ตอนที่ 1 ตะวันออกของทะเลสาบฮั่วผิง
วันที่ 3 เดือน 3 ปีที่ 23 รัชศกเจาฮั่ว แคว้นหนิง
ณ เมืองกวงหลิง มณฑลเจียงหนาน
……
ในฤดูใบไม้ผลิ อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เป็่เวลาอันดีเยี่ยมที่จะออกมาเที่ยวชมทัศนียภาพ ชายฝั่งทะเลสาบฮั่วผิงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ผู้ที่มาเที่ยวชมริมทะเลสาบล้วนแต่เป็บุรุษผู้หล่อเหลาและสตรีผู้งดงามทั้งนั้น เหล่าบุรุษสวมชุดฮั่นฝูชายตัวยาว ผ้าเนื้อดี เส้นผมของพวกเขาเงางามเป็ประกาย แต่ละคนถือพัดเอาไว้ในมือ พวกเขาจับกลุ่มเล็ก ๆ คุยกันอย่างผู้มีจิตใจสูงส่ง บ้างก็ส่ายหัวและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทกวีบางบทที่เผยแพร่ในเมืองกวงหลิงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดูเหมือนพวกเขาจะวิจารณ์ด้วยอารมณ์และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม
ทว่าสายตาเล็ก ๆ ของพวกเขากลับทรยศพวกเขาเอง
เพราะสายตาของพวกเขามักจะแอบมองสตรีงดงามบางคนโดยไม่ตั้งใจ
หลี่เฉินอันคลี่ยิ้มออกมา “ฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว ถึงฤดูสัตว์ผสมพันธุ์แล้วสินะ”
เขาไม่สนใจเหล่าบัณฑิตผู้มากรู้พวกนั้นอีก ชายหนุ่มย่างเท้าไปตามริมชายฝั่งทะเลสาบฮั่วผิง เดินผ่านบุรุษและสตรีที่ยืนจับกลุ่มคุยกัน กระทั่งมาถึงฝั่งตะวันออกของทะเลสาบโดยไม่รู้ตัว
บริเวณนี้มีคนน้อย
อากาศบริสุทธิ์
นอกจากนี้ ยังมีศาลารับลมหนึ่งหลังที่มีชื่อว่า ‘ศาลาเยียนหยู’
โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ในศาลา เขาจะได้พักผ่อนเสียที
ขณะที่นั่งอยู่ในศาลาเยียนหยู หลี่เฉินอันทอดสายตาไปยังทะเลสาบฮั่วผิงแล้วถอนหายใจออกมา:
“ดูเหมือนว่าเราจะกลับไปไม่ได้แล้วจริง ๆ ! ”
“เพียงแต่ร่างกายของเ้าของร่างเดิมนี้มัน……! ”
เ้าของร่างเดิมมีชื่อว่าหลี่เฉินอันเช่นกัน เขาเป็บุตรชายคนโตของหลี่เหวินฮั่น เ้าสำนักจู๋เซี่ย
ตระกูลหลี่ไม่ถือว่าร่ำรวยและมีอำนาจในเมืองกวงหลิง แต่ก็เป็ตระกูลนักวิชาการที่มีชื่อเสียงอย่างมากเช่นกัน
แน่นอนว่าตระกูลของนักวิชาการย่อมมีกฎเกณฑ์มากกว่าตระกูลอื่น ตัวอย่างเช่น ลูกหลานของตระกูลจะต้องแสวงหาความรู้เป็อันดับแรก
แต่เ้าของร่างเดิมกลับไม่มีพร์ในเื่นี้
ั้แ่อายุ 3 ปีจนถึงอายุ 11 ปี เขายังไม่สามารถท่องคัมภีร์ตรีอักษรได้เสียด้วยซ้ำไป !
ต่อมา พออยากเอาดีด้านวรยุทธ์ บิดาอุตส่าห์ตั้งใจส่งเขาไปฝึกวรยุทธ์กับเจิ้งฮ่าวหยาง ปรมาจารย์หมัดมวยแห่งเมืองกวงหลิง เขาฝึกฝนอยู่ 3 ปี แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวไม่เป็ท่า !
ด้านการเรียนหัวไม่ไป ด้านวรยุทธ์ไปไม่รอด เขาจึงล้มเลิกเดินตามเส้นทางทั้งสองเส้นทางนี้ แล้วหันมาลองเอาดีด้านการค้าแทน……เพราะนี่เป็ขีดความอดทนที่บิดาของเขาจะยอมเขาได้แล้ว !
เขาซื้อร้านค้าแห่งหนึ่งในตรอกเอ้อร์จิ่งโกวของเมืองกวงหลิงเพื่อเปิดร้านขายอาหาร เขายื้อกิจการของร้านมาได้ 3 ปี สุดท้ายกลับเจ๊งมีหนี้สินท่วมหัว !
หลี่เหวินฮั่นบิดาของเขาโกรธมาก เพราะต้องนำเงินเก็บที่เก็บมาเกือบทั้งชีวิตช่วยใช้หนี้ให้เขาอย่างไม่เต็มใจแล้ว ซ้ำยังต้องมาถูกฮูหยินรองในจวนคอยเป่าหูอีก สุดท้าย เ้าของร่างเดิมจึงได้ถูกบิดาของตนเองไล่ออกจากบ้านเมื่อครึ่งเดือนก่อน !
จากนั้นก็ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
เพราะตระกูลเสิ่น ตระกูลพ่อค้าที่มั่งคั่งแห่งเมืองกวงหลิงได้มาขอถอนหมั้นถึงจวน นั่นเป็ถึงคู่หมั้นคู่หมายั้แ่วัยเด็กของเขาเชียวนะ บางทีอาจเป็เพราะในอดีต ตระกูลเสิ่นคงเคยเดิมพันว่าหลี่เฉินอันจะสอบจอหงวนได้
ที่ตระกูลหลี่แห่งเมืองกวงหลิงมีชื่อเสียงโด่งดังเป็ที่รู้จักในแคว้นหนิงนั้น เป็เพราะตระกูลของเขามีบัณฑิตผู้มีอัจฉริยะภาพ เพียงแต่ไม่ใช่สายเืเดียวกับหลี่เหวินฮั่น แต่เป็สายเืของหัวหน้าตระกูลหลี่และบ้านรองแทน
แน่นอนว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ที่เมืองกวงหลิง แต่ย้ายไปอยู่ที่เมืองยวี่จิงในจิงตูแล้ว
ในความคิดของตระกูลเสิ่น ถ้าดูจากทายาทแต่ละรุ่นและคำนวณลำดับตามแล้ว ความโชคดีนี้น่าจะตกไปอยู่ที่บ้านสามของตระกูลหลี่ แต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่าบุตรชายคนโตของบ้านสามจะเป็คนไร้ความสามารถเช่นนี้ ช่างตาบอดเสียจริง เกือบขโมยไก่ไม่ได้ ซ้ำยังต้องเสียข้าวสารอีกกำมือ
แน่นอนว่าตระกูลหลี่คงไม่ตกลงยุติการหมั้นหมายกับตระกูลเสิ่นอย่างง่ายดาย เื่นี้ทำให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในเมืองกวงหลิง ข่าวที่ตระกูลหลี่มีบุตรหลานผู้โง่เขลาได้ถูกเล่าลือไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นาน ‘หลี่เฉินอัน’ ชื่อของผู้ที่ไม่เป็ที่รู้จักแต่เดิมนี้ ได้กลายเป็ชื่อที่ทุกครัวเรือนกล่าวถึง
หลี่เหวินฮั่นอับอายมาก เขาถูกตำหนิและถูกกล่าวโทษจนไม่มีหน้าไปพบใคร
เมื่อ 10 วันก่อน เ้าของร่างเดิมปลิดชีพตนเองเพราะความโศกเศร้าและผิดหวัง ซึ่งเป็ตอนที่หลี่เฉินอันทะลุมิติมาถึงที่นี่พอดี
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหลี่เฉินอันคนเดิมนั้นตายไปแล้ว และยิ่งไม่มีผู้ใดรู้ว่าหลี่เฉินอันคนนี้ได้เปลี่ยนไปเป็คนละคนแล้วเช่นกัน
หลี่เฉินอันไม่สนใจความขุ่นเคืองในอดีตเ่าั้ เพราะเขาเป็เพียงคนนอก สิ่งต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นและผู้คนที่เขาเคยพบปะก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขามากนัก
“ยังดี แม้ว่าที่แห่งนี้จะล้าหลัง แต่ก็ดูสะอาดและอากาศบริสุทธิ์กว่าชาติที่แล้ว”
“อืม ถือว่าได้ผ่อนคลายบ้าง”
เมื่อคิดเช่นนี้ อารมณ์ที่หดหู่มานานกว่า 10 วันของเขาเริ่มสดใสขึ้น และทะเลสาบฮั่วผิงตรงหน้าคล้ายจะดูสดใสขึ้นเล็กน้อยในดวงตาของเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เรือลำหนึ่งที่ถูกประดับประดาอย่างหรูหราล่องมาบนทะเลสาบฮั่วผิง
เขามองดูเรือใหญ่สามชั้นด้วยความสนใจอย่างยิ่ง มีเสาธงสูงอยู่หน้าเรือ และมีธงสีแดงสดปลิวอยู่บนเสาธง บนธงมีอักษรตัวใหญ่สองตัว——จงหลี !
นี่เป็แซ่สองพยางค์ เขาจำได้อย่างเลือนลางว่าแซ่นี้มีสถานะสูงศักดิ์อย่างยิ่งในแคว้นหนิง
ส่วนเื่ที่ว่าสูงส่งในด้านใด เ้าของร่างเดิมค่อนข้างทื่อและสมองช้า เขาจึงไม่มีความทรงจำในเื่นี้มากนัก
สิ่งนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเช่นกัน แม้แต่โลกนี้ทั้งใบก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาในเวลานี้
เขารู้สึกเหมือนตนเองเป็ผู้ชมที่ผ่านเข้ามาชมโลกใบนี้เสียมากกว่า
ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ เขากำลังมองดูเรือใหญ่สุดโอ่อ่าลำนั้นและคิดว่ามันช่างงดงามเหลือเกินเมื่ออยู่ภายใต้แสงอาทิตย์
อาคารโดยสารบนเรือแกะสลักด้วยลวดลายที่ประณีต ให้ความรู้สึกโอ่อ่าและไม่ขาดความงาม
น่าเสียดายที่ม่านไม้ไผ่ของตัวห้องโดยสารปิดไว้เสียมิดชิด ถ้าม่านไม้ไผ่ม้วนขึ้นไปสักครึ่งหนึ่งได้ และมีสาวงามนั่งเล่นผีผาในม่านไม้ไผ่นั้นถึงจะเป็ภาพที่งดงามที่สุด
ขณะที่หลี่เฉินอันอยู่ในห้วงความคิดของตนเองอยู่นั้น ได้มีเสียงฝีเท้าดังมาทางด้านนอกศาลา
เขาหันกลับไปมอง และเห็นคนสองคนกำลังเดินมาที่ศาลา
คนที่อยู่ด้านหน้าเป็เด็กหนุ่มอายุประมาณ 16-17 ปี รูปร่างไม่สูงมาก น่าจะสูงประมาณ 160 เิเได้ ทว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีใบหน้าที่สวยงามราวกับสตรี สวมชุดคลุมลายเมฆมงคลสีขาวเหมือนหิมะ ผูกเข็มขัดเมฆมงคลสีเขียวปีกกว้างไว้รอบเอว เกล้าผมขึ้นและมัดรวมเป็จุกกลางหัว สวมรัดเกล้าขนาดเล็กทำจากเงินฝังด้วยหยก
ด้านหลังเขามีข้ารับใช้หนุ่มรูปหล่อสวมชุดสีเขียวอ่อน ถือกล่องอาหารสามชั้นอยู่ในมือ
ทั้งนายและข้ารับใช้หยุดเดิน เมื่อพวกเขาอยู่ห่างจากศาลาไปสามก้าว
ดูเหมือนบุรุษหนุ่มตรงหน้าไม่คาดคิดว่าจะมีใครอยู่ในศาลาเยียนหยูที่ห่างไกลเช่นนี้ เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่เฉินอัน คิ้วก้านหลิวขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วคลายออก
ข้ารับใช้ที่อยู่ด้านหลังของเขากำลังจะเดินเข้าไป แต่เขากลับคลี่พัดดัง ‘ฟึ่บ’ แล้วพัดเบา ๆ มืออีกข้างไพล่ไว้ด้านหลัง เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาในศาลาอย่างสง่างาม
แล้วเดินมานั่งตรงข้ามหลี่เฉินอัน
หลี่เฉินอันในตอนนี้หันความสนใจกลับมาที่ทะเลสาบฮั่วผิง เพราะท้ายที่สุดแล้วการมีคนแปลกหน้ามายืนจ้องแบบนี้ถือเป็เื่หยาบคาย ยิ่งไปกว่านั้น เด็กหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้รูปงามอ้อนแอ้นเกินไป
บุรุษผู้นี้มีริมฝีปากแดงอมชมพูเป็ธรรมชาติ ฟันขาวสะอาด ผิวพรรณขาวละเอียดอมชมพู
ไหนจะคิ้วเข้มโค้งเป็ก้านหลิว และดวงตากลมโตเป็ประกายราวกับมีน้ำใสส่องประกายระยิบระยับอยู่ในนั้น และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกล้วยไม้ที่หอมโชยเข้าจมูกของเขา……จนเขาเกือบคิดว่านี่คือสตรีที่ปลอมตัวมาเป็บุรุษ !
ดังนั้น เมื่อครู่ที่หลี่เฉินอันมองบุรุษผู้นั้น แวบแรกเขามองหน้า แต่แวบที่สองถึงกับต้องเลื่อนสายตาไปมองหน้าอกของเขา: อืม แบนราบเป็หน้ากลอง บุรุษแน่นอน
นับว่าเป็บุรุษรูปงาม
เพียงแต่ดูคล้ายสตรีไปหน่อย
ทว่าเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้นี้กำลังมองมายังหลี่เฉินอันอยู่
นอกจากรูปร่างที่สูงใหญ่กำยำเล็กน้อยแล้ว หลี่เฉินอันสวมใส่อาภรณ์ที่ดูธรรมดา เขาสวมเพียงชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม อีกทั้งยังมีรอยปะอยู่บนชุดอีก 2 รอยด้วย
นอกจากนี้……ที่เด็กหนุ่มคนนั้นมองดูอยู่คือใบหน้าด้านข้างของหลี่เฉินอัน อืม มองจากด้านข้าง ใบหน้าของเขาดูมีมิติมาก จมูกโด่งเป็สัน คิ้วเข้มหนาเหมือนดาบคมดูทรงพลัง
ให้ความรู้สึกเหมือนบุรุษผู้เปี่ยมไปด้วยพลัง
เด็กหนุ่มหน้าหล่อเลิกสนใจหลี่เฉินอัน เขาเงยหน้ามองไปยังทะเลสาบฮั่วผิงเช่นกัน ยามนี้ เรือสุดโอ่าอ่าลำนั้นได้หันหัวเรือเปลี่ยนทิศอย่างกะทันหัน เรือค่อย ๆ แล่นมาจอดที่ท่าน้ำฝั่งตะวันออกของทพเลสาบฮั่วผิง
ดังนั้น หลี่เฉินอันจึงหันไปมองและเห็นธงใหญ่สองผืนห้อยอยู่ที่หัวเรือ
ฝั่งขวามือมีถ้อยคำเขียนไว้ว่า: ‘ผู้มีใจอคติย่อมมองใต้หล้าได้แคบลง’
แต่ทางฝั่งซ้ายกลับว่างเปล่า
น่าจะเป็โคลงตุ้ยเหลียน ที่ดูเหมือน้าระบายความไม่พอใจบางอย่างออกไป เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีแค่ท่อนแรก แต่ไม่มีท่อนต่อไป
หลังจากหลี่เฉินอันไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ท่องมันด้วยความสนใจ:
“ผู้มีใจอคติย่อมมองใต้หล้าได้แคบลง……ผู้ใดใจกว้าง แม้นมีเตียงเดียวยังมองว่ากว้าง”
เขาต่อโคลงอย่างเป็ธรรมชาติ ซึ่งแท้จริงแล้วมันตรงกับสภาพจิตใจของเขาในตอนนี้ ทว่ากลับทำให้คุณชายรูปหล่อผู้นั้นประหลาดใจไม่น้อย
“พี่ชายท่านนี้……”
ตอนนี้เองที่คุณชายรูปหล่อได้เอ่ยปากขึ้น หลี่เฉินอันหันกลับมาและต้องทึ่งในความงามของใบหน้านั้นอีกครั้ง สายตาของเขาก็เลื่อนลงไปมองยังหน้าอกของคุณชายรูปหล่อโดยไม่ตั้งใจ
ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาของหลี่เฉินอัน ใบหน้าหยกของเด็กหนุ่มรูปหล่อเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ เขาถลึงตาใส่หลี่เฉินอันไปปราดหนึ่ง หลี่เฉินอันหัวเราะอย่างเก้อเขินพลางกล่าวว่า “อ่า ต้องขออภัยด้วย ความงามของคุณชายช่างหาได้ยากยิ่งในโลกใบนี้ ข้าน้อยเสียมารยาทแล้ว”
เด็กหนุ่มรูปหล่อไม่คาดคิดว่าหลี่เฉินอันจะเป็ฝ่ายขอโทษก่อน สายตาของเขากวาดไปที่ใบหน้าของหลี่เฉินอัน สีหน้าของหลี่เฉินอันดูสงบ แววตาชัดเจนเที่ยงตรง ไม่มีร่องรอยของการหยามเกียรติหรือล่วงละเมิด มีแต่ความสุขุมที่ดูเกินวัย
เขาโบกพัดในมืออีกครั้งเพื่อปกปิดความเก้อเขินของตนเอง แล้วถามด้วยความสงสัยว่า “พี่ชาย โคลงที่ท่านต่อนั้นยอดเยี่ยมมาก พี่ชายเพิ่งคิดเมื่อครู่นี้หรือ ? ”
หลี่เฉินอันพยักหน้าแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แค่อารมณ์ร่วม ทำให้คุณชายขบขันแล้ว”
นี่มันไม่ใช่เื่ขบขันเลยนะ !
แต่โคลงท่อนสองที่บุรุษผู้นี้พูดมา มันช่างทำให้โคลงนี้ดูสมบูรณ์แบบยิ่ง !
หากบุรุษผู้นี้ไปว่าโคลงท่อนเมื่อครู่ให้คนในจวนตระกูลจงหลีฟัง เขาจะต้องติดอันดับของการประชันโคลงกลอนในครั้งนี้อย่างแน่นอน
หากเขาสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งประชันโคลงกลอนครั้งนี้มาได้ เขาก็จะได้เป็ลูกเขยของจวนตระกูลจงหลี !
นี่คือสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน !
โดยเฉพาะบรรดาบัณฑิตเ่าั้ที่มาเข้าร่วมสอบคัดเลือก่วสันต์
“พี่ชายมาที่นี่เพื่อมาเข้าร่วมการสอบคัดเลือกด้วยใช่หรือไม่ ? ”
หลี่เฉินอันส่ายหน้า เขาเพิ่งทะลุมิติมายังโลกใบนี้ได้แค่ 10 วันเท่านั้น จะมีความสามารถไปเข้าร่วมการสอบคัดเลือกได้อย่างไร ?
เขาไม่เคยคิดเข้าร่วมการสอบคัดเลือกใด ๆ มาก่อน เพราะเช่นนั้นมันเหนื่อยเกินไป เขาเพียงแค่อยากหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ และใช้ชีวิตอย่างสงบสบาย ๆ เท่านั้น
ถึงอย่างไรเขาก็เป็คนนอก เหตุใดถึงต้องไปเข้าร่วมกับบทละครของโลกใบนี้มากนัก
เห็นได้ชัดว่าคุณชายรูปงามรู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีของหลี่เฉินอันไม่น้อย
เขามองหลี่เฉินอันแล้วชี้ไปยังเรือลำใหญ่บนทะเลสาบอีกครั้ง พลางถามว่า “พี่ชายท่านนี้ ท่านต้องรู้ว่ายามนี้ คุณหนูสามแห่งจวนตระกูลจงหลีกำลังล่องเรือไปบนทะเลสาบฮั่วผิงเพื่อผูกมิตรสหายผ่านวรรณกรรม……แม้จะบอกว่าเป็การผูกมิตรสหาย แต่ทุกคนในกวงหลิงต่างมองว่าจวนตระกูลจงหลีกำลังหาคู่ครองให้คุณหนูสาม”
“และโคลงบทนี้เป็ด่านแรก หากสามารถต่อโคลงบทนี้ได้ดี ก็จะได้รับเชิญให้ขึ้นไปบนเรือลำนั้น……จากที่ข้าฟังพี่ชายต่อโคลงเมื่อครู่นี้แล้ว ท่านจะต้องได้กลายเป็แขกบนเรือลำนั้นอย่างแน่นอน”
“คุณหนูสามแห่งตระกูลจงหลีเป็ถึงยอดสตรีผู้มากความสามารถเป็อันดับหนึ่งในกวงหลิงเชียวนะ ทั้งยังเกิดมาพร้อมด้วยรูปโฉมงดงามราวกับบุปผา ท่านดูเหล่าบัณฑิตผู้มากความสามารถเ่าั้ที่แห่มายังทะเลสาบแห่งนี้สิ……เหตุใดท่านถึงได้มาอยู่ที่นี่เพียงลำพังอย่างเงียบเหงาเช่นนี้เล่า ? ”
“อ้อ” จากนั้น คุณชายรูปหล่อก็ทำสีหน้าเหมือนนึกบางอย่างได้ “ข้ารู้แล้ว คงเป็เพราะท่านมีความสามารถสูง จึงไม่อยากอยู่รวมกลุ่มกับผู้อื่น ดูจากอายุของท่านก็น่าจะไม่เกิน 17-18 ปี……ท่านช่างเป็บุรุษที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถจริง ๆ ! ”
“เพียงแต่ด้วยความสามารถของท่าน เหตุใดถึงไม่เข้าร่วมการทดสอบเล่า ? ”
“ตอนนี้ฝ่าาทรงขาดแคลนผู้มีความสามารถ การได้แสดงความจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ ได้อุทิศชีวิตเพื่อแคว้นหนิง เป็สิ่งที่บัณฑิตแสวงหาไม่ใช่หรือ ? ”
หลี่เฉินอันยกยิ้มมุมปาก เขาคิดว่าคุณชายรูปหล่อผู้นี้คิดมากและเอ่ยวาจามากไปแล้ว
เขาชอบความเงียบสงบ ยามนี้ที่นี่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามามากเกินไป เขาจึงตัดสินใจปลีกตัวออกมา ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วหันไปพูดกับคุณชายรูปหล่อผู้นั้นว่า:
“คุณชาย ท่านมองผิดไปแล้ว ”
พูดจบ เขาก็เตรียมจะก้าวเท้าออกไปจากศาลา แล้วพูดต่ออีกว่า:
“ชีวิตคนเราเปรียบดั่งฝ้ายลอยลม
ทุกข์สุขปะปน ล้วนมีบ้างประดับประดา
สุดท้าย เราย่อมมิต่างจากจอกแหนในบึงใหญ่”
พูดจบ เขาก็ก้าวออกมาจากศาลา
“ข้าเป็เพียงต้นหญ้าริมทาง มิได้มีเจตนาเบ่งบานเทียบใคร ”
คุณชายรูปหล่อตาเป็ประกายขณะมองไปยังแผ่นหลังของหลี่เฉินอัน “ขอทราบนามคุณชายได้หรือไม่ ? ”
“เหตุใดเราต้องพบกันอีกเล่า ? ” หลี่เฉินอันหันหลังให้พลางโบกมือลา แต่แล้วเขาก็นึกได้ว่าการแต่งกายของอีกฝ่ายไม่เหมือนนักเดินทางพเนจรเลยแม้แต่น้อย
“แล้วพบกันใหม่ ! ”
แล้วเขาก็เดินหายไปท่ามกลางฝูงชน
ราวกับกระแสน้ำที่ไหลทวน
ดูโดดเดี่ยวและอ้างว้าง
คุณชายรูปหล่อมองตามแผ่นหลังนั้นค่อย ๆ หายไปจนลับสายตา และจู่ ๆ เขาก็หันไปสั่งบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านหลังว่า: “จื่อหยวน สั่งให้อวี้เหิงติดตามเขาไป ! ”
“ฝ่าา……้าให้หม่อมฉันตรวจสอบตัวตนของเขาหรือไม่ ? ”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวค่อยให้หอลี่จิ้งไปตรวจสอบภายหลัง เ้าอย่าลืมกำชับอวี้เหิงว่าอย่าให้รบกวนเขา ! ”
“เพคะ ! ”
นางกำนัลผู้มีชื่อว่าจื่อหยวนคำนับแล้วหันหลังเดินออกไป
ภายในศาลาเยียนหยู หนิงฉู่ฉู่ องค์หญิงสี่แห่งแคว้นหนิงยืนเอามือไพล่หลังขณะทอดสายตามองไปยังทะเลสาบฮั่วผิง
ดวงตาคู่งามฉายแววครุ่นคิด รอยยิ้มมีความหมายปรากฏบนใบหน้าหยกนั้น
นางไม่ได้ทึ่งที่หลี่เฉินอันแสดงความสามารถอันมากมายนั้นออกมา เพียงแต่ว่า……
บุรุษผู้นี้น่าสนใจยิ่งนัก
หากเขาได้กลายเป็ลูกเขยของจวนตระกูลจงหลี……มันจะไม่ยิ่งน่าสนุกกว่านี้หรือ ?