บทที่ 10 2/2
เ้าชายขี่ม้าขาว
ความเดิมตอนที่แล้ว
“เดี๋ยวฉันกลับไปใส่เหมือนเดิมก็ได้นะ”
เตชินทร์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่ยกมือขึ้นในท่าปางห้ามญาติ
พลันเสียงมือถือของเมนิลาก็ดังขึ้นอีกรอบ เตชินทร์จึงได้คว้าข้อมือของเธอให้รีบเดินเข้าไปในตัวของสวนสาธารณะทันที
หากเป็ก่อนหน้านั้น เมนิลาคงไม่ยอมให้ชายหนุ่มได้มีโอกาสแตะเนื้อต้องตัวเธออย่างแน่นอน แต่เพราะเหตุใดกันเธอถึงได้ไม่คิดที่จะขัดขืนเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับปล่อยให้เขาจูงเธอได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
แล้วไหนจะอาการวูบไหวที่หัวใจนี่อีก
เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ …
---------------------------------------------------------
ในขณะที่เมนิลากำลังตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองและเตชินทร์ที่มัวแต่รวบรวมสมาธิไปกับการทรงตัวบนรองเท้าส้นเข็มอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีกลุ่มเด็กนักเรียนชายวัยมัธยมต้นไถเซิร์ฟสเก็ตพุ่งเข้ามาเฉี่ยวหญิงสาวอย่างไม่ทันระวัง จึงทำให้เธอถึงกับเสียการทรงตัวและเป็เหตุให้เตชินทร์ที่กำลังจูงมือเธออยู่ล้มลงไปกับพื้นด้วยเช่นกัน
แม้ชายหนุ่มจะล้มแบบไม่ทันได้ตั้งตัว แต่เขาก็เร็วพอที่จะคว้าหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่นแล้วรีบพลิกตัวเองให้เป็ฝ่ายรับแรงกระแทกแทนเธอก่อนที่จะทั้งสองจะลงไปกองที่พื้นในเสี้ยววินาที
“เฮ้ย! ไม่คิดจะขอโทษกันเลยหรือไง”
เตชินทร์ะโไล่หลังกลุ่มเด็กหัวเกรียนที่ไถเซิร์ฟสเก็ตต่ออย่างไม่รู้สึกรู้สา เขานึกฉุนในใจที่เด็กพวกนั้นแทบไม่มาสนใจไยดีพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
“โทษทีลุง!”
จะมีก็แต่คำขอโทษส่งๆ ที่ได้รับกลับคืนเท่านั้น
เดี๋ยวพ่อก็ตบเกรียนเรียงตัวเลยนี่!
เขาส่ายหัวระอาให้กับเด็กที่ไม่มีสัมมาคารวะพวกนั้น
“เอ่อ…ปล่อยฉันได้หรือยัง”
เสียงคนในอ้อมกอดดังขึ้น เตชินทร์จึงรู้สึกตัวก่อนจะหันกลับมามองยังเ้าของเสียง พบว่าฝ่ายหญิงมีท่าขวยเขินและพยายามหลบตาเขาอย่างเอาเป็เอาตาย พร้อมกันนั้นเมนิลาก็เริ่มขยับตัวเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณให้เขาทราบว่า เขาควรปล่อยเธอได้แล้ว
แต่เหนือสิ่งอื่นใด การทำแบบนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความนุ่มนิ่มบางอย่างบนตัวของหญิงวัยเจริญพันธุ์อย่างเมนิลาซึ่งกระตุ้นสัญชาตญาณเพศผู้ได้เป็อย่างดี!
“วะเหวอออ!!”
เตชินทร์รีบปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมอกได้ทันเวลาก่อนที่น้องชายตัวดีจะลุกขึ้นมายืนมองหน้าอย่างปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ แต่ถึงกระนั้นสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นก็สามารถทำให้ชายหนุ่มหัวใจวายได้เลยทีเดียว เมื่อคิดว่าหากช้าไปกว่านี้อีกเพียงหนึ่งวินาที ทั้งเขาและเธออาจจะมองหน้ากันไม่ติดอย่างแน่นอน
“เจ็บตรงไหนไหม” เธอเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่ๆ ไม่เจ็บเลย สบายมาก…แฮ่ๆ”
เตชินทร์ตอบอย่างตะกุกตะกักพลางยกมือขึ้นปฏิเสธเป็พัลวัน แต่ทว่าเมนิลากลับสังเกตเห็นใบหูของคนตรงหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงได้อย่างชัดเจน แล้วไหนจะท่าทีกระมิดกระเมี้ยนนั่นอีก ทำเอาเธอถึงกับหลุดปากขำออกมาเบาๆหลังจากที่ได้เห็นท่าทีแปลกประหลาดของชายตรงหน้า
เพราะคนที่สมควรจะแสดงอาการแบบนั้นออกมามันควรเป็เธอเสียมากกว่า
“ขำอะไรของเธอเนี่ย”
เตชินทร์เสมองไปทางอื่นก่อนจะยกมือขึ้นลูบหลังท้ายทอยตัวเองเพื่อพยายามซ่อนความเขินอายที่กำลังเกิดขึ้น
หญิงสาวยิ้มจึงมุมปากแล้วส่ายหัวเบาๆก่อนจะลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากก้นตัวเอง
“ไปหาที่นั่งดีๆ นั่งกันเถอะ”
พูดจบก็ยื่นมือไปทางเขา คนถูกชวนจึงหันขึ้นมามองคนตรงหน้า เขามองมันสักพักก่อนจะตัดสินใจยื่นมือออกไปจับมือเล็กๆแสนเนียนนุ่มนั้นแล้วยันตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
เมียใครวะ เท่ฉิบหายเลยโว้ย!
ถึงแม้จะหาที่นั่งได้แล้วก็ตาม ทว่ากลับไม่มีใครคิดที่จะเปิดบทสนทนาเลยสักคน เตชินทร์เองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าพออยู่กับเธอสองคนทีไร บรรยากาศมันมักจะปกคลุมไปด้วยความเงียบเสียทุกครั้ง ส่วนเมนิลาเองก็นั่งนิ่งไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นชวนคุยอย่างไรเช่นกัน ยิ่งการมาเจอกันในครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะเป็ความตั้งใจของเธอเสียที่ไหน
ตึ๊ด ตึ๊ด…
เสียงโทรศัพท์มือถือของเมนิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอจึงรีบหยิบมันออกมาแล้วตัดสินใจปิดเครื่องทันที ในขณะที่เตชินทร์เองก็สังเกตเห็นใบหน้าเป็กังวลของหญิงสาวข้างกายที่เผยออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน เธอทั้งขมวดคิ้วมุ่นแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“วันนี้มาดูตัวเหรอ?”
เตชินทร์อดไม่ได้ที่จะถามในสิ่งที่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ทำเอาเมนิลาหันขวับมามองหน้าเขาอย่างใเพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะรู้เื่นี้ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเขาน่าจะรู้ั้แ่แรกแล้วถึงได้ช่วยพาเธอหนี หญิงสาวจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วพยักหน้าเบาๆ
“นี่มันก็ตั้งปี2023แล้ว แต่ฉันยังถูกแม่จับไปดูตัวอยู่เลย ตลกดีเนอะ”
เมนิลาพูดเหมือนเป็เื่ขำขันแต่ทว่าั์ตาของเธอไม่ได้ดูสนุกไปด้วยสักนิด
“ไม่ตลกเลย!”
เตชินทร์โพล่งขึ้นมาจนเมนิลาใ เธอจ้องหน้าเขาปริบๆเพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะจริงจังอะไรเบอร์นั้น นั่นจึงทำให้เขารู้สึกตัวก่อนจะหัวเราะแห้งๆออกมาเบาๆ
“แต่ฉันก็เข้าใจแม่นะ แกคงอยากจะให้ลูกสาวตัวเองได้เจอคนดีๆ แหละ…”
“แต่ถ้าเธอไม่ชอบ เธอก็ต้องปฏิเสธนะ”
“ฉันก็ปฏิเสธทุกรอบน่ะแหละ”
เมนิลายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะทำทีเปลี่ยนเื่คุย
“ว่าแต่นายเถอะ วันหยุดไม่ไปเที่ยวกับแฟนหรือไง”
เตชินทร์ชะงัก เขาอยากจะตอบกลับไปใจจะขาดว่า
เธอไงแฟนฉัน
แต่ก็ทำได้แค่พูดว่า “ฉันมีแฟนซะที่ไหนกันเล่า”
หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ คนอย่างเขาน่ะหรือจะไม่มีแฟน ถึงแม้ว่าพักหลังเขาจะดูเพี้ยนไปบ้างก็ตามแต่หน้าตาของเขาก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่ แถมจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีด้วยซ้ำ
เธอแทบทำใจเชื่อไม่ได้ว่าเขาจะยังโสด
“แค่เคยมีน่ะ” เขาพูดออกมาอย่างแ่เบา
เมนิลาจึงจ้องลึกเข้าไปที่ั์ตาของเขาเพื่อ้าจะจับผิดคนโกหก แต่กลับพบว่ามันคือแววตาของคนที่พูดความจริง ถึงจะรู้แล้วว่าเขาไม่ได้โกหกมดเท็จ แต่เหตุใดเธอกลับรู้สึกดีใจกันละเนี่ย
เมนิลาจึงทำทีกระแอมไอเพื่อเรียกสติตัวเองกลับคืน
“แล้วครอบครัวละ ไม่ไปหาพ่อแม่ตัวเองหรือไง”
คำถามนี้ก็ทำให้เตชินทร์ถึงกับชะงักอีกครั้งก่อนเขาจะเงียบไปสักพัก
“ฉันกำพร้าพ่อแม่ั้แ่เด็กน่ะ”
คำตอบของเขาทำเอาคนฟังถึงกับไปไม่เป็เลยทีเดียว เพราะรู้สึกผิดที่ดันไปเปิดแผลใจของคนข้างกายเข้าโดยไม่รู้ตัวเธอจึงนิ่งเงียบและเลือกที่จะไม่ถามต่อ
ถึงแม้ก่อนหน้านี้ เมนิลาที่ยังเป็ภรรยาของเขาจะรู้เื่ราวเหล่านี้ดีอยู่แล้ว แต่ทว่า เตชินทร์ก็ตัดสินใจที่จะเล่าเื่ของเขาให้เธอฟังอีกครั้ง
เมื่อย้อนไปกลับไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เตชินทร์ในวัยสิบเอ็ดปีต้องสูญเสียพ่อกับแม่ไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วนเขาเองก็ถูกบรรดาญาติพี่น้องทั้งฝ่ายพ่อและแม่ตัวเองเกี่ยงกันดูแลรับผิดชอบ จนกระทั่งเขาได้ย้ายไปอยู่กับป้าซึ่งเป็เพื่อนสนิทของแม่ในท้ายที่สุด แต่เพราะป้าเองก็มีลูกอยู่แล้วสามคนและการที่มีเขาเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งคน จึงทำให้ครอบครัวของเธอมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นเป็เท่าตัว แต่ถึงกระนั้น เตชินทร์ก็รู้สถานะตัวเองดีและไม่คิดจะเรียกร้องความเท่าเทียมเหมือนพี่น้องคนอื่นๆเลยแม้แต่นิดเดียว
ทุกๆเช้าตรู่เขาจะต้องรีบตื่นขึ้นมาช่วยงานที่สวนซึ่งหนักเกินสำหรับเด็กในวัยนี้โดยไม่ปริปากบ่น ในขณะที่พี่น้องคนอื่นๆกลับนอนหลับสบาย และกว่างานใน่เช้าจะเสร็จเรียบร้อย เขาจึงเป็คนเดียวในบ้านที่ไปโรงเรียนสายทุกครั้งและต้องปั่นจักรยานไปเองทุกวันเพราะพลาดรถรับส่งนักเรียนที่ต้องทำเวลาไปถึงโรงเรียนก่อนกำหนด
แต่เพราะเขาอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ จึงได้เลือกที่จะสอบเรียนต่อมหาวิทยาลัยและทำงานพาร์ทไทม์หาเลี้ยงตัวเองไปด้วย แม้ว่าจะหนักเที่ยวไปบ้างตามประสาผู้ชายแต่เขาก็พยายามไม่ให้กระทบกับชีวิตมากนัก
เตชินทร์เล่าถึงตอนนี้ก็นิ่งไปสักพัก
และเพราะการที่เขาได้มาเจอกับเมนิลานี่แหละที่ทำให้เขาััได้ถึงการถูกเติมเต็มเป็ครั้งแรก
ทั้งๆ ที่เธอดีขนาดนั้นแต่เหตุไฉนเขากลับละเลยคนดีๆอย่างเธอไปได้กันนะ…
“ฮึก…ฮึก”
เสียงร้องไห้กระซิกดังขึ้นอย่างแ่เบาทำเอาเตชินทร์ถึงกับหันไปมองคนข้างกายทันที พบว่าที่ดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยน้ำตาเม็ดเป้งและไหลอาบแก้มเพราะไม่กลั้นไม่อยู่
“อะ เอ่อ โอ๋ๆ ไม่เป็ไรน้า”
เตชินทร์ทำตัวไม่ถูกและพยายามพูดปลอบเธอ แต่เมนิลาที่เพิ่งได้ฟังอัตชีวประวัติของเขาก็รู้สึกสงสารในชะตาชีวิตของชายหนุ่มและอดไม่ได้ที่จะนึกชื่นชมเขาที่สามารถผ่านพ้นเื่ราวร้ายๆนั้นมาได้จนถึงปัจจุบัน
ยิ่งนึกก็ยิ่งน้ำตาไหลไม่หยุด แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับรู้สึกเหมือนเคยได้ยินมันมาก่อนอย่างไรอย่างนั้นเลย
เตชินทร์จึงยิ้มบางๆ แล้วยื่นมือไปปาดน้ำตาจากใบหน้าของหญิงสาวออกเบาๆ
ใช่ว่าจะเป็ครั้งแรกที่เขาได้รับปฏิกิริยานี้จากเธอเสียเมื่อไร
นั่นจึงทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสหันมามองหน้ากันชัดๆอีกครั้ง แม้ใบหน้าของสาวเ้าในตอนนี้จะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา แต่ก็มิอาจทำลายความสวยงามของเธอได้เลยแม้แต่น้อย
สองสายตามองประสานกันอย่างเนิ่นนาน เตชินทร์เองก็เผลอจับหน้าเธอั้แ่เมื่อไรก็ไม่ทราบ รู้ตัวอีกทีเขาก็เผลอโน้มหน้าเข้าไปใกล้เธอเสียแล้ว ในขณะที่เมนิลาก็เหมือนถูกมนตร์สะกดไม่ให้ละสายตาออกจากชายหนุ่มตรงหน้านี้ได้เลยเช่นกัน
เพียงไม่กี่อึดใจ ริมฝีปากอันอวบอิ่มนั้นก็จะถูกริมฝีปากหนาประทับแล้ว
แต่ทว่า…
“ไอ้บอส มึงอย่าบังสิวะ”
ดันมีเสียงใครบางคนดังขึ้นขัดบรรยากาศแห่งความสุขนี้เข้าเสียก่อน
เตชินทร์จึงได้สติแล้วหันไปมองยังต้นเสียง ก่อนจะพบว่าแก๊งเด็กเปรตก่อนหน้านี้กำลังยืนล้อมวงดูพวกเขาอยู่ไม่ไกลนัก หนึ่งในนั้นยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดบันทึกคลิปวิดีโอไว้ด้วย เมนิลาจึงรีบผละออกจากตัวของเตชินทร์ด้วยความใ
แต่ทว่า คนที่เพิ่งถูกขัดขวางความสุขไปเมื่อกี้กลับฉุนกึก เขาถึงกับขบกรามและกำหมัดแน่น พร้อมทั้งปรายตามองไปยังเด็กพวกนั้นอย่างอาฆาตแค้น ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นไปวิ่งไล่จับเด็กพวกนั้นด้วยความโมโหอย่างทันทีทันใด
ไอ้พวกก้างขวางคอเอ๊ย!!!
แต่เพราะเขายังสวมรองเท้าส้นสูงอยู่จึงทำให้เขาวิ่งถ่างขาอย่างเก้งก้าง ภาพที่ปรากฏออกมาจึงชวนดูน่าตลกขบขันยิ่งนัก เมนิลาเห็นแบบนั้นแล้วก็เผลอยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะ
สักพัก มือนั้นก็ค่อยๆเลื่อนลงไปกุมหัวใจของตัวเองที่กำลังสั่นไหวอยู่…
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
โอ๊ย ไอ้พวกเด็กเปรต อีกนิดเดียวแท้ๆเขาจะจูบกันล่ะ
แต่สงสารเฮียนะ โดนขัดความสุขตล๊อด อิอิ
ความในใจเ้าต้นนุ่น :
คอมเมนต์สักนิดเพื่อเป็กำลังใจให้เ้าต้นนุ่นได้มีแรงปั่นเฮียชินหน่อยนะคะพี่ๆ