สามเดือนต่อมา หมู่บ้านของอาคมกลายเป็ ศูนย์กลางความเจริญ แห่งลุ่มน้ำย่อยใกล้กรุงศรีอยุธยา
ผลผลิตข้าวในฤดูเก็บเกี่ยวล่าสุดเป็ไปตามคำมั่นของอาคม — เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า! ชาวบ้านมีข้าวเต็มยุ้งฉาง มีเรือนใหม่ที่แข็งแรงถูกสุขลักษณะ และมีเงินเหลือเฟือจากการที่อาคมรับงานวางผังชลประทานและสร้างบ้านให้กับหมู่บ้านใกล้เคียงที่ยอมจ่ายด้วยความเต็มใจ
หลวงวิจิตรไพศาล ขุนนางท้องถิ่นที่เคยข่มขู่ก็ได้รับส่วยภาษีเพิ่มขึ้นจนหน้าชื่นตาบาน ทำให้เขาไม่ได้เข้ามายุ่มย่ามกับอาคมอีก แต่ก็เริ่มมองอาคมด้วยความละโมบ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วและเป็ระบบนี้ ได้ดึงดูดความสนใจจาก หน่วยงานที่ใหญ่กว่า ในราชธานี
วันหนึ่งขณะที่อาคมกำลังสอนชาวบ้านกลุ่มใหม่จากหมู่บ้านข้างเคียงถึงการทำปุ๋ยหมักอย่างถูกวิธี ก็มีขบวนเรือสำเภาขนาดใหญ่ติดธงของหน่วยงานราชการเทียบท่า
ผู้ที่ก้าวขึ้นมาจากเรือคือ พระวิเศษเกษตราธิบดี ขุนนางระดับสูงผู้กำกับดูแลการเพาะปลูกและคลังเสบียงของเมืองหลวง
พระวิเศษเกษตราธิบดีเป็ชายวัยกลางคนที่มีอำนาจบารมี ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยระคนชื่นชม เมื่อเขาเห็นทุ่งนาที่อุดมสมบูรณ์ และผังหมู่บ้านที่ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบตามหลักการที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“ท่าน... อาคม” พระวิเศษเกษตราธิบดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ “ข้าได้รับรายงานจากหลวงวิจิตรไพศาลเื่ความสามารถของเ้าในเื่การเพาะปลูก และข้าได้เห็นกับตาตนเองแล้ว”
พระวิเศษเกษตราธิบดีเดินตรงเข้ามาหาอาคม “เ้ามีความรู้ที่ลึกล้ำเกินกว่าเป็บุตรชาวนาทั่วไป ข้าจะอนุญาตให้เ้า เข้ามารับราชการ ในกรมเกษตราธิการของข้าทันที เ้าจะได้มีอำนาจในการวางผังและพัฒนาตามที่เ้า้า โดยมีคนงานและทรัพย์สมบัติจากหลวงคอยสนับสนุน”
นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มในยุคอยุธยาใฝ่ฝัน—โอกาสเข้ารับราชการ แต่สำหรับอาคมผู้ไม่ชอบความไม่สมบูรณ์แบบของระบบราชการเก่า ข้อเสนอนี้คือ กับดัก
“ขอบพระคุณในความเมตตาของท่านพระวิเศษฯ ขอรับ” อาคมโค้งคำนับอย่างเหมาะสม แต่ดวงตายังคงเต็มไปด้วยความเด็ดขาด “แต่ข้าต้องขอปฏิเสธข้อเสนอรับราชการนั้นขอรับ”
พระวิเศษเกษตราธิบดีอึ้งไป “เ้าว่าอย่างไรนะ!? เ้ากล้าปฏิเสธโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดอำนาจและได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการขุดคลองในหมู่บ้านรึ!?”
“สิ่งที่ข้าทำคือ ความยิ่งใหญ่ที่สุด แล้วขอรับ” อาคมกล่าวตอบอย่างมั่นคง “การเข้ารับราชการอาจทำให้ข้าต้องประนีประนอมกับระบบที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ข้าไม่สามารถทำงานภายใต้การกำกับดูแลที่ทำให้แผนงานของข้าไม่ เพอร์เฟค ได้ขอรับ”
“ข้าไม่ยอมรับสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ” อาคมเน้นย้ำคำเดิมอย่างช้า ๆ “หากท่าน้าให้ข้าใช้ความรู้ของข้าเพื่อประโยชน์แห่งกรุงศรีอยุธยา ข้ามี ข้อเสนอ ที่จะให้ท่านพิจารณาขอรับ”
“ว่ามาสิ!” พระวิเศษฯ กล่าวด้วยความสนใจในความกล้าและวาทศิลป์ของอาคม
“ท่านทราบดีว่าพื้นที่รอบกำแพงเมืองหลวงนั้นยังคงประสบปัญหา อุทกภัย และ ความแห้งแล้งสลับกันไป” อาคมเริ่มนำเสนอแผนการที่ใหญ่กว่า “ข้าขอให้ท่านมอบหมาย พื้นที่หนึ่งส่วน ที่ประสบปัญหาหนักที่สุดให้แก่ข้า”
“ข้าขอ อำนาจเบ็ดเสร็จ ในการออกแบบและสร้างระบบ การจัดการน้ำแบบครบวงจร ในพื้นที่นั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็ผังคลอง ผังถนน ผังชุมชน และการเพาะปลูก ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาแทรกแซงในรายละเอียดการทำงานของข้า”
“และข้าขอ เดิมพันด้วยชีวิต ของข้าเอง” อาคมกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “หากข้าทำไม่สำเร็จ ข้าจะยอมรับโทษตามกฎหมายของบ้านเมือง แต่หากข้าทำสำเร็จ ท่านต้องสนับสนุนให้ข้าขยายแผนงานนี้ไปทั่วทั้งเมืองหลวง!”
บุหงาที่ยืนอยู่ด้านหลังมองอาคมด้วยความตกตะลึง นี่ไม่ใช่แค่การปฏิเสธ แต่เป็การท้าทายอำนาจโดยตรงเพื่อแลกกับอิสระในการสร้างสรรค์
พระวิเศษเกษตราธิบดีจ้องมองอาคมอยู่ครู่ใหญ่ ขุนนางผู้นี้เห็นความบ้าบิ่น ความมั่นใจ และความสามารถที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
“การให้คนโง่รับราชการก็แค่ได้คนโง่หนึ่งคน แต่การให้คนฉลาดที่บ้าอำนาจในการสร้าง... ย่อมได้ผลประโยชน์มหาศาล” พระวิเศษฯ คิด
“ดี!” พระวิเศษเกษตราธิบดีตบมือลงบนด้ามดาบ “ข้าจะให้เ้าพิสูจน์! ข้าจะมอบหมาย ทุ่งพระเมรุ ทางตะวันออกของกำแพงเมือง ที่มีปัญหาการระบายน้ำและดินเค็มมานานหลายสิบปี ให้เ้าจัดการ!”
“แต่จำไว้ อาคม” พระวิเศษฯ กล่าวด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัว “การทำงานให้ราชธานีนั้นแตกต่างจากการเล่นขายของในหมู่บ้าน หากเ้าทำไม่สำเร็จ ไม่ใช่แค่ชีวิตเ้า แต่รวมถึงชีวิตพ่อแม่และคนในหมู่บ้านที่หนุนหลังเ้า อาจจะมิได้อยู่สุขสบายอีกต่อไป!”
“ขอบพระคุณสำหรับ ความท้าทาย ขอรับท่านพระวิเศษฯ” อาคมโค้งคำนับอย่างองอาจ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ทุ่งพระเมรุ... เป็โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยผังเมืองน้ำระดับซับซ้อน” อาคมคิด “นี่แหละคือสนามประลองที่ สมบูรณ์แบบ สำหรับสถาปนิกอย่างข้า!”