ค่ำคืนนั้น…ในจวนอ๋อง
หลังจากที่ท่านอ๋องจางเสด็จผ่านไปพร้อมขบวนองครักษ์
บรรยากาศรอบตำหนักกลับเงียบกริบแต่สายตาของสตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นยังคงจับจ้องมาที่สวี่หว่านถิงไม่วางตา
เธอก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้าอาภรณ์ไหม่สีชมพูอ่อนพลิ้วไหวในสายลม ดวงหน้าสวยงามแต่แฝงความเย่อหยิ่ง
“เ้ากล้ามากที่ทำให้ท่านอ๋องเหลียวมอง…”เสียงเธอแ่แต่เ็า
สวี่หว่านถิงก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม
“ข้าน้อยไม่บังอาจเ้าค่ะ”
สายตาคมของสตรีผู้นั้นไล่มองั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะเชิดหน้าอย่างดูแคลน ทว่าในแววตากลับมีร่องรอย “หวาดหวั่น” แฝงอยู่เพราะถึงอย่างไร… นางก็เป็เพียง “อนุเล็กๆ” ผู้ที่แม้จะอยู่ในตำหนักอ๋องแต่ไม่เคยได้รับการเรียกเข้าปรนนิบัติแม้เพียงครั้งเดียว
สุดท้ายเธอเพียงส่งสายตาข่มขู่แล้วหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่เอ่ยอะไรอีก
คืนนั้น
สวี่หว่านถิงถูกย้ายเข้ามายังห้องพักเล็กๆ ของนางกำนัลในตำหนักอ๋อง
แสงตะเกียงส่องสลัวเธอนั่งอยู่บนเตียงไม้เรียบ ๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกเบา ๆ
“ซิ่วซิ่ว…”
เสียงของไป๋เหวินซิ่ว ผู้เป็ป้าดังขึ้น เธอเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าที่แฝงความเหนื่อยล้า
“ท่านป้า”สวี่หว่านถิงรีบลุกขึ้นคำนับ
ไป๋เหวินซิ่วนั่งลงข้างๆ พลางถอนหายใจ
“ข้าขอโทษที่เมื่อเช้าข้าไม่อาจปกป้องเ้าได้ ในจวนนี้… แม้ข้าจะเป็นางกำนัลใหญ่แต่ก็ยังไม่อาจเทียบอำนาจพวกอนุที่อยู่ใกล้ชิดท่านอ๋อง”
สวี่หว่านถิงส่ายหน้าเบาๆ “ข้าเข้าใจเ้าค่ะ ท่านป้าไม่จำเป็ต้องรู้สึกผิด… ว่าแต่สตรีผู้นั้นคือใครกันเ้าคะ?”
“นางชื่อซิ่วเหม่ยฮัว เป็อนุเล็ก ๆ ในตำหนักอ๋อง”
สวี่หว่านถิงเลิกคิ้วอย่างขบขัน“เช่นนั้นก็หมายความว่า… นางเป็เมียน้อยของเมียน้อยอีกทีหรือเ้าคะ?”
“ชู่ว!เ้าจะเอ็ดเสียงดังไปทำไม เดี๋ยวใครได้ยินเข้าจะเป็เื่ใหญ่”ไป๋เหวินซิ่วรีบหันมามองรอบด้าน สีหน้ากังวล
“อย่าลืมว่าวังนี้เต็มไปด้วยหูและตาที่สอดส่องทุกย่างก้าว”
“ข้าขออภัยเ้าค่ะ”สวี่หว่านถิงลดเสียงลง ก่อนถามต่อ
“แล้ว…ที่จวนนี้ ใครคือพระชายาเอกกันเ้าคะ?”
ผู้เป็ป้าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่มีหรอก…ท่านอ๋องมิเคยแต่งตั้งพระชายาเอกเลย แม้ฮ่องเต้จะทรงเร่งรัดให้พระองค์เลือกคู่แต่ท่านอ๋องก็ปฏิเสธมาโดยตลอด นับแต่ตั้งจวนนี้ขึ้นมายังไม่เคยมีสตรีใดได้หัวใจของท่านอ๋องเลยแม้แต่คนเดียว”
ดวงตาของสวี่หว่านถิงเป็ประกายขึ้นทันที“เช่นนั้น… เหล่าชายาอนุทั้งหลาย ก็มีเพียงตำแหน่งแต่ไม่มีใครที่เป็สตรีของท่านอ๋องอย่างแท้จริงใช่หรือไม่เ้าคะ?”
ไป๋เหวินซิ่วพยักหน้าช้าๆ “เ้าเข้าใจถูกแล้ว”
สวี่หว่านถิงยกยิ้มมุมปากบางๆรอยยิ้มที่แม้แต่แสงตะเกียงก็ยังไม่สว่างเท่า
เป็ไปตามคาดตำแหน่งพระชายาของท่านอ๋องจางฟู่หว่านโหรวจะต้องเป็ของไป๋หลิงซิ่วเท่านั้น เธอพึมพำขึ้นในใจ
“เอาล่ะเ้ารีบพักผ่อนได้แล้วพรุ่งนี้เ้าจะต้องเริ่มงานในฐานะนางกำนัลในตำหนักจงอย่าลืมที่ข้าสอนความงามไม่ได้ยั่งยืนในวังหลวงความเฉลียวฉลาดเท่านั้นที่จะทำให้เ้าอยู่รอด”
“เ้าค่ะท่านป้าข้าจะจำคำพูดของท่านใส่ใจ”
กล่าวถึงท่านอ๋องจางฟู่หว่านโหรว
ร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋องจางฟู่หว่านโหรว ยืนเหม่อมองท้องฟ้าที่มืดมิดมีเพียงแสงจันทร์นวลผ่องส่องต้องม่านเมฆบางเบา ทว่าในแสงนั้นกลับปรากฏใบหน้างดงามของไป๋หลิงซิ่วซ้อนทับอยู่บนท้องนภาอย่างเลือนราง
รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปากของเขาโดยไม่รู้ตัวความสุขที่แ่เบาเพียงได้เห็นภาพในใจทำให้หัวใจที่เหน็บหนาวกลับอบอุ่นขึ้นมาในครานั้น
“ท่านอ๋อง…ชาร้อนพะย่ะค่ะ”
เสียงของขุนนางรับใช้ดังขึ้นพลางวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะเบื้องข้างอย่างเคารพ
ท่านอ๋องเหลือบตามองคนผู้นั้นดวงตาคมสะท้อนแสงจันทร์วาววับก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความสนใจ
“นางกำนัลที่ข้าพบเมื่อยามเช้า…นางเป็ผู้ใด มีประวัติเช่นไร ข้าอยากฟัง”