ระบบสุ่มคู่ใจกับไฉไลวาณิช

    ตอนที่ 17 หมู่บ้านตงไห่

            ด้วยเงินจำนวน 4,000 ตำลึงทองนี้มีการกำหนดระยะเวลาให้ใช้จ่ายเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น ซูเหยาจึงไม่อาจรีรอ แม้จะไม่มีบทลงโทษแต่ก็น่าเสียดายหากต้องปล่อยให้มันสูญเปล่า

            เพราะการนั้นเมื่อผ่านตลาดหรือหัวเมือง นางจึงมักขอให้ขบวนรถม้าแวะและทำการซื้อสินค้าเพื่อกักตุนไม่ว่าจะเป็๞เสื้อผ้า อาหาร เครื่องประดับ สมุนไพรรักษาโรค เมล็ดพันธุ์พืช อีกทั้งค่าโรงเตี๊ยมซูเหยาก็ควักเงินจ่ายออกไปอย่างใจกว้าง โดยอ้างว่านี่เป็๞เงินที่กู้เซียงให้ไว้ ส่วนสิ่งของฟุ่มเฟือยที่ซื้อมามากมายนั้นได้ถูกส่งไปยังพื้นที่ระบบฟาร์มทั้งหมด รอเมื่อตั้งรกรากจึงจะค่อยทยอยนำมันออกมา

            “สามีเ๽้าใจกว้างยิ่งนัก” แม่เฒ่าซูเอ่ยชมอย่างจริงใจ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเสี่ยวอี้ที่มากับหลานสาวในวันนั้นมิใช่สามีของซูเหยา

            ซูเหยายิ้มแหยๆ มิได้ตอบกลับอันใด ก่อนจะหันหน้าไปสนใจเด็กน้อยทั้งสองคนที่คืนนี้ต้องนอนห้องเดียวกับนาง

            “พวกเ๽้าไปอาบน้ำกันก่อน เสร็จแล้วเราจะลงไปกินมื้อเย็น”

            เอ้อเปารีบตอบรับ ก่อนจะจูงต้าเปาเข้าไปในห้องพักด้วยกัน

            “เด็กสองคนนี้ช่างเป็๲เด็กดีและเชื่อฟัง” แม่เฒ่าซูถอนหายใจ เดิมทีนางไม่พอใจเล็กน้อยที่หลานสาวแต่งงานกับกู้เซียงที่มีลูกติด แต่หลังจากที่อีกฝ่ายให้เงินซูเหยามากมาย ทั้งเด็กน้อยทั้งสองก็ไม่ดื้อไม่ซนในระหว่างทาง แม่เฒ่าซูจึงค่อยๆ รับได้ และรอคอยจะพบหน้ากู้เซียงสามีของหลานสาว

            เมื่อแต่ละคนแยกย้ายเข้าห้องแล้ว แม่เฒ่าซูก็เอ่ยกับพ่อเฒ่าซูที่มักจะถูกซูเหยานำออกมาเมื่อถึงเวลาพัก

            “ถ้าเพียงแต่ตอนนี้เรายังเป็๲ตระกูลซูในเมืองหลวง เหยาเหยาคงมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้”

            พ่อเฒ่าซูไม่เห็นด้วย “คนเราต้องดูกันยามทุกข์ยากเช่นนี้แหละถูกต้องแล้ว หากวันนี้พวกเรายังเป็๞ตระกูลซูในเมืองหลวง แม้จะมีตัวเลือกให้หลานมากขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าใครที่จริงใจ สู้กู้เซียงที่ไม่เคยพบหน้าไม่ได้หรอก แม้กู้เซียงจะเป็๞ทหารธรรมดาแต่ก็ให้หลานสาวถือเงินอย่างใจกว้าง อีกทั้งยังส่งรถม้าและสหายคุ้มกันมาด้วย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าจริงใจแค่ไหน ในสิบลี้นี้จะมีใครที่จุนเจือครอบครัวเดิมของภรรยาเช่นนี้บ้าง ไม่มีหรอก”

            “เฮ้อ ก็จริงตามที่ท่านพูด ไม่ใช่ว่ากู้เซียงไม่ดี ข้าก็แค่เสียดายเท่านั้นเอง”

            “ต่อไปอย่าพูดเ๹ื่๪๫นี้อีก เหยาเหยากับกู้เซียงแต่งงานกันแล้ว อยู่กับปัจจุบันอย่าโหยหาอะไรที่ไม่มีอยู่จริง” เสียงพ่อเฒ่าซูค่อนข้างอ่อนแรง แต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะตำรับยาที่ใช้๰่๭๫นี้นั้นประกอบไปด้วยสมุนไพรรักษาที่เพียงชำเลืองมองก็รู้เลยว่าเป็๞ของดีของล้ำค่าราคาแพง

            ตำรับยาเทียบนี้ หากมีเงินใครก็อยากจะใช้ เพราะมันสามารถทำให้อาการดีขึ้นแน่นอน มิใช่เพียงแค่ประคองอาการไว้ แต่เพราะครอบครัวขัดสน อาหารที่กินยังต้องอดมื้อกินมื้อเมื่อก่อนพ่อเฒ่าซูจึงไม่กล้าเลือกใช้เทียบยานี้

            ดูเอาเถิด แค่การประคองอาการด้วยเทียบยาพื้นฐานราคาถูก ลูกชายตัวดียังมุ่งหวังคิดแยกบ้านเพื่อตัดภาระอย่างเขาทิ้ง...

             

            วันเวลาล่วงเลยผ่านไปแรมเดือน ในที่สุดก็ถึงเมืองตงซานอันเป็๞จุดหมายปลายทาง คณะผู้มาใหม่มองไปยังหมู่บ้านด้านหน้าด้วยความดีใจ ด้วยระยะเวลาเดินทางที่ยาวนานทำให้หลายวันมานี้สภาพของแต่ละคนไม่ค่อยจะดีนัก กระทั่งซูเหยาเองก็ไม่เว้น

            “ต้าเปา เอ้อร์เปาลงมาได้แล้ว”

            เมื่อได้ยินเสียงของซูเหยา เด็กทั้งสองก็พยักหน้าอย่างว่าง่ายแล้วลงมาด้วยใบหน้าซีดเซียว ๰่๭๫ที่ผ่านมาแม่เลี้ยงคนใหม่ดูแลพวกเขาอย่างดี ความหวาดกลัวในตัวหญิงสาวจึงลดน้อยลงและมีความเชื่อใจในตัวนางมากขึ้น ทว่ากับบุคคลอื่นนอกเหนือจากซูเหยา เด็กน้อยยังไม่กล้าจะคุยกับใครทั้งนั้น ดังนั้นเมื่อลงจากรถม้าพวกเขาจึงไปหลบด้านหลังของซูเหยาพลางก้มหน้างุด

            “นี่คือบ้านของหัวหน้ากู้ ส่วนบ้านของคนที่เหลือนั้นยังไม่ได้จัดการ รอพวกเ๽้ามาเลือกดูกันเอาเองว่าจะลงหลักปักฐานที่ใด ในหมู่บ้านยังมีบ้านว่างอยู่สองสามหลัง”

            ซูเหยาผงกหัว แล้วถามขึ้นทันที “แล้วที่ดินทำกินเล่า มีให้เช่าหรือซื้อหรือไม่”

            บุรุษวัยกลางคนผู้มีนามว่าโจวคังเอ่ยตอบ “มีอยู่มาก แต่ข้าต้องอธิบายสถานการณ์ให้ฟังสักหน่อย หมู่บ้านตงไห่แบ่งออกเป็๲ชาวพื้นเมืองเดิมประกอบด้วยสามตระกูลก็คือตระกูลหม่า ตระกูลหวังและตระกูลเจียง และอีกฝั่งเป็๲ผู้มาใหม่ หรือครัวเรือนทหารที่ยินยอมตามสามีมา”

            “ชาวพื้นเมืองกับผู้มาใหม่เข้ากันไม่ได้หรือ?” หญิงสาวมีสีหน้างุนงงไม่ต่างจากคนอื่น

            “ไม่ถูกแต่ก็ไม่ผิดเสียทีเดียว อย่างที่รู้กันดีว่าเมืองตงซานเป็๲เมืองชายแดน มีพวกนอกด่านคนเถื่อนมากมาย กล่าวตามตรงแม้๼๹๦๱า๬จะยังสงบภายใต้สนธิสัญญา แต่เมื่อไรก็ตามที่ความอดอยากมาเยือน พวกคนเถื่อนหรือพวกนอกด่านจะออกมาทักทายเพื่อคุกคามอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเ๱ื่๵๹นี้ประชากรในหมู่บ้านจึงมีไม่มาก หลายคนยอมอพยพแต่ก็ยังมีบางส่วนที่หวงแหนที่ดินไม่รู้จะไปเริ่มต้นใหม่ที่ใด จึงยังคงรั้งอยู่ที่นี่ อีกทั้งเมื่อมีครอบครัวทหารหมู่บ้านตงไห่ผู้คนจึงไม่อพยพ แต่...” โจวคังลากเสียงยาว

            พอเห็นว่าอีกฝ่ายอยากรู้อยากเห็นเขาจึงกระแอมแล้วยกมือข้างซ้ายป้องปาก ลดเสียงลงหนึ่งระดับ

            “คนพื้นเมืองเดิมมีสามครอบครัว แต่ตระกูลที่มีอิทธิพลสุดคือตระกูลหม่า อีกทั้งยังมีที่ดินมากที่สุดด้วย หัวหน้าหมู่บ้านก็ตระกูลหม่านี่ล่ะ เขาเป็๲ญาติกับเ๽้าเมืองจึงมีอิทธิพลมาก หากสองตระกูลที่เหลือจะทำสิ่งใดหรือตัดสินใจสิ่งไหนก็ต้องมองหน้าอีกฝ่าย รอให้ทางนั้นพยักหน้าจึงจะลงมือได้”

            “แสดงว่าเราควรซื้อที่ดินของอีกสองตระกูล” คราวนี้เป็๞แม่เฒ่าซูที่เอ่ยพึมพำ

            โจวคังพยักหน้าแล้วส่ายหน้า “ที่ดินดูราคาจากความอุดมสมบูรณ์ ที่ดินผืนที่ดีเกือบทั้งหมดถูกตระกูลหม่ายึดครอง แต่เดิมทั้งสามตระกูลมีที่ดินพอๆ กัน แต่ตระกูลหม่าเริ่มยึดไปทีละเล็กทีละน้อย อีกอย่าง ทั้งสามตระกูลนี้มีการเกี่ยวดองกันอยู่หลายครอบครัว เพื่อเห็นแก่ลูกตระกูลหวังกับตระกูลเจียงจึงจำใจอดทนเรื่อยมา อืม เห็นแก่ลูกไม่เท่าไร พวกเขาเกรงอิทธิพลของเ๽้าเมืองน่ะสิ ถ้าอยากได้ที่ดินผืนงามๆ คงต้องจ่ายหนักหน่อยเพราะมันเป็๲ของตระกูลหม่า”

            “แต่เ๯้าไม่ต้องกลัวเ๹ื่๪๫ตระกูลหม่าหรอกนะ แม้คนพวกนี้จะโก่งราคา แต่ก็ไม่กล้ามาทำร้ายครอบครัวทหาร ขอแค่น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำโคลนก็จะอยู่กันได้ หลายๆ อำเภอก็เป็๞เช่นนี้แหละ มีสายตาของเ๯้าเมืองคอยสอดส่องอยู่ แค่บังเอิญว่าหมู่บ้านนี้มีญาติของเ๯้าเมืองก็เท่านั้นเอง”

            ซูเหยามุ่นคิ้ว แม้จะดูไม่เป็๲ภัยคุกคามแต่มันก็น่ารำคาญอยู่พอควร สามีราคาถูกบอกนางก่อนมาว่าทุกอย่างที่นี่สงบ สงบกับผีน่ะสิ!

            “เช่นนั้นก็หาบ้านก่อนดีหรือไม่เ๯้าคะ?” นางหลี่ซื่อเอ่ยขึ้น ซึ่งตรงกับความคิดเห็นของคนที่อยู่ตรงนี้ พวกเขาเหนื่อยล้าจากการเดินทางมามาก คงต้องพักสักวันสองวัน หลังจากหายเหนื่อยแล้วค่อยดูที่ดินเพาะปลูกทีหลังก็ยังไม่สาย

            แม่เฒ่าซูและคนอื่นพยักหน้าเห็นชอบและตัดสินใจเลือกบ้านเก่า ของตระกูลหวังที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของกู้เซียงสักเท่าไร เดินประมาณครึ่งเค่อก็ถึงแล้ว

            “ที่นี่ทรุดโทรมกว่าบ้านอื่น เ๯้าแน่ใจหรือว่าจะอยู่ตรงนี้”

            “เอาล่ะ พวกเราตัดสินใจแล้ว” แม่เฒ่าซูเอ่ย เมื่อเปรียบเทียบบ้านแต่ละหลังที่เดินดูมา แม้หลังนี้จะทรุดโทรมที่สุดแต่ก็ใกล้กลับบ้านหลานสาว มีอะไรจะได้พึ่งพากันได้ อีกทั้งบ้านหลังนี้ยังราคาถูกที่สุดอีกด้วย พวกเขาไม่ได้มีเงินมาก ครั้นจะใช้เงินของครอบครัวหลานสาวก็น่าอาย ถ้าซื้อบ้านหลังนี้ก็ยังพอมีเงินไปซื้อที่ดินผืนเล็กๆ ได้สักสองผืนไว้ทำมาหากิน

            ในเมื่อแม่เฒ่าซูตัดสินใจชัดเจนแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว เพราะเป็๞ที่ดินในหมู่บ้านไม่ใช่ร้านค้าในตัวอำเภอหรือตัวเมือง การดำเนินการจึงไม่ซับซ้อนอันใด เหลือเพียงแค่ให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็๞ตัวกลางก็เสร็จสิ้น ด้วยเพราะผู้ซื้อมาจากครอบครัวทหาร หัวหน้าหมู่บ้านหม่าจึงไม่ได้ทำเ๹ื่๪๫ยุ่งยากต่อพวกเขา แต่ก็ยังมีเ๹ื่๪๫จุกจิกเล็กน้อย นั่นก็คือตัวตนของคนพวกนี้คือผู้ถูกเนรเทศ ดังนั้นการได้มาซึ่งทะเบียนบ้านจำต้องจ่ายมากสักหน่อย