Bustling Officialdom กลรักเกมอำนาจ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 4 เกม สารเสพติดและการร่วมรัก (6)

    ตอนที่ 4 เกม สารเสพติดและการร่วมรัก (6)

            หลังจากครุ่นคิดกับตนเองไปสักพัก เซวียติ้งก็ส่งเสียงหัวเราะแปลกประหลาด เขาชูมือพลางกวักมือเรียกคนคนหนึ่งจากโซฟาอีกห้อง คนคนนั้นเดินเข้ามาโน้มกายลงข้างๆ เขา เขาพูดอะไรบางอย่างเสียงเบาแล้วคนคนนี้ก็ยืนตรง ก่อนจะบอกคนอื่นๆ ว่า “ไปเถอะ ย้ายที่กันพวก”

            พวกเขาหลายคนทยอยกันลุกขึ้น บอกลาเขาคำหนึ่ง แล้วเดินออกจากห้องพักแขกไปพร้อมกัน หลังพวกเขาออกไป ห้องสวีตก็เงียบลง เหลือแค่พวกเขาสองคน

            เซวียติ้งยืนขึ้น ดึงเนกไทของกู้ชิงฉับพลัน รั้งเขาขึ้นมา โดยที่กู้ชิงคุกเข่าข้างหนึ่งบนโต๊ะ

            “ฉันนึกว่าตัวเองอ่านนายจนทะลุปรุโปร่งแล้วซะอีก แต่กลับกันเลย นายต่างหากที่อ่านพวกเราซะพรุน”

            กู้ชิงที่กำลังคุกเข่าข้างหนึ่งบนโต๊ะ เผยสีหน้าไม่พอใจออกมาวูบหนึ่ง เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็นว่า “เรื่องในวันนี้ พวกเราจบมันแค่นี้เถอะ”

            “ไม่ครับ” เซวียติ้งไล้นิ้วไปตามใบหน้าหล่อเหลาของเขา “นายกเทศมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์นครเจียง”

            ความรู้สึกที่โดนคนอื่นจ้องราวกับเป็นเหยื่อ ทำเอากู้ชิงไม่สบอารมณ์

            “เงื่อนไขที่ฉันเสนอให้นายไป มันเป็นข้อตกลงที่เหนือกว่าของคนอื่นมากเลยนะ มองการณ์ไกลหน่อยสิ ในนครเจียงนี้น่ะ มีใครได้ข้อสัญญาที่อื้อซ่าขนาดนี้จากฉันบ้าง กู้ชิง นายน่ะคนแรกเลยนะ”

            พูดจบ เซวียติ้งก็เผยรอยยิ้มมุมปากด้วยความเร้าใจออกมาวูบหนึ่ง ส่วนนิ้วมือที่วาดไปกับใบหน้าของอีกฝ่าย ค่อยๆ ไล้ลงมาถึงลำคองดงาม

            “ประธานเซวีย สำรวมด้วยครับ”

            กู้ชิงยื่นมือไปคว้าจับมือที่อยู่ไม่สุข ซ้ำยังเผยเจตนาคลุมเครือ

            มือที่กำลังจับข้อมืออยู่นั้นบีบแรงมากๆ เซวียติ้งมองไล่จากเนกไทเบื้องหน้าที่ถูกตนจับไว้ ไปถึงชายหนุ่มที่เอียงกายเข้ามา ภายใต้สีหน้าไร้ความรู้สึกของเขากำลังอดกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ ชั่ววินาทีนั้น ก้นบึ้งในใจของตนกลับมีความรู้สึกประหลาดเอ่อล้นขึ้นมาแวบหนึ่ง ไม่เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาก่อน

            เขาชอบแต่เด็กสาวกับเด็กหนุ่มที่เชื่อฟังและว่าง่ายมาแต่ไหนแต่ไร เพราะคนแบบนี้ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ผุดผ่องจากภายใน เพราะสาเหตุนี้เวลาที่เขาเป็นฝ่ายแต่งแต้มสีสันไปบนเรือนร่างของพวกเขา ถึงได้สดใสกว่าเก่า

            ดังนั้นผู้ใหญ่ทั้งเพศชายและเพศหญิงถึงไม่เคยถูกใจเขาเลยสักครั้ง

            ทว่าผู้นำการปกครองระดับสูงประจำนครที่อยู่เบื้องหน้า กลับอ่านเขาจนทะลุปรุโปร่งภายในพริบตา ทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่า...โดนเขย่าขวัญเข้าให้ ความรู้สึกแบบนี้แฝงความกระตุ้นที่แปลกใหม่ ทำให้ความต้องการที่ไม่คุ้นเคยเอ่อท้นไปวูบหนึ่ง พอโดนแรงขับทางความปรารถนากระตุ้นแบบนี้ เขาจึงอยากจะลงมือทำอะไรบางอย่างกับอีกฝ่าย

            มุมปากเผยรอยยิ้มโลภกระหาย ในจังหวะที่เขาจะออกปากเพราะอยาก ‘เชิญชวน’ อีกฝ่าย เสียงเคาะดัง ‘ก๊อกๆ’ ก็ดังมาจากประตูทางเข้า

            “เซวียติ้ง กู้ชิงอยู่ข้างในใช่ไหม ฉันจะพาเขากลับไปส่ง”

            เสียงของเซินฝานจีผู้เป็นภรรยาดังขึ้น

            บรรยากาศกระอักกระอ่วนภายในห้องพลันหายไป กู้ชิงปล่อยข้อมือที่จับอยู่ แล้วดึงเนกไทที่อีกฝ่ายรั้งไว้กลับมา ก่อนจะลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่

            เซวียติ้งลุกขึ้นอย่างหัวเสีย แล้วยิ้มเอ่ยว่า “คืนนี้หมดโอกาสร่วมคืนหรรษากับนายซะแล้วสิ” พูดจบ ก็เดินไปเปิดประตู

            เมื่อประตูเปิดกว้าง เซินฝานจีกวาดตามองสามีไปที แล้วเดินเข้ามาบอกกู้ชิงว่า “ดึกมากแล้ว ข้างนอกยังฝนตกอยู่ เดี๋ยวฉันจะไปส่งนายเอง”

            กู้ชิงพยักหน้า แล้วเดินออกไปพร้อมเธอ

            หลังจากมองส่งเงาหลังที่กำลังเดินกลับของทั้งสอง เซวียติ้งก็ปิดประตู กลับไปนั่งโซฟา พลางหยิบขวดเหล้ามากระดกอึกหนึ่ง

            หลังออกจากโรงแรม เข้าไปนั่งในรถของเซินฝานจีแล้ว กู้ชิงถึงได้พูดว่า “ขอบใจนะ”

            เซินฝานจีสตาร์ตรถ ขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านพักข้าราชการในเขตฮั่นเจียง แล้วเอ่ยว่า “นายรู้นี่ ว่าฉันไม่อยากได้ยินคำว่า ‘ขอบใจ’”

            กู้ชิงนิ่งเงียบพลางมองน้ำฝนที่ถูกกันไว้หน้ากระจกรถ

            “กู้ชิง นายจะไม่ยอมเลือกข้างไปตลอดไม่ได้หรอก ที่นี่น่ะ พวกเรายังไว้ใจกันเหมือนสมัยมหา’ลัยได้นะ”

            พูดจบภายในรถก็นิ่งเงียบอีกสักพักหนึ่ง ในขณะที่เธอนึกว่ากู้ชิงจะยังนิ่งเงียบต่อไป กลับเอ่ยขึ้นมา

            “ฝานจี เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก”

            “ฉันก็แค่....” เธอเอ่ยเสียงแหบราวกับบางอย่างจุกอยู่ที่คอ “ฉันก็แค่เป็นห่วงนาย”

            “ถ้าเธอจะเป็นห่วงฉันละก็ เอาความห่วงใยกับความคิดที่มีไว้ใช้กับตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ”

            เซินฝานจีเผยยิ้มขมขื่น

            “ดูนายสิ ยังเหมือนตอนนั้นเลย นายมองฉันแค่ทีเดียวก็รู้แล้วว่าจริงๆ ฉันคิดอะไรอยู่ แถมอ่านการ์ดเชิญแค่ฉบับเดียวก็คาดการณ์สภาวะของฉันได้แล้ว กู้ชิง ฉันนึกว่าพวกเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่เหมือนกันสุดๆ ฉันถึงต้องการคำปลอบใจจากนาย แต่ความจริงคือนายควบคุมทุกอย่างได้ เข้าใจไปถึงอนาคตอีก...ตอนนี้ลองคิดดูสิ สิ่งที่ฉันเฝ้ารอที่จะได้รับจากนาย ไม่ใช่แค่ความเป็นเพื่อนแบบเมื่อก่อนหรอกนะ แต่ยังอยากได้ความสามารถควบคุมสติที่ติดมากับตัวนายอย่างตอนนี้ไง นี่คือความโลภอย่างหนึ่ง และมีแค่นายคนเดียวที่มอบให้ฉันได้”

            กู้ชิงตั้งใจฟังเรื่องปรับทุกข์ของเธอจนจบ

            “ก่อนเธอจะเป็นภรรยาของเซวียติ้ง หรือคุณหนูใหญ่ตระกูลเซิน เธอคือเซินฝานจี เธอที่เป็นตัวของตัวเอง ฉันให้คำสัญญาหรืออะไรกับเธอไม่ได้ทั้งนั้น เพราะฉันรู้ว่าถ้าวางสองฐานะนี้ไป เธอก็คือคนที่ไม่ได้เที่ยวอวดว่าตัวเองมาจากตระกูลไหนเหมือนในสมัยมหา’ลัย แถมยังโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะงั้นเซินฝานจีคือคนที่สะดุดตาและไม่ธรรมดามาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องมีกู้ชิงอย่างฉันสักหน่อย”

            คำพูดที่เอ่ยเรียบๆ ราวกับให้แรงใจทำให้เธออึ้งไป ขอบตาร้อนผ่าวเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องBustling Officialdom กลรักเกมอำนาจ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน