เมื่อมองดูรองเท้าที่ตนเองสวมใส่ แม้จะเป็รองเท้าสีดำที่ดูธรรมดาอย่างมาก ทว่าเมื่อครู่นี้นางวิ่งมาจากริมแม่น้ำตั้งไกล แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บเท้าเลยแม้แต่น้อย เบาสบาย อากาศถ่ายเทได้ดี
นี่ต้องเป็สมบัติแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย
เฉินเหมียวเหมี่ยวดวงตาเบิกโพลง ความสงสัยในใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“แม่เ้า เฉินเหมียวเหมี่ยว เ้าเจอโชคดีเข้าแล้วงั้นหรือ?”
แต่ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมไม่ได้มีเื่เหล่านี้อยู่เลยนี่นา?
ขณะที่เฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังสับสนและสงสัยในตัวเองอยู่นั้น เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นทำลายความคิดทั้งหมดของนางทันที
“โฮก!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวรีบหันกลับไปมอง พบว่าเป็สัตว์ร้ายขนาดใหญ่มีเขี้ยวแหลมคมที่สวมชุดเกราะ มันะโออกมาจากในป่า คำรามขึ้นฟ้า เสียงคำรามแฝงไว้ด้วยความเ็ปและพร้อมสู้ตาย
อสูรมาร?
“บัดซบ!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวเวลานี้อยากจะตบหน้าตัวเองสักที กลัวอะไรก็เจออย่างนั้น เวลานี้เจอกับอสูรมารเข้าจริง ๆ เสียแล้ว!
โชคดีที่มันยังไม่เห็นนาง รีบหนี ต้องรีบหนีแล้ว
เฉินเหมียวเหมี่ยวค่อย ๆ ย่องถอยหลัง ทว่าอสูรมารตัวนั้นพลันหันมาพอดี มันจึงพุ่งตัวมาหานาง
“!!!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก รีบวิ่งหนีทันที!
อสูรตัวนั้นมีร่างกายสูงใหญ่ คาดคะเนด้วยตาเปล่าอย่างน้อยน่าจะสูงสองจั้งได้ อีกทั้งมันยังว่องไวอย่างมาก ขณะที่กำลังวิ่งหนี เฉินเหมียวเหมี่ยวรู้สึกได้ว่าพื้นดินมีการสั่นะเื
หากถูกมันชนเข้าละก็ เกรงว่าร่างคงแหลกเป็ชิ้น ๆ ตายโดยไร้ศพอย่างแน่นอน!
แต่เ้าอสูรั์ตัวนี้กลับเหมือนหมาป่าหิวโหยที่ได้เจอเนื้อชั้นดี มันจ้องเขม็งไปที่เฉินเหมียวเหมี่ยวและไล่ตามไม่หยุด เสียงคำรามดังขึ้นเป็ระยะ และไล่ต้อนเฉินเหมียวเหมี่ยวเข้าไปในหุบเขาที่มีหินประหลาดตั้งตระหง่านอยู่
ในยามนี้หินขนาดใหญ่สีดำสนิทมากมายปิดทางหนีของเฉินเหมียวเหมี่ยวเอาไว้ เมื่อเห็นว่าไม่สามารถหนีหรือหลบได้อีกแล้ว เฉินเหมียวเหมี่ยวก็โมโหขึ้น!
ก่อนหน้านี้ถูกบุรุษลึกลับผู้นั้นหลอกก็เกินทนแล้ว แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็มนุษย์ ทว่าตอนนี้อสูรมารของโลกใบนี้ก็ยังรังแกนางอีก เห็นนางเป็ลูกไก่ในกำมือหรืออย่างไรกัน?
ต่อให้วันนี้นางต้องตายอยู่ที่นี่ ก็ต้องลากมันไปด้วยให้ได้!
ประกายเย็นเยียบพาดผ่านดวงตาของเฉินเหมียวเหมี่ยว นางพลันหมุนกายกลับไปจ้องอสูรั์ ก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกมันแล้วเอ่ยขึ้น “เ้าตัวอัปลักษณ์ ไล่ตามข้ามาด้วยเหตุใดกัน อิจฉาที่ข้างดงามราวกับดอกไม้อย่างนั้นหรือ?”
อสูรมาร อสูรั์ อสูรร้ายในโลกบำเพ็ญเพียรล้วนมีสติปัญญา และมีปัญญาสูงส่งกว่าสัตว์ป่าธรรมดา
เห็นได้ชัดว่าเ้าสัตว์ตรงหน้าเข้าใจคำยั่วยุของเฉินเหมียวเหมี่ยว จากเดิมที่เกรี้ยวกราดและเ็ปอยู่แล้ว บัดนี้มันแทบอยากจะใช้กีบเท้าเหล็กที่แข็งแกร่งบดขยี้มนุษย์อ่อนแอผู้นี้เสีย!
“โฮก!!!”
อสูรั์กระทืบเท้าหลัง ทันใดนั้นก็ราวกับะุปืนใหญ่พุ่งเข้าใส่เฉินเหมียวเหมี่ยว
กล้ายั่วยุข้า รนหาที่ตายชัด ๆ!
เดิมมันคิดว่าตนเองจะสามารถสังหารมดปลวกตัวนี้ได้ง่าย ๆ คิดไม่ถึงว่านางจะว่องไวมาก และสามารถกลิ้งหลบไปได้อย่างคล่องแคล่ว
อสูรั์ไม่ละความพยายาม หลังจากตั้งหลักใหม่ได้ก็โจมตีนางอีกครั้ง ทว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวก็ยังสามารถหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วเช่นเคย
โจมตีอีกครั้งก็ยังคงเหมือนเดิม
นางราวกับนกกระเต็นที่บินอยู่ในป่า ตัวเล็กและเปราะบางแต่กลับว่องไวอย่างมาก
นางพุ่งตัวหนีได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จึงทำให้อสูรั์เดือดดาลจนถึงขีดสุด มันคำรามเสียงดังลั่น ดวงตาแดงก่ำ ใช้แรงทั้งหมดพุ่งเข้าบดขยี้เฉินเหมียวเหมี่ยว แม้แต่พื้นดินยังทรุดลงไปเล็กน้อยเพราะการะเิพลังของมัน
สิ่งที่เฉินเหมียวเหมี่ยวรออยู่ก็คือ ่เวลานี้เอง!
มุมปากของนางโค้งขึ้นน้อย ๆ พร้อมใช้ฝ่ามือทั้งสองซัดไปอย่างแรง
ตูม!!!
เสียงหินและกระดูกแตกร้าวดังขึ้น ราวกับสายฟ้าฟาดลงมาในวันที่ฟ้าแจ่มใส ช่างน่าตื่นตระหนกยิ่งนัก
หินสีดำสนิทกระเด็นไปกระแทกอสูรั์จนแตกกระจาย อสูรั์ที่น่าสะพรึงกลัวตัวนั้นโงนเงนไปมา สุดท้ายก็ล้มลงแทบเท้าของเฉินเหมียวเหมี่ยว
เฉินเหมียวเหมี่ยวสำรวจเกราะเหล็กของอสูรั์ และเดาว่าอาวุธรวมถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวของมันคงจะมาจากเกราะนี้
ดังนั้นนางจึงใช้วิธีหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช้พลังทั้งหมดของมันสะท้อนกลับไป!
การโจมตีในครั้งนี้ ถึงกับทำให้แผ่นดินสะท้านะเื!
เฉินเหมียวเหมี่ยวชนะพนันในครั้งนี้แล้ว!
นางถอนหายใจออกมา เดินไปหยุดข้างกายอสูรั์อย่างระมัดระวัง ตาและมุมปากของอสูรั์มีเืไหลออกมา ขณะที่นางกำลังจะตรวจสอบ ทันใดนั้นก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น
อสูรั์ที่เดิมควรตายไปแล้ว จู่ ๆ กลับฟื้นขึ้นมา
ที่แท้มันแกล้งตายเพื่อล่อให้เฉินเหมียวเหมี่ยวเข้ามาใกล้!
เฉินเหมียวเหมี่ยวพบว่าไม่ทันการณ์แล้ว อสูรั์สะบัดหางเหล็กยาว ๆ มาทางนางอย่างแรง จนเกิดเสียงแหวกอากาศดังขึ้น
เร็วและรุนแรงอย่างมาก
ไร้หนทางที่จะหลบหลีกได้อีก!
เฉินเหมียวเหมี่ยวเกิดความคิดหนึ่งขึ้นในใจ
จบแล้ว ตายแน่...
ร่างเฉินเหมียวเหมี่ยวถูกฟาดจนกระเด็น นางกลิ้งอยู่บนพื้นหลายตลบ สุดท้ายก็แน่นิ่งไป
เมื่อเห็นว่ามนุษย์เ้าเล่ห์ตรงหน้าในที่สุดก็ถูกตัวเองสังหารได้แล้ว อสูรั์ก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะก้าวไปด้านหน้าด้วยความพึงพอใจ หมายจะฆ่าเฉินเหมียวเหมี่ยวซ้ำอีกครา
ทันใดนั้นความเ็ปก็แล่นขึ้นมา ไอพลังอันรุนแรงแล่นไปตามกระดูกของอสูรั์ มันสะดุ้งเบา ๆ ก่อนที่ศีรษะจะโอนเอนและสลบไป
อสูรั์ตายตาไม่หลับ มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองตายได้อย่างไร
รอบ ๆ บริเวณเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ เท่านั้น
หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เฉินเหมียวเหมี่ยวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นก็ลืมตาขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นนั่งหลังตรง แล้วร้องออกมาด้วยความใ “แม่เ้า โชคดีที่ข้าฉลาดแกล้งตายได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นข้าคงได้ตายไปแล้วจริง ๆ”
นางลุกขึ้นปัดฝุ่นบนตัวออก หลังจากสำรวจร่างกายตัวเองดูแล้ว ก็ยิ่งงุนงงและตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
“แปลกจริง...”
ทั้ง ๆ ที่การโจมตีครั้งสุดท้ายของอสูรั์ตัวนี้ไร้ซึ่งความปรานีใด ๆ เหตุใดนางถึงไม่าเ็เลยล่ะ?
ไม่เพียงไม่ได้รับาเ็ นอกจากผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยแล้ว นางก็ไม่รู้สึกถึงความเ็ปใด ๆ ด้วย
เฉินเหมียวเหมี่ยวมองชุดสีขาวที่มีแสงเปล่งประกาย และไร้ซึ่งฝุ่นผงใด ๆ บนกายของตัวเอง ก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ
คงไม่ใช่กระมัง?
ชุดสีขาวที่นางสวมใส่ไม่เพียงกันยับ กันน้ำ กันฝุ่น กันเปื้อนได้ ยังสามารถป้องกันการโจมตีได้ด้วยอย่างนั้นหรือ?
ถ้าจะเอ่ยให้ถูก การที่อสูรั์ตัวนี้ตายอย่างกะทันหัน เป็เพราะถูกชุดของนางสะท้อนการโจมตีกลับอย่างนั้นหรือ?
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
หากเป็เช่นนั้นจริง ชุดที่นางสวมอยู่ต้องเป็อาวุธเทพระดับสุดยอดอย่างแน่นอน “เ้าของร่างเดิม เ้าได้สมบัติวิเศษทั้งตัวเช่นนี้มาจากที่ใดกันแน่?”
แต่จิติญญาของเ้าของร่างเดิมสูญสลายไปนานแล้ว ย่อมไม่สามารถตอบคำถามของนางได้
“...ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิดแล้ว”
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่ใช่คนที่ชอบดึงดัน ตอนนี้ไม่รู้ก็ไม่เป็ไร อย่างไรก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป
เื่ที่เร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ก็คือ ทำอย่างไร ถึงจะเอาร่างอสูรั์ที่มีขนาดใหญ่ราวกับูเาลูกเล็ก ๆ ไปด้วยได้ นี่เป็รางวัลที่นางแลกมาด้วยชีวิต จะทิ้งไปง่าย ๆ ไม่ได้เด็ดขาด
เฉินเหมียวเหมี่ยวเดินวนรอบอสูรั์ถึงสามรอบ ก็พบว่าแม้มันจะมีหน้าตาน่าเกลียด แต่เขาของมันกลับงดงามยิ่ง สีดำเงา มีจุดสีเงิน ราวกับงานศิลปะที่ทำขึ้นมาอย่างประณีต โชคดีที่เมื่อครู่กระแทกแรงขนาดนั้นก็ยังไม่หัก ความแข็งแกร่งเช่นนี้ช่างหาได้ยากยิ่งนัก
นางกำลังจะยื่นมือไปลูบไล้เขาของมัน ทันใดนั้นก็มีแสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งมา พร้อมเสียงแหวกอากาศที่น่าสะพรึงกลัว หากไม่ใช่เพราะเฉินเหมียวเหมี่ยวชักมือกลับได้ทัน เกรงว่าข้อมือของนางคงถูกคมกระบี่ตัดทิ้งไปแล้ว
เฉินเหมียวเหมี่ยวมีสีหน้าเข้มขึ้น ก่อนจะหันกลับไปมองด้วยแววตาเย็นเยียบ พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งสวมชุดหรูหราและเหาะมาด้วยความรวดเร็ว
รวดเร็วราวกับพายุ ต้นไม้สูงใหญ่ที่พวกเขาเหยียบย่างก็ราวกับก้อนหิน ท่าทางว่องไวและสง่างามยิ่งนัก
ไม่ต้องสงสัย พวกเขาต้องเป็กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรอย่างแน่นอน