เช้าวันหยุดอันสดใสเวลาล่วงเลยถึง 8 โมงกว่าแล้วมะปรางยังคงนอนหลับอยู่ในห้องจนเสียงปลุกจากนาฬิกาดังขึ้นมา “วันนี้ขออีกนิดก็แล้วกัน”มะปรางยังคงนอนงัวเงียอยู่บนเตียงส่วนคุณแม่ของมะปรางวันนี้ไม่ได้ไปขายขนมในตลาดเช่นกัน กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว
“ลูกปรางของแม่ตื่นนอนได้แล้ว จะ 9 โมงแล้ว สายแล้วลูก ลงมากินข้าวได้แล้วจ้าลูกรักของแม่”เสียงะโดังมาจากชั้นล่าง
“ค่ะแม่...”
แม้ว่าวันนี้จะเป็วันหยุดของโรงเรียนแต่ต้อมยังคงมาที่ชมรมมวยตามปกติเข้ามาวิ่งั้แ่เช้าแล้ว ่สายๆ ซ้อมชกกระสอบทรายอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขันชกมวยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า
ตลอดการซ้อมความคิดของต้อมยังคงวนเวียนอยู่กับชัยชนะใน่2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ตัวเขาเองเป็ที่ยอมรับ รุ่นน้องรุ่นพี่ในโรงเรียนรวมถึงครูอาจารย์ต่างรู้จักต้อมเป็อย่างดีเวลาที่เขาเดินไปไหนมาไหน ก็จะมีเด็กนักเรียนรุ่นน้องเข้ามาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นทักทายบ่อยครั้งจนเป็ภาพชินตา
แต่ภาพความทรงจำเหล่านี้กำลังถูกทำลายลงไปอย่างช้าๆหลังจากที่มะปรางเปิดเผยตัวเองว่า สามารถต่อสู้ได้เช่นกันภาพของมะปรางยังคงวนเวียนเข้ามารบกวนจิตใจตลอดเวลา มะปรายกลายร่างเป็ปิศาจร้ายทำลายความภาคภูมิใจของต้อมจนหมดสิ้นต้อมไม่สามารถลบภาพเด็กรุ่นน้องจำนวนมากเข้าไปรุมล้อมขอถ่ายรูปมะปรางออกจากความคิดตัวเองได้เลยปิศาจร้ายตัวนี้มีขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ต้อมหายไปในเงามืดพร้อมกับเสียงหัวเราะดังสนั่นของมะปรางในคราบของปิศาจร้าย
น้ำหนักหมัดต่อยเข้าไปที่กระสอบทรายแต่ละครั้งค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ละหมัดช่างดูสะเปะสะปะไร้ทิศทางไร้แก่นสารผสมกับภาพแห่งความโกรธแค้นชิงชังในหัวที่เข้ามากัดกินความภูมิใจของตนเองจนหมดสิ้น มะปรางกลายเป็ปิศาจร้ายที่ตัวใหญ่เสียเหลือเกิน
ครูหนึ่งยืนมองดูต้อมซ้อมอยู่ตลอดเวลาท่วงท่าซ้อมที่เห็น แม้ว่าจะรุนแรงดุดัน แต่ครูหนึ่งกลับส่ายหัวไป-มาด้วยความไม่สบายใจเป็อย่างมาก“ครูจะแก้ปัญหาต้อมกับมะปรางยังไงดี...”
“เป็ไงลูกวันนี้ฝีมือแม่อร่อยไหม?”มะปรางยังคงก้มหน้าก้มตากินอาหารตอนเช้าด้วยฝีมือแม่อย่างเอร็ดอร่อย
“วันนี้พ่อไปไหนเหรอแม่?”
“วันนี้พ่ออยากให้แม่พักพ่อไปทำความสะอาดแผงขายของ แล้ววันนี้ลูกไม่ไปไหนเหรอหรือว่าต้องเตรียมตัวไปแข่งแล้ว”
“หนูว่าจะเริ่มวันจันทร์ค่ะแม่”มะปรางตอบแม่ไปก้มหน้ากินข้าวไป
“เดี๋ยวนะ!!ลูกบอกลูกจะเริ่มทบทวนวันจันทร์ แต่พรุ่งนี้วันอาทิตย์แสดงว่าลูกของแม่มีนัดกับหนุ่มๆใช่ไหม?” แม่เริ่มเปิดประเด็นแซวท่าทางยิ้มตอบรับของมะปรางทำให้แม่เข้าใจทันที
“โอ๋ชวนหนูไปเดินตลาดพรุ่งนี้ค่ะแม่โอ๋บอกให้หนูแต่งตัวสวยๆ ด้วย เขาอยากให้หนูหัดดูแลตัวเองบ้าง”
คำพูดชวนสงสัยของมะปรางทำให้แม่อดถามไม่ได้“ปกติลูกไม่ค่อยเล่าเื่โอ๋ให้แม่ฟังเท่าไรแม่ถามตั้งเยอะ ลูกตอบแม่คำ 2 คำ... มีอะไรจะบอกแม่ใช่ไหม?”
“พี่โอ๋... พี่โอ๋ขอคบหนูเป็แฟนค่ะแม่ คือ...คือ...หนู” มะปรางไม่กล้าพูดเต็มปาก มีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก“หนูจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังนะคะ คือหนูจะตั้งใจเรียน…คือว่า...”แม่ฟังมะปรางพูดวนไปวนมาจนจับใจความไม่ได้
“สรุปแล้วลูกตอบตกลงโอ๋หรือเปล่า?”
มะปรางพยักหน้าตอบรับ แต่เธอไม่กล้าสู้หน้าแม่อย่างต่อเนื่องทำได้แต่เพียงยกมือไหว้ “คือ…หนูสัญญาว่าหนูจะตั้งใจเรียนเหมือนเดิม หนู...หนูไม่ได้ตั้งใจให้เป็แบบนี้นะคะ...คือ..โอ๋เขามาขอคบกับหนู...คือ...หนูไม่ได้ตั้งใจ...หนูขอโทษที่ทำให้แม่ผิดหวังในตัวหนูหนูผิดไปแล้ว ตอนนี้หนูกลายเป็เด็กผู้หญิงใจแตกไปแล้วค่ะ คิดมีแฟนมีความรักั้แ่ยังเรียนหนังสือไม่จบหนูสำนึกผิดแล้วค่ะ”
“ลูก...เวลาพูดกับแม่อย่าก้มหน้าแล้วตอนนี้ลูกรู้ตัวไหมว่า ลูกพูดกับแม่ปนกันมั่วไปหมดแม่ฟังลูกพูดไม่รู้เื่เลย”มะปรางจับความรู้สึกได้ว่า น้ำเสียงของแม่ดุขึ้น “ตอนนี้ลูกพูดไม่รู้เื่สักนิด...แล้วที่สำคัญคือลูกทำอะไรผิดเหรอ ถึงต้องมาขอโทษสำนึกผิดกับแม่?”
“หนูกลายเป็เด็กใจแตกไปแล้วค่ะหนูมีแฟนตอนนี้...หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ...ถ้าแม่ไม่อนุญาต เดี๋ยวเย็นนี้หนูจะไปขอเลิกกับพี่โอ๋เป็เพื่อนกันไปก่อน...หนูไม่ได้ตั้งใจที่ทำให้แม่เสียใจ หนูขอโทษที่ทำให้แม่ผิดหวังในตัวหนู”
“หนูขอโทษแม่ทำไมแล้วเย็นนี้ลูกจะไปเลิกกับพี่โอ๋ทำไมเหรอลูก?...เขาทำอะไรให้ลูกแม่เสียใจเหรอ?”เสียงของแม่อ่อนลงอย่างชัดเจนจนทำให้มะปรางแปลกใจมาก เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาก็พบกับรอยยิ้มของแม่
“แม่ไม่ว่าหนูเหรอ...หนู...หนูมีแฟนตอนเรียนหนังสือ”
“แล้วทำไมหนูต้องคิดว่าแม่จะว่าหนูด้วยล่ะ” แม่ถามมะปรางกลับทันที
คำพูดของแม่ทำให้มะปรางรู้เลยว่าแม่เชื่อใจและไว้ใจในตัวเธอมากแค่ไหน เธอเข้าไปโอบกอดแม่ “ั้แ่เด็กจนถึงตอนนี้แม่เชื่อใจไว้ใจหนูมาโดยตลอด...หนูสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน ไม่ทำให้แม่ผิดหวังค่ะ”
การแสดงออกของมะปรางที่มีต่อแม่ของเธอสร้างรอยยิ้มขึ้นมาทั้งสองแม่ลูก
“มีอีกเื่หนึ่งค่ะแม่หนูเพิ่งนึกได้...ครูบอกว่าเทอมนี้ห้องหนูต้องเปลี่ยนมาเรียนเนตรนารีจะแต่งเครื่องแบบเต็มก็ได้หรือใส่เฉพาะผ้าพันคอกับชุดนักเรียนก็ได้ค่ะ”
“แล้วเพื่อนๆในห้องคุยกันยังงัยบ้าง?”
“มีทั้ง2 แบบเลยค่ะแม่ บางคนไม่อยากเปลืองตังก็ซื้อผ้าพันคออย่างเดียวแต่บางคนบอกว่าอยากแต่งชุดแบบเดิมครูไม่ได้ว่าอะไรให้แต่ละคนเลือกได้อย่างอิสระเลยค่ะ”
“แล้วลูกของแม่เลือกแบบไหนจ๊ะ?”
“หนูกะว่าจะไปหาซื้อชุดกับโอ๋มาไว้ก่อนค่ะ...แม่ไม่ต้องให้เงินหนูนะคะเดี๋ยวหนูใช้เงินเก็บของหนูซื้อดีกว่า ตอนนี้หนูมีเงินเก็บ 3 พันค่ะแม่ หนูคิดว่าคงใส่สลับๆกันค่ะ อาจจะแต่งเครื่องแบบเต็มหรือไม่ก็ใส่ผ้าพันคอกับชุดนักเรียนค่ะ”
ต้อมยังคงฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายอย่างต่อเนื่องให้สมกับเป็นักมวยรุ่นมิดเดิลเวท(รุ่น 69-72 กิโลกรัม)มีกล้ามเนื้อแกร่งเกินเด็กอายุ 19 ปีการฝึกหนักหน่วงเช่นนี้จัดอยู่ในระดับมืออาชีพเลยทีเดียว
“คราวนี้ไอ้ต้อมจริงจังมากกว่า2 ครั้งก่อนอีก”ปูกับนัทกำลังซ้อมกับเป้ากระสอบทรายรับรู้ความจริงจังของเพือนตัวเองอย่างชัดเจน “มันซ้อมหนักขนาดนี้กูว่ามัน้ากอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาแน่ๆ...อยู่ๆถูกเด็กผู้หญิงรุ่นน้องมาลูบคม แย่งซีนแบบนี้โครตเสียฟอร์มอ่ะ”
“เป็กูกูก็ไม่ยอมหรอก!” ปูพูดสนับสนุน
“มีข่าวออกมาแล้วว่าปีนี้รุ่นมิดเดิลเวทมันเป็เต็ง 1 เต็งจ๋ารุ่นนี้คนเดียว!!”
“พี่โรจน์บอกกูว่าไม่แน่ปีนี้อาจจะมีโค้ชจากกรุงเทพมาดูฟอร์มมันเหมือนกัน”
“ไปคัดทีมชาติเหรอ?...มีอะไรวะ!!!”
“ปีนี้มีเด็กม.4 จากสุโขทัยรุ่นเดียวกับมัน ได้ข่าวว่าฟอร์มดีเหมือนกัน”
“ไอ้ต้อมมันรู้เื่นี้ยัง?”
“รู้เมื่อวานนี้...พี่โรจน์บอกว่าเคยเห็นเด็กคนนี้ที่แคมป์เทควันโด”
“ทำไมวะ??”
“เด็กคนนี้เคยไปทดสอบร่างกายที่แคมป์ด้วย...พี่โรจน์บอกว่าเด็กคนนี้เจ๋งใช้ได้เหมือนกัน”
“ปีนี้ไอ้ต้อมเจอของจริงนี่หว่า”
“เด็กคนนี้เต็งไรวะ!”
“ไม่มีว่ะ...มันเพิ่งแข่งปีแรก”
วิทย์เป็อีกคนหนึ่งที่เข้ามาในโรงเรียนในวันหยุดเช่นกันเขาเปิดดูคลิปของมะปรางที่กำลังต่อสู้กับคนร้ายอย่างละเอียด ดูภาพย้อนไป-มาซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายรอบคลิปที่ได้มาจากกล้องหน้ารถมีความคมชัดสูงมากเห็นจังหวะการต่อสู้ของมะปรางอย่างชัดเจน
วิทย์เพ็งเล็งทุกจังหวะที่มะปรางใช้ต่อสู้กับคนร้ายไม่ว่าจะเป็จังหวะปัดป้อง, ผลักหรือกระแทกคนร้ายด้วยฝ่ามือพร้อมกับค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต ทำให้วิทย์ทราบว่าท่าทางเหล่านี้เกิดมาจากการฝึกฝนอย่างหนักล้วนแล้วแต่เป็เทคนิคชั้นสูงของมวยหย่งชุนทั้งสิ้น
“มะปรางใช้เทคนิคชั้นสูงของมวยหย่งชุนล้วนๆ...ไม่ธรรมดาเหมือนกัน” วิทย์ยังคงตั้งใจอ่านข้อมูลอย่างต่อเนื่อง“ข้อมูลตรงนี้บอกว่า การโจมตีโดยใช้ประโยชน์จากการโถมตัวเข้ามาของคนร้ายเป็แรงปะทะกลับไปทำให้คนร้ายทรุดลงไปด้วยแรงที่โถมเข้ามาของตัวคนร้ายเองการหาจังหวะเข้าทำของมะปรางหนักหน่วงเข้าเป้าชัดเจนไม่มีที่ติ”
“คนร้ายคนที่3 ถูกแรงปะทะที่หนักมาก 2 ครั้งติดต่อกันอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ครั้งเดียว ทุกคนเข้าใจผิดกันหมด...เป็การกระแทก 2ครั้งอย่างรุนแรงติดต่อกันด้วยความรวดเร็วต่างหากจนทำให้เรามองไม่ทัน มะปรางผ่านการฝึกฝนพวกนี้มาได้ยังไง??...แรงปะทะตรงเข้าไปที่ท้องน้อยทำให้โจรทรุดลงทันที...”
“สิ่งที่ทุกคนมองข้ามไปอีกเื่มะปรางไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่น้องยืนประจันหน้ากับคนร้ายถึง 3คนตรงหน้า!!!” วิทย์ย้อนดูคลิปจังหวะนี้ไป-มาหลายครั้งจนสังเกตเห็น“คำถามที่สำคัญ...ใครเป็คนสอนมะปราง???เธอต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักขนาดไหน ถึงมีภาษากายที่นิ่งมากได้ถึงขนาดนี้!”
เช้าวันรุ่งขึ้นวันนี้โอ๋ขี่รถมอเตอร์ไซด์คันโปรดมาตามทางดินลูกรัง ส่วนที่บ้านของมะปรางพ่อกับแม่กำลังทำกับข้าวมื้อเช้าประจำวันอยู่ในห้องครัว
“ลูก!ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันพี่โอ๋มารับ”
มะปรางกำลังแต่งตัวอยู่ในห้องนอนของตัวเองด้วยชุดเก่งเสื้อ กระโปรงยาวสีชมพูสดใส ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ต้องมีโบว์ติดผม “วันนี้ออกเดทแรกซะด้วยสิ” เธอยืนยิ้มบิดตัวไป-มา มองดูตัวเองอยู่หน้ากระจกอย่างมีความสุข
ในขณะเดียวกันพลอยและพรรคพวกหลายคนของชมรมกำลังขนเครื่องดนตรีหลายชิ้นที่ชำรุดขึ้นรถสกายแลป ขนไปให้ลุงหมูซ่อมที่ตลาด “ระวังกันหน่อยๆๆ...ไม่ต้องรีบ”
ตลาดแห่งนี้เป็ของเอกชนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ตลาดนัดจัดสัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันเสาร์กับวันอาทิตย์ของที่ขายในตลาดแห่งนี้มีแทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็ของกิน, ของใช้, เสื้อผ้า,โทรศัพท์มือถือ, ร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า ฯลฯ ตั้งแผงเรียงราย บริเวณรอบๆตลาดถูกสร้างเป็คูหาใหญ่-เล็กแตกต่างกันไป
“ลุงหมู”ชายวัย 50 ปี เป็ช่างรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในตลาด เขาเช่าพื้นที่คูหาเล็กๆดูแลร้านเพียงคนเดียว ทุกๆ วันอาทิตย์ ลุงหมูจะเปิดร้านเช้ากว่าปกติเสมอเพราะว่าชาวบ้านในละแวกนี้มักจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มาซ่อมค่อนข้างเยอะ
“ลุงวันนี้เตารีดของหนูมันไม่ร้อนแล้ว คิดเท่าไร?”
“ลุงคิด200 บาท พรุ่งนี้ตอนเย็นๆ มาเอา…อย่าลืมล่ะ!”
โอ๋ขี่รถมอเตอร์ไซด์มาจนถึงบ้านมะปรางแล้ว“สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่...โอ๋ขออนุญาตคบมะปรางเป็แฟนนะครับ”โอ๋พูดพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีนอบน้อม
แม่พยักหน้ายิ้มตอบรับ “แม่เชื่อใจโอ๋...ดูแลมะปรางดีๆด้วย”
“ขอบคุณมากครับคุณพ่อคุณแม่”
“วันนี้โอ๋จะพาลูกของแม่ไปไหนกัน?”แม่เอ่ยปากถาม
“วันนี้โอ๋จะขอพาปรางไปเดินตลาดในตัวเมืองครับแม่เห็นบอกว่าจะไปซื้อชุดเนตรนารีด้วย ซื้อที่ตลาดนัดราคาชุดน่าจะถูกหน่อยครับแม่”
“แม่วันนี้หนูขอไปเที่ยววันหนึ่งนะคะ”มะปรางเข้าไปกอดแม่ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเดินจากออกมากับโอ๋
“ปรางรู้ไหมว่า...วันนี้ปรางแต่งตัวน่ารักมากน่ารักมากที่สุดเลยแหละ”
โอ๋กับมะปรางต่างคนต่างขี่มอเตอร์ไซด์ของตัวเองไปตามทางเข้าตัวเมืองขอนแก่นทั้ง 2 คนมีแต่รอยยิ้มตามประสาของเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ตกอยู่ในโลกของความรัก
พลอยกับพรรคพวกเดินทางมาถึงร้านลุงหมูแล้ว“ลุงหมูวันนี้หนูเอาคีย์บอร์ดกับกลองมาให้ลุงดูหน่อยค่ะ”
“คราวนี้เป็อะไรเหรอหนูพลอย?” ลุงหมูเอ่ยปากถาม
“คีย์บอร์ดเสียงไม่ค่อยออกแล้วค่ะบางคีย์กดแล้วเสียงไม่ค่อยติด...ส่วนกลอง หนังกลองมันแตก 2 ใบค่ะ แล้วก็มีรอยแตกที่ฉาบ...มันแตกมากขึ้นแล้วค่ะเวลาตี เสียงมันเพี้ยนค่ะ”
ลุงหมูหันไปมองกลอง 2 ใบที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมีรอยแตกค่อนข้างใหญ่มาก
“เบสอันนี้ยึดสายไม่ได้แล้วค่ะน๊อตเกลียวหวานค่ะ”
ลุงหมูลหยิบฉาบอันหนึ่งขึ้นมาดูอย่างละเอียดมีรอยแตก ปริแยกออกจากกันค่อนข้างมาก “คราวนี้อาการหนักเหมือนกัน...เดี๋ยวลุงจะลองซ่อมดูก่อน”
“ซ่อมไม่ได้แล้วเหรอค่ะ?”พลอยถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก
ลุงหมูพยักหน้าตอบรับ “หนูพลอยต้องใช้วันไหนเหรอ?”
“อีก2 อาทิตย์ค่ะ...ลุงหมูคิดค่าซ่อมเท่าไรคะ?”
“ไม่เป็ไรลุงไม่คิดหรอก...ถามลุงแบบนี้ทุกครั้งเลย ไม่เบื่อบ้างเหรอ?”ลุงหมูตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่เอ็นดูต่อเด็กๆ เหล่านี้เป็อย่างมาก
พลอยได้ยินคำตอบของลุงหมูพอจะมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง “ลุงหมูดีกับพวกหนูจริงๆ…หนูไม่รู้ว่าจะตอบแทนลุงยังงัยดี ถ้าวันหนึ่งข้างหน้า พวกหนูมีเงินแล้วหนูจะมาคืนให้ลุงหมูนะคะ”
“ลุงได้เห็นพวกหนูๆเล่นดนตรีในโรงเรียน แค่นี้ลุงก็พอใจแล้ว...งานโรงเรียนปีนี้ เล่นให้ลุงฟังด้วยนะ”
โอ๋กับมะปรางเดินทางมาถึงตลาดก็นำรถมาจอดที่สนามด้านหลัง“ปราง...ตอนนี้ไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน ไม่ได้อยู่ในโรงเรียนโอ๋ขออนุญาตเดินจับมือปราง...ได้ไหม?”
คำพูดของโอ๋ทำให้มะปรางทำตัวไม่ถูกได้แต่ยื่นมือขวาออกมาเล็กน้อยโอ๋ยื่นมือมาจับมือเธออย่างทะนุถนอม “นี่เป็การจับมือครั้งแรกของการเป็แฟนกัน...โอ๋จะจำความรู้สึกนี้ไว้...ตลอดไป”
มะปรางโน้มตัวเข้าหาโอ๋แนบชิดจนโอ๋รู้สึกได้“ปรางดีใจที่เป็แฟนโอ๋เหมือนกัน”
“ต่อไปนี้ถ้าโอ๋จะเดินจับมือ...โอ๋จะขออนุญาตปรางก่อนทุกครั้ง”
“โอ๋ไม่ต้องขอขนาดนั้นก็ได้...”มะปรางเข้ามากอดโอ๋ด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ “ปรางมีความสุขที่สุดเลยรู้ไหม?”
“โอ๋ก็เหมือนกัน...”โอ๋หักห้ามใจตัวเองไม่อยู่ จนต้องโน้มตัวเข้ามาหอมที่หัว ค่อยๆเลื่อนลงมาบริเวณแก้ม ทำให้มะปรางเขินอายอย่างมากแต่เธอก็ไม่มีท่าทีขัดขืนไม่ได้ยกมือขึ้นมาปัดป้องแต่อย่างใด
โอ๋หักห้ามใจตัวเองไม่ไหว ค่อยๆเลื่อนมือขึ้นมาบีบหัวไหล่ทั้ง 2 ข้างเบาๆ มือข้างหนึ่งขยับเข้ามากำลังจะัับริเวณหน้าอกจู่ๆ โอ๋รู้สึกตัว...รีบดึงมือออกพร้อมเบี่ยงตัวเล็กน้อย
“โอ๋ขอโทษ!!!...โอ๋ไม่ได้ตั้งใจโอ๋ไม่น่าทำแบบนี้กับปรางเลย...เมื่อกี้โอ๋เกือบจะล่วงเกิน...ปรางไปแล้ว”
มะปรางได้แต่ยิ้มตอบรับ “ไม่เป็ไรๆปรางเข้าใจโอ๋ดี คบกันก็ต้องมีเื่แบบนี้บ้างแหละ...ถ้าเมื่อกี้โอ๋ทำจริงๆปรางก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก”
มะปรางโผเข้ากอดโอ๋แนบสนิททั้งกายและใจ “ปรางแอบรักแอบชอบโอ๋มานานแล้วปรางมีความสุขมากที่โอ๋ขอคบปราง ต่อไปปรางจะเป็แฟนที่ดีของโอ๋นะคะ”เธอค่อยๆ ดึงตัวเองออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเขย่งขา โน้มหัวเข้าไปหอมแก้มโอ๋ด้วยความละมุน
ทั้ง 2คนเดินจูงมือคุยหยอกล้อกันราวกับว่า โลกทั้งใบมีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น “ปรางรู้ไหมว่า...โอ๋รักปรางมากที่สุด...รักปรางคนเดียวเหมือนกัน”
คำพูดนี้ของโอ๋ ถึงกับทำให้มะปรางหน้าแดงยิ้มไม่หุบ
ทั้งคู่เดินมาจนถึงร้านค้าแห่งหนึ่งเป็ร้านขายกระเป๋าเป้และกิ๊ฟช็อป “ซื้อเป้ใบใหม่ไหมโอ๋เห็นปรางใช้เป้หมีน้อยมาั้แ่ ม.4 แล้ว ซื้อใบใหม่ได้แล้วล่ะ”
“มันยังใช้ได้อยู่เลยนะอย่าเลยเปลืองตัง ใบตั้ง 480 แน่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอกโอ๋ได้ตังจากแข่งครั้งที่แล้ว เหลือตั้งหมื่นนึง...โอ๋อยากซื้อให้ปราง”
มะปรางได้แต่อมยิ้มพยักหน้าตอบรับคำพูดของโอ๋
“พี่ๆๆแล้วโบว์ขายยังงัย” โอ๋หันไปถามแม่ค้า
“อันละ35 บาท 3 อัน 100”
“โอ๋ไม่ต้องซื้อแล้ว เปลืองตัง” มะปรางทักท้วงโอ๋
“ปรางเปลี่ยนโบว์อันใหม่นะ...เดี๋ยวโอ๋เปลี่ยนให้”
โอ๋เดินอ้อมไปด้านหลังของมะปราง พร้อมๆกับแกะโบว์อันเดิมออก แล้วค่อยๆผูกโบว์อันใหม่ด้วยความทะนุถนอมต่อหญิงสาวที่ตัวเองรัก
“โอ๋อยากให้ปรางใช้โบว์อันใหม่”
“โอ๋...เดี๋ยวแวะร้านขายชุดนักเรียนหน่อยเทอมนี้ปรางเปลี่ยนมาเรียนเนตรนารี ต้องหาซื้อชุดก่อน”
“จริงๆไม่ต้องซื้อก็ได้ ปรางไม่ต้องแต่งชุดแบบเดิมก็ได้ ใส่แค่ผ้าพันคอกับชุดนักเรียนก็พอ”
“ปรางกะซื้อไว้ก่อน...เพื่อนๆในห้องหลายคนก็ยังแต่งชุดเหมือนเดิม ปรางคิดว่าจะใส่สลับๆ กัน”
“อืมๆๆ...ร้านอยู่ท้ายตลาดรีบไปซื้อก่อน ถ้าสายกว่านี้แดดร้อนแน่ๆๆๆ”
ในขณะที่โอ๋กับมะปรางกำลังเดินออกจากร้านค้าทั้ง 2 คนเดินผ่าน “ยู”เด็กนักเรียน ม.4 คนที่พี่โรจน์พูดถึงโดยไม่ทันสังเกตสายตาของยูจ้องมองมาที่มะปรางกับโอ๋แบบตาไม่กระพริบจนเดินลับตาไป
*****************************