ระหว่างนั้นลูซี่กับเจเจก็คุยกันอีกแค่นิดหน่อยก่อนจะถึงเวลาเลิกเรียนพวกเราเดินลงจากตึกตรงไปลานจอดรถเพื่อจะกลับ ขณะที่กำลังเม้ามอยกันจู่ๆก็มีบางอย่างที่นอกรถทำให้ต้องหันไปสนใจ
“นั่นมันพวกน้องไทม์ป่ะ”
คำพูดของเบลล์ทำให้ลูซี่ต้องหยุดรถ“ไหน”
“นั่นน่ะ”เบลล์ชี้ออกไปด้านนอกกระจกตรงบริเวณลานกว้าง มีนักศึกษาชายสองคนที่คาดว่าน่าจะปี 1
ลูซี่พยายามพรี่ตามองเนื่องจากอยู่ในรถแถมยังอยู่ฝั่งคนขับเลยทำให้มองไม่ค่อยชัดรออยู่สักพักจนสามารถเห็นชัดขึ้น ชัดว่าเป็นไทม์กับบูมจริงๆแต่ทำไมสภาพของทั้งสองคนถึงได้เดินแปลกๆ ขาสั่นเดินไม่ค่อยตรงๆ เดินๆ หยุดๆขาสั่นเหมือนพึ่งโดนทำโทษมาเลย
ดับเครื่องก่อนจะลงไปตามด้วยเบลล์ที่เดินตามมาจู่ๆ ไทม์เหมือนจะล้มเพราะทรงตัวไม่อยู่ลูซี่รีบวิ่งเข้าไปรับโชคดีที่รับทันได้พอดี
“โอเคมั้ยคะ”ไทม์เงยหน้ามองก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวเอง “พี่ลูซี่ มาไงครับเนี่ย”
“พี่เห็นพวกเราเดินแปลกๆก็เลยลงมาจากรถน่ะ”
“งั้นหรอครับ”
“แล้วนี่จะกลับกันเลยมั้ยเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“พี่ลูซี่ไม่มีเรียนต่อหรอครับ”
“ค่ะพวกพี่กะจะกลับพอดี” ไทม์กับบูมมองหน้ากัน “ก็ได้ครับ”
รถยนต์คันเดิมเคลื่อนตัวไปตามถนนโดยภายในรถเต็มไปด้วยเสียงก่นบ่นของไทม์กับบูม
“นี่ทำไมพวกเราถึงมีสภาพแบบนั้นล่ะ โดนซ่อมหรอ” เบลล์ชะโงกหน้าไปถามคนด้านหลัง “ครับ”
“หนักขนาดนั้นเลยหรอ เห็นเกือบล้มด้วย”
“เอ่อ…คือว่า”
ย้อนกลับไปเมื่อ2 ชั่วโมงก่อน
“ปีหนึ่งรวม!!!!” ขณะที่เหล่าปี 1กำลังนั่งพักอยู่จู่ๆก็มีเสียงเรียกรวมดังขึ้นทำให้พวกเขาต้องกุลีกุจอรีบเข้าไปตั้งแถวอย่างไม่เข้าใจ
“ปีหนึ่ง!!นับตลอดนับ!!!”
ปีหนึ่งนับจำนวตามคำสั่งแต่พอนับจบเหมือนว่าจำนวนจะขาดไปกว่า30 ชีวิต
“พี่บอกว่ายังไงครับ!!!จะไปไหนให้ลาหรือแจ้งไว้!! แล้วนี่อะไร!! ลาก็ไม่ลา นึกจะหยุดก็หยุด!พวกนักกีฬาก็เหมือนกัน จะไปซ้อมก็ไม่เคยบอก! งั้นก็รับผิดบอบปีกันทั้งหมด!ปีหนึ่งกอดคอ!!!”
อะไรกันเนี่ย จู่ๆ ก็มาสั่งซ่อมไอ้ที่บอกว่าพวกนักกีฬาไม่ยอมแจ้งอะไร พวกนักกีฬาทั้งสาขาปี 1 ก็มีแค่ติมคนเดียวแถมเวลามันจะไปซ้อมก็แจ้งพี่เขาตลอด แล้วที่ว่ารับผิดชอบทุกคนคืออะไรคนอื่นไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย
“ลุกนั่งหนึ่งร้อยครั้ง!!! ปฏิบัติ!!!”
สุดท้ายก็ต้องทำอย่างเลือกไม่ได้ตอนแรกก็เหมือนจะผ่านไปด้วยดีแต่ด้วยความจำนวนที่ถูกทำโทษมันตั้ง 100ครั้งเลยทำให้ช่วงท้ายๆ แต่ละคนเริ่มร่วง
“ไม่พร้อมเลย!!เอาใหม่! ลุกนั่งหนึ่งร้อยครั้ง!!! ปฏิบัติ!!!”ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้ไม่สามารถลุกนั่งได้พร้อมเพรียงกันจึงทำให้รุ่นพี่สั่งซ่อมแล้วซ่อมอีกจนรวมๆแล้ว 1,000 กว่าครั้ง
ฟาโรห์ที่เห็นว่าปี1เริ่มจะไม่ไหวจึงหันไปบอกเพื่อนแต่ก็เหมือนเขาจะไม่ฟังยังคงสั่งทำโทษไปจนเห็นว่าปี1 พร้อมเพรียงสักที
ทันทีที่ทำโทษเสร็จไม่ใช่ว่าจะได้นั่งพักทันทีพี่ระเบียบยังคงให้ปี 1 ยืนเรียงแถวก่อนจะเทศนาอยู่สักพักถึงจะให้นั่งได้
พอได้ฟังจนจบมือที่กำพวงมาลัยก็กำแน่นจนเกิดเสียงจนเพื่อนข้างๆถึงกับหันมาถาม
“ลู เป็นไร”
“ป่าว”แม้ปากจะปฏิเสธไปแต่ภายในใจกลับร้อนระอุ โมโหชะมัดเลยโมโหจนอยากจะขับรถกลับไปซัดหน้าไอพี่ระเบียบคนนั้น ณ ตอนนี้เลย
“พี่ลูซี่โกรธหรอครับ” เหลือบมองคนด้านหลังผ่านกระจกเห็นว่าไทม์กำลังชะเง้อมา“ไม่ได้โกรธค่ะ”
“พี่ลูซี่โกหก”ไทม์พองแก้มน้อยๆ พลางบึนปากอย่างไม่พอใจ ทำให้เธอที่เห็นถึงกับต้องยอมพูดความจริง“เฮ้อ~ ค่ะ พี่โกรธ โมโหด้วย หงุดหงิดด้วยจนอยากจะซัดคนเลยค่ะ”
“ผมมขอโทษนะครับที่ทำให้พี่ลูซี่หงุดหงิด”ปฏิกิริยาของน้องทำเอาคนในรถถึงกับต้องหันไปมองด้วยความตกใจ
“หนูลูก หนูไม่ผิดเลยคนที่ผิดคือไอ้พี่ระเบียบหน้าเหียกคนนั้นต่างหาก”
“ใช่ๆ”บูมพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับคำพูดของเบลล์ เธอก็เห็นด้วยนะคนที่ผิดคือไอ้พี่ระเบียบคนนั้นต่างหาก
สำหรับการรับน้องการลงโทษน้องมันเป็นเรื่องปกติจะลงโทษก็เมื่อรุ่นน้องไม่ฟังหรือทำผิดกฏแต่ต้องลงโทษในฐานที่พอเหมาะพอควรไม่ใช่นึกอยากจะลงโทษก็ลงโทษโดยไม่สนใจสภาพร่างกายคนอื่น คนแบบนี้น่ะอย่าว่าแต่เหมาะเป็นพี่ระเบียบเลย ไม่แม้แต่จะเหมาะเกิดมาเป็นคนด้วยซ้ำ
หลังจากที่ส่งเบลล์กับบูมเสร็จบรรยากาศภายในรถก็กลับมาเงียบอีกครั้งไทม์ที่ตอนนี้ย้ายมานั่งด้านหน้าแอบเหลือบมองคนข้างๆ
ใบหน้าที่เคยดูเจ้าเล่ห์ตอนนี้นิ่งสนิทดูก็รู้ว่าพี่ลูซี่กำลังหงุดหงิดอยู่แน่ๆจะอ้าปากเอ่ยถามรถยนต์ก็มาจอดหน้าบ้านพอดีมือที่กำลังจะเปิดประตูก็ลังเลจะทำยังไงดีให้เธอหายหงุดหงิดนะ
“เอ่อ…พี่ลูซี่ครับ”ลูซี่หันมาเลิกคิ้วเชิงถาม “เข้าบ้านก่อนมั้ยครับ”
ขณะที่รอคำตอบก็แอบลอบกลืนน้ำลายที่หนืดคอบอกตามตรงเวลาลูซี่หงุดหงิดผมไม่ค่อยกล้าทักสักเท่าไหร่หรดอกไม่ใช่เพราะเธอน่ากลัวนะ แต่เพราะบรรยากาศที่อยู่รอบๆตัวเธอต่างหากมันทำให้ผมไม่กล้า
“ก็ได้ค่ะ”
เดินนำเข้าบ้านพี่ลูซี่เดินตามมาเงียบๆพลางกวาดสายตามองดูเหมือนว่าแม่จะไม่อยู่บ้านด้วย
ขณะที่กำลังวางกระเป๋าลงบนโซฟาก็แอบเหลือบมองอีกคนอีกครั้งมือหนากำกางเกงด้วยความกังวลและกำลังคิดว่าจะทำยังไงถึงจะทำให้หายหงุดหงิด แต่จู่ๆก็มีมือมาจับมือของพอเงยก็พบว่าเป็นลูซี่
“กังวลอะไรอยู่หรอคะ”ประโยคของลูซี่ทำเอาผมสะดุ้งเล็กน้อย “พี่ลูซี่รู้ด้วยหรอครับ”
“พี่เคยบอกแล้วไงว่าเราน่ะอ่านง่ายจะตาย” ก็จริงแฮะ
“แล้วสรุปเรากังวลอะไรอยู่คะบอกพี่ได้มั้ย”
“ผม…ไม่อยากให้พี่ลูซี่หงุดหงิด”
“กลัวพี่หรอคะ”
“ป่าวครับผมแค่ไม่อยากเห็นพี่ลูซี่หงุดหงิด”แอบเห็นมุมปากยกยิ้มก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมมาลูบแก้มอย่างเบามือ
“ถ้าหนูไม่อยากเห็นพี่หงุดหงิดพี่ก็ไม่หงุดหงิดค่ะ”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาอีกครั้งแต่มันกลับทำให้ไทม์รู้สึกใจเต้นแปลกๆ
“เอ่อ…ผมว่าผมไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่าครับจะได้มาทายา”
“ให้พี่ช่วยอาบมั้ยคะ”
“ผะ-ผมอาบเองดีกว่าครับ!!!”หลบสายตาอันเจ้าเล่ห์ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นห้องถ้าอยู่ต่อเขาโดนแกล้งแน่ๆ
อาบน้ำเสร็จจะเดินออกมาแต่งตัวที่ห้องก็พบว่าลูซี่มานั่งรอพร้อมกับถุงยานวดเรียบร้อยแล้ว
ลูซี่ตบเตียงที่ว่างข้างๆ“มานั่งนี่ค่ะ เดี๋ยวพี่ทายาให้”
“แต่ผมยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยนะครับ”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ต้องถอดแล้ว”
“เอ๊ะ!!!!!!”คนบนเตียงหัวเราะพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มนั่นทำหัวใจเขาสั่นอีกแล้ว“เดี๋ยวผมขอไปใส่เสื้อผ้าก่อนดีกว่าครับ”
“เราปวดทั้งขาไม่ใช่หรอไม่ต้องใส่หรอกค่ะ เดี๋ยวจะทายายาก”
“แต่…”
“หรือว่ากลัวพี่ถกผ้า?”
“แล้วพี่ลูซี่จะถกผ้าทำไมล่ะครับ”
“นั่นสิ”มุมปากบนใบหน้าสวยค่อยๆ ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “แต่ก็น่าลองถกดูนะเผื่อจะได้เห็นอะไรดีๆ อย่างเช่น…”
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหลุบมองส่วนล่างใบหน้าของเขาเห่อร้อรก่อนจะรีบเอามือปิด “พี่ลูซี่ลามก!!!”
“หึ”ลูซี่ยกยิ้มอย่างพอใจ “ไปใส่เสื้อผ้าได้แล้วค่ะแล้วก็ใส่กางเกงขาสั้นมานะคะจะได้ทายาได้สะดวก”
“ครับ”
ใส่เสื้อผ้าเสร็จก็มานั่งลงที่เตียงลูซี่ค่อยๆเอายาออกมาจากถุงและเอื้อมมือมาจับขาข้างซ้ายพาดที่ขาของเธอก่อนจะเริ่มนวดยา
มือสวยค่อยๆไล่นวดตั้งแต่ต้นขายันปลายขาตอนแรกก็คิดว่าจะเจ็บแต่ลูซี่กลับนวดได้อย่างพอดีมือจนอยากจะหลับซะตอนนี้เลย
ขณะที่กำลังจะเคลิ้มจู่ๆก็มีบางอย่างที่นุ่มนิ่มสัมผัสลงที่น่องขาจนทำให้ผมเผลอสะดุ้งเฮือก พอมองดีๆไอ้ที่นุ่มๆ นั่นก็คือริมฝีปากของลูซี่เอง
“เหวอ!!พะ-พี่ลูซี่ ทำอะไรน่ะครับ มันสกปรกนะ”
ลูซี่เงยหน้าจากขาพลางเลิกคิ้ว“ก็ไม่นี่คะ หอมดีออก”
“พี่ลูซี่อ่ะ!แกล้งผมอีกแล้วอ่ะ”
“พี่ป่าวแกล้งนะ”
“ไม่เลยครับแกล้งตลอดอ่ะ” พูดพลางบึนปากใส่ ไม่แกล้งอะไรล่ะเจอหน้ากันทีไรก็ชอบแกล้งเขาทุกที
“ไม่ชอบให้พี่แกล้งหรอคะ”
“ป่าวครับ”
“?” พี่ลูซี่เลิกคิ้วเพื่อรอคำตอบ
“คือแบบว่า…ผมเขินแล้ว…เอ่อ…เวลาผมเขินหน้าตาผมมันทุเรศ”
ลูซี่หัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะขยับตัวเองมานั่งที่ว่างข้างพร้อมกับจับใบหน้าของไทม์ให้หันไปสบตากับเธอ
“หมาตัวไหนมันพูดว่าหนูทุเรศกันคะเราออกจะน่ารักขนาดนี้” พูดพลางบีบแก้มทั้งสองข้างของเขาพร้อมกับเหวี่ยงไปมา
“อ๋มไอ่ไอ้อ้าอักอักอ่อยอับ(ผมไม่ได้น่ารักสักหน่อยนะครับ)” ยกมือลูบแก้มที่โดนบีบ “นี่ก็เย็นมากแล้วนอนพักเถอะค่ะ”
ลูซี่ดันตัวไทม์ให้นอนลงดึงผ้าห่มมาคลุมให้ก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา
“ฝันดีนะคะ”
“เดี๋ยวก่อนครับ”ลูซี่หันมองแขนที่ถูกมือผมรั้งเอาไว้ “ขอบคุณนะครับ ที่คอยดูแลผมตลอด”
มุมปากของเธอยกยิ้มก่อนเธอจะหันมาใช้มืออีกข้างวางลงบนมือของผมอีกที
“ก็พี่สัญญากับเราไว้นี่คะจะให้ผิดสัญญาได้ยังไง” มือเรียวเอื้อมมาลูบผมเบาๆ “จากนี้ก็ไม่ต้องกลัวนะคะเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคนนี้จะคอยเป็นบอดี้การ์ดให้หนูเอง”
รอบยิ้มที่แสนอบอุ่นกับประโยคที่ฟะงแล้วชื่นใจทำให้เผลอยกยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยยิ้มมาก่อน “ขอบคุณนะครับ ขอบคุณมากจริงๆ”
ลูซี่ที่นั่งข้างเตียงหันมองคนบนเตียงเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อเช็คว่าเขาได้หลับสนิทไปแล้วจริงๆก่อนจะจัดผ้าห่มให้ห่มตัวเขา
สองขาเดินลงมายังชั้นล่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาใครบางคนพลางเดินเช็คประตูหน้าต่างทุกบานก่อนจะเดินออกจากบ้านเพื่อนกลับบ้านของตัวเอง
เมื่อเห็นว่าปลายสายไม่มีทีท่าว่าจะรับจึงเปลี่ยนมาโทรสายตรงแทนและอย่างที่เดาไว้คนปลายสายรับทันที
[ว่า]
“มีเรื่องจะคุย”