เวลาล่วงเลยจนถึงวันสำคัญของกลุ่มผู้ดีทิวากรพร้อมกับแสงจันทร์เดินทางมายังจุดขึ้นเรือสำราญข้างหน้าเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ที่บรรจุคนได้หลักพัน อลังการงานสร้างจนน่าตื่นเต้น
แต่แสงจันทร์กลับหวาดกลัวแทนจะตื่นเต้นดีใจเธอรู้สึกไม่ชอบพอที่ต้องขึ้นไปยืนอยู่บนเรือเลย
“ขออนุญาตนำสัมภาระไปส่งหน้าห้องพักและเรียนเชิญคุณท่านกับคุณผู้หญิงขึ้นเรือได้เลยครับ”
แสงจันทร์เดินตามทิวากรด้วยอาการกลัวจนตัวสั่นเขาสังเกตเห็นจึงยื่นมืออบอุ่นมาจับมือเธอเอาไว้ เธอมองเขาอย่างวิเคราะห์
เพราะก่อนนี้จุ๋มจิ๋มได้สารภาพความจริงทั้งหมดว่าทิวากรช่วยให้หล่อนได้ออกมาจากคุกตั้งแต่คืนนั้นเขาขอให้จุ๋มจิ๋มซ่อนตัวเพราะไม่อยากให้โรสรู้เรื่องนี้เข้าแล้วเธอก็ยังทราบมาว่าโรสถูกผู้ใหญ่ลงโทษเพราะทิวากรนำเรื่องที่หล่อนทำผิดไปหารือกับท่านเดวิท
‘จะแสนดีกับฉันไปทำไมนะ...’
“สวัสดีค่ะคุณท่าน”
“ปีก่อนๆ หนูจันทร์เอาแต่เก็บตัวชมวิวทะเลอยู่แต่ในห้องพักปีนี้ดีใจที่ได้พูดคุยกันนะคะ” คุณหญิงคุณนายหลายคนให้ความสนใจเธอทิวากรเป็นฝ่ายพาแสงจันทร์ไปแนะนำให้ผู้ใหญ่หลายคนได้ทำความรู้จัก
งานเลี้ยงของกลุ่มผู้ดีในปีนี้ได้เปิดโอกาสให้แสงจันทร์มีคนรู้จักในแวดวงผู้ดีเพิ่มขึ้น
“สวัสดีหมอกร” เสียงเข้มขรึมทรงพลังเอ่ยทักทายมาจากด้านหลัง
ทิวากรและแสงจันทร์หันไปพร้อมกันก็เจอชายมีอายุใบหน้าลูกครึ่งคนหนึ่งเดินมา
“สวัสดีครับท่านเดวิท”
“สวัสดีค่ะ”
ชายคนนี้คือท่านเดวิทพ่อของโรสนั่นเองไม่นานแสงจันทร์ก็เห็นโรสเดินตามมาอีกคน
หล่อนเข้ามาควงแขนผู้เป็นพ่อในทันทีพร้อมกับส่งสายตามองแสงจันทร์เสมือนจะเอาเรื่องให้ได้
“ฉันยังไม่มีโอกาสได้ขอโทษหนูจันทร์เรื่องข่าวตอนนั้นเลยแต่ยังไงฉันก็ได้ลงโทษลูกสาวตามที่เห็นสมควรไปแล้วนะ”
แสงจันทร์เพียงยิ้มตอบแล้วก็เห็นว่าโรสพยายามจะเลี่ยงไม่ให้พ่อของหล่อนสนทนากับเธอ
“โรสว่าเรารีบไปหาคุณปู่กันเถอะค่ะคุณพ่อ”
“ฉันขอตัวลา ไว้พูดคุยกันใหม่คืนนี้”
“ครับท่าน”
แต่โรสก็ยังหันมากะพริบตาใส่สามีคนอื่นหน้าตาเฉย
‘หน้าหนาจริงๆ’
เธอยืนอยู่ภายในห้องพักสุดหรู สาดส่องชื่นชมวิวทะเลนอกหน้าต่างในยามที่ตะวันกำลังตกดินเสียดายที่พาจุ๋มจิ๋มมาด้วยไม่ได้เพราะงานเลี้ยงประจำปีไม่อนุญาตให้ลูกน้องขึ้นเรือได้
บนนี้มีลูกเรือมากมายหลายแขนงที่เจ้าภาพงานเลี้ยงเตรียมเอาไว้ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใต้บัญชาคอยติดตาม จึงมีแต่บรรดาผู้ดีผู้มียศมีสกุลจริงๆเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมในงานเลี้ยง
“เธอทำอะไรน่ะแสงจันทร์” ทิวากรเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆเขาเดินออกมาก็เห็นว่าแสงจันทร์ได้จัดแจงโซนโซฟาที่นั่งพักเป็นที่นอนไปเสียแล้ว
ทั้งหมอน ทั้งผ้าห่มถูกนำมาวางไว้ตรงโซฟา
“ฉันจะนอนบนโซฟา นายก็นอนบนเตียงไปสิ”
เขาหันไปมองบนเตียงที่ว่างเปล่ามีเพียงหมอนหนุนหนึ่งใบวางไว้อย่างโดดเดี่ยว
“ฉันแจ้งขอผ้าห่มมาเพิ่มแล้ว เดี๋ยวลูกเรือจะนำมาให้”
ทิวากรเท้าสะเอวไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินเข้ามาบีบแขนเรียวพร้อมกับคำถาม
“เธอต้องการอะไรกันแน่ ไม่อยากอยู่ใกล้กันขนาดนั้นเลยเหรอ”
ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเข้าเรียนหลักสูตรเร่งรัดที่โรงเรียนกุลสตรีหลังกลับมาแล้วจนตอนนี้ แสงจันทร์ก็ยังพยายามเลี่ยงทิวากรอยู่ทุกวัน
จนตอนนี้เขาเริ่มจะไม่พอใจเธอแล้วนะ
“แล้วนายอยากอยู่ใกล้ฉันมากหรือไง”
“ใช่ไง! พี่อยากอยู่ใกล้เธอ อยากนอนข้างเธอจะตายชัก!”
นี่เขาลืมตัวใช่ไหม ถึงเผลอพูดอะไรพรรค์นี้ออกมาได้ปกติทิวากรก็มักไม่แสดงอาการออกมาว่าต้องการเธอสักเท่าไร
สีหน้าของคนลืมตัวตอนนี้ดูเหมือนจะเหี่ยวแห้งลงเขาเผลอพูดความในใจออกมาจนหมดเปลือก
แล้วเธอก็ยังได้ยินชัดเจน...
“ฉะ ฉันขอตัวไปหาเพื่อนนะ พอดีนัดกันไว้น่ะ”
เธอรีบวิ่งหนีออกจากห้องพักแสนหรูไปทันที ทิวากรใจสั่นไม่หายเขามองตามเสียงประตูที่เพิ่งถูกปิดลง
ปัง!!
“พูดบ้าอะไรไปเนี่ยเรา ว่าแต่แสงจันทร์มีเพื่อนด้วยเหรอเพื่อนในแวดวงผู้ดีเนี่ยนะ”
ปกติเขาก็เห็นว่าแสงจันทร์สนิทเพียงกับจุ๋มจิ๋มเท่านั้นส่วนเพื่อนเก่าอย่างโรสก็คงไม่มีทางคืนดีกันได้ง่ายๆ
“ใครคือเพื่อนของแสงจันทร์?”