เสียง “ติ๊ง!” แจ้งเตือนแอปเด้งขึ้นรัวๆ
KFC Delivery – Your order is on the way.
“ในที่สุด…” ซูอินทิ้งตัวลงบนโซฟา
วันนี้งานทั้งวันเหนื่อยจนหัวจะะเิ
อย่างน้อยก็ยังมีไก่ทอดเป็ความสุขเล็กๆ
เธอเปิดซีรีส์จีนย้อนยุคเื่โปรด
ฉากองค์ชายถูกวางยาพิษในชา
เสียงบรรยายสารคดีประวัติศาสตร์จากอีกคลิปที่เปิดค้างไว้ก็ยังลอยเบาๆ ผ่านหู
“ถ้าเกิดเราไปอยู่ยุคนั้นจริงๆ นี่… จะช่วยพระเอกทันไหมนะ”
เธอหัวเราะกับตัวเอง หยิบไก่ขึ้นมากัด “กร๊วบ!”
กลิ่นสมุนไพร ผสมเกล็ดแป้งกรุบกรอบ
คำแรกอร่อยจนลืมโลกทั้งใบไปชั่วขณะ
ไฟหน้าจอซีรีส์สะท้อนในดวงตา
ภาพปราสาทจีนหลังใหญ่ปรากฏชัด
มีเสียงพากย์ว่า
“และแล้ว ในปีนั้น… องค์ชายสี่ถูกลอบปลงพระชนม์เป็ครั้งแรก”
ซูอินพึมพำ
“ไม่โอเคอะ ถ้าเป็ฉันอยู่ตรงนั้นนะ จะไม่ให้พระเอกตายแบบนี้หรอก”
คำนั้นเพิ่งหลุดจากปาก
หัวของเธอก็หนักอึ้ง
สายตาพร่า
เสียงทีวีกลายเป็เพียงเสียงห่างๆ
จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีมือเย็นจัดคว้าแขนไว้
แล้วดันเธอตกลงไปในบ่อมืดลึกที่ไร้ก้น
เสียงไก่ขัน…ดังใกล้หู
“เอ้ย… KFC มาส่งแล้วเหรอ…”
ซูอินบ่นอุบพลางพยายามเปิดเปลือกตา
แต่สิ่งที่เห็น ไม่ใช่กล่องกระดาษสีแดง–ขาว
หากเป็เพดานไม้เก่าๆ ที่แหว่งนิดๆ
มีควันบางๆ ลอยขึ้นมาจากช่องลม
กลิ่นควันฟืน กลิ่นดินชื้น กลิ่นสมุนไพรแห้ง
ทุกอย่างไม่คุ้นเคยเลยสักอย่างเดียว
เธอกลืนน้ำลาย
ยกมือขึ้นลูบหัว
มือัักับปิ่นไม้เสียบผม และเส้นผมที่ถูกรวบสูงแบบสตรีจีนโบราณ
“เดี๋ยวๆ… ใครเอาทรงผม cosplay มาใส่ให้ฉันเนี่ย”
ยังไม่หายงง
ประตูไม้ก็เลื่อนดังเอี๊ยด
หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีหม่น โพกผ้าเก่า ๆ โผล่หน้าเข้ามา
“ซูอิน! เ้าฟื้นเสียที หัวแทบะเิเพราะเ้าล้มลงไปตรงลานน้ำเมื่อวาน ดีที่ไม่ตายเสียก่อน”
ซูอินชะงัก
“…ป้าเรียกอะไรนะคะ?”
หญิงคนนั้นขมวดคิ้ว
“ป้า? เ้ากล้าเรียกข้า ‘ป้า’ รึ ไป๋ซูอิน! ข้าคือ ‘ท่านแม่’ ของเ้า!”
หัวสมองซูอินอื้อทันที
ไป๋… ซูอิน?
ชื่อเดียวกับเรา… แต่เป็ภาษาจีน?
เธอมองไปรอบๆ
ห้องไม้เตี้ยๆ เสื่อฟางเก่า
เครื่องครัวดินเผา
กระบวยไม้
หน้าต่างกระดาษขาว
ทุกอย่างดู…จีนโบราณเกินไป
หัวใจเต้นดัง “ตึก ตึก”
ภาพซีรีส์เมื่อคืนแวบเข้ามาในหัว
ปราสาทราชวงศ์ต้าหยาง
องค์ชายสี่
การลอบปลงพระชนม์ในงานเลี้ยงน้ำชา
“หรือว่า…”
“มัวแต่เหม่ออะไรอีกล่ะ!” เสียงของมารดาไป๋ตวาด
“วันนี้เ้าไปช่วยในครัวตำบลให้ดีนะ อ๋องประจำแคว้นส่งคนมาบอกว่า จะมีขุนนางจากเมืองหลวงผ่านมาพักที่จวน เราได้เงินค่าเตรียมอาหาร เกิดเ้าทำพลาดขึ้นมา ข้าจะจับเ้าถอดเสื้อให้ไปตากแดดเสียให้รู้แล้วรู้รอด!”
ซูอินสะดุ้งเฮือก
“ค่ะๆๆ แม่…เอ่อ…ท่านแม่!”
ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ
เธอก็ถูกจับแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าฝ้ายสีซีด ผูกเอวด้วยผ้าผืนเก่า แล้วถูกลากออกไปหลังเรือนตรงครัวดิน
ครัวตำบลเล็กๆ ริมแม่น้ำเต็มไปด้วยคนวุ่นวาย
มีทั้งหญิงสาวหั่นผัก
ชายหนุ่มหาบฟืน
คนแก่กวนหม้อแกง
เสียงะโโวยวาย เื่เกลือไม่พอ ซีอิ๊วหก น้ำซุปเค็มเกิน
ซูอินยืนเหม่ออยู่หน้ากองเครื่องในไก่ ใบตาลอย
นี่มัน…ระบบทะลุมิติชัดๆ…
ฉันตายเพราะไก่ทอด KFC แล้วมาตื่นในร่างไป๋ซูอิน
โลกนี้คือจีนโบราณ เวอร์ชันราชวงศ์ต้าหยาง…
แล้วประวัติศาสตร์ที่จำได้ล่ะ?
องค์ชายสี่…หลี่เหริน…ถูกลอบปลงพระชนม์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า…
มือสั่นน้อยๆ
แต่ท้องกลับร้อง “โครกกกก” เสียงดัง แข่งกับเสียงหม้อเดือด
กลิ่นไก่ดิบตรงหน้า
ทำให้สมองเธอนึกถึงไก่ทอดหน้าห้างทันที
ขนาดทะลุมิติมาแล้ว ยังอดคิดถึง KFC ไม่ได้… ชั้นนี่มันคนประเภทไหนกันเนี่ย
“มัวเหม่ออะไร! เ้าหนู!”
เสียงชายแก่คนหนึ่งดังขึ้น
เขาใส่ผ้ากันเปื้อนเปรอะน้ำมันหน้าเตาถ่าน
“ไก่ชุดนี้ต้องเอาไปต้มแล้วฉีกใส่โจ๊ก เ้าไปช่วยหั่นเนื้อตามข้าบอก!”
ซูอินมองไก่ทั้งตัว
แล้วมองหม้อโจ๊กสีขาวข้น
อยู่ๆ ภาพในหัวก็แล่นวาบ—
หม้อทอดไฟฟ้า
แป้งทอดกรอบ
ไก่ชิ้นใหญ่ๆ กลิ่นหอมฟุ้ง
ไก่ทอด
หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น
ถ้าเราทำ KFC เวอร์ชันโบราณได้…
อย่างน้อย เราจะไม่อดตาย
แถมอาจมีรายได้
แล้วจากนั้น ค่อยคิดเื่ช่วยพระเอกทีหลัง…
“ท่านลุง” ซูอินเอ่ยเสียงเบา
“ถ้า…เราลองทอดไก่แทนต้มดูได้ไหมเ้าคะ”
ชายแก่หันมามองเธอราวกับเธอเสนอให้เอาไก่ไปปลูกในนา
“ทอด? เอาไก่ลงน้ำมันทั้งตัว เ้าเป็บ้าเรอะ น้ำมันบ้านเรามีเท่าไร!”
ซูอินยิ้มแห้ง
“ไม่ใช่ทั้งตัวเ้าค่ะ… หั่นเป็ชิ้น หมักกับเกลือ สมุนไพร แล้วชุบแป้งบางๆ ก่อนทอดในหม้อเล็ก ใช้น้ำมันเท่าเดิม… แต่คนละวิธี”
ชายแก่จ้องหน้าเธอเขม็ง
ในครัวเงียบไปชั่วครู่
ก่อนเสียงหัวเราะของสาวใช้คนหนึ่งจะแทรกขึ้น
“ไป๋ซูอิน เ้าฝันว่าเป็เทพครัวจาก์รึอย่างไร! ที่นี่ไม่มีตำราแปลกเช่นนั้นหรอก!”
แต่ซูอินไม่ถอย
ด้วยเสียงและความมั่นใจแบบคนเคยพรีเซนต์งานต่อหน้าหัวหน้า แผนก และ CEO มาแล้ว เธอตอบกลับนิ่งๆ
“ถ้าทำแล้วไม่อร่อย ท่านลุงให้ข้าล้างหม้อทั้งหมดคืนนี้คนเดียวเลยก็ได้เ้าค่ะ”
คนทั้งครัว “โหหห” ขึ้นพร้อมกัน
คำว่าล้างหม้อทั้งหมดของครัวตำบลในคืนเดียว
มีค่าเท่ากับคำว่า “ลงนรกขัดกระทะ”
ชายแก่เลิกคิ้ว
“เ้ามั่นใจมาก?”
“มั่นใจเ้าค่ะ”
และที่สำคัญ—
“ข้าหิวมากด้วย…” เธอแอบพึมพำเบาๆ
ชายแก่ถอนหายใจแรงๆ ครั้งหนึ่ง
“ก็เอาสิ ว่าจะดูอยู่เหมือนกัน ว่าสูตรเพ้อฝันของเ้ามีอะไรดีนัก”
ซูอินจัดการไก่ด้วยมือที่เริ่มคุ้นเคยขึ้นทีละน้อย
แน่นอนว่าไม่มีพริกไทยดำ ไม่มีปาปริก้า ไม่มีผงลับสิบเอ็ดอย่างใดๆ
แต่โลกนี้มี
– เหล้าจีน
– ขิง
– กระเทียม
– เกลือ
– ผงสมุนไพรบดที่ใช้ดับกลิ่นคาว
เธอหมักไก่ด้วยสาม–สี่อย่างง่ายๆ
บีบขิงสดผสมนิดหน่อย
คนให้เข้ากัน
ทิ้งไว้่สั้นๆ เท่าที่เวลาในครัวยอมให้
จากนั้น เธอเอาแป้งข้าวเ้า แป้งข้าวสาลี ที่ปกติใช้ทำเส้นก๋วยเตี๋ยว มาผสมเกลือเล็กน้อย
คลุกเคล้าให้แป้งเคลือบทั่วชิ้นไก่บางๆ
หม้อเหล็กใบเล็กถูกตั้งบนเตาถ่าน
น้ำมันพืชในโลกนี้มีจำกัด
เธอจึงใส่เพียงพอท่วมไก่ครึ่งชิ้น แล้วเตรียมพลิกกลับ
พอน้ำมันเริ่มร้อนจนมีควันบางๆ
เสียงจ๊อกๆ ก็ดังขึ้น
เธอหายใจเข้าลึก
แล้วคีบชิ้นไก่ลงไปช้าๆ
“ฉ่าาาาาาาาา!”
เสียงทอดดังจนทั้งครัวเงียบกริบ
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หม้อ
กลิ่นน้ำมันร้อนผสมกลิ่นกระเทียมและขิงลอยออกมา
ตามด้วยกลิ่นหนังไก่เริ่มหอม
ซูอินยิ้มไม่ออก แต่หัวใจเต้นแรงมาก
นี่คือการทดลอง KFC เวอร์ชันต้าหยางครั้งแรกของโลก
เธอใช้ตะหลิวไม้พลิกไก่
สีผิวค่อยๆ เปลี่ยนเป็ทองอ่อน
เปลือกบางกรอบขึ้นทีละนิด
“กลิ่น… แปลกไปนะ” หญิงสาวคนหนึ่งกระซิบ
แต่โทนเสียงไม่ใช่แค่สงสัย
ยังมีความ…น้ำลายสอ
ไม่นาน ไก่ชิ้นแรกก็ถูกตักขึ้น วางบนกระด้งไม้
เสียงเปลือกกรอบกระทบไม้เบาๆ
ซูอินจับมีด หั่นเนื้อออกมาเล็กน้อย
ด้านนอกกรอบทอง
ด้านในยังชุ่มฉ่ำ
เธอกลืนน้ำลาย
กร๊วบ
คำแรกที่เข้าไปในปาก ทำให้เธอแทบอยากร้องไห้
ไม่ใช่ KFC เป๊ะ
แต่สำหรับโลกที่มีแค่ไก่ต้มกับไก่ตุ๋น…
นี่มันคือปาฏิหาริย์แล้ว!
“เป็อย่างไร!” ชายแก่ถามเสียงดัง
ซูอินตาวาว
“กรอบ… นุ่ม… หอมขิงกับสมุนไพร… อืม…”
เธอแทบอยากหยิบขึ้นมากินคนเดียวให้หมด
แต่รู้ว่าถ้าทำแบบนั้น
คืนนี้คงได้ล้างหม้อจนมือพองแน่
“ลองชิมดูเ้าค่ะ”
เธอยื่นชิ้นเล็กๆ ให้ชายแก่
อีกชิ้นให้สาวใช้ใกล้ตัว
อีกชิ้นสำหรับตัวเอง
ชายแก่กัดเข้าไปคำหนึ่ง
ใบหน้าที่เหี่ยวย่นขมวดมุ่นในตอนแรกค่อยๆ คลาย
ตามด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขึ้น
“นี่มัน…”
เสียงของเขาขาดหายไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะตามด้วยเสียงะโ
“พวกเ้า! หยุดโจ๊ก! หยุดต้มไก่! วันนี้ เราจะมี ‘ไก่ทอด’ ให้แขกจากเมืองหลวงชิม!”
ครัวทั้งครัวแตกฮือ
ข่าวเื่ “สาวบ้านนอกคิดเมนูไก่ทอดแปลกประหลาด” แพร่ไปทั้งหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
และด้วยความบังเอิญแบบนิยาย
วันนั้นเอง
ขบวนเกี้ยวเล็กๆ ของบุรุษในชุดคลุมยาวสีดำเรียบ
เดินผ่านด้านนอกครัวตำบลพอดี
เขาแง้มฝาครอบหน้าต่างรถม้า
ดวงตาเรียวคมทอดมองมายังหลังครัวไม้เก่าๆ
กลิ่นหอมของไก่ทอด
ลอยเข้าไปแตะปลายจมูกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
มันไม่ใช่แค่กลิ่นของอาหาร
แต่ยังมีอีกกลิ่นหนึ่งเจืออยู่ด้วย—
กลิ่นดอกเหมยผสมมะนาวอ่อนๆ
กลิ่นที่เขาจำได้จาก “ความฝันในชาติภพก่อน”
ตอนที่เขาถูกไฟล้อมในวังหลวง และมีมือของสตรีคนหนึ่งดึงเขาออกมาจากกองเพลิง
หัวใจของเขาสะดุดวูบ
เป็ไปไม่ได้… นางไม่ควรจะอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว
บุรุษคนนั้น คือ
องค์ชายสี่ หลี่เหริน
“หยุดรถม้า” เขาพูดเสียงเรียบ
องครักษ์ด้านนอกชะงัก
“ฝ่าา จะทรงทำอะไรพ่ะย่ะค่ะ?”
หลี่เหรินไม่ได้ตอบ
เขาเพียงจ้องไปที่ครัวไม้เก่าๆ
ดวงตาเริ่มเห็นแสงจางๆ สีทองห่อหุ้มเงาของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนทอดไก่อย่าง真จัง
เงาแสงนั้น…
เหมือนกับ “เงา์” ที่เขาเคยเห็นบนร่างหญิงในความฝันทุกประการ
ขณะเดียวกัน ในครัว—
ซูอินกำลังตักไก่ทอดชุดที่สองขึ้นจากหม้อ
น้ำมันกระเด็นเล็กน้อย
เธอเกือบเสียหลักก้าวถอยหลัง
“ระวัง!” ชายหนุ่มคนหนึ่งะโจากประตูครัว
มือใหญ่และแข็งแรงคว้าเอวเธอไว้ทันที
ร่างเธอลื่นไปชนอกเขาเต็มๆ
ฉาก Fall-and-Catch Scene มาแบบไม่ได้นัดหมาย
ใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้กันในระยะลมหายใจเดียว
กลิ่นดอกเหมยผสมน้ำมันไก่ทอดปะทะกันกลางอากาศ
ดวงตาคมเข้มของเขาจ้องลึกเข้ามา
มีประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
หัวใจซูอินเต้น “ตึก ตึก ตึก”
หน้าเริ่มร้อน
อะไรเนี่ย อยู่ดีๆ ก็ได้ฉากโรแมนติกแบบซีรีส์จีน
แต่เดี๋ยว… ทำไมกลิ่นตัวเขาคุ้นจัง…
เหมือน… ในฝันเมื่อคืนก่อนตายเลย…
ในขณะที่เธอยังงง
เขาพึมพำเบาๆ ราวกับกำลังพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับเธอ
“กลิ่นนี้… เ้าคือ…”
แวบหนึ่งในแววตา
เหมือนเขากำลังมองไม่ใช่แค่ “สาวชาวบ้านทอดไก่”
แต่เป็ “เงาของใครบางคนจากชาติภพก่อน” ที่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง
มือของเขายังประคองเอวเธอไว้
มือของเธอที่จับทัพพีอยู่สั่นนิดๆ
เปลือกไก่ทอดในกระด้งส่งเสียงกรอบๆ แ่เบา
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วอึดใจ
ก่อนเสียงห้วนๆ จากหน้าครัวจะดังขึ้น
“ฮูหยิน! แขกจากเมืองหลวงมาถึงแล้ว! รีบจัดไก่ทอดของเ้าขึ้นโต๊ะเดี๋ยวนี้!”
หลี่เหรินปล่อยเอวเธออย่างกลบเกลื่อน
สีหน้ากลับไปเรียบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่หัวใจของทั้งคู่…
ไม่มีทางกลับไปนิ่งได้ง่ายๆ อีกแล้ว
เพราะั้แ่ “ไก่ทอดชิ้นแรก” นั้น
โชคชะตาขององค์ชายผู้เคยต้องตายในประวัติศาสตร์
และสาวจากอนาคตผู้รู้ตอนจบของเื่
ก็เริ่มพันกันแน่น จนไม่มีวันแก้ได้ง่ายๆ อีกต่อไป—
และที่มุมมืดใต้ต้นไผ่หลังครัว
มีดวงตาคู่หนึ่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววเย็นเยียบ
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกับคนสนิทอย่างแ่เบา
“เด็กคนนี้… ไม่ควรมีชีวิตอยู่”
เ้าของเสียงนั้น
คือ องค์ชายหลี่เหวิน ศัตรูใหญ่คนแรก
ผู้ที่ในประวัติศาสตร์เดิม…
คือหนึ่งในผู้ผลักดันให้องค์ชายสี่ตายอย่างไร้ร่องรอย
........::::**•°✾°•**::::........
จบ บทที่ 1 ตรงนี้ก่อนนะครับ
ตอนต่อไป (บทที่ 2: เ้าชายผู้เห็นเงา์) เราจะให้:
พระเอกเริ่มสงสัยว่าเธอเกี่ยวข้องกับ “ความฝันชาติภพก่อน”
ซูอินเริ่มจำรายละเอียดประวัติศาสตร์ว่าพระเอก “ควรจะตายเมื่อไร”
และ “ปฏิบัติการช่วยพระเอก” ครั้งแรกจะเริ่มเคลื่อนไหวผ่านเหตุการณ์เล็กๆ ในครัว + บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร