“อ๊ากกกก!”
เยว่ชิงร้องออกมาอย่างเ็ป กายิญญาคล้ายว่ามันกำลังจะสลายไป ไอิญญาสีดำพวยพุ่งไปยังหลุมศพที่อยู่เบื้องหน้า ซื่ออิงลวงเขามาที่นี่ก็เพื่อ้าพลังิญญาของเขา
“ป...ปล่อย อึก...! ปล่อยข้า!!”
ยิ่งต่อต้านก็เหมือนยิ่งตรึงเยว่ชิงให้ติดอยู่กับที่ ทุกอย่างอยู่ใต้อาณัติและเชื่อฟังซื่ออิง
“ไป๋เยว่ชิงอย่างนั้นรึ? เหตุใดหลี่จิ้งหยางจึงคิดชื่อได้เชยเพียงนี้ ฮ่าฮ่า”
ซื่ออิงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ความหลังของเขากับหลี่จิ้งหยางนั้นลึกซึ้ง อีกไม่นานยุทธภพก็จะได้รับรู้ถึงอดีตที่ผ่านมา อดีตที่หลี่จิ้งหยางพยายามปกปิดซุกซ่อนมาโดยตลอด
ความตายไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไปแล้วสำหรับเยว่ชิง ทว่าการที่เขากลัวที่จะไม่ได้พบเจอพุทธองค์หลี่จิ้งหยางเสียมากกว่า บุญคุณความแค้นที่ยังต้องชดใช้กันไม่จบสิ้น ไหนจะมีแมลงก่อกวนอย่างสำนักเทียนฉีนั่นอีก
“จงปล่อยข้าเสียซื่ออิง!”
“ิญญาของเ้าไร้ค่านัก เ้ายอมหลี่จิ้งหยางทุกอย่างจนข้าสมเพช”
“แล้วอย่างไร?”
เยว่ชิงรู้สึกถึงพลังในกายกำลังปะทุ เป็ไปได้ว่าพลังดาราดับตื่นขึ้นเมื่อไร้การควบคุม ดวงตาสีชานั้นแปรเปลี่ยนเป็แดงฉาน “ข้ายอมพุทธองค์หลี่จิ้งหยางแล้วอย่างไร!”
“หึ! ยอมให้หลี่จิ้งหยางปลิดชีพ ต่ำต้อยเหลือเกิน”
“เขาฆ่าข้า!”
“แน่ใจหรือเยว่ชิง? เ้าแน่ใจไหมว่าหลี่จิ้งหยางเข่นฆ่าเ้าน่ะ?”
ซื่ออิงเก่งในเื่การปลุกปั่นประสาท ทว่าตอนนี้เยว่ชิงคงไม่คิดสนใจคำพูดของจิตที่เป็ปีศาจ พลังของดาราดับแผ่ไปทั่ว มันหยุดการดูดกลืนิญญาของซื่ออิงในทันที กายิญญาย้อนคืน เยว่ชิงแสยะยิ้มให้กับหลุมศพที่อยู่เบื้องหน้า
“เยว่ชิงทำอะไร!”
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางยืนอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีอำพันมองเห็นเยว่ชิงกำลังดูดกลืนจิติญญาของซื่ออิง สองมือของเขาก็พลันกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะนี้เยว่ชิงไม่ต่างจากิญญาบ้าคลั่ง ดวงตาแดงฉานตวัดมองพุทธองค์อย่างไม่หวั่นเกรง
“เยว่ชิงหยุด อาตมาบอกให้หยุด”
“อึก!”
มนตราของพุทธองค์หยุดยั้งทุกการกระทำตรงหน้า ไป๋เยว่ชิงนั่งลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตาที่แดงฉานกลับคืนเป็สีชาดังเดิม ส่วนจิตของซื่ออิงนั้นก็หลบไปไม่ยอมออกมาพูดคุย
“ทำอะไรลงไป”
“หึหึ!” เยว่ชิงแค่นหัวเราะอยู่ในลำคอ สายตาของพุทธองค์กำลังตำหนิเยว่ชิง ทั้งน้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็แข็งทื่อ หลี่จิ้งหยางพึมพำเสียงเบาอยู่สักพัก ก็ปรากฏแสงสีทองส่องลงมาบนหลุมศพของซื่ออิง มันอบอุ่นและช่วยให้จิตที่าเ็ฟื้นตัว
ทั้งสายตาและการกระทำบอกชัดเจนทุกอย่าง ไป๋เยว่ชิงยันกายิญญาลุกขึ้นยืน เขาาเ็จากการถูกซื่ออิงทำร้าย ทว่าพุทธองค์กลับคิดว่าเยว่ชิงเป็คนร้ายเสียเอง
“เยว่ชิงจะไปไหน?”
ไร้เสียงตอบรับจากเ้าของชื่อ เยว่ชิงพยุงร่างกายโซเซหันหลังจากไป พลันสายตาที่เ็าเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็ความเรียบนิ่งดังเดิม ทอดมองแผ่นหลังของเยว่ชิงไม่วางตา กระทั่งสายลมพัดโหมเป็สัญญาณว่าซื่ออิงนั้นกลับมาเป็ปกติแล้ว
“อาตมาจะเตือนครั้งสุดท้าย เยว่ชิงไม่เกี่ยวข้อง”
“...”
“อย่าได้คิดทำร้ายเยว่ชิงอีกเป็อันขาด”
ในคำพูดนั้นแฝงไปด้วยความจริงจังและหนักแน่น นานมากแล้วที่ซื่ออิงไม่ได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้ หลี่จิ้งหยางใช้วาจาเช่นนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไรกันนะ
“ข้าเกือบลืมน้ำเสียงเช่นนี้ไปแล้ว”
ซื่ออิงเอ่ยเชิงหยอกล้อให้กับสมณะที่กำลังจะเดินจากไป พุทธองค์หลี่จิ้งหยางหยุดชะงักในทันที ั์ตาสีอำพันมองไปยังทางออกที่อยู่ข้างหน้า
“เด็กนั่นไม่ยอมเชื่อที่ข้าบอก ทำอย่างไรได้เล่า! ข้าเองก็ต้องสอนสั่งในฐานะที่เป็เสี้ยวจิตของข้า”
“...”
“อะไรกันหลี่จิ้งหยาง เ้าลบความทรงจำของเด็กนั่นซ้ำซาก ยอมให้เด็กนั่นคิดว่าเ้าเป็นักบวชชั่วช้า เพื่อสิ่งใดกัน? เพียงเพื่อให้เยว่ชิงหมกมุ่นอยู่กับเ้า แล้วไม่ยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพงั้นหรือ?”
“...”
“สมณะแห่งวิหารระฟ้า เ้าลบภาพก่อนหน้าทิ้งไปจนหมด เทพาผู้เลื่องชื่อในตำนาน”
“หยุดได้แล้วซื่ออิง”
พุทธองค์เอ่ยปรามเสียงเรียบ เื่ราวในอดีตมันซับซ้อนและวุ่นวาย เขาเองไม่เคยอยากรำลึกถึงวันวานที่ผันผ่าน ทุกอย่างที่เป็อดีตล้วนไม่น่าใส่ใจ
“เ้าหวังในตัวของเยว่ชิงสูงน่าดู แต่เอาเถอะหลี่จิ้งหยาง ระหว่างเ้ากับข้าคงอีกไม่นานหรอก”
“...”
“เยว่ชิงอ่อนแอเกินไป แม้บอกว่าคับแค้นใจในตัวเ้านักหนา ทว่ากลับยอมเพื่อเ้าอยู่เรื่อย มันน่าสมเพชในสายตาของข้า ยังเรียกว่าเป็เสี้ยวจิตของเ้ามนต์ดำไป๋ซื่ออิงได้เช่นไร!”
พรึบ!
มนต์กักขังถูกกางออกอีกหน ซื่ออิงในเวลานี้แอบบำเพ็ญเพียรจนแข็งแกร่งขึ้น จิตที่ยังไม่ถูกชำระล้างนับว่ามีความสกปรกโสมม ซื่ออิงจำต้องได้เคล็ดวิชานพเคราะห์เจ็ดดารากลับคืน เมื่อจิตสองส่วนแตกออกจากกัน พลังส่วนที่แข็งแกร่งดันไปอยู่กับเยว่ชิง
“เ้าก็รู้ว่ามนตราของนักบวชล้วนเอาข้าไม่อยู่”
“...”
“หลี่จิ้งหยาง ระหว่างเรานั้นจบสิ้นไปแล้วจริงหรือ?” คำถามที่นักบวชไม่สมควรตอบ ทว่าซื่ออิงกลับเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย
“อาตมาละวางไปหมดแล้ว ซื่ออิงเองก็ควรละวางด้วยเช่นกัน”
“ละวางอะไร! นี่สมณะรูปงาม ข้าน่ะมองออกว่าเ้าคิดอย่างไรกับเยว่ชิง เ้าชอบข้า แต่เ้าก็ชอบความดีด้วยเช่นกัน เยว่ชิงจึงเป็สิ่งที่เ้าสร้างขึ้นทั้งนั้น”
“ซื่ออิง!”
“ตอนนี้มันคงผิดคาดของเ้าไปหน่อย เยว่ชิงที่ใจใสสะอาดนั้น กลายเป็ตัวรองรับมนต์ดำและความโสมมไม่ต่างจากข้าเลยสักนิด”
“...”
“อีกไม่นานเคล็ดวิชาที่ข้ารอคอย เยว่ชิงก็จะนำมันมาส่งถึงมือของข้าอย่างแน่นอน!”
พุทธองค์ปรายตาสีอำพันมองหลุมศพ ท่าทีสงบเยือกเย็นไม่หวั่นไหว ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจว่าซื่ออิงจะพูดอะไรออกมา ในวาจานั้นล้วนหาความจริงใจได้ยากยิ่ง สิ่งที่พุทธองค์้าคงเป็จิตสำนึกที่รู้จักผิดชอบชั่วดี ทว่านี่ก็ผ่านมานานแล้ว นานจนหลี่จิ้งหยางไม่หวังสิ่งใดกับซื่ออิงอีกต่อไป
ไป๋เยว่ชิงกลับมาที่เรือนเล็กด้วยสภาพที่จื่อหลิงเห็นแล้วใ
ท่าทางสะบักสะบอมอย่างกับโดนรุมทำร้าย เยว่ชิงส่ายหน้าไล่ความมึนงงของตนเอง พลังิญญากลับคืน แต่ก็มีบางส่วนที่อยู่ในจิตของซื่ออิง
“ค...ใครทำอะไรกับเ้า!”
“ไม่มี”
“เป็ไปได้อย่างไร? หรือเ้าทำร้ายตนเอง?” จื่อหลิงคิดว่าคำถามของเขาโง่เกินไป แต่เยว่ชิงยืนกรานว่าตนเองนั้นไม่ได้โดนใครทำร้าย แถมยังไม่ยอมเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้เขาฟังอีก
“ข้าฝึกสมาธิเกินกำลังไปหน่อย”
“หา...”
“ผู้ที่เลื่อนระดับได้ไว ย่อมมีผลกระทบอยู่แล้ว เ้าอย่าได้ตื่นตระหนกไป”
เยว่ชิงตอบคำถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะยังนึกโกรธสมณะวิหารระฟ้าอยู่ไม่น้อย ถึงอย่างไรเื่ที่พบเจอก็ควรเก็บเป็ความลับ เื่ของซื่ออิงที่อยู่ในหลุมศพนั้น เยว่ชิงจะต้องทำการสืบต่ออย่างแน่นอน บางทีความลับที่พุทธองค์เก็บซ่อนอาจไม่ใช่แค่เื่เคล็ดวิชา
“แล้วเื่เสวี่ยฉินเล่า? เคล็ดวิชาอะไรนั่นอีก?”
เยว่ชิงปรายตามองจื่อหลิง สองสามวันที่ผ่านมานี้เขารู้สึกว่าจื่อหลิงกระตือรือร้นอยากรู้ มันมีบางอย่างสะกิดใจของเยว่ชิงขึ้นมา เขาส่ายหน้าตอบกลับไป “ข้าเองก็รู้มาแค่นั้น”
“เคล็ดวิชานี้ต้องสำคัญมาก”
“คงเป็เช่นนั้น ข้าไม่ยอมให้สำนักเทียนฉีได้มันไปแน่!” เยว่ชิงพูดกับตัวเอง แวบหนึ่งที่สายตาของจื่อหลิงมองมาอย่างคนไม่ชอบใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็สายตาปกติพร้อมรอยยิ้มน้อย
โลกใบนี้โหดร้ายเกินกว่าที่เยว่ชิงจะเข้าใจ เมื่อถึงวันนั้นเยว่ชิงก็จะลืมคำพูดเพ้อเจ้อพวกนี้ไปเอง
สดับเพียรหมื่นภพชาติ