ตอนที่18 แพลตฟอร์มเดสตินี
“อาเฟยเถาพ่อเหอนะหรือคะ?” ซูเวยทวนชื่อพ่อบุญธรรมด้วยความแปลกใจเธอไม่คาดคิดว่าพ่อบุญธรรมของตนเองจะมีเส้นสายที่รู้จักคนของทหารและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ทำให้เธอรู้สึกพอใจและ้าพูดคุยกับพ่อบุญธรรมในตอนนี้
กัวจวินถามซูเวยด้วยความสงสัยที่เห็นเธอ้าอุปกรณ์ต้องห้ามนี้อย่างเร่งด่วน“เวยเวย น้องอยากได้อุปกรณ์พวกนี้ไป
ทำอะไร?”
“เอาไว้ไปพูดกับพ่อบุญธรรมพร้อมกันดีกว่าค่ะหนูี้เีอธิบายหลายครั้ง” ซูเวยมีสีหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อยก่อนตอบกัวจ
วินตามตรงเธอไม่้าพูดเื่เดิมซ้ำหลายครั้ง จึงเลือกที่จะพูดกับพ่อแม่บุญธรรมพร้อมกับพี่ชายต่างสายเืไป
พร้อมกันซึ่งช่วยประหยัดพลังงานของตนเองดีกว่า
กัวจวินส่ายหัวให้กับท่าทางของน้องสาวเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าน้องสาวแตกต่างจากเด็กคนอื่นเธอไม่ตามใจ
เขาที่เป็พี่ชายแต่กลายเป็ว่าเขาต้องตามใจเธอแทนทำให้เขาเริ่มสับสนกับการเป็หลานชายคนเดียวของตระกูลกัวที่มี
แต่คนเอาอกเอาใจมากขึ้นครั้นเห็นว่าเธอไม่ได้เื่มากเหมือนเด็กคนอื่นทำให้เขายอมยืดหยุ่นกับเธออย่างเต็มใจ
“ก็ได้ๆงั้นไปพูดคุยกันข้างในเถอะ”กัวจวินยกมือยอมแพ้ก่อนที่จะเดินตามหลังน้องสาวเข้าไปในห้องโถง
เมื่อซูเวยเดินเข้ามาถึงห้องโถงแล้วปรากฏว่าผู้ใหญ่ทั้งหลายพูดคุยกันเื่การจัดการรับเธอเป็ลูกบุญธรรมของกัวลี่จิน
และเหอเฟยเถาเสร็จเรียบร้อยพอดี
ซูเวยเห็นดังนั้นจึงพูดถามเหอเฟยเถาอย่างคาดหวังว่า“พ่อบุญธรรมคะ หนูอยากได้ตัวแปลงสัญญาณ......พ่อบุญธรรม
สามารถติดต่อให้หนูได้ไหมคะ? หนูมีเงินซื้ออยู่ค่ะ”
กัวเป่า เกาอิงกัวลี่จิน หวังฉี และเหอเฟยเถาต่างพากันอึ้งตะลึงและสอบถามซูเวยด้วยความสงสัยว่า
“เวยเวยหลาน้าอุปกรณ์นี้ไปทำอะไร?”
“เวยเวยหนูรู้ไหมว่าอุปกรณ์นี้เป็ของต้องห้าม?”
“เวยเวยลูกอยากได้ทำไมหรือ?”
“ราคามันแพงมากเลยนะเวยเวย”
“พ่อต้องถามพี่ชายก่อนลูกจะเอาไปทำอะไร?”
ทั้งห้าคนถามขึ้นมาพร้อมกันทำให้ซูเวยไม่รู้จะตอบคำถามของใครก่อนดีแต่ชายชรากัวเป่าถามหลานสาวบุญธรรมอีกครั้ง
ด้วยความแปลกใจว่า“หลานจะเอาอุปกรณ์นี้ไว้ใช้ทำอะไร?”
ซูเวยเลือกที่จะตอบคำถามของปู่บุญธรรมเนื่องจากเป็คนที่าุโมากที่สุดและดูเหมือนจะมีอำนาจตัดสินใจมากที่สุด
เช่นกันว่า“หนูจะเอาตัวแปลงนี้มาดัดแปลงเข้ากับคอมพิวเตอร์ของหนูไว้ใช้สื่อสารระหว่างประเทศและสืบค้นข้อมูลจำนวน
มากที่้าความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดอินเทอร์เน็ตที่มีใช้ในหมู่บ้านมันช้า ช้ามากๆค่ะ หนูอยากทำแพลตฟอร์มเดสตินี
ค่ะ”
คำตอบของซูเวยทำให้คนทั้งหมดต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงมีทั้งประหลาดใจ มีทั้งสับสนมีทั้งตื่นเต้นยินดี
โดยเฉพาะเหอเฟยเถากับกัวลี่จินที่มีธุรกิจทำแพลตฟอร์มคอมฟอร์ตซึ่งเป็ธุรกิจคนกลางจัดซื้อและส่งมอบสินค้าทุก
อย่างที่ลูกค้า้าส่งตรงถึงหน้าบ้านโดยคิดค่าบริการเล็กน้อยเท่านั้นแต่ทว่าในตอนนี้เริ่มมีคู่แข่งทำแพลตฟอร์ม
ลักษณะนี้ออกมาแข่งขันมากขึ้นทำให้เขากำลังคิดหาลู่ทางทำธุรกิจใหม่ที่แปลกแหวกแนวพอดีเมื่อได้ยินคำพูดของลูก
บุญธรรมเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจในตัวลูกสาวบุญธรรมคนนี้มากยิ่งขึ้นพลางคิดไปว่าลูกสาวคนนี้จะ
สร้างเื่ประหลาดใจอะไรให้กับครอบครัวของตนได้อีก
“เวยเวยน้องรักน้องเอามาดัดแปลงเองหรือจ้างใครทำให้?”กัวจวินถามด้วยความประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าน้องสาวตัว
น้อยคนนี้จะคิดเื่แบบนี้ได้ถึงแม้ว่าจะมีการสอนเกี่ยวกับสารสนเทศในระดับชั้นประถมศึกษา แต่ทว่าเื่การหาอุปกรณ์
มาดัดแปลงนั้นน่าจะเป็ความคิดต้นแบบจากผู้ใหญ่มากกว่า
เหอเฟยเถาไม่รอให้ลูกสาวบุญธรรมตอบคำถามของหลานชายแต่เขาถามเื่แิแพลตฟอร์มเดสตินีกับเธอโดยตรง
ว่า “เวยเวย ลูกออกแบบแพลตฟอร์มนี้ยังไง?”
ซูเวยนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเรียบเรียงคำพูดเพื่อตอบคำถามเท่าที่ตอบได้เพราะเธอยังกังวลเล็กน้อยหากทุกคน้าเห็น
ตำราทำนาย์เล่มนั้นเธอไม่แน่ใจว่าสามารถเอาออกมาจากคฤหาสน์ขาวได้หรือไม่ แต่เื่ทักษะเชี่ยวชาญด้าน
คอมพิวเตอร์นั้นเธอไม่กังวลใจแต่อย่างใดเนื่องจากโรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้สอนทักษะให้นักเรียนอยู่แล้วดัง
นั้นเธอสามารถแอบอ้างหลักสูตรการสอนของโรงเรียนได้
“หนูเคยอ่านเจอในหนังสือแล้วเกิดความคิดอยากมีแพลตฟอร์มช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่สนใจเื่โชคชะตา
ค่ะ”
“มีทั้งเื่การสร้างบ้านหรือสุสานบรรพบุรุษที่ช่วยเสริมดวงชะตาของผู้คนหรือครอบครัวโดยเชื่อมโยงกับนักออกแบบ
บ้าน อาคาร สำนักงาน หรือสุสานที่มีผลงานน่าเชื่อถือและมีคุณภาพเป็การสร้างรายได้ให้กับคนที่มีอาชีพนี้ด้วย”
“นักษัตรจีนกลุ่มดาว และโจวยี่ ทำนายดวงชะตา เลขมงคล เลขอวมงคลรวมทั้งการเสริมดวงชะตาและแก้ไขภัยพิบัติ
ด้วยการอุปถัมภ์เด็กกำพร้าหรือคนที่ด้อยกว่าให้สามารถผ่านพ้นภัยพิบัตินี้ไปได้โดยการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับวันเดือนปี
เกิดของเด็กทั่วโลก”
“โหงวเฮ้งช่วยออกแบบใบหน้าและบุคลิกภาพที่เสริมดวงชะตา โดยเชื่อมโยงกับศัลยแพทย์หรือโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง
ทั่วโลกรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านปรับปรุงบุคลิกภาพที่มีชื่อเสียง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกรับบริการตามกำลังทรัพย์ของตัว
เองได้”
“การตั้งชื่อตามนักษัตรจีนกลุ่มดาว และวันเดือนปีเกิด เพื่อให้ลูกค้ามีชื่อไว้เปลี่ยนใหม่หรือตั้งให้กับลูกหลานตามความ
เหมาะสม”
“อัญมณีเน้นเื่การออกแบบลวดลายและทำเครื่องประดับสอดคล้องการเสริมดวงชะตาในแต่ละปี ไว้ให้ลูกค้าเลือกซื้อ
ผ่านแพลตฟอร์มนี้ค่ะ”
สุดท้ายซูเวยพูดถึงประเด็นสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจของตระกูลกัวในเื่อัญมณีเครื่องประดับทั้งหลายเธอเว้นเื่
อักขระและเวทมนตร์ไว้เพราะคิดว่าเป็เื่ละเอียดอ่อนเกินไปแต่ถ้าหากมีลูกค้า้าความช่วยเหลือก็สามารถให้
บริการได้แต่ทั้งนี้เธอตั้งใจที่จะให้บริการเฉพาะคนดีเท่านั้นไม่ใช่คนเลวหรือองค์กรชั่วร้ายใดๆ
ั้แ่ซูเวยเริ่มพูดประโยคแรกและอธิบายรายละเอียดของแต่ละประเด็นสำคัญที่เธอคิดวางแผนหาเงินจากตำราทำนาย
์ไว้แล้วนั้นทุกคนที่ได้ยินต่างพากันอึ้งตะลึงอย่างไม่เชื่อว่าจะเป็ความคิดของเด็กอายุแค่สิบขวบที่สำคัญคือเป็
เด็กที่เคยเกียจคร้านและเรียนไม่เก่ง โดยเฉพาะนิสัยเกเรร้ายกาจที่ทุกคนรับรู้มาจากเกาอิงแล้วครั้นเมื่อได้ยินแิจาก
ปากของซูเวยทำให้ทุกคนพลิกกลับความคิดและเริ่มมองซูเวยในมุมมองใหม่ทันที
“เวยเวยหลานอ่านและเข้าใจหนังสือได้มากขนาดนี้เลยหรือ?แล้วหนังสือนั่นมีอยู่ในโรงเรียนแน่หรือ?ที่ผ่านมาทำไม
หลานสอบได้คะแนนต่ำสุดในห้องละ?”เกาอิงที่รู้จักหลานสาวตนเองเป็อย่างดีนั้นเธอถามหลานสาวด้วยความสับสน
พลางไม่เชื่อว่าหลานจะเรียนรู้เื่ยากและซับซ้อนแบบนี้ได้ในเวลาอันรวดเร็วถึงแม้ว่ากัวจวินจะเคยทดสอบเธอไปบ้าง
แล้วแต่นั่นเป็แค่หนังสือเล่มบางที่หลานสาวอาจจำได้ในเวลาอันสั้นแต่ทว่าเื่ยากแบบนี้เธอไม่คิดว่าหลานสาวจะ
ทำได้ทำให้เธอถามหลายคำถามด้วยความสงสัยถึงที่มาที่ไปของความรู้ที่หลานมี
ซูเวยตัดสินใจตอบโกหกตาใสกับยายพลางสบตาทุกคนเหมือนจริงใจว่า“โธ่! ยายคะ ก็หนูี้เีนี่คะ เลยไม่อยากทำตัว
เด่นในโรงเรียนอันที่จริงหนูสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้เลยจริงๆนะคะหนูเห็นในโทรศัพท์และโทรทัศน์พูดเื่
แพลตฟอร์มอะไรนี่ หนูเลยศึกษาลองดูและเห็นว่าน่าจะเป็ช่องทางสร้างอาชีพและรายได้ที่ดีเลยนะคะเอาเป็ว่าเปิด
เทอมคราวนี้หนูจะสอบให้ได้ที่หนึ่งของโรงเรียนให้ยายดูเองค่ะ”สุดท้ายซูเวยท้าทายยายตัวเองอย่างจริงจัง
ท่าทางจริงจังและมุ่งมั่นของซูเวยทำให้ทุกคนปลาบปลื้มในความสามารถมากกว่าที่จะสงสัยเธออีกถึงแม้ว่าทักษะของซู
เวยจะสูงเกินกว่าเด็กทั่วไปจนผิดสังเกตก็ตาม
คำพูดของซูเวยที่พยายามสื่อสารกับทุกคนทำให้ชายชรากัวเป่าตาโตด้วยความตื่นเต้นเขาสอบถามหลานสาวบุญธรรม
เกี่ยวกับสถานที่ฝังร่างภรรยาตนเองอย่างคาดหวังว่า “เวยเวยปู่อยากให้หลานไปดูฮวงซุ้ยของภรรยาปู่ให้ที ตระกูลกัวของ
เรามีปัญหาอุปสรรคทางธุรกิจบ่อยครั้งไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับเื่นี้ไหม?”
เขา้ารู้ความจริงและทักษะของหลานสาวบุญธรรมว่าเก่งกาจจริงดังที่เธอเสนอเื่การทำแพลตฟอร์มหรือไม่ถึง
แม้ว่าเขาจะว่าจ้างซินแสชื่อดังราคาสูงในสมัยก่อนมาหาฮวงซุ้ยที่ดีสำหรับฝังร่างของภรรยาก็ตามแต่เขายัง้ารู้
ความสามารถของซูเวยไปด้วยเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจในธุรกิจของตระกูลกัวอย่างจริงจัง
“ได้ค่ะคุณปู่”ซูเวยตอบรับอย่างยินดีเพราะตัวเธอเอง้าทดสอบทักษะที่เพิ่งเรียนรู้มาจากตำราทำนาย์เช่นกัน
ว่าจะเป็อย่างไรเนื่องจากเป็ความรู้ที่แตกต่างและเหมือนกับวิทยาศาสตร์ที่เธอเคยเรียนรู้มาบนดาวเอเอสจึง้า
ศึกษาและเปรียบเทียบดูว่าศาสตร์แต่ละด้านมีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรบ้าง
……….
สุดท้ายมีแค่ซูเวยเกาอิง กัวเป่า และกัวจวินที่เดินทางขึ้นูเาเพื่อไปยังตำแหน่งที่ฝังร่างของภรรยากัวเป่าไว้ส่วนหวังฉี
กัวลี่จิน และเหอเฟยเถาอยู่เฝ้าบ้านและเป็เพื่อนภรรยากับพี่สะใภ้เนื่องจากหญิงทั้งสองคนสวมใส่ชุดกระโปรงและ
รองเท้าส้นสูงซึ่งไม่เหมาะสมในการเดินบนเขาแม้แต่น้อยก่อนที่ซูเวยและคณะจะเดินออกจากบ้านเธอหันหน้ามาบอกพ่อ
แม่และป้าบุญธรรมอย่างจริงจังว่า
“อย่าออกไปนอกบ้านนะคะแถวนี้มีสัตว์ป่าชุกชุม เดี๋ยวจะมีอันตรายได้” ซูเวยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ความจริงแล้วเธอ
เปิดใช้งานค่ายกลเพื่อปกป้องคนที่อยู่ในบ้านแต่ไม่้าอธิบายอะไรให้มากความเพราะแค่เื่ความรู้ในการทำ
แพลตฟอร์มเดสตินีนั้น เธอต้องหาคำโกหกมากพอแล้วจึงไม่อยากสร้างปัญหาให้กับตัวเองอีก
“พ่อกับแม่เข้าใจแล้วเวยเวยรีบไปรีบมาเถอะ”เหอเฟยเถาผู้พ่อที่เห่อลูกสาวใหม่พลางตอบกลับซูเวยอย่างอารมณ์ดีนั่น
เป็เพราะว่าเขามีความสุขและสมหวังเป็อย่างยิ่งที่มีลูกสาวเก่งกาจถึงแม้ว่าในอดีตนั้นลูกสาวจะเคยเป็เด็กเกเรและ
นิสัยไม่ดีมาก่อน แต่ทว่าเขาเชื่อสายตาและสัญชาตญาณตัวเองที่ััได้ว่าลูกสาวคนนี้จะนำโชคลาภมาให้กับครอบครัว
ตนเองอย่างแน่นอนดังนั้นจึงให้ความเชื่อมั่นในตัวลูกสาวอย่างเต็มที่
ด้านซูเวยที่ได้ยินคำพูดของพ่อบุญธรรมที่สื่อความหมายกับตนเองอย่างเชื่อมั่นทำให้เธอสบายใจและผ่อนคลาย ตอนนี้ซู
เวยและยายเกาอิงแบกจอบและเสียมคนละด้ามเพื่อใช้ในการขุดหรือแก้ไขฮวงซุ้ยทั้งสองคนตั้งใจนำอุปกรณ์ขุดดินไป
ด้วย ดีกว่าเสียเวลาเดินทางไปกลับระหว่างฮวงซุ้ยกับบ้านส่วนกัวจวินเดินประคองปู่กัวเป่าอย่างทะมัดทะแมง
สามสิบนาทีต่อมา
ซูเวยและคณะเดินมาถึงเนินเขาด้านทิศเหนือซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางขึ้นประจำของเธอ เป็เนินเขาที่มีฮวงซุ้ยของคนมี
ฐานะดีหลายคนนำร่างของผู้เสียชีวิตมาฝังไว้ด้วยความเชื่อที่ว่าเทพัแห่งเทือกเขาัเขียวจะช่วยปกปักรักษา
ตระกูลให้ร่มเย็นและมั่งคั่งทำให้มีฮวงซุ้ยอยู่เรียงรายบนเนินเขาขนาดใหญ่เป็จำนวนมากส่วนฮวงซุ้ยของภรรยากัวเป่า
นั้นอยู่มุมด้านหนึ่งที่มีชัยภูมิเหมาะสมในสายตาของซูเวยซึ่งเธอตัดสินจากข้อมูลที่ศึกษาจากตำราทำนาย์ นั่นคือ
หนึ่งชัยภูมิที่ตั้งควรอยู่บริเวณเชิงเขาสองทิศทางดีจะนำพลังงานที่ดีมาสู่ครอบครัวสามวันเดือนปีของผู้เสียชีวิตจะต้อง
สอดคล้องกับตำแหน่งที่ตั้งของฮวงซุ้ยและทิศทางด้วยสี่ฤกษ์ยามในการทำฮวงซุ้ย ต้องเป็่เวลาที่ดีที่สุดของผู้เสีย
ชีวิต และห้าการคาดการณ์พลังธรรมชาติในอนาคตเพื่อความยั่งยืนของโชคลาภจากฮวงซุ้ย
แต่ทว่าซูเวยััได้ถึงพลังธรรมชาติที่มีการผันผวนอย่างแปลกประหลาดซึ่งเชื่อมโยงไปถึงหินแหลมก้อนเล็กก้อนหนึ่ง
ที่ถูกฝังไว้ใกล้กับฮวงซุ้ยของย่าบุญธรรมด้วยทักษะดวงตา์ของตนเองทำให้ซูเวยมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอายุ
ของหินก้อนนี้กับหินก้อนอื่นในบริเวณเดียวกันมีความแตกต่างเล็กน้อยที่สำคัญคือหินแหลมก้อนเล็กถูกฝังไว้โดยคนที่มี
ความรู้ของศาสตร์ด้านนี้อย่างแน่นอนซูเวยจึงถามเื่ราวของฮวงซุ้ยย่าบุญธรรมกับกัวเป่าโดยตรงว่า
“คุณปู่คะตอนที่สร้างฮวงซุ้ยนี้ใครเป็คนดำเนินการบ้างคะ?”ซูเวย้าข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างฮวงซุ้ย
เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าคนผิดพลาดหรือธรรมชาติผิดพลาดแต่ภายในใจของเธอนั้นเอนเอียงไปทางคนผิดพลาด
มากกว่าเพราะตำแหน่งจัดวางหินแหลมก้อนเล็กนั้น ไม่น่าจะเป็ผลงานของธรรมชาติอย่างแน่นอน
กัวเป่ารู้สึกแปลกใจกับคำถามที่อาจมีปัญหากับการก่อสร้างฮวงซุ้ยของภรรยาตนเองจึงบอกกับหลานสาวบุญธรรมตาม
จริงว่า “เมื่อสามสิบเก้าปีก่อนหลังคลอดจินเอ๋อร์ได้แค่หนึ่งปีซือซือก็เสียชีวิต ตอนนั้นปู่รู้จักซินแสหลงหยู เขามีชื่อเสียง
มากในเวลานั้นปู่จ้างให้เขาช่วยหาทำเลฮวงซุ้ยของย่าซึ่งก็ได้ที่นี่แหละส่วนการก่อสร้างได้บริษัทหวังเรียลเอสเตทมา
ก่อสร้างให้”
ซูเวยขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัยซึ่งเธอถามเพิ่มเติมอย่างคาดหวังว่า“มีใครรู้เื่ก่อสร้างฮวงซุ้ยของย่าบุญธรรมบ้าง
คะ?”
กัวเป่านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างไม่แน่ใจว่า“ปู่ไม่แน่ใจว่าจะมีใครรู้เื่นี้อีกไหม ถ้ามีก็น่าจะเป็ตาเฒ่าเผิงเพื่อนทาง
ธุรกิจของปู่เองเพราะปู่เคยเล่าให้เขาฟัง”