[ลิลลี่ PART]
เวลา 10:30 น.
@ร้านอาหารแถวบริษัท
ฉันกำลังร่วมเอ็นจอยทานอาหารมื้อกลางวันกับเหล่าพี่ทีมงานแก๊งใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จักกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เหล่าพี่ในทีมหลัก ของฝ่ายทำรายการวาไรตี้มีประมาณสี่คน ส่วนทีมอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมต่างทยอยพากันไปที่กองเรียบร้อยแล้วก่อนจะออกเดินทางไปทำงานที่กองถ่ายรายการใน่บ่าย เหล่าพี่ในทีมหลักก็พาฉันออกมาเปิดหูเปิดตาและทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารเกาหลีเ้าดังเ้าประจำของพวกเขาที่มักจะมากันบ่อยๆแถมร้านอาหารอยู่ไม่ไกลจากบริษัทของพี่จุนยอง
เหล่าพี่ในทีมหลักสั่งอาหารเช็ตกันมาจนเต็มโต๊ะ ทุกคนต่างทานอาหารกันพร้อมเม้าท์มอยทั้งเื่งานและเื่จิปาถะฉันก็มีร่วมแจมกับพี่ๆ เขาด้วยถึงบางครั้งจะฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็เถอะ … ทุกคนในทีมค่อนข้างที่จะสนุกเฮฮาและเป็กันเองอย่างมากส่วนฉันก็แอบดีใจมากๆ ที่ทุกคนต้อนรับการทำงานของฉันเป็อย่างดีแบบนี้ และคาดหวังว่ามันจะดีแบบนี้ตลอดไปเลยนะ
“ลิลลี่ พี่ถามหน่อยสิว่าเรารู้จักกับบอสมานานแล้วเหรอ?” พี่ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา
“ก็รูัจักกันระยะหนึ่งเลยค่ะ ตอนที่ลิลลี่ทำงานอยู่ที่ไทยส่วนใหญ่มักจะได้ทำงานร่วมกับพี่จุนน่ะค่ะเลยสนิทกันๆ”ฉันเอ่ยตอบกลับพลางอมยิ้ม
“แล้วกับคุณซอยอนล่ะ?” พี่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาต่อ
“ก็ถือว่าสนิทกันอยู่นะคะ” ฉันเอ่ยตอบพลางอมยิ้มเช่นเดิม
“ว่าแต่ … มีอะไรหรือเปล่าคะ?”ฉันเอ่ยถามต่ออย่างสงสัย
“ไม่มีจ้ะๆ / ไม่มีจ้ะ” พี่ผู้หญิงทั้งสองคนที่ถามเอ่ยตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
ฉันไม่ได้เอ่ยคำพูดใดตอบกลับแต่ส่งยิ้มตอบกลับแทนและพลางคิด ‘แล้วทำไมถึงถามขึ้นมานะ?’
“แล้วนายส่งข้อมูลรายการให้น้องลิลลี่แล้วใช่มั้ย?” พี่ผู้หญิงคนหนึ่งหันหน้าไปถามกับพี่ผู้ชายในทีมที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ส่งให้แล้วครับ” พี่ผู้ชายคนนั้นเอ่ยตอบ
“ว่าแต่ … ลิลลี่อ่านข้อมูลแล้วหรือยังจ้ะ?” พี่ผู้หญิงคนเดิมหันมาเอ่ยถามฉัน
“อ่านเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับศิลปินในวงก็อ่านแล้วเหมือนค่ะ” ฉันเอ่ยตอบเสียงใส
“ดีเลยจ้ะ ว่าแต่ทำงานที่ไทยเคยทำงานร่วมกับไอดอลวงนี้บ้างหรือเปล่าล่ะ?” พี่ผู้หญิงคนเดิมยังเอ่ยถามฉันต่อ
“ยังไม่เคยทำงานร่วมกันนะคะ แต่ว่าเห็นผลงานของพวกเขาค่อนข้างบ่อยค่ะ เพราะที่ไทยต่างมีสื่อโฆษณาทั้งของแบรนด์และแฟนคลับของพวกเขาฉายอยู่บ่อยๆค่ะ มียันโฆษณาบนรถไฟฟ้าด้วยนะคะ” ฉันเอ่ยตอบ ในหัวก็พยายามนึกคิดถึงสิ่งที่เคยเห็นผ่านหูผ่านตามาพูดคุยสุดๆถึงฉันจะเคยเห็นไอดอลวงนี้แต่ก็ไม่ได้รู้จักพวกเขานี่สิ
“ดีเลยๆ ถ้าได้เจอกันก็ทำความรู้จักไว้นะจ้ะ เพราะบริษัทเราทำงานร่วมกับค่ายของเขาและน่าจะต้องทำงานร่วมกันอีกนานน่ะ”พี่ผู้หญิงคนเดิมเอ่ย
“โอเคค่ะ” ฉันเอ่ยตอบกลับพร้อมส่งยิ้มให้ สายตาผละออกจากเหล่าพี่ในทีมแล้วหันไปจ้องมองไปยังนาฬิกาบนผนังร้านอาหารแทนมือบางก็พลางตักอาหารทานให้หมดเร็วๆ
หลังจากที่ทานอาหารมื้อกลางวันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันและเหล่าพี่ๆ ทีมงานก็ออกเดินทางไปยังกองถ่ายรายการกันโดยรถตู้
.
.
.
เวลา 13.30 น.
@กองถ่ายรายการวาไรตี้
ฉันพร้อมกับเหล่าพี่ๆ ทีมงานทั้งสี่คนเดินทางมาถึงยังกองถ่ายรายการได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเื่ของการเดินทางโดยรถตู้นั้นก็ค่อนข้างใช้เวลาในการ เดินทางพอสมควร เพราะใช้เวลาเดินทางไปเกือบสองชั่วโมงกว่าเลยก็ว่าได้ไม่ต่างจากตอนที่พี่จุนยองไปรับฉันที่สนามบินเท่าไหร่นักเลย แต่ถือว่าสะดวกสบายมากๆสำหรับการมายังสถานที่บนเชิงเขาแบบนี้ และด้วยสถานที่ที่นี่ค่อนข้างมีความชนบทนิดหน่อยแต่ด้วยบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ขณะเดินทางมาค่อนข้างที่จะดีมากๆ เลยทีเดียว มีความเงียบสงบแต่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติสีเขียวที่สวยงามมากๆ
เมื่อเครื่องยนต์ของรถตู้ดับเครื่องลง … ฉันพร้อมพี่ๆ ต่างลงจากรถพากันขนเสบียงทั้งอาหารและเครื่องดื่มนำไปส่งเพิ่มเติมให้แก่ทีมงานที่ทำงานกันอยู่ในบ้านหรูสองชั้นหลังใหญ่ซึ่งเป็สถานที่ในการถ่ายรายการวาไรตี้โปรเจ็คนี้
มือทั้งสองข้างของฉันและเหล่าพี่ๆ ต่างเต็มไปด้วยการหอบหิ้วเสบียงต่างๆ มากมายเมื่อเดินถึงประตูทางเข้าบานใหญ่ พี่ทีมงานผู้ชายคนหนึ่งก็ยกนิ้วขึ้นกดรหัสหกหลักบนเครื่องอัตโนมัติที่หน้าประตูหลังจากที่ประตูถูกเปิดออกสำเร็จพี่ทีมงานผู้ชายคนนั้นก็เอ่ยว่า “เอาไปวางที่เคาน์เตอร์ครัวได้เลยนะ”
พี่ทีมงานผู้ชายหลังจากเอ่ยก็ยันประตูบานใหญ่ให้คนที่เหลือคนอื่นๆ เดินเข้าไปภายในบ้านและปิดประตูลงทันที
ปึง!
เสียงประตูปิดดังขึ้นตามหลังอย่างทันควัน ส่วนฉันก็ก้าวเดินพุ่งตัวไปวางเสบียงลงบนเคาน์เตอร์ครัวทันที‘ที่ต้องรีบพุ่งตัวเพราะเหล่าเสบียงพวกนี้ค่อนข้างหนักเอาการอยู่น่ะ’ เมื่อตัวถึงเคาน์เตอร์ ฉันก้มหน้าก้มตาวางเสบียงอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดที่หอบหิ้วมาแล้วก็รู้สึกตงิดๆ เล็กน้อยเหมือนกำลังโดนสายตาจับจ้องอยู่อย่างนั้น เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นก็พบว่ามีสายตาอยู่ประมาณแปดคู่กำลังจ้องมองมาที่ฉันอย่างสงสัยไม่นานก็มีเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมา
“อันนี้ใครครับ? แขกคนพิเศษเหรอ?”ทีมงานผู้ชายคนหนึ่งหันไปเอ่ยถามพี่ทีมงานผู้หญิงที่มาพร้อมกันกับฉัน
“ไม่ใช่ค่ะๆ” ฉันเอ่ยตอบพร้อมยกมือขึ้นส่ายหัวไปมา
“ไม่ใช่จ้ะ อันนี้น้องลิลลี่เป็น้องใหม่ที่จะมาทำงานร่วมกับเรา มาช่วยทำงานโปรเจ็คนี้ก่อนระหว่างที่รอคิวโปรเจ็คหลักน่ะ”พี่ทีมงานผู้หญิงเอ่ยตอบ
“ค่ะ สวัสดีค่ะพี่ๆ ทุกคน ลิลลี่นะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” ฉันเอ่ยทักทายพร้อมส่งยิ้มให้พี่ๆทีมงานแปดคนที่ยืนอยู่
“สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ / สวัสดีนะ” พี่ๆ ทีมงานแปดคนเอ่ยพร้อมกัน
“ทีมงานสามคนทางด้านนี้เป็ทีมตากล้องนะลิลลี่ ส่วนสองคนนี้เป็ทีมอำนวยความสะดวกและส่วนสามคนนี้เป็ทีมเมเนเจอร์ของ GATHERBOYส่วนสไตลิสต์กับช่างหน้าช่างผมน่าจะยังอยู่กันชั้นบน” พี่ทีมงานผู้หญิงเอ่ยพร้อมผายมือแนะนำทีมงานทุกคน
ฉันที่ได้ยินการแนะนำทีมงานก็ส่งยิ้มตามให้พี่ๆ ทีมงานอย่างผูกมิตร บ้างก็ก้มหัวเล็กน้อยเป็การเคารพระหว่างซึ่งกันและกัน