองข้างของเธอขมวดเข้าหากันเป็ปม เห็นได้ชัดเจนว่าต้องมีอะไรในกอไผ่ ฉันว่าแล้วเชียว “แต่คุณศาห้ามบอกคุณแขนะคะ ไม่อย่างนั้นดิฉันถูกเด้งออกแน่ๆ”
เป็อย่างที่ฉันคิดเอาไว้ไม่มีผิด ยัยเลขานี่ร้ายกาจจริงๆ
“เธอก็แค่ทำหน้าที่ของเธอไปก็พอ” อย่างน้อยการเกิดมาเป็ลูกคุณพ่อ ถึงท่านจะไม่รักฉันเท่าพี่ๆ คนอื่น แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยฉันจัดการปัญหาเล็กๆ วันนี้ได้ “คราวนี้ เธอก็ตรวจสอบข้อมูลการเปิดรับสมัครงานทุกตำแหน่งของฝ่ายบัญชีให้ฉันแบบจริงๆ ได้แล้วใช่ไหม”
“ค่ะคุณศา แต่คุณศาห้ามบอกคุณแขนะคะ” พนักงานสาวย้ำประโยคเดิมกับฉันอีกครั้งราวกับกลัวว่าฉันจะลืม
“อืม อืม อืม รีบๆ เถอะหน่า ฉันพูดคำไหนก็คำนั้นอยู่แล้ว”
ใบหน้าเรียวเปื้อนรอยยิ้มมองมายังฉัน เธอโล่งอกที่ฉันสัญญาจะไม่บอกยัยเลขานั่น ส่วนฉันก็สามารถเดินหน้าตามแผนของฉันได้อีกขั้น
ทุกอย่างมันต้องมีการแลกเปลี่ยนเสมอ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรอก
ฉันถอนหายใจแ่เบา หวังว่าวันนี้จะไปได้สวยนะ
“ได้แล้วค่ะคุณศา”
“ว่ามา”
กระดาษเอสี่สีขาวถูกยื่นมาเบื้องหน้าฉัน มันวางซ้อนๆ กันสักสิบกว่าแผ่นได้มั้ง แล้วแบบนี้ยังจะบอกว่าบริษัทไม่มีตำแหน่งว่าง โกหกฉันเพื่ออะไรกัน คิดว่าคนอย่างฉันจะไม่มีปัญญาทำอะไรเลยหรือยังไง ดูถูกกันไปหน่อยแล้ว เธอมีเขี้ยว ฉันก็มีคมเล็บ รู้สึกไม่ถูกชะตาั้แ่เมื่อวานแล้ว เธอนี่มันไม่ธรรมดาเลยนะที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเืในตัวมันกำลังพลุ่งพล่าน
ก็ดีนะ อย่างน้อยๆ ฉันก็หาคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อเจอสักที
บนกระดาษพวกนี้ลงประกาศรับสมัครพนักงานที่จะเข้ามาทำงานในแผนกบัญชีของบริษัททั้งหมด ยาวเป็หางว่าว สายตาของฉันเหลือบไปเห็นตำแหน่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่เบา แถมยังเปิดรับสมัครคนค่อนข้างเยอะกว่าตำแหน่งอื่น เหมาะแก่การสมัครเข้าไปสุดๆ
“เธอน่าจะรู้นะว่าควรเอาเอกสารพวกนี้ไปจัดการยังไง” ฉันยื่นกระดาษพวกนั้นส่งคืนให้พนักงานประชาสัมพันธ์คนเดิม
“คุณศาหมายถึง...”
“อาฮะ ฉันคิดแบบที่เธอคิดนั่นแหละ”
ทีแรกพนักงานคนนั้นก็ดูเหมือนจะงงๆ แต่ตอนหลังรอยยิ้มหวานพลันปรากฏอยู่บนหน้าขาวๆ นั่น
มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด อะไรที่ทำแล้วฉันรอด ฉันปลอดภัย มนุษย์ก็จะทำ แต่ก็มีอยู่หลายประเภทที่มักเอาตัวรอดเพียงลำพัง ทิ้งคนอื่นซึ่งอาจจะหมดประโยชน์ไว้ด้านหลัง คนแบบนั้นน่ะ ไม่ควรจะอยู่บนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ และฉันก็ไม่ควรเกิดมาจากเืเนื้อเชื้อไขของคนประเภทนั้น ฉันยังคงเกลียดเขา เกลียดที่มีเขาเป็พ่อแท้ๆ ของตัวเอง
“คุณศาคะ คุณศา คุณศา”
ฉันใเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองเ้าของเสียงที่เรียกขึ้น
“มีอะไร”
เธอยื่นใบสมัครงานมาให้ฉันซึ่งกำลังยืนมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “คุณศากรอกข้อมูลสำคัญๆ ไว้ให้ดิฉันก็พอค่ะ ที่เหลือเดี๋ยวดิฉันกรอกลงระบบให้เองค่ะ ถือเสียว่าเป็การแลกเปลี่ยนเื่ที่คุณศาสัญญาว่าจะไม่บอกคุณแขเื่ที่...”
“ฉันไม่รบกวนเธอหรอก ขอบใจมาก”
“หมายความว่ายังไงคะ คุณศาจะไม่สมัครงานแล้วหรือคะ”
“ใครว่าฉันจะไม่สมัคร เอาเป็ว่าขอบใจสำหรับเื่วันนี้นะ ฉันขอตัวก่อน”
“เออ ค่ะ สวัสดีค่ะ”
ที่บ้าน…
“ศาทำอะไรอยู่หรือลูก”
“เอ้าแม่ กลับมาั้แ่เมื่อไหร่คะ” ฉันหันไปมองแม่ของตัวเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม บนตัวของแม่สวมชุดหัวหน้าแม่บ้าน “ศาไม่เห็นได้ยินเสียงประตูเปิดเลย
หรือว่าแม่หายตัวเข้าห้องศามาคะ”
“นี่แม่นะ ไม่ใช่นางฟ้าเสียหน่อยที่จะหายตัวได้”
“ใครว่าแม่ไม่ใช่นางฟ้ากัน” ฉันอมยิ้มมองผู้เป็แม่แท้ๆ “แม่น่ะไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นางฟ้าด้วยซ้ำ”
แม่ของฉันเดินมานั่งบนเตียงนอน ก่อนจะตบพื้นที่ด้านข้างตัวเบาๆ เรียกให้ฉันเข้าไปหาท่าน
“แล้วถ้าเกิดแม่เป็นางฟ้าจริงๆ แม่จะเป็นางฟ้าอะไรล่ะ ดูแม่สิ แม่เป็แค่แม่บ้านธรรมดาๆ เองนะ”
“แม่บ้านธรรมดาที่ไหนกัน แม่บ้านที่ไหนทำบ้านให้สะอาดได้ตลอดทั้งปีแบบนี้ บ้านเราสะอาดแบบนี้มาตั้งหลายสิบปี ก็เพราะแม่เป็นางฟ้าไงถึงมีเวทมนตร์เสกให้บ้านสะอาด”
แม่อมยิ้มนิดๆ ก่อนจะส่งมะเงกลูกใหญ่มาวางกลางหน้าผากของฉัน
“เพ้อเจ้อจริงๆ เลยเรา”
“ไม่เพ้อเจ้อเพ้อฝันก็ไม่ใช่องศา ลูกสาวแม่สาพินนะสิ” ฉันกอดเอวแม่แน่นๆ ไปหนึ่งที ก่อนเ้าตัวจะร้องประท้วงขึ้น
“พอเลยๆ”
“ก็ศาอยากกอดแม่นิ”
“กอดแรงแบบนี้ไม่เอาด้วยหรอก กระดูกปวดไปหมด ว่าแต่วันนี้ไปสมัครงานมาเป็ยังไงบ้าง เรายังไม่ได้เล่าให้แม่ฟังเลยนะ”
“ก็ดีค่ะ”
สีหน้าของแม่ดูสงสัยเล็กน้อย
“เล่ามา”
“ก็...ยังไม่ได้ทำงานเลยหรอกค่ะ ต้องไปสัมภาษณ์งานก่อน”
“แล้วเขานัดเรามาวันไหน แม่จะได้เตรียมมื้อเช้าเพิ่มพลังเอาไว้ให้แต่เช้า”
“วันพรุ่งนี้ค่ะ วันพรุ่งนี้” ฉันอมยิ้มอย่างมีเลศนัย
กริ่ง กริ่ง กริ่ง
เสียงโทรศัพท์บ้านส่งเสียงร้องมาจากชั้นล่างดังขึ้นระหว่างบทสนทนาของฉันกับแม่พอดิบพอดี
“สงสัยน่าจะเป็คนสวนที่มาใหม่แน่เลย พอดีเมื่อวานให้เขามาช่วยตัดหญ้าที่บ้านเรา เดี๋ยวแม่มานะ”
“ค่ะแม่” ฉันมองส่งแม่ที่เดินออกจากห้องนอนไป ทิ้งไว้เพียงเสียงประตูซึ่งปิดสนิทลง “วันพรุ่งนี้ หนูจะทวงทุกอย่างที่มันควรจะเป็ของเรากลับคืนมา หนูสัญญาค่ะ”
เลขวันที่ พร้อมเวลา และสถานที่การจัดสัมภาษณ์ แสดงอยู่บนหน้าโน้ตบุ๊ค มันเปรียบเสมือนใบเบิกทางซึ่งจะนำพาฉันไปหาเป้าหมายแรก และเป้าหมายสุดท้ายในชีวิตนี้ของตนเอง
โปรดติดตามตอนต่อไป