Chapter 136 ต้องการข้อมูล
ขณะนี้จันทราโลหิตอยู่บนท้องฟ้าแสดงให้เห็นว่าเป็นเวลากลางคืน สายฝนซึ่งนั่งอยู่บนเตียงมองดวงจันทร์ผ่านหน้าต่าง แม้การดูมันอาจจะทำให้เขาฝันร้ายสายฝนก็ยังคงดูต่อไป เขารู้สึกว่ามันสวยอย่างน่าแปลกประหลาด สายฝนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเช่นนั้นแต่เขาไม่สนใจหาคำตอบ
ประตูห้องถูกเปิดออก วินาทีถัดมาเสียงร้องด้วยความตกใจดังเข้าสู่การได้ยินของสายฝน เขาหันไปมองยังทิศทางต้นเสียง สิ่งที่เห็นคือสาวใช้ที่กำลังตกใจสุดๆ สายฝนพอคาดเดาได้ว่าเธอตกใจเพราะอะไรทว่าเขาก็ไม่ได้กล่าวมันออกมา สายฝนเลิกสนใจสาวใช้และกลับไปมองจันทราโลหิตต่อ
“ท่าน… ท่านฟื้นแล้วเหรอคะ?” สาวใช้ถาม เธอรู้สึกไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น นายท่านบอกว่ากว่าเขาจะฟื้นจำเป็นต้องใช้เวลาสิบปีไม่ใช่หรือ? ทำไมชายคนนี้ถึงได้ฟื้นเร็วขนาดนี้?
สายฝนพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวขึ้นว่า “ใช่ อย่างที่เธอเห็นฉันฟื้นแล้ว” จริงๆตัวเขาไม่ได้หมดสติ เขาแค่ไม่สามารถขยับร่างกายได้เท่านั้น สายฝนไม่ได้บอกเรื่องนี้กับสาวใช้ บอกไปมีแต่จะเกิดเรื่องน่าปวดหัวขึ้น
“เออ…” สาวใช้ทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ หน้าที่เธอคือมาคอยดูแลไม่ให้เขาเป็นอะไรขณะยังไม่ฟื้น ตอนนี้เขากลับฟื้นแล้ว หน้าที่เธอจบลงเร็วขนาดนี้เร็วเกินไป!
“ฉันต้องการอาหารกับนํ้า” สายฝนกล่าวโดยไม่ได้หันไปมองสาวใช้ ภายในใจเขากำลังครุ่นคิดว่าต่อจากนี้เขาควรทำยังไงดี จะให้เขาอยู่ในห้องนี้อย่างเดียวและรอคอยให้โชคชะตานำพาก็ไม่ใช่
‘หรือว่าฉันควรกลับไปยังที่ฉันตื่นขึ้นมา บางทีอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ฉันพลาดไป’ สายฝนตัดสินใจ หลังจากร่างกายเขาดีขึ้น เขาจะกลับไปยังสถานที่แห่งนั้น สายฝนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตนเองพลาดบางอย่างไปแต่เขาก็ไม่คิดหาคำตอบ เชื่อในความรู้สึก เชื่อในสัญชาตญาณ นั่นคือความหมายของคำกล่าวผีเสื้อเทพธิดาราตรี
“ข้าจะไปเอาพวกมันมาให้ท่าน” กล่าวจบสาวใช้พลันรีบออกไปจากห้อง
‘คนที่นี่คำพูดแตกต่างจากฉัน’ สายฝนกล่าวภายในใจ หลังจากตัดสินใจได้ว่าควรทำอะไรต่อจากนี้สายฝนก็เลิกคิดทุกสิ่งทุกอย่าง จิตใจเขาเวลานี้เหนื่อยล้ามาก การไม่คิดอะไรให้ตนเองปวดหัวสามารถช่วยฟื้นฟูจิตใจได้เล็กน้อย
เวลาไหลผ่านไป ประตูห้องเปิดอีกครั้ง สายฝนคิดว่าคนที่เปิดเป็นสาวใช้ ผิดคาด คนที่เปิดประตูไม่ใช่สาวใช้แต่เป็นเด็กสาวที่เขาช่วยเอาใว้ สายฝนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จริงๆเธอไม่จำเป็นต้องมาหาเขาก็ได้ ถ้าต้องการตอบแทนที่ช่วยเหลือแค่ให้อาหารกับนํ้าเขาก็พอ
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?” เด็กสาวปิดประตูก่อนจะถามสายฝนซึ่งอยู่บนเตียง สายฝนตอบด้วยคำพูดเดียวกับที่เคยใช้ตอบสาวใช้ เขาไม่ต้องการพูดมากเกินไปโดยไม่จำเป็น หากพูดมากเกินไปเขาอาจจะเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาก็ได้
“ท่านไม่จำเป็นต้องระมัดระวังข้ามากขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่ได้เหมือนพวกนั้น” เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเด็กสาวได้เจอกับสาวใช้คนนั้นมาแล้ว และสาวใช้นางนั้นก็ได้บอกวิ่งที่สายฝนพูดกับเธอให้เด็กสาวฟังด้วย
สายฝนละสายตาออกจากดวงจันทร์ เขาหันหน้าไปมองเด็กสาวจากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “ในสายตาฉันไม่ว่าจะเป็นคนชั่วหรือคนดีพวกมันล้วนไม่ต่างกัน หากพวกมันกล้ามามีเรื่องกับฉัน ฉันจะสังหารมันให้หมด” หยุดชั่วครู่ก่อนกล่าวต่อ “นอกจากตัวฉันแล้วฉันไม่ใว้ใจใครร้อยเปอร์เซ็นต์”
“ร้อยเปอร์เซ็นต์?” เด็กสาวงงงวย เธอไม่เข้าใจคำพูดของเขา ผู้ชายคนนี้แปลกประหลาด คำที่เขาใช้เรียกตัวเองนั้นต่างจากผู้อื่น ไม่ได้เรียกตัวเองว่า“ข้า”แต่เรียกว่า“ฉัน” เปอร์เซ็นต์คืออะไรทำไมเธอไม่รู้จักคำนี้?
สายฝนพอคาดเดาได้ว่าทำไมเธอถึงงงกับคำพูดของเขา อักษรลี้ลับไม่ได้ช่วยแปลให้! คนที่นี่คงไม่รู้จักเปอร์เซ็นต์กัน สายฝนโบกมือพร้อมบอกว่า “ไม่ต้องสนใจสิ่งที่ฉันพูดก่อนหน้านี้ ที่ฉันต้องการจะบอกคือต่อให้จะมีนิสัยดีแค่ไหนมันก็ไม่สามารถทำให้ฉันใว้ใจได้”
ฟีซิเลียใช้ดวงตาคู่จับจ้องไปยังสายฝน เธอส่ายหัวภายในใจ ผู้ชายคนนี้ระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากคล้ายกับว่าเขาเคยโดนทรยศมา เวลานั้นขณะที่เด็กสาวกำลังคิดเสียงเคาะประตูพลันดังขึ้น “เข้ามาได้” เด็กสาวกล่าว จบคำพูดเธอประตูก็ถูกเปิดออกและสาวใช้ก็เดินเข้ามาในห้อง
“ท่านสามารถทานอาหารเองได้หรือไม่? ต้องการความช่วยเหลือมั้ย?” ฟีซิเลียกล่าวถาม
สายฝนส่ายหัว “ไม่จำเป็น ฉันทานเองได้แล้ว”
///
เมื่อมอบอาหารและนํ้าให้สายฝนเรียบร้อยแล้ว สาวใช้ก็ก้มหัวให้กับฟีซิเลียก่อนออกจากห้องไป สายฝนไม่สนใจว่าจะคนอื่นอยู่ในห้องหรือไม่ เขาเริ่มกินอาหารทันที ไม่ได้กินอาหารและดื่มนํ้ามานานแล้ว ถ้าสายฝนไม่หิวคงแปลก
“เหมือนท่านจะไม่เหนื่อยล้าอะไรเลย?” เด็กสาวกล่าว จากที่ดูแล้วสายฝนคล้ายกับว่ามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม ไม่ได้รับบาดเจ็บหนักมาก่อน
สายฝนตักข้าวต้มเข้าปาก เขาไม่ได้พูดอะไรกับเด็กสาว กล่าวตามตรงเขาเหนื่อยล้าสุดๆ ร่างกายแทบจะขยับไม่ได้ ที่เด็กสาวมองว่าเขาไม่เหนื่อยล้าอะไรเลยเป็นเพราะสายฝนกำลังแสดง เสแสร้ง ทำแบบนี้เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้คนอื่นคิดว่าเขากำลังอยู่ในสภาพอ่อนแอ หากไม่เสแสร้งมันจะอันตรายถ้ามีคนต้องการทำร้ายเขา
เวลานี้แม้สายฝนจะพยายามแสดงให้เนียนมากแค่ไหน สุดท้ายแล้วเขาก็ยังพลาด สังเกตดีๆจะพบเห็นความเหนื่อยล้าในดวงตาคู่ของเขา แน่นอนว่าเด็กสาวไม่เห็นมัน
“ขอให้ท่านทานอาหารให้อร่อย ข้าจะไม่รบกวนท่านอีกแล้ว ต้องการอะไรท่านสามารถบอกกับข้าได้เลย” เด็กสาวกล่าวจากนั้นก็เตรียมจะออกจากห้อง จังหวะนั้นสายฝนพลันฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้
“ฉันมีเรื่องจะให้เธอช่วย” สายฝนเอ่ยหยุดฟีซิเลียใว้ เด็กสาวหันมาทางเขาและถาม “ท่านต้องการให้ข้าช่วยอะไรหรือ?”
ได้ยินคำถามเด็กสาวสายฝนกล่าวในสิ่งที่คิดออกมาทันที “ฉันต้องการข้อมูล ข้อมูลจำนวนมาก! มีที่ไหนมั้ยที่ฉันสามารถไปหาข้อมูลได้”
“ท่านต้องการข้อมูลอะไรเหรอ?”
สายฝนครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนตอบว่า “ข้อมูลอะไรก็ได้ ยิ่งเยอะยิ่งดี ฉันต้องการมันทั้งหมด”
“เออ… ข้าคิดว่าหากท่านต้องการข้อมูลจำนวนมาก ท่านควรจะไปหาปู่ครีเทล ข้อมูลที่เขามีมันมากกว่าห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลายสิบเท่า” เด็กสาวกล่าว
สายฝนครุ่นคิดอีกครั้ง ใช้เวลาอยู่เกือบหนึ่งนาทีในที่สุดสายฝนก็ตัดสินใจ “ฉันต้องการไปหาเขา เธอช่วยฉันได้มั้ย?” เขาคิดว่าข้อมูลบางอย่างที่เขาต้องการห้องสมุดไม่น่าจะมี ปู่ครีเทลที่เด็กสาวพูดถึงมีข้อมูลมากกว่าห้องสมุดหลายสิบเท่า สายฝนอาจได้รับข้อมูลที่เขาต้องการจากปู่ครีเทลก็ได้
“ข้าช่วยท่านได้แต่มันอาจใช้เวลานานหลายวัน”
“ไม่มีปัญหา ฉันสามารถรอได้ เธอช่วยจัดการให้ฉันที” เด็กสาวพยักหน้าบอกว่าได้ ต่อมาเธอก็ออกจากห้องไป
///
ฟีซิเลียออกไปเรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาไม่นานอาหารก็ถูกสายฝนกินหมด กินเสร็จเขาก็ดื่มน้ำจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
สายฝนหันไปมองดวงจันทร์แดงเลือด พึมพำด้วยเสียงเบาๆกับตนเองว่า “ความฝันนี้แปลก ฉันจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากที่สุด ไม่เหมือนความฝันรอบก่อน ฝันนี้มีสิ่งมีชีวิตมากมายที่สังหารฉันได้”