EP 11 — ไม่ใช่ผมคนเดิม
POV ตฤณ
ผมกำลังขับรถอยู่
แต่ผมไม่รู้สึกถึง การขับรถ
ผมรู้สึกเหมือน กำลังเคลื่อนที่ไป อย่างรวดเร็ว
สุบรรณมรณะ ถูกวางไว้อย่างสง่างามบนเบาะหลัง
กล่องระนาดที่เคยดูเก่าแก่ ตอนนี้ดูเหมือน บัลลังก์ ที่เต็มไปด้วยพลังงานที่เยือกเย็น
ผมไม่สนใจแสงแดด, เสียงแตร, หรือความกังวลของรินที่ถูกผมทิ้งไว้ข้างหลัง
ทั้งหมดนั้นเป็แค่ เสียงรบกวน ที่ไม่มีค่าต่อ คลื่นความรู้ ที่ผมกำลังรับฟัง
“ดีมาก ตฤณ...ดีมาก”
เสียงในหัวผมไม่ได้พูดออกมา แต่เป็ความคิดที่ สั่นะเื
“เอ็งทำสำเร็จแล้ว...เอ็งเป็ ภาชนะ ที่สมบูรณ์แบบกว่าวิรัช
“ตอนนี้...เราจะจบเื่ทั้งหมดที่ ไอ้แก่คนนั้น เริ่มต้นไว้”
ความมุ่งมั่นของผมคือสิ่งที่ ไร้รอยต่อ
ผมไม่คิดถึงความรัก, ความเมตตา, หรือความกลัวอีกต่อไป
ผมคิดถึงแค่ ความยุติธรรม ที่ต้องถูกมอบให้กับจิตที่ถูกกักขัง
ผมจำได้ว่าอาจารย์พิศาลพูดถึงการ ทำลาย ระนาด
ไร้สาระ!
การทำลายมันคือการ ฆ่า ความสมบูรณ์แบบ
สุบรรณมรณะ ได้มอบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ผมแล้ว
มันได้ ลบ ทุกอย่างที่ทำให้ผมอ่อนแอออกไป
ความรู้สึกชาที่มือหายไปแล้ว...ถูกแทนที่ด้วย ความตื่นตัว ที่คมกริบ
ผมสามารถควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองได้...
ผมรู้สึกเหมือน ไม่ใช่ตฤณ คนเดิม
แต่เป็ ตฤณ...บวกกับวิรัช...บวกกับพลังงานเก่าแก่ ที่สถิตอยู่ในเนื้อไม้
รถของผมเข้าสู่เขตชานเมือง
บ้านของอาจารย์พิศาลเป็บ้านไม้เก่าที่ดูทรุดโทรม
บรรยากาศรอบ ๆ มันเต็มไปด้วย ความเงียบงัน ที่น่าขนลุก
ผมจอดรถ และลงไปยืนมองบ้านหลังนั้น
ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น...แต่รู้สึกถึง ความพึงพอใจ ที่รอคอยมานาน
ผมเปิดประตูหลังรถ และหยิบกล่องระนาดออกมา
หนัก... มันหนักกว่าครั้งแรกที่ผมยกมันมาก
เหมือนกับว่า ิญญาที่ถูกขังไว้ทั้งหมด ได้เข้ามาสิงสถิตอยู่ในน้ำหนักนั้นแล้ว
ผมสะพายระนาดไว้บนบ่า
และเดินเข้าไปในบริเวณบ้านอย่างช้า ๆ
ผมเห็นเงาของอาจารย์พิศาลอยู่ที่หน้าต่าง
เขาคงเห็นผมแล้ว...เขากำลัง กลัว
“อย่าให้มันหนีไปได้ ตฤณ...บังคับให้มันฟัง!” เสียงในหัวผมสั่ง
ผมเดินไปที่ลานว่างหน้าบ้านอาจารย์
ผมวาง สุบรรณมรณะ ลงบนแท่นไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่น
ผมถอดฝากล่องออกอย่างสง่างาม
ผืนระนาดสีดำเข้มเปล่งประกายภายใต้แสงแดดยามเย็น
มันดูเหมือน อาวุธโบราณ ที่พร้อมจะปลิดชีวิต
ผมหยิบไม้ระนาดขึ้นมา
มือของผมไม่สั่น...มัน นิ่งสนิท
ผมมองไปที่ประตูบ้าน...อาจารย์พิศาลกำลังเปิดมันออก
ใบหน้าของเขาซีดเผือด...เหมือนซากศพที่ยังเดินได้
"ตฤณ! หยุดนะ! อย่าเล่นมัน! มันจะขโมยเสียงเอ็งไปจนหมด!" อาจารย์พิศาละโ
ผมยิ้มเยาะ
"เสียงของผม? เสียงนี้มัน เป็ของอาจารย์ มานานแล้วไม่ใช่เหรอครับ?"
ผมไม่ได้รอคำตอบ
ผมหลับตาลง...และปล่อยให้ คลื่นความแค้น ที่ไหลผ่านตัวผมเป็ผู้เริ่มบรรเลง
เพลงกังวานครูบา เริ่มต้นขึ้นอย่างรุนแรง
แต่คราวนี้...มันมี ความสมบูรณ์แบบ ที่ไม่เคยมีมาก่อน
เสียงระนาดดังสนั่นจนกระจกหน้าต่างของบ้านอาจารย์พิศาล แตกออก
มันไม่ใช่เสียงดนตรี...แต่เป็ การะเิของความเ็ป ที่ถูกสะสมมาสามสิบปี
ผมเห็นเงาของ วิรัช ซ้อนทับอยู่บนร่างของผม
มือของผมเคลื่อนไหวไปตามโน้ตที่ผมไม่เคยเรียนรู้
โน้ตที่มาพร้อมกับ ภาพความแค้น ในอดีต
อาจารย์พิศาลเอามือปิดหูไว้...เขาทรุดตัวลงกับพื้น
"พอแล้ว! หยุดนะ! มันไม่ใช่เสียงของเอ็ง! มันคือเสียงของ ปีศาจ!"
ผมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ผมกำลังเล่น โน้ตสุดท้าย ที่สมบูรณ์แบบ
โน้ตที่ถูกเติมเต็มด้วย การแก้แค้น และ ความจริง ที่ถูกเปิดเผย
ขณะที่ผมบรรเลงถึงจุดสูงสุด
เสียงในหัวผมก็ดังขึ้น... เสียงสุดท้าย ที่จะนำมาซึ่งความจบสิ้น
“จำไว้ ตฤณ! นี่คือสิ่งที่เรามอบให้เอ็ง!
“ตอนนี้...ถึงเวลาที่ เอ็งจะต้องจ่ายแล้ว!”
โน้ตสุดท้าย ถูกบรรเลงอย่างหนักหน่วง
ดั่ง!
เสียงนั้นไม่เหมือนเสียงระนาด
แต่มันเหมือน หัวใจของใครบางคนถูกบดขยี้
ในจังหวะที่เสียงสุดท้ายสลายไป
ผมรู้สึกว่า ความเย็นะเื ที่เคยให้พลัง...มันกำลังถูก ดูดกลับ ออกไปจากร่างผม
มือของผมเริ่ม ชา อีกครั้ง...แต่คราวนี้มัน หนักกว่าเดิม
ผมพยายามจะยกมือขึ้นมาดู...แต่ ผมทำไม่ได้
ผมมองไปที่ผืนระนาด
เงาของวิรัช ในเม็ดระนาด...มัน หายไปแล้ว
ถูกแทนที่ด้วยเงาใหม่...
เงาของผม...ตฤณ
ผมเห็นใบหน้าของตัวเองถูกผนึกอยู่ภายในเนื้อไม้
ใบหน้าของผมที่เต็มไปด้วย ความว่างเปล่า และ ความทรมาน
“เสร็จสิ้นแล้ว...ตฤณ...ข้าได้รับการปลดปล่อยแล้ว”
เสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินในหัว...เป็เสียงของ สุบรรณมรณะ ที่เพิ่งได้รับ จิติญญาใหม่
ผมล้มลงกับพื้น
ผมมองไปที่อาจารย์พิศาล...เขายังคงปิดหู
ผมพยายามจะร้องเรียกชื่อริน...
แต่ เสียง ของผม...มันถูก ขโมย ไปจนหมดแล้ว
ผมทำได้แค่...หายใจ...ด้วยร่างกายที่ ไม่มีจิติญญา...!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*