ข้าคิดจะกลับรังไปหาผลไม้กินแก้เครียดแต่พอไปถึงปุ๊บก็ตกตะลึงจนต้องอ้าปากค้างเมื่อพบว่าต้นไม้ใหญ่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์มากมายมาจับจองพื้นที่ อาหารที่ตุนไว้ถ้าไม่หายไปก็ถูกแทะกินเกลื่อนกลาดหญ้าอ่อนที่เคยขึ้นแซมตามพื้นดินก็หายเกลี้ยงเช่นกัน
ให้ตายเถอะ เพิ่งถูกถอดยศไม่กี่นาทีข้าโดนยึดทรัพย์เป็สมบัติสาธารณะแล้วเหรอเนี่ย
พอเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อข้าก็สะบัดก้นออกจากตรงนั้นไปหาที่เหมาะ ๆ นั่งพัก แม่กวางยังคงตามมา แต่คราวนี้นางเพียงวิ่งเหยาะใกล้ๆ โดยไม่พูดอะไร
“ท่านแม่ท่านไม่จำเป็ต้องอยู่กับข้าเลย ไปขออยู่กับสัตว์ตัวอื่นเถอะขอรับ”ข้าเอ่ยโดยไม่มองหน้านาง
“ความจำเป็ของข้าคือการดูแลเ้าไงลิมุนแม่เคยต้องหากินเองลำพัง ต่างจากเ้าที่เกิดมาก็เจอแต่ความสะดวกสบาย ให้ข้าได้ทำหน้าที่แม่เลี้ยงดูเ้าจนหากินเองได้นะ” แม่กวางบอก
อาจเพราะน้ำเสียงใจดีของนางไม่ก็ข้ากำลังอ่อนไหวจนอยากได้ใครมาอยู่ข้าง ๆ เลยไม่ได้ค้านอะไรกลับไปเราเดินลัดเลาะตามป่าใต้ร่มเงาเพราะกลัวจะถูกนักล่าที่เหลือสังเกตเห็นแต่ก็ไม่วายโดนงูบนต้นไม้หัวเราะเยาะ
“วะฮะๆๆๆจากเ้าชายแห่งผืนป่าฝฝฝ ตอนนี้ต้องระเหเร่ร่อนไร้ที่พึ่งซซซซ” งูเขียวตัวเดียวกับที่ออซเคยเรียกใช้งานพูดมันเลื้อยไปมาพลางส่ายหัวดุ๊กดิ๊กเพราะอยู่ในอารมณ์ขบขัน
“อย่าปากดีให้มาก ข้าไม่ใช่ว่าที่ผู้พิทักษ์แล้วแปลว่าจากนี้จะฆ่าสัตว์เล่น ๆ สักตัวสองตัวก็ไม่ผิด” ข้าสวนกลับ
“คิกๆๆๆอย่าทำข้าเลยซซซ เมียข้ากำลังท้อง ท้องโตมากด้วยซซซลูกข้าอาจจะเกิดมาเป็สัตว์วิเศษ แล้วเราก็จะมีผู้พิทักษ์เป็งู ระวังตัวไว้ข้าบอกด้วยความหวังดีซซซซ” มันหัวเราะต่อ ก่อนจะเลื้อยหนีไป
ข้าไม่รู้ว่าจะระวังการที่มีผู้พิทักษ์เป็งูไปทำไมเลยเลือกจะไม่สนใจแล้วเดินต่อ เรามาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีใบหรอมแหรมทว่าบนพื้นมีหญ้าสีเขียวอมส้มขึ้นอยู่เล็กน้อยป่านี้ไม่ได้อุดมสมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็ ข้าไม่เคยสังเกตมาก่อนแล้วก็คงไม่คิดจะสนใจหากไม่ได้เจอพวกสัตว์นักล่าเมื่อวาน
แม่กวางนั่งลงดูข้าเล็มหญ้านิ่งๆ แววตานางเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร นางสอนข้าเื่ดูใบไม้ที่กินได้กับไม่ได้เพื่อใช้กินประทังชีวิตก่อนที่จะของีบพักผ่อน
ข้ารอจนมั่นใจว่าแม่หลับสนิทแล้วถึงลุกขึ้นยืนบิดี้เีเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปในพุ่มไม้ใหญ่ ฝ่าพวกกิ่งไม้เล็ก ๆแต่น่ารำคาญ กระทั่งมาถึงใต้ต้นหว้าั์ก็เจอกับบุคคลที่ตามหา
“ตอนแรกเ้าข้าฆ่าทำไมในเมื่อก็รู้ว่าข้ามีความคิดจะรวมโลกเป็หนึ่งอีกครั้งนั่นมันตรงกับเป้าหมายของเ้าไม่ใช่เหรอ” ข้าร้องถามบิงกี้ในร่างครึ่งมนุษย์
“อย่าสำคัญตัวผิดเ้ากับข้าไม่เหมือนกันสักนิด ทั้งวิธีคิด ทั้งเป้าหมาย” นางแมวกล่าวเสียงเย้ยหยันก่อนจะหย่อนลูกหว้าเข้าปาก “เ้าแค่ทำตามไอ้กวางเหลืองนั่นโดยไม่สงสัยไม่ตั้งคำถาม ถ้าให้ข้าเดา ไอโรก็แค่อยากเอาชนะพวกอัลเพื่อทวงโลกทั้งใบกลับมาไม่ได้สนใจจะปฏิรูประบบนิเวศน์ที่เน่าเฟะนี้สักนิด”
“แต่ข้าสนข้ารู้แล้วว่าเ้า้าอะไรและข้าเห็นด้วยมาก ๆ แต่วิธีการของเ้ามันป่าเถื่อน เต็มไปด้วยความสูญเสียเ้าซ้อนแผนฆ่าเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพราะรู้ว่าพวกนั้นไม่ไว้ใจเ้าพร้อมกับทำให้ข้าหลุดจากตำแหน่งว่าที่ผู้พิทักษ์ บิงกี้ การคุมกำลังพลจำนวนมากเป็เื่ปกติจะถูกกังขาแม้แต่ผู้อยู่สูงสุดของจักรวาลก็โดนตั้งคำถามกับสิ่งที่ท่านทำมาแล้วนับไม่ถ้วนเ้า้าแนวร่วมอย่างข้าช่วยให้บรรลุเป้าหมาย”
“ขอบใจสำหรับข้อมูลที่ไม่ได้ถามนะแต่ถ้าข้าอยากได้เ้ามาช่วยจริงข้าก็ชวนด้วยตัวเองไปแล้วสิ” บิงกี้เบ้ปากใส่
“แล้วเ้าปรากฏตัวให้ข้ารู้ทำไมเ้าแผ่พลังมานาออกมาให้ข้ารู้สึกได้จากที่ไกล คงไม่ได้แค่มาแบ่งลูกหว้าให้กินใช่ไหม”ข้าถามพลางเตรียมร่ายเวท เผื่อว่านางแมวจะโจมตี
บิงกี้ขำขณะร่อนตัวลงจากกิ่งไม้ลงมายืนบนพื้น“เดาถูกนะ ข้าแค่อยากแบ่งผลไม้ให้เ้ากิน เป็ครั้งสุดท้ายที่จะมีใครเอาอาหารมาให้แล้วนะลิมุนรับไปสิ” มันแบมือ เผยให้เห็นลูกหว้าสุดหง่อมสามลูกส่งกลิ่นหอมหวาน
“ขอบใจแต่ถ้าข้าอยากกินจะขึ้นไปเอาเอง” ข้าส่ายหัว“อะไรที่ทำให้เ้าอยากจะทำเื่แบบนี้กันบิงกี้ความคิดหัวขบถเพื่อความก้าวหน้าของสังคมโดยรวมแบบนี้ส่วนมากจะอยู่ในสัตว์ที่มีอารยธรรมอย่างมนุษย์อย่าบอกนะว่าเ้าเองก็เคยออกไปโลกภายนอกมาก่อน”
“เปล่าข้าก็แค่...อยากจะทำของข้าเอง ไม่ได้มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น” บิงกี้กอดอก เอนหลังพิงต้นไม้
ข้าไม่เชื่อนักคราวก่อนตอนถามเหตุผลที่บิงกี้ก่อฏก็ได้คำโกหกกลับมา มันแค่ยังไม่บอกข้าเท่านั้น
“งั้นกลับไปคิดหน่อยเถอะว่าอยากให้ข้าช่วยมั้ยเ้าเปลี่ยนโลกทั้งใบลำพังไม่ได้บิงกี้ เ้า้าความนุ่มนวลกว่านี้” ข้าแกล้งหันหลังกลับ“ครั้งนี้ข้ามาเพราะมีเื่จะคุย แล้วเ้าล่ะ บอกใบ้ให้ข้ามาหาทำไม”
ฟิ้ว!
เสียงหวีดหวิวของวัตถุบางเฉียบลอยผ่านอากาศมาทางข้าแต่แล้วก็เงียบลง รอบตัวข้ามีโล่เวทสีขาวนวลเรืองแสงล้อมรอบถึงห้าชั้นมันดูดการโจมตีเมื่อครู่เข้าไป
“ข้าเป็พวกตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้สุดน่ะคิดจะฆ่าใครแล้วก็ต้องเอาให้ได้” บิงกี้เอ่ยข้าหันกลับไปมองก็พบว่ารอบตัวมันมีใบไม้ที่ถูกเคลือบด้วยแสงสีเขียวอ่อน ๆลอยอยู่เต็ม “ขอบใจสำหรับความสาระแนนะลิมุน แต่อย่างที่บอกข้าไม่ได้้าให้เ้าช่วย ข้ามีแผนเป็ของตัวเองและเลือกแล้วว่าใครจะได้อยู่ในแผนนั้นบ้าง”
“คำว่าแผนมันปรับเปลี่ยนได้เสมอล่ะเ้าฉลาดเกินกว่าจะทำอะไรแบบไม่มีการยืดหยุ่นนะ” ข้าหรี่ตามอง รู้สึกตงิดใจประหลาดภายใต้ความบ้าเืและไร้เหตุผลนั้นมีความคิดที่ล้ำลึกซ่อนอยู่ไม่อย่างนั้นคงไม่เห็นปัญหาระบบนิเวศน์ของดาวนี้ที่ท่านประธานตั้งใจสร้างให้ใครสักคนมาแก้หรอก
“จะยืดไม่ยืดก็อยู่ที่ข้าอีกนั่นล่ะลาก่อนกวางน้อย” อีกฝ่ายพูดแค่นั้น ก่อนที่พายุใบไม้จะพุ่งมาทางข้าด้วยความเร็วระดับสูงจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พลังมานาที่เคลือบอยู่บนใบไม้ค่อย ๆกัดเซาะจนโล่แหว่งเป็หย่อม ๆ เหมือนโดนปลวกไรแทะ นางจงใจใช้เวทย่อยสลายแทนการโจมตีด้วยพลังสมกับเป็บิงกี้
“ทำไมยืนนิ่งอย่างนั้นล่ะจ๊ะลิมุนจะรอให้ใบไม้นั่นเฉียดโดนิัหรือไง บอกเลยว่าถ้าไม่ตายทันทีก็จะติดเชื้อแล้วค่อยๆ หมดลมหายใจอย่างทรมานนะ” บิงกี้หัวเราะร่าขณะก้าวเท้าเดินเข้ามาหาข้าพร้องกางเล็บที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าที่เคยเห็นถึงสามเท่า
ข้าแกล้งทำเป็ไม่ได้ยินที่มันพูด“ไม่รู้นะว่าใช้เวลาเท่าไหร่กว่าพาสซีฟจะชุบเ้าขึ้นมาแต่ถือว่าข้าให้เวลากลับไปคิดก็แล้วกัน จะร่วมแผนการไปกับข้าหรือจะเดินตามทางของตัวเองก่อนแต่บอกเลยว่าหากคิดจะฆ่าใครทิ้งขว้างแบบวันนี้อีกข้าไม่ปล่อยเ้าไว้หรอกนะ” ข้าจ้องมันด้วยสายตาจริงจัง“Holy Cage! , Devine of apocalypse : Meteor!”
สิ้นเสียงร่ายเวทซี่ลูกกรงสีขาวก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นล้อมตัวบิงกี้ไว้ กรงนี้กว้างใหญ่เท่าช้างตัวเต็มไวสูงเสียดฟ้าจนแหงนหน้าเท่าไหร่ก็มองไม่เห็นยอด เหมือนจะมากไปหากเทียบกับขนาดตัวนางแมวทว่าตอนนั้นเอง อุกกาบาตขนาดเล็กก็พุ่งลงมาเป็เส้นตรงตามทางของซี่ลูกกรง
“เป็ไปไม่ได้! เ้าลูกไฟนั่นผ่านกำแพงแก้วเจ็ดชั้นมาได้ยังไง”บิงกี้ร้องประท้วงพลางใช้กรงเล็บช่วนไปตามซี่กรงเพื่อหาทางหนี
ข้ายักไหล่“ก็ไม่ได้มาจากนอกโลกนี่นา ข้าสร้างมันด้วยเวทมนตร์ส่วนที่ต้องสร้างกรงให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ก็เพื่อจำกัดแรงะเิให้อยู่ในอาณาเขตเท่านั้นเหมือนหย่อนลูกอมเมนทอสเข้าไปในโค้กที่เหลือก้นขวดไง”
“พูดอะไรไม่รู้เื่อีกแล้วปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้ลิมุน! ข้าคืนชีพได้แต่ตอนตายมันก็เจ็บนะโว้ย!!” บิงกี้โวยวายพลางทุบกรงเต็มกำลังมันคืนร่างกลับเป็แมวแล้วพยายามลอดออกจากช่องว่างแต่ข้าก็เพิ่มซี่ลูกกรงให้ถี่ขึ้นจนร่างแมวลิงซ์ไม่อาจออกมาได้ ข้าี้เีอยู่ดูต่อทว่าก่อนจะหันหลังกลับ ข้าได้ยินเสียงเ้าสัตว์ในกรงพูดบางอย่าง
“รักแม่เ้าให้มากๆ นะ...คิก” จบประโยค อุกกาบาตก็พุ่งลงมาทับร่างนางแมวแสงสว่างจากพลังงานมหาศาลทำให้ข้าไม่เห็นอะไรไปชั่วขณะ แต่ที่แน่ใจก็คือสีหน้าสุดท้ายก่อนบิงกี้จะตายก็คือ...เยาะเย้ย
ข้าหันหลังก่อนจะวิ่งกลับไปทางเดิมที่จากมาอย่างไม่คิดชีวิตสติสมาธิกระเจิงจนลืมไปว่าตัวเองใช้เวทเพิ่มความเร็วได้ กระทั่งมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมข้าก็พบว่าแม่กวางยังนอนอยู่ตรงนั้น สภาพภายนอกปกติดี
“ท่านแม่...ท่านแม่”ข้าเรียกด้วยใจสั่นเทา ขณะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ “ตื่นได้แล้วขอรับ เย็นแล้วเราต้องหาที่ปลอดภัยอยู่ ไม่งั้นพวกสัตว์กลางคืนจะ...” คำพูดทั้งหมดของข้าถูกกลืนหายเข้าไปในคอเมื่อครู่ข้าเห็นเพียงร่าง่ล่างของนางนอนอยู่กับพื้นทว่าั้แ่ส่วนหัวขึ้นไปนั้นมีวัตถุคล้ายถุงมันเงาครอบไว้จนมิด
เสียงหัวเราะดังมาจาก้าต้นไม้“ว่าไงงงลิมุนซซซ ขอโทษทีนะ ลูกพี่ข้าเขาหิวจนตาลายซซซ ไม่ทันมองว่านั่นแม่เ้าน่ะซซซ”งูเขียวตัวเดิมเอ่ยและเมื่อข้าหันไปจ้องมันก็เลื้อยหนีไปทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเ้าเล่ห์
ข้ายืนมองแม่ผู้ให้กำเนิดที่สิ้นลมหายใจไปแล้วกำลังถูกงูเหลือมั์เขมือบร่างความคิดมากมายที่เคยตีกันจนว้าวุ่นสับสนเงียบเสียงสนิท ข้านึกอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าควรต้องทำยังไงในตอนนี้และไม่รู้ว่าชีวิตจากนี้จะเป็ยังไง
ข้าเป็พวกตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้สุดน่ะคิดจะฆ่าใครแล้วก็ต้องเอาให้ได้
คำพูดของบิงกี้ย้อนกลับเข้ามาตอนนั้นเองที่ข้าเพิ่งรู้ว่ามันไม่ได้หมายถึงแค่ข้าแต่รวมไปถึงแม่พันธุ์กวางตัวสุดท้ายของป่าด้วยต่างหาก