วาตีหยิบกระดาษเอสี่ขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงานใช้ดินสอร่างแผนผังตัวละครในนิยายที่กำหนดเอาไว้โดยใช้ดินสอสีเน้นไปยังตัวละครเดินเรื่องอย่างภูพัดให้อยู่กลางกระดาษแล้วลากเส้นความสัมพันธ์ไปยังตัวละครสมทบไม่ว่าจะเป็นอชิร สารทูล วาเลน เอบีหรือแม้แต่เพลงดาวซึ่งเป็นผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่โยงใยอยู่ในโครงข่ายตัวละครทั้งหมดซึ่งหล่อนคาดหวังว่าจะนำเรื่องราวของเพลงดาวเข้ามาผูกร่วมด้วย
แต่ไม่รู้ทำไมสินะ...ถึงได้กำหนดบทบาทของเพลงดาวในนิยายเอาไว้สั้นๆด้วยคำว่า‘แฟนเก่า’
ก็แปลว่าหล่อนไม่ได้วาดภาพของเพลงดาวเป็น ‘นางเอก’
แล้วใครกันล่ะ?ที่จะเป็นนางเอกของเขา
คำถามของหล่อนทำให้หัวคิ้วพุ่งชนกันจึงนึกในใจต่อ...เขาจะมีนางเอกได้ยังไง ก็เขาไม่ใช่ผู้ชายทั้งแท่ง...พลางเหลือบตาไปมองนิตยสารกอสซิปชื่อดังซึ่งซื้อติดมือมาเมื่อเช้าหลังจากออกไปที่ตลาด
ภาพของภูพัดเดินเคียงข้างเทเตโช มุมที่เห็น เข้าใจได้ว่าชายหนุ่มสองคนนั้นกำลังจับมือถือแขนเหมือนคนรักสีหน้าทั้งคู่ยิ้มระรื่นราวกับคู่รักเหมือนหัวข่าวที่พาดไว้
ความคิดของหล่อนทำให้มือข้างที่จับดินสอค่อยๆขยับปลายแหลมจดรายชื่อตัวละครเพิ่มเข้าไปอีกว่า ‘เท เตโช’ พร้อมกับลากเส้นยาวถึงกันโดยกำกับด้วยรูปหัวใจดวงเล็กๆสองดวงแทนสัญลักษณ์
“คุณเป็นเกย์จริงๆน่ะเหรอ?” หล่อนบ่นพึมพำไปเรื่อย
มือข้างนั้นจรดปลายแหลมของดินสอนิ่งอยู่กับที่นึกไปถึงเท เตโช ซึ่งเป็นต้นแบบเซเลบของเชรี...รายนั้นมีข่าวครึกโครมในอดีตเกี่ยวกับการถูกเรณีอ้างให้เขารับเป็นพ่อของเด็กในท้อง...ข่าวนั้นดังระดับประเทศชนิดที่จอโทรทัศน์ทุกช่องต่างนำเสนอข่าวของเขาทุกวัน จนกลืนข่าวการเมืองข่าวฆาตกรรมรายวัน ข่าวของโจรผู้ร้ายจนกลบมิด...นึกแล้วก็ถอนใจต่อทำไมหล่อนถึงไม่รู้สึกว่าเขาจะมีแววเป็นชายรักชายอย่างในภาพสักนิด
ครั้นจะเจาะประเด็นนี้ลงไปในเนื้อเรื่องเพิ่มเติมภาพของเชรี นักเขียนรุ่นน้องก็ลอยมาวนเวียนอยู่ตรงหน้า นึกแล้วหมั่นไส้ปนความไม่ชอบขี้หน้า
ไม่รู้ป่านนี้...ฝ่ายนั้นจะเริ่มลงมือทำงานแล้วหรือยังนะ?
แล้วตอนที่เห็นภาพเดียวกันกับหล่อนเชรีจะรู้สึกอย่างไรหนอ?
ภวังค์ความคิดของวาตีหยุดลงเมื่อเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นหล่อนจึงวางดินสอลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นไปเปิดประตู
เสียงเห่าของเจ้าโดมิโนดังขึ้นทันทีเมื่อบานประตูเปิดกว้าง...มันเข้ามาพันแข้งพันขา พลางเลียตามนิ้วเท้าเป็นอุปนิสัยส่วนตัวของมัน หล่อนจึงย่อตัวลง มันก็กระโดดขึ้นบนตัก ทำท่าดีอกดีใจ
“มันซนจังเลยลูก เห็นแม่เดินขึ้นบันไดทีไรเข้ามาประจบทำท่าอยากจะขึ้นมาข้างบนด้วย สงสัยคงอยากจะมาคลอเคลียเล่นกับลูกแม่ก็เลยตามใจพามันขึ้นมา”มารดาของหล่อนบอกถึงความซุกซนของชิวาวาเพศผู้ที่กำลังทำหน้าอ้อนใส่เจ้าของ
“ช่างมันเถอะค่ะ”
หล่อนบอกแม่เท่านั้นก็หันมาหอมแก้มเจ้าโดมิโนไปหลายฟอดก่อนจะเดินกลับมานั่งลงบนเตียงแล้วปล่อยสุนัขแสนรักลงกับพื้นให้มันวิ่งเล่น
ผู้เป็นแม่ก้าวตามมานั่งที่เก้าอี้ทำงานของลูกยื่นต้นฉบับ ‘สาปสวรรค์ลวง’ ที่ยืมไปอ่านเมื่อวันก่อนส่งคืนให้หล่อนพลางเอ่ยชม
“เดี๋ยวนี้ฝีมือของลูกแม่พัฒนาไปไกลเลยนะอ่านลื่นไหลกว่าเก่า สำนวน ภาษาก็กระชับ ไม่เยิ่นเย้อเหมือนช่วงแรกๆที่เขียนแถมยังสนุกจนแม่วางไม่ลงเชียว”
“แม่อ่านจบแล้วเหรอคะ...ต้นฉบับตั้งสองร้อยกว่าหน้า”
“ก็มันสนุกนี่ลูก แม่เลยอ่านเพลินจบเรื่องนี้แล้ว สงสัยว่าแม่ต้องไปรื้อเรื่องเก่าๆของลูกมาอ่านซ้ำอีกสักรอบดีกว่าเพราะกว่าหนูจะพิมพ์เรื่องใหม่เสร็จ คงอีกหลายเดือนใช่ไหม”
“อย่างน้อยก็ต้องจบภายในสามเดือนนี้แหละค่ะ”
พูดจบ...หล่อนเผลอตัวระบายลมหายใจเสียยกใหญ่ทำให้มารดาเผลอย่นหัวคิ้ว หันไปมองบนโต๊ะทำงานของลูกเห็นแผ่นกระดาษแผนผังตัวละครที่หล่อนเพิ่งเขียนค้างเอาไว้ จึงหยิบมันขึ้นมาดู
“นี่ตัวละครเรื่องใหม่เหรอลูก...ทำไมไม่เห็นมีตัวนางเอกล่ะมีชื่อผู้หญิงคนเดียวเอง แถมยังเป็นแค่แฟนเก่า”
“หนูยังหานางเอกให้เขาไม่เจอเลยค่ะ”
มารดาของหล่อนทำหน้างุนงงหนักขึ้นไปอีกยื่นกระดาษแผ่นนั้นมาตรงหน้าหล่อน “แล้วทำไมพระเอกของหนูถึงมีรูปหัวใจชี้ลูกศรไปทางตัวละครที่ชื่อเทล่ะ...พระเอกของลูกเป็นเกย์เหรอ”
วาตีจึงได้แต่หัวเราะแห้งๆตอบไม่ถูกเหมือนกัน
“เป็นหรือไม่เป็น...หนูยังหาคำตอบให้พระเอกในเรื่องไม่ได้เลยค่ะแม่ก็เลยไม่รู้ว่าพระเอกของหนูเรื่องนี้จะมีนางเอกกับเขาบ้างไหม”
มารดาชักกระดาษในมือหล่อนกลับไปแล้ววางลงบนโต๊ะที่เดิม ก่อนจะหยิบดินสอขึ้นมาเขียนยุกยิกลงบนกระดาษแผ่นนั้นแล้วยื่นกลับมาส่งให้หล่อนดูอีกครั้ง
หล่อนรับกระดาษแผ่นนั้นมาขณะที่เจ้าโดมิโนวิ่งคาบของเล่นเข้ามาใกล้ๆมันปล่อยของเล่นหล่นจากปากแล้วเปลี่ยนเป็นเห่าเสียงเล็กๆคล้ายกับสนับสนุนอะไรบางสิ่งที่มารดาของหล่อนเขียนลงไปเมื่อครู่
“เห่าทำไมจ๊ะโดมิโน”
หล่อนก้มลงมองบนแผ่นกระดาษจ้องค้างอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกว่าได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นทะลุออกมานอกโพรงอกคาดไม่ถึงว่าแม่จะเขียนชื่อของหล่อนใส่ลงไปแล้วลากลูกศรไขว้กันไปมาจากชื่อวาตีไปยังชื่อภูพัดโดยมีรูปหัวใจสองดวงอยู่ตรงกลางเส้น
“หนูก็เป็นนางเอกของเรื่องนี้เองสิ...แม่ว่าดีออกเขียนให้ตัวเองเป็นนางเอกซะบ้าง”
หล่อนไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ผิวแก้มกำลังร้อนซู่และแดงซ่านด้วยความขวยเขิน...ทั้งที่บอกกับตัวเองว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้สักนิดโลกนักเขียนของหล่อนกับโลกนายแบบของเขา มันไกลเกินเอื้อมและมีแต่ภาพมายาที่เห็นมิหนำซ้ำเขาก็มีแววว่าจะไม่ใช่ผู้ชายเต็มร้อย
กำลังจะโต้ตอบกับมารดาบังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นที่ชื่อเพลงดาว...แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้เพราะว่าแม่เขียนใต้ชื่อของเพลงดาวเพิ่มเติมจากคำว่า ‘แฟนเก่า’
ด้วยคำว่า... ‘นางร้าย+ตัวอิจฉา’
//////////////////////////////////////////////////