บทที่ 1 หย่ากันเถอะ
เพี้ยะ!
เสี่ยงตบหน้าดังขึ้นอย่างชัดเจนขึ้นมาภายในห้องรับแขก
“ไสหัวออกไป!” คุณนายหลงชี้ไปยังประตูใหญ่“ผู้หญิงร่านอย่างแกไม่เหมาะสมที่จะเข้ามาในบ้านตระกูลหลง!ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”
กู้จือซีอดกลั้นความเ็ปบนใบหน้า จากนั้นหยิบกล่องของขวัญที่สวยงามออกมา
“คุณย่าคะ นี่คือ.....”
“ออกไปสิ!” คุณนายหลงปัดกล่องของขวัญทิ้งพร้อมพูดอย่างมีน้ำโห
กู้จือซีก้มหัวลง “หนูจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะท่านอยากโกรธนะคะ...”
“ไสหัวไปเร็วๆ!” คุณนายหลงกุมหน้าอกแล้วล้มตัวลงบนโซฟาเริ่มร้องครวญคราง “ชีวิตฉันมันน่าเศร้าจริงๆ หลานชายสู่ขอผู้หญิงแบบนี้มา เพื่อที่จะทำให้ฉันโกรธ...”
กู้จือซีกัดฟันกรอบจากนั้นก้มหน้าเดินออกไปข้างนอก
“เป็แค่พริตตี้โชว์รถชนชั้นต่ำ แค่ฉันมองเห็นก็รู้สึกสกปรกสายตา ”
กู้จือซีหลับตาลงและออกไปจากในห้อง จากนั้นก็ขึ้นไปบนรถเก๋งคันเก่าของตนเองแล้วขับรถออกไปจากบ้านหลังเก่าตระกูลหลง
บนใบหน้าเจ็บแสบอย่างไม่หยุดหย่อน กู้จือซีจับเบาๆดูปรากฏว่าบวมขึ้นแล้ว
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก
นับั้แ่สี่ปีที่แล้วที่แต่งงานกับหลงถิงเซินทุกปีในวันเกิดของคุณนายหลง เธอก็จะถูกหลงถิงเซินเรียกมาที่นี่จากนั้นก็ถูกตบหน้า
ชินแล้วล่ะ
กู้จือซีคิดอย่างทรหดว่าเธอน่าจะชินแล้ว
ยังไงซะก็เป็จุดมุ่งหมายของหลงถิงเซินที่จ่ายสองล้านห้าแสนในการสู่ขอเธอ
หลังจากขับรถกลับถึงบ้าน กู้จือซีก็จัดการกับรอยนิ้วมือบนหน้าด้วยตัวเองจากนั้นก็วุ่นๆเตรียมอาหารเย็น
เมื่อทำเสร็จเธอก็นั่งรออยู่ข้างหน้าโต๊ะ
ั้แ่หนึ่งทุ่มจนถึงสามทุ่ม
หลงถิงเซินก็ยังไม่กลับมา
กู้จือซีมีสีหน้าที่สงบเรียบพร้อมนำกับข้าวบนโต๊ะที่ยังไม่ได้แตะโยนเข้าไปในถังขยะอย่างไม่ลังเลหลังจากที่เก็บโต๊ะเสร็จก็ไปล้างหน้า เข้านอน
วันที่สองก็เป็เหมือนเดิม
เธอตื่นนอนแต่เช้าเก็บห้องนอน ทำกับข้าว รอเขากลับมาและนำกับข้าวที่ไม่มีคนกินโยนทิ้งอีกครั้งตลอดสี่ปีที่ผ่านมาทุกวันก็เป็อย่างนี้
เพียงแค่วันนี้กลางดึก ทันใดนั้นเธอก็ใตื่นขึ้นจากความฝัน
ร่างกำยำร้อนดั่งไฟเผากดทับอยู่ข้างบนร่างของเธอและฉีกเสื้อผ้าของเธอทิ้งจากนั้นกระทำอย่างดุดันโดยไม่มีความปราณี
กู้จือซีรู้ว่าเป็เขา จึงพยายามให้ความร่วมมือ
แต่เมื่อทุกอย่างจบสิ้นลง กู้จือซีคล้ายกับตื่นขึ้นมาจากความฝันทั้งร่างเ็ปไปหมด
หลงถิงเซินได้รับความพึงพอใจแล้วก็ลุกขึ้นคลุมเสื้อคลุมอาบน้ำ จุดบุหรี่อยู่ที่หน้าต่างประจกบานใหญ่จากนั้นก็สูบอย่างช้าๆ
กู้จือซีพักผ่อนสักครู่นึง เรียกพลังกลับมาก็ลุกขึ้นไปเปิดน้ำให้เขา
“คุณหลงคะ น้ำพร้อมแล้วค่ะ” เธอพูดขึ้น
นิ้วมือของหลงถิงเซินคีบก้านบุหรี่สีขาวอยู่ไฟเล็กๆสีแดงสว่างดับๆติดๆอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ทั้งอากาศตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของนิโคติน
ตอนเริ่มแรกกู้จือซีไม่คุ้นชิน แต่สี่ปีมานี้จู่ๆเธอกลับหลงใหลในกลิ่นนี้ขึ้นมา ก็คล้ายกับความรู้สึกที่มีต่อหลงถิงเซินคนนี้
แต่ความรู้สึกแบบนี้ไม่สมควรเลย
หลงถิงเซินให้เงินกับเธอ ซื้อร่างกายของเธอระหว่างพวกเขาสองคนมีความสัมพันธ์กันทางธุรกิจเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
และไม่ยินยอมให้มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวพันด้วยเป็อันขาด
นี่เป็กฎแรกเริ่มที่หลงถิงเซินกำหนดขึ้น
“มานี่” หลงถิงเซินกวักมือเรียกเธอ คล้ายกับเรียกลูกหมา
กู้จือซีเดินเข้าไปอย่างว่าง่ายพร้อมเรียกเสียงเบา“ค่ะคุณหลง”
หลงถิงเซินจ้องใบหน้าซีกหนึ่งที่มีความบวมขึ้นของกู้จือซีพร้อมพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่คาดเดายาก “คุณย่าตีเธออีกแล้วหรือ”
เขารู้แต่จงใจถามขึ้น
ทุกครั้งที่เธอกลับไปบ้านหลังนั้นก็จะถูกตีเขารู้ดีแก่ใจ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ” กู้จือซีพูด “คุณให้เงินฉันมากมายขนาดนี้ฉันถูกตบหน้าก็ไม่ถือว่าเป็เื่ใหญ่อะไร”
หลงถิงเซินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เธอว่าง่ายและรู้จักกาลเทศะดีมาก ความจริงฉันก็ชอบเธอมาก”
หัวใจของกู้จือซีบีบรัดเข้ามา ไม่ใช่คำว่าชอบแต่เป็เพราะคำว่า “ความจริงแล้ว” คำนี้
“แต่ว่าพวกเราควรจะแยกกันได้แล้ว” หลงถิงเซินพูดขึ้น “หลังจากที่หย่ากัน บ้านหลังนี้ให้เธอฉันยังจะมีเงินชดเชยให้เธออีกยี่สิบห้าล้าน
จบกันไปด้วยดี”
ลำคอของกู้จือซีแหบแห้ง พูดไม่ออก
หลงถิงเซินกดเขี่ยบุหรี่ในที่เขี่ยบุหรี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบาบาง “จากนี้ไปถ้าเจอกันอีก อย่าพูดว่าเธอรู้จักฉัน เข้าใจไหม?”
ปลายลิ้นของกู้จือซีขยับ หลังจากที่สงบสติอารมณ์ลงจึงพูดออกมาด้วยความลำบากใจ“ค่ะ”