เช้าวันใหม่แสงพระอาทิตย์ส่องเข้ามาทางส่องหน้าต่างที่ถูกเปิดแง้มไว้เข้ามากระทบใบหน้าหล่อเหลาที่หลับสบายทำให้รู้สึกตัวจึงลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ จนสายตาปรับสภาพรับแสงได้เต็มทีจึงลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ หลังจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยก็ลงบันไดมาเห็นคนที่เอ่ยถึงเมื่อคืนมาถึงแล้วและลูกสาวตัวน้อยของตนก็กำลังนั่งเล่นกับคุณปู่จึงเดินเข้าไปนั่งร่วมสนทนาด้วย
“ไหนคุณแม่ละครับ” มองหาแล้วไม่เจอจึงเอ่ยถามบิดา
“อยู่ในครัวขา คุณย่าก็อยู่ในครัวกับคุณแม่ด้วย” เป็เสียงลูกน้อยแทนที่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สดใส
“ไง เพราะคนที่อยู่ในครัวสินะ ตอนนั้นถึงได้อาการหนัก” เอ่ยออกมาพร้อมหัวเราะเบาๆ
“ครับ เป็ไงบ้างครับ แม่พูดอะไรหรือเปล่า” ถึงจะรู้ว่าแม่ไม่ได้มองคนอื่นที่ฐานะแต่ก็อยากรู้ว่าเจอกันแล้วเป็ยังไง
“จะไปรู้เหรอ มาถึงพูดคุยกับหลานนิดหน่อยก็เข้าไปในครัว ยังไม่ออกมาเลย” ชายหนุ่มมองตามบิดาไปที่ครัวซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าข้างในเป็ยังไงบ้าง
“จะไปไหน กลัวแม่ทำอะไรเมียเราหรือไง” เอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นเ้าลูกชายทำท่าจะลุกขึ้นไปในครัว
“เปล่าครับ ผมแค่จะไปดูว่าพวกเขากำลังทำอะไรให้กิน” แต่ยังไม่ทันจะลุกขึ้นเสียงมารดาดังขึ้นเสียก่อน
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอตาวิน ไป เข้าไปช่วยหนูฝ้ายยกอาหารไป” เดินเข้าไปในครัวทันที
“ลูกคุณคงกลัวฉันไปทำอะไรเมียเขาละซิ” พูดออกมายิ้มๆ มองเ้าลูกชายที่เดินเข้าไปอย่างรีบร้อน
“พูดเหมือนไม่รู้จักลูกตัวเอง” สามีตอบกลับอย่างเย้าแหย่ แล้วพวกท่านก็หัวเราะออกมาเบาๆ ทำให้หนูน้อยที่นั่งใกล้ๆ หัวเราะตามไปด้วยพร้อมยิ้มโชว์ฟันที่คุณย่าคนสวยมาหอมแก้มซ้ายขวาแรงๆ อย่างหมันเขี้ยว
ด้านในครัวชายหนุ่มเข้าไปมองหน้าหญิงสาวเงียบๆ จนเธอต้องเอ่ยถามว่าเป็อะไร หรือบนหน้ามีอะไรติดไว้เขาถึงได้มองเอา
“คุณแม่พี่เป็ไงบ้างครับ”
“ท่านใจดีค่ะ”
“ท่านบอกว่า ถ้าพี่วินทำอะไรให้ฝ้ายเสียใจให้บอก เดี๋ยวท่านจะจัดการให้”
“พี่บอกแล้ว คุณแม่ต้องลืมพี่ทันทีที่ไดลูกสาวคนใหม่ตั้งสองคน” กล่าวอย่างน้อยใจ เข้ากอดอ้อนหญิงสาว
“เพราะฉะนั้น ฝ้ายต้องรัก และเห็นใจพี่มากๆ นะครับ” จูบลงบนผมหญิงสาวพร้อมยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นสายตารู้ทันของหญิงสาว เลยเลือกยกอาหารออกไปด้านนอกทันที
“กินเยอะๆ นะคะ” คุณย่าคนสวยตักกับข้าวให้กับหลานสาว
“จริงๆ แม่เขาจะมาทันทีที่รู้ว่าตัวเองมีลูกสะใภ้และหลานสาวแล้ว แต่พ่อห้ามก่อนรอให้เคลียร์งานเรียบร้อยค่อยมา”
“ก็ฉันอยากเจอลูกสะใภ้กับหลานสาวเร็วๆ นี่ค่ะ”
“ครับๆ” แล้วก็เกิดเสียงหัวเราะขึ้นบนโต๊ะอาหาร
หลังรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วพวกเราทั้งหมดก็มานั่งดูรายการโทรทัศน์ระหว่างรอให้อาหารย่อย ส่วนแม่หนูน้อยก็นั่งถามคุณย่าไม่หยุดหลังจากเริ่มคุ้นชิน
“ที่คุณย่าอยู่ไกลไม่คะ” เอ่ยถามอย่างสงสัย
“ไกลมากค่ะ ย่าอยากพาหนูไปด้วย แต่พ่อหนูคงไม่ยอม เอาไว้่ว่างๆ ให้พ่อหนูพาไปหาย่าที่โน้นนะคะ” หลังจากนาวินเข้ารับตำแหน่งเป็ผู้บริหารท่านทั้งสองก็ไปใช้ชีวิตวัยเกษียณที่อังกฤษซึ่งเป็ประเทศที่แม่ของเขาชอบ ส่วนคุณพ่อเขาก็เขียนหนังสือเป็งานอดิเรกขาย
“คุณพ่อต้องพาหนูไปหาคุณปู่คุณย่านะคะ” หันมาทางนาวินพร้อมบอกความ้า
“ได้ค่ะ” แล้วเสียงร้องอย่างดีใจก็ดังขึ้นก่อนจะหันไปถามคุณย่าต่ออย่างสนใจ
“บ้านที่โน้นของคุณย่ามีหิมะด้วยนะคะ”
“หิมะคืออะไรคะ” ถามอย่างไม่เข้าใจว่าหิมะคืออะไรไม่เคยได้ยิน
“เวลาถึงฤดูหนาวหิมะจะตกลงมาจากท้องฟ้า ตกลงมาเยอะๆ ก็จะกองมีสีขาว” อธิบายให้หลานฟังด้วยความเอ็นดูไม่มีความเบื่อหน่ายที่ต้องตอบคำถามที่ถามไม่หยุด เมื่อเห็นว่าค่ำมากแล้วก็ชวนหลานไปนอนด้วยกันที่รีสอร์ทเพื่อเปิดโอกาสให้สองสามีภรรยาได้ใช้เวลาร่วมกัน