บทที่ สิบสอง
ลู่อิงิตื่นเช้าก็ออกมารอคนที่เมื่อวานนางหลอกล่อจนทำเขาเมามายจากเหล้าและความรักที่ชั้นล่างโรงเตี๊ยมโดยระหว่างนี้ก็คิดหาวิธีการจะผลักดันเย่เฉินไท่ให้ชนะการชิงชัยครั้งนี้ให้ได้
แต่แล้วจนเวลาใกล้เข้ายามอู่แล้วบัณฑิตหนุ่มก็ยังไม่ลงมานางเลยต้องไปตามที่ชั้นบนเพราะกลัวว่าจะไปถึงไม่ทันนางลงมือเคาะประตูหน้าห้องอยู่สองครั้งก็ไม่มีคนมาเปิด
“เ้าเป็พี่เลี้ยงเขาหรือไง”กลับเป็เสียงสวีจ้าวหรงที่มาเอ่ยตอบอยู่ด้านหลังนาง ซึ่งครั้งนี้ไม่ใเท่าไรผลจากการเริ่มชินชาแท้ๆ
“ก็ข้าทำเขาเมา ไม่อยากทำให้เขาไปไม่ทันเพราะข้า”ว่าจบลู่อิงิก็ลงมือเคาะห้องอีกรอบเสียงดังกว่าเดิมทำเอาประตูสั่นกึกๆ
“ท่านเย่ ท่านอยู่ไหม” หลังจากที่นางะโถามประตูก็เปิดออกทันที
“ขออภัยที่ข้าออกมาช้า เมื่อวานข้าคงเมามาก ปกติข้าไม่ค่อยดื่มสุราเท่าไร”เย่เฉินไท่เอ่ยเมื่อปรากฏตัวหลังประตูในสภาพที่ดูรู้ว่ารีบแต่งกายแน่ๆ“รบกวนพวกท่านจริงๆ”
“อย่าเกรงใจเลย เราเป็สหายกันแล้ว”ลู่อิงิบอกปัดอย่างไม่ถือสาแล้วกล่าวต่อ “รีบไปกันเถอะเดี๋ยวไม่ทันการแข่งขันรอบนี้” ขณะที่ร่างบางของคุณชายลู่กำลังจะเดินออกไปเย่เฉินไท่ก็ห้ามเสียงดัง
“ช้าก่อนคุณชายลู่ เื่เมื่อคืนที่ข้าพูดไปคือ..”
“เช่นนั้นข้าขอเล่าเื่ของข้าบ้างเหตุผลที่ข้ามาลงชิงชัยไม่ใช่เพื่ออยากแต่งงาน แต่เพราะข้ากำลังเก็บสะสมเศษดาวถือว่าเป็การแลกเปลี่ยนกันเชื่อใจข้าได้”
“งั้นหรือ..?”
“ใช่แล้วถึงผู้ชนะจะมีหนึ่งเดียวแต่ท่านก็รับรู้ไว้ว่าข้าไม่ได้จะรับดูแลใครในเร็ววันนี้และก็อยากให้ท่านสู้เพื่อนางเช่นกัน”
หลังคำพูดนี้เย่เฉินไท่ก็ดูมีแรงพลังฮึกเหิมขึ้นหลังออกเดินทางไปพร้อมกันเขาก็นำหน้าไปก่อนคนแรกถึงเป็นางและปิดท้ายด้วยเด็กหนุ่มที่ตามมาใกล้ๆ
“ปลุกใจเก่งดีนี่” สวีจ้าวหรงกระซิบให้ได้ยินกันสองคนที่
ครั้งนี้กว่าจะเดินทางมาถึงก็แบบฉิวเฉียดทั้งสามจึงไม่ได้เข้าโถงรับรองแต่ถูกพามาที่ลานกว้างโดยทันทีการแข่งขันเมื่อวานเป็ลานกว้างกลางสวน ส่วนวันนี้ก็คล้ายๆ ลานฝึกอะไรสักอย่างถ้าให้เดาง่ายๆ วันนี้ต้องเป็การแข่งขันที่ใช้แรงกำลังกายแน่นอน
“การแข่งขันรอบที่สองกำลังเริ่มแล้วขอผู้ชมทุกท่านจับจองที่นั่งหาที่ยืนกันได้เลย”นอกจากจะมีชาวบ้านมาชมการแข่งขันที่หนาแน่นต่างจากเมื่อวานสิ้นเชิงแล้วก็มีคนของผู้จัดงานคอยจัดสรรดูแลผู้ชมอีกทีไปๆ มาๆ มันเหมือนเป็เทศกาลแข่งขันกีฬาเลย
“วันนี้น่าจะเป็การประลองนะคุณชาย ปกติลานนี้จะใช้แค่เป็การต่อสู้”เย่เฉินไท่หันมากล่าวกับนาง
“อ่อ เช่นนี้เอง”
รอไม่นานเ้างานก็มาถึงกล่าวเปิดพิธีนิดหน่อยบอกอธิบายการแข่งขันรอบนี้ ที่จะเป็การประลองยุทธ์แบบมือเปล่าและเช่นเดิมผู้ชนะสูงสุดสามคนจะเก็บแต้มไปรวมกับรอบเมื่อวานและจากสายการแข่งขันจากสิบหกคนสิ่งที่ลู่อิงิมองก่อนอย่างแรกเลยคือนางจะเจอสวีจ้าวหรงในรอบที่เท่าไร
“์โปรดนางแล้ว” มองรายชื่อการแข่งขันนางจะเจอเขาในรอบสุดท้ายโชคเข้าข้างแล้ว อย่างน้อยน่าจะได้อันดับสองแต่เย่เฉินไท่นี่สินางมองแต่ละคนอย่างน้อยก็รู้วิชาหมัดมวยกันหมดจะมีก็แต่บัณฑิตคนนี้คนเดียวที่แม้แรงจะผ่าฟืนยังดูไม่ไหวเลย
“กว่าข้าจะเจอิเกอก็รอบสุดท้ายเลยนะขอรับ”ดูท่าจอมมารก็คิดไม่ต่างจากนาง เขาก็คงมองชื่อนางเป็คนแรกเช่นกันถึงได้เอ่ยส่งนี่ทันทีที่ใบประกาศนำมาติดตั้ง
“ฮ่าๆ เอ็นดูพวกเ้าสองคุณชายเสียจริง คิดว่าจะผ่านรอบนี้ง่ายๆเหมือนวาดพู่กันแต่งกลอนหรือ ข้าขันจนปวดท้องเห็นว่ายังไม่โตข้าจะอ้อมมือไว้ให้ไปฝึกฝีมือต่อในอนาคตก็แล้วกัน”หนึ่งในผู้ลงชิงชัยพูดใส่ทั้งสองที่ยืนติดกัน จากนั้นคนอื่นๆก็เริ่มพากันหัวเราะเยาะกันต่อเป็ทอดๆ
“ว่าอะไรนะ?” นางน่ะไม่คิดอะไรหรอกคำพูดดูถูกเช่นนี้ได้ยินมาตลอดก่อนจะเป็เซียนหรือแม้แต่ตอนเป็เซียนก็ยังได้ยินอยู่ แต่สวีจ้าวหรงไม่ใช่เขาเป็พวกเ้าคิดเ้าแค้นนะ พวกนี้รนหาที่ตายเสียจริง สายตาฆ่าคนได้ของเด็กหนุ่มขนาดนี้นางสมควรช่วยพวกปากดีวอนหาเื่ใส่ตัวไหมนะ
“ช่างพวกเขาเถอะ ไม่สู้ไว้ในการแข่งขัน”หลังที่ลู่อิงิพูดเสี่ยวหรงก็ดูสงบใจลงได้พอควร ถือว่านางต่ออายุให้พวกเขานะส่วนใครที่เป็คู่ต่อสู้ของเขาก็โชคร้ายไปแล้วกัน
การแข่งขันในวันนี้ทั้งสองรอบของนางเรียกได้ว่าคู่แข่งนั้นใหญ่แค่กายกลับใจปลาซิวแค่ลู่อิงิดึงแขนยืดขานิดหน่อยก็ะโยอมแพ้ทำให้การต่อสู้ของนางแสนน่าเบื่อผู้ชมยังโห่ไล่ด้วยซ้ำ
แต่ถ้าพูดถึงการแข่งที่น่าแปลกใจที่สุดก็ไม่พ้นของสวีจ้าวหรงที่ไม่ทันไรคู่ต่อสู้ก็สลบเหมือดไม่แม้แต่จะมีโอกาสได้เอ่ยคำว่ายอมแพ้จบการแข่งวันนี้ทั้งสองคงไม่ใช่หมูให้ทุกคนเคี้ยวพวกเขาล้วนเปลี่ยนสายตาที่ใช้มองทั้งคู่ถึงแบบนั้นการแข่งก็ไม่ได้ดั่งใจลู่อิงิหมดเสียทุกอย่าง เย่เฉินไท่ตกรอบแรกถ้าอยากเข้ารอบสุดท้ายคงต้องรอดูผลแต้มผู้ชนะต่อไปในการประลองยุทธ์อีกวัน
“ไม่เป็ไรท่านเย่ ท่านยังมีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายอยู่รอดูคะแนนพรุ่งนี้เถอะ”
บัณฑิตหนุ่มพลันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนเอ่ยสิ่งใด“ช่างเถอะคุณชาย ข้าเตรียมใจไว้แล้ว แต่อย่างไรพรุ่งนี้ข้าจะมาดูพวกท่านแข่งนะ”หน้าเหงาหงอยของเย่เฉินไท่ต่างจากความฮึกเหิมใน่ก่อนแข่งขันมากนักเขาเดินคอตกแยกทางกลับบ้านที่อยู่เกือบนอกเมือง
“นี่เ้าคิดจริงหรือว่าชายที่อ่อนปวกเปียกเช่นนั้นจะชนะ”ขณะที่นางมองเย่เฉินไท่เดินจากไปจอมมารข้างกายก็เอ่ยขึ้นน้ำเสียงติดดูแคลนบัณฑิตหนุ่ม
“ท่านก็พูดได้ ท่านไม่รู้หรอกว่าเพื่อความรักคนเราจะทุ่มเทขนาดไหน”อาการของเย่เฉินไท่ทำเอาลู่อิงิหงอยเหงาไปด้วยตอนพูดก็เลยเอ่ยเสียงแ่เบาเหม่อมองตามหลังเหี่ยวเฉาของคนจากไป
กลับกันร่างเด็กชายที่สูงพอๆกันก็หันใบหน้างดงามได้รูปมาหาลู่อิงิ สายตาสื่ออะไรหลายอย่างทอดมองร่างบางของเซียนน้อยที่ไม่ยอมหันมามองเขาเลยแม้สักนิด “แล้วถ้าจ้ารู้ล่ะ?” เสียดายนักที่นางยังเหม่อลอยอยู่จึงไม่รู้เลยว่าจอมมารตนนี้กำลังมองนางอย่างไร
เมื่อเย่เฉินไท่เดินลับตาไปแล้วลู่อิงิก็หันตัวแยกออกไปเพราะวันนี้นางต้องพักผ่อนเยอะๆเช่นกัน พรุ่งนี้ยังเหลือประลองยุทธ์กับหม่าเจาเหิงไอ้คนสารเลว โชคดีเหลือเกินที่มันอยู่สายเดียวกับนางจะได้ถือโอกาสนี้สั่งสอนให้รู้เื่ไปเลย
‘หม่าเจาเหิง’ คนนี้ตามนิยายพอมันชนะศึกชิงชัยได้ตำแหน่งคู่หมั้นของจางเหยียนซีก็แสร้งเป็คนดีอยู่นานสองนานแต่ดันมาความแตกคืนแต่งงานเพราะเมามากไป จางเหยียนซีที่รู้ว่ามันจะเข้ามากวาดล้างตระกูลจางเอาสมบัติและเหมืองของตระกูลให้ไปเป็ของมันและพรรคพวกเหยียนซีนั้นใจเด็ดเลยจะสังหารมันั้แ่คืนนั้นแต่เสียดายทำไม่สำเร็จ
จากแผนที่จะค่อยๆแทรกซึมยึดตระกูลจึงต้องใช้ไม้แข็ง มันส่งคนมาสังหารคนในตระกูล ส่วนเหยียนซีที่หนีไปได้ก็ถูกสวีจ้าวหรงช่วยไว้หม่าเจาเหิงเลยถึงมือจอมมารและตายด้วยความทรมานแสนสาหัส
ณลานประลองยุทธ์วันที่สอง
“ิเกอเราใกล้จะได้ประลองกันแล้วนะ”เสี่ยวหรงเอ่ยกับนางก่อนที่ต้องแยกย้ายกันไปคนละฝั่งของลานประลองลู่อิงิก็แค่ยิ้มรับเขาน้อยๆ ในใจก็คิดว่าสู้ไปให้เหนื่อยเปล่าทำไมอย่างไรก็แพ้อยู่แล้ว แต่เื่นั้นเอาไว้ที่หลังตอนนี้ยกเวลาให้หม่าเจาเหิงเสียก่อน แผนการที่คิดมาทั้งคืนแค่นึกถึงก็สะใจแล้ว
เซียนน้อยเดินขึ้นลานประลองตามเวลาไปเจอคนที่อยู่อีกด้านของลานหน้าตาดูภายนอกไม่มีทางรู้ว่าเป็คนจิตใจต่ำทราม หม่าเจาเหิงคนนี้มาสังเกตดีๆถึงไม่ได้ยิ้มแต่มุมปากเขาจะยกขึ้นเล็กน้อยนั้นทำให้ดูน่าเข้าหาตาก็ดูจริงใจไม่ล่อกแล่ก ไม่แปลกใจที่หลงเชื่อง่ายๆ
“ยินดีนักที่ได้ประลองกับคุณชายลู่” คู่ต่อสู้เริ่มเอ่ยทักทายก่อน
“ข้าก็เช่นกัน” เซียนน้อยเอ่ยตอบ เดี๋ยวก็ได้รู้ว่าจะยินดีแค่ไหน หม่า เจาเหิง!
“เริ่มได้” เสียงสัญญาณบ่งบอกให้สองฝ่ายเริ่มเข้าสู่การต่อสู้จะใช้วิธีอะไรก็ได้ให้อีกยอมแพ้ หมดแรงต่อสู้ หรือว่าหลุดออกจากลานประลองและนางก็คิดมาแล้วว่าวิธีอะไรจะแก้เผ็ดได้ดีที่สุด
เมื่อหม่าเจาเหิงเริ่มบุกเข้าใส่ลู่อิงิก็ตั้งรับอยู่สองสามกระบวนก่อนจะะโอ้อมหลังชายร่างสูงกว่าไปอยู่ด้านหลังแล้วจับเสื้อหลุมกระตุกมันให้หลุดก่อนจะส่งฝ่ามือไปกลางหลังเขาให้เซไปหลายก้าว
“คุณชายลู่รวดเร็วนัก”
“ขอโทษ ท่านหนาวหรือไหมข้าเผลอดึงเสื้อคลุมท่าน”ลู่อิงิทำเป็ขอโทษที่ทำเสื้อคลุมเขาขาด แต่แท้จริงนั้นคือสิ่งที่นางตั้งใจหม่าเจาเหิงเหลือเพียงเสื้อตัวในแล้วก็กางเกงตัวยาวเท่านั้น
“ไม่เลย ร่างกายข้าแข็งแรงไม่หนาวแม่แต่น้อย”
“เยี่ยม” เพราะข้าจะได้ปลดอีกให้เ้าตัวเปล่าเปลือยเสียเลยให้เ้าได้อับอายขายหน้าคนทั้งเมืองที่กำลังมองอยู่ ไม่มีหน้าออกมาเดินนอกบ้านเลยว่าแล้วนางก็เหวี่ยงเสื้อคลุมตัวนอกในมือออกไปที่นอกลานประลองก่อนจะเริ่มบุกเข้าไปอีกรอบถ้าไม่ถูดเสียงร้องหนึ่งดึงเข้าสนใจ
“อ๊ากกกกกกกกก ยอมอ๊ากกกกกก”ขณะที่นางกำลังจะทำตามแผดเสียงร้องดังก็มาจากอีกฝั่งของลานประลองฝั่งที่เป็ของสวีจ้าวหรงกับชายคนที่เคยพูดดูถูกเขาและนางเมื่อวานลู่อิงิได้ยินแล้วก็ส่ายหน้าน้อยๆ เ้านี่โชคร้ายเสียจริงถ้าตกรอบไปก่อนก็คงไม่ต้องสู้กับจอมมารแล้ว จากนี้ได้แค่ภาวนาว่าจะไม่ตายแล้วกันนะ
“อึก”เห็นทีจะเหม่อไปหน่อยจนปล่อยให้หม่าเจาเหิงเตะใส่นางเต็มแรงจนแทบล้มพับไปกับพื้น
“คุณชายมองอะไรหรือ อย่าละสายตาจากคู่แข่งสิ” ไอ้เ้านี่พูดให้นางโมโหชัดๆชักจะต้องจริงจังแล้ว ลู่อิงิเลยวิ่งเข้าใส่ทั้งเตะทั้งต่อยฝ่ายนั้นรับได้บ้างโดนไปบ้างถึงจะสะใจที่ได้อัดคนชั่วแต่นางก็ไม่ลืมที่จะเกี่ยวสายคาดเอวแล้วให้ติดมือมาเพราะจังหวะเร็วเกินไปหม่าเจาเหิงจึงไม่รู้ตัวว่าเสื้อตัวในได้เปิดออกแล้วสุดท้ายก็ปิดด้วยเหยียบชายกางเกงด้วยเท้าซ้ายเตะตวัดเตะด้วยขาขวาส่งผลให้เขากระเด็นไปเป็จั้ง[1]ถึงกางเกงขายาวที่หลุดจากตัวไว้ที่ใต้เท้าคุณชายลู่ส่วนตัวหม่าเจาเหิงก็ลงไปนอนที่พื้นด้วยร่างเปลือยเปล่า หนาวสะท้านเลยไหมล่ะ
“โอ้วววว” เสียงรอบข้างร้องโห่ดังอย่างใหม่าเจาเหิงเหลือแต่เตี่ยวชิ้นเดียวบนร่างเงยหน้าขึ้นมองผู้ชมสลับมองกายตัวเองขณะที่พวกหญิงสาววัยแรกรุ่นที่ชมการประลองหลายคนก็ยกมือขึ้นปิดตากันเป็แถบหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะปรบมืออย่างขำขัน
หม่าเจาเหิงที่หยุดใได้สติก็ยกมือขึ้นปิดส่วนสงวนข้างหนึ่งอีกข้างก็พยายามใช้ชายเสื้อมาบังแต่ก็ไม่สำเร็จเขาจึงรีบลุกแต่ดันเหยียบสายคาดเอวแล้วล้มลงไปอีกที
บทคุณชายผู้สง่างามต้องมาแล้วลู่อิงิจึงเดินเข้าไปหาแล้วยื่นมือออกไป “ให้ข้าช่วยนะคุณชายหม่า”แต่ถึงแบบนั้นนางพูดไปก็ขำไป ปิดอาการไม่มิดเท่าไรและอีกอย่างที่ยื่นมือไปหวังจะช่วยให้เขาลุกขึ้นไม่ใช่เพราะหวังดีเลยแต่จะเยาะเย้ยต่างหากหม่าเจาเหิงที่เห็นหน้าคู่ต่อสู้พยายามกลั้นขำก็ปัดมืออีกฝ่ายอย่างไร้ไมตรีก่อนจะพยายามลุกขึ้นด้วยตัวเองแล้ววิ่งลงจากลานประลองไป
“เดี๋ยว! ท่านจะไปไหนคุณชายหม่า ออกจากลานเท่ากับแพ้นะ”นางะโไล่หลังชายหนุ่มแต่เขาก็ไม่สนสักนิด เอาแต่วิ่งและวิ่งอย่างเดียว“เดี๋ยวสิ ท่านลืมกางเกงด้วยนะ”ว่าจบก็เตะกางเกงใต้ฝ่าเท้าออกจากลานประลองอย่างรังเกียจ
“คุณชายลู่ิชนะ” เสียงประกาศดังขึ้นเมื่อหม่าเจาเหิงวิ่งหายไปกรรมการก็คงงุนงงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้คนดูที่เคยปรบมือหัวเราะก็เงียบอย่างงุนงงว่าจบแล้วหรือ จบแค่นี้หรือ?
“การแข่งประลองปีนี้มันอะไรกัน ไม่สนุกแบบปีก่อนๆ เลย”เสียงหนาหูจากคนดูส่วนมากบ่น ลู่อิงิที่หูดีเกินมนุษย์ก็ได้ยินมาหลายประโยค
“ลานฝั่งนู้นก็เหมือนกัน เป็หุ่นไม้ให้เด็กสิบหกเตะต่อย”ว่าแล้วนางก็เดินไปดูหน่อยดีกว่า สวีจ้าวหรงคงไม่ถึงขั้นลงมือสังหารหรอกนะ
ลู่อิงิเดินไปริมลานประลองของสวีจ้าวหรงคู่แข่งของเขาน่วมจริงอย่างที่คนดูกระซิบกัน ช้ำไปทั้งตัว กระดูกก็น่าจะหักเืซึมออกจากมุมปากจนพูดยอมแพ้ไม่ไหว แต่ก็ยังไม่สลบไปการตัดสินจึงยังไม่ถือว่าเป็ที่สิ้นสุด
“หืม..พอแล้วมั้ง” นางเอ่ยเบาๆเห็นเช่นนี้นางก็คิดว่าเขาคงได้บทเรียนเพียงพอแล้วเื่ห้ามดูถูกคนอีกก่อนหน้านี้นางก็คิดจะอัดหม่าเจาเหิงให้น่วมแบบนี้เช่นกันแต่ก็ทำไม่ลงสายความรุนแรงไม่ใช่นางสักเท่าไรจึงเปลี่ยนไปใช้วิธีทำให้เขาอับอายแทน
ด้านสวีจ้าวหรงที่เห็นเซียนน้อยเดินมาใกล้แล้วทำหน้าทำตาสงสารคนประหนึ่งเหมือนเป็ญาติพี่น้องกับคนผู้นี้ก็เกือบจะถอนหายใจออกมาให้ความใจอ่อนแต่เขาก็ระงับไว้ทันจากนั้นจึงส่งฝ่ามือไปที่ไหล่คู่ต่อสู้เต็มๆ ส่งผลให้เขากระเด็นร่วงจากลานประลองกรรมการเห็นก็รีบวิ่งเข้ามาตัดสินทันที
“คุณชายหรงชนะ”
ลู่อิงิมองเด็กชายวัยสิบหกเดินลงมาหาตนในสภาพเหมือนตอนเดินขึ้นไปแต่กลับกันคู่ต่อสู้เกือบตายนางก็คิดได้ว่าไม่มีทางที่จะแข่งกับเขาแน่นอน
“ข้าเก่งไหมขอรับิเกอ” ยังจะต้องถามอีกหรือลู่อิงิจึงส่ายหน้าเดินหนีไม่อยากหาเื่ไปสนทนาตอบแต่อีกฝ่ายก็ไม่เห็นใจเดินตามมาไม่ห่าง
“เดี๋ยวก็ได้ประลองกับท่านแล้ว ท่านว่าข้าจะอ้อมมือให้ท่านอย่างไรดี”น้ำเสียงสนุกสนานของเสี่ยวหรงคงเห็นการประลองเป็ขนมหวานเอาไว้หยอกล้อคนฝีมือด้อยกว่า
“ไม่ต้องหรอก”
“ไม่ต้องอ้อมมือเลยหรือ ท่านมั่นใจขนาดนั้นเลย?”
การแข่งสองรอบสุดท้ายมาถึงรอบสำหรับหาอันดับสามหม่าเจาเหิงชนะผ่านเพราะคู่แข่งไม่สามารถลงแข่งได้อีกแล้วและมาถึงรอบสุดท้ายที่ควรจะเป็การประลองที่น่าชมที่สุด
“คุณชายลู่ิไม่อาจมาลงแข่งได้ เพราะปวดท้องหนัก”เสียงผู้ตัดสินประกาศทำเอาผู้ชมโห่ะโไม่พอใจกึกก้องรอบเช้าก็ไม่สนุกเพราะฝีมือแตกต่างกันเกินไปรอบบ่ายก็กร่อยเพราะคู่ต่อสู้สละสิทธิ์ถึงสองคน เป็ศึกชิงชัยประจำปีที่เรียกว่าน่าผิดหวังทั้งที่ควรสนุกที่สุด
ลู่อิงิที่ไม่ได้ปวดท้องจริงๆก็อยากจะขอโทษคนดูแต่นางไม่อยากสู้กับคนอย่างสวีจ้าวหรงหรอกนะ
“ก่อนจะปิดการแข่งรอบประลองยุทธ์ข้าจางหยงหยวนขอประกาศผู้ผ่านเข้ารอบชิงชัยในวันพรุ่งนี้ทั้งสี่ท่าน”ผู้นำตระกูลจางเปิดม้วนกระดาษที่มีการเขียนชื่อผู้ผ่านเข้ารอบแล้วเริ่มอ่านจากผู้ที่มีแต้มสูงสุด
“ผู้ผ่านคนแรกคุณชายลู่ิสี่แต้มตามมาด้วยบัณฑิตเย่เฉินไท่และคุณชายหรงสามแต้มเท่ากันและสุดท้ายคุณชายหม่าเจาเหิงสองแต้ม”
ได้ยินแบบนี้ลู่อิงิเสียดายนักที่คนอย่างหม่าเจาเหิงก็ยังผ่านเข้ารอบมาได้ตีไม่ตายจริงๆ คนชั่วผู้นี้ ไว้พรุ่งนี้ค่อยจัดการใหม่!
“การแข่งรอบสุดท้ายจะอันตรายที่สุด จะต้องใช้ทั้งพลังกายและการไตร่ตรองเพราะพวกท่านจะต้องลงไปที่เหมืองที่อันตรายที่สุดถ้าพวกท่านไม่พร้อมสามารถถอนตัวได้ แต่หากมั่นใจพบกันยามเช้าเมื่ออาทิตย์ทอแสง”
หลังจากจางหยงหยวนประกาศจบคนก็ฮือฮาเพราะได้ยินคำว่าเหมืองที่อันตรายที่สุดคนในเมืองเล่อเฟิ่งล้วนรู้ดีว่าหมายถึงเหมืองไหนเพราะผู้ที่เข้าไปแล้วรอดชีวิตมีน้อยนัก ต้องเป็คนที่ชำนาญทางและกล้าแกร่งมากในเหมืองก็เหมือนเขาวงกตหาทางออกไม่เจอก็ตายและเหมือนได้ยินว่ามีพวกปีศาจเร่ร่อนเริ่มไปอยู่อาศัยกันหลังจากที่ไม่มีใครเข้าไปขุดเหมืองแล้ว
หลังการแข่งจบลงเย่เฉินไท่ก็เดินเข้ามาทักทายนางเมื่อคนอื่นๆเริ่มแยกย้ายกันแล้ว “อาการปวดท้องเป็เช่นไรบ้าง”
“ข้าดีขึ้นแล้ว คงกินอะไรผิดสำแดงมา พรุ่งนี้ก็คงหายว่าแต่ยินดีด้วยนะท่านก็ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเช่นกัน” นางอดจะยินดีแทนบัณฑิตหนุ่มไม่ได้จริงๆ
“คุณชายทั้งสองเช่นกันแต่ก่อนอื่นข้าอยากมาเตือนเื่เหมืองที่ท่านจางหยงหยวนกล่าวถึงสักหน่อย”แล้วคนพื้นที่อย่างเย่เฉินไท่ก็เริ่มเล่าให้ฟังว่าเหมืองนั้นอันตรายอย่างไรบางอย่างยาวเหยียด
“ครั้งนี้คงอันตรายจริงๆ ด้วย ขอบใจท่านเย่มาก”
“ใช่แล้ว พวกท่านก็ต้องเตรียมตัวให้ดี ส่วนข้าขอไปเตรียมตัวเช่นกัน”เมื่อเขาแวะมาบอกสิ่งที่้าแล้วก็ขอแยกตัวกลับไปเย่เฉินไท่ช่างเป็คนดีเสียจริงสมแล้วที่นางจะเป็เซียนอุ้มสมความรักครั้งนี้ให้ท่านเหมาะกับจางเหยียนซีที่สุดแล้ว!
[1] หน่วยวัดระยะ 1จั้งยาวประมาณ 3.33เมตร