ตอนที่ 12 งานวิจัยกับการออกกำลังก๊าย..กำลังกาย
....
....
“แปลกๆเหมือนกันนะครับที่คนอย่างเติมก็มาสายเป็กะเค้าเป็เหมือนกัน”
“นั่นสินะนี่มันก็จะหกโมงเช้าแล้ว หมอนี่ยังไม่มาอีก สงสัยคงยังไม่ตื่นแน่เลยจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน!!..แย่มาก!!..”
ฉันกับหนุ่มแว่นยืนคุยกันที่สวนสาธารณะและเริ่มนินทาไอ้เติมกันเรามาที่นี่เพื่อที่จะออกกำลังกายตอนเช้า..โดยการวิ่ง..จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่รู้ซะทีเดียวว่าทำไมเติมถึงได้ตื่นสาย
ก็....จากที่ฉันโทรไปตอนตีสองเจ็ดนาทีเพื่อไปฟ้องเื่ที่ฉันนอนไม่หลับฉันก็ได้ทราบไปว่าหมอนั่นพึ่งนอนไปได้แค่สองนาทีและ.... โทรศัพท์ก็ดังขึ้น..เห็นว่าที่นอนดึกเพราะกำลังจัดการงานต่างๆรวมถึงวางแผนเกี่ยวกับเื่การที่ให้หนุ่มแว่นเข้าหลักสูตรพัฒนาตัวเองเช่นเดียวกันกับฉันและฉันก็โทรไปบ่นจนเกือบๆตีสาม หลังจากนั้นหมอนั่นถึงได้นอน แต่เรานัดกันตี 5ครึ่ง จึงไม่แปลกมากที่หมอนั่นจะยังนอนไม่ตื่น
ความจริงจากที่เสวนาตอนตีสองกว่าๆฉันได้ทราบแพลนเล็กๆ สำหรับการพัฒนาบุคลิกของนายแว่นมาบ้างเช่นกันซึ่งการออกมาวิ่งที่สวนสาธารณะนั้นไม่ได้มีอยู่ในแผนเลยเพราะนายแว่นนั้นเป็หนุ่มตี๋ร่างกายซูบผอมการวิ่งที่เป็การออกกำลังกายแบบวิ่งทนจึงไม่เหมาะเท่าใดนักหากอยากจะวิ่งควรเลือกการวิ่งระยะสั้นและใช้ความเร็วในการวิ่งสูงๆจะดีกว่าเพราะจะทำให้สามารถเพิ่มขนาดมัดกล้ามเนื้อของร่างกายได้หลายส่วนและยังไม่ทำให้เป็กล้ามใหญ่ั์แบบก้ามปูอีกด้วยจากรูปลักษณ์แล้ว หมอนี่ควรไปเล่น weight มากกว่าแต่เนื่องจากเรา้าที่จะบอกเกี่ยวกับเื่น้องน้ำวันนี้เราจึงนัดนายแว่นมาด้วย
แต่การวิ่งทนนั้นเหมาะสำหรับฉันมากๆหากฉันอยากได้หุ่นที่เพรียวบางร่างน้อยแล้วการวิ่งทน เช่นพวกการวิ่งระยะยาวใช้ความเร็วต่ำ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งร่างกายจะเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายอย่างช้าๆและหากวิ่งอย่างถูกสุขลักษณะกล้ามเนื้อจะไม่ถูกทำลายมากเกินไปทำให้ร่างกายไม่ต้องสร้างหรือซ่อมกล้ามเนื้อที่ถูกทำลายนั่นทำให้มัดกล้ามไม่ขยายใหญ่ขึ้นมาก แต่ยังช่วยผลาญไขมันได้ด้วย การวิ่งจึงเป็วิธีที่เหมาะที่สุดหากใช้ลดความอ้วนสำหรับสาวๆที่ไม่้าลดความอ้วนแล้วมีกล้ามเป็มัดๆ
ทำไมฉันถึงได้มีความรู้ด้านนี้?เพราะฉันอ้วนไง!..แล้วทำไมถึงไม่ลดความอ้วนสักที?..ถ้าให้ตอบแบบ loser ฉันคงตอบไปว่ามันจำเป็สำหรับการฝึกฝนท่าไม้ตายแต่ถ้าจะให้ฉันตอบแบบ loser ยิ่งขึ้นไปอีก ก็ควรจะเป็เพราะว่า“ไม่มีคำว่าสายสำหรับคนที่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง” ดังนั้น “พรุ่งนี้ก็ยังไม่สาย”จึงเป็เหตุให้ฉันยังสามารถใช้ท่าไม้ตายได้ถึงทุกวันนี้.....
เนื่องจากการเลื่อนการเปิดปิดของมหาลัยเพื่อเข้าสู่AEC ทำให้ตอนนี้แม้จะเป็หน้าร้อนแล้วแต่พวกเราก็ยังคงมีการเรียนการสอนอยู่ แต่เพราะฤดูร้อนบ้านเรามันร้อนตับแตกการที่ต้องมาทนนั่งเรียนใน่นี้จึงเป็เหมือนกับการตกนรกซึ่งทางมหาลัยเองก็ได้พยายามเลื่อนเวลาเพื่อกลับมาเปิดในแบบเดิมในเร็วๆนี้
ในหน้าร้อนในต่างจังหวัดหรือในที่ที่ไม่มีตึกสูง ทำให้เวลาตีห้าเกือบหกโมงนั้น มีแสงสว่างอยู่มากพอที่จะเห็นทิวทัศน์และผู้คนที่มาออกกำลังกายในสวนสาธารณะแห่งนี้มีทั้งคนแก่ วัยรุ่นหนุ่มสาว ลูกเล็กเด็กแดงบอกตามตรงว่าเมื่อฉันเห็นคนสูงอายุที่ออกมาวิ่ง ฉันก็เขินเล็กน้อย เพราะจากที่ดูหลายท่านแม้จะวิ่งช้าๆ แต่ก็วิ่งมาได้เป็ชั่วโมงแล้ว มันทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตัวเองเมื่อวิ่ง....ฉันควรจะวิ่งได้สัก......5 นาที
..เชื่อเถอะว่าฉันไม่ได้ี้เีหรือดูถูกตัวเองแต่อย่างใดแต่การที่คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็ประจำรวมถึงมีร่างกายที่ตุ้ยนุ้ยแบบฉันฉันควรจะเหนื่อยง่ายกว่าคนทั่วไปมาก และห้านาทีถือเป็เื่ที่สมเหตุสมผล
ในขณะที่ฉันเพ้อสายตาของฉันก็ไปตกอยู่ที่คนคนหนึ่งเขาเป็ผู้ชายลักษณะท่าทางเป็คนที่ดูค่อนข้างเ้าเล่ห์กับดวงตาที่เรียวเล็กแบบจิ้งจอกสายตาที่ไม่แยแสโลกที่ฉันค่อนข้างคุ้นเคย ผมยาวมีตอของหนวดเคราอยู่ประปรายตามใบหน้าซึ่งบ่งบอกว่าเขาอาจไม่ได้โกนหนวดมาได้สักพักแล้วผิวขาวรูปร่างสมส่วนสำหรับผู้ชายไทย.. ค่อนๆไปทางผอมด้วยซ้ำ...เขานั่งบนม้านั่งในบริเวณสวนสารธารณะเพิ่มกับเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวและการหายใจก็ถี่และแรงเหมือนกับว่าเขาหายใจไม่ทันจนต้องหายใจทางปาก.....ในมือถือขวดน้ำเปล่าและดื่มไปพลางพร้อมกับหายใจหนักๆไปพลาง
ที่ฉันดันไปสะดุดกับชายคนนี้ก็เพราะเขาพึ่งจะวิ่งไปเมื่อฉันกับนายแว่นมาถึงได้ไม่นานด้วยลักษณะที่เด่นชัดเตะตาดังที่ฉันกล่าวไปทำให้ฉันจำชายคนนี้ได้อย่างแม่นยำ...ความจริงฉันอาจจะรู้สึกว่าชายคนนี้มีเสน่ห์นิดหน่อยมั้ง...นะฉันจึงจำเขาได้..แต่อย่างไรก็ตามเหตุผลที่ฉันจ้องเขาอยู่ขณะนี้ก็ยังคงเป็เพราะเขาวิ่งไปได้เพียงประมาณสิบนาทีเท่านั้น..ด้วยร่างกายที่ดูสมส่วนดีแต่กลับเหนื่อยง่ายอย่างเหลือเชื่อ...บางที่เขาอาจมีโรคประจำตัว...
“รู้จักพี่ลายเมฆด้วยเหรอ??”
นายแว่นที่มองตามสายตาฉันแล้วไปเจอกับชายที่ตนรู้จักจึงถามฉันขึ้นมา
“ไม่อ่ะ..แต่ที่ฉันมองเพราะเท่าที่ฉันจำได้ฉันรู้สึกพี่คนนี้แกพึ่งจะวิ่งไปได้ประมาณสิบนาทีเองแต่ดูแล้วเหมือนว่าแกจะเหนื่อยมากๆเลยนะ”
ฉันตอบนายหนุ่มแว่นไปพร้อมเหตุผล
“พี่แกมีโรคประจำตัวน่ะ..โรคหัวใจ..แกคงไม่ได้อยากมาวิ่งสักเท่าไหร่หรอกคงถูกหมอกานบังคับมาอีกทีถ้าฉันเดาไม่ผิดหมอกานก็คงวิ่งอยู่แถวนี้ด้วยเหมือนกัน”
นายแว่นเฉลยสมมติฐานของฉัน
“เป็หมอที่ดีจังแฮะ..มาวิ่งเพื่อกำกับดูแลคนไข้ด้วยตัวเองเลย”
ฉันรู้สึกชื่นชมหัวใจหมอคนนี้นิดหน่อยหากเป็อย่างที่นายแว่นพูด พี่ลายเมฆคนนี้ก็ไม่ได้สนใจสุขภาพตัวเองสักเท่าไหร่แต่หมอกลับจริงจังและกำกับให้เขาดูแลสุขภาพด้วยตัวเองจนทำให้พี่ลายเมฆต้องมาอออกกำลังกายตอนเช้าด้วย...ฉันไม่รู้จะรู้สึกอะไรมากไปกว่าความชื่นชมแล้ว
“ไม่ใช่หรอก...พอดีว่าหมอกานเธอกำลังจีบพี่ลายเมฆอยู่น่ะ...แล้วเธอดันเป็หมอเ้าของไข้ของพี่ลายเมฆแกด้วย..เลยไม่แปลกสักเท่าไหร่ที่เธอจะทำอะไรแบบนี้”นายแว่นแย้งความคิดเห็นของฉันพร้อมกับอธิบาย
“หา??......หมอคนนี้มีรสนิยมแบบไหนกัน...แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่เราก็ไม่สามารถได้ตามรสนิยมของเราเป๊ะอยู่แล้วล่ะน้า...มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยสิ...ก็ถ้าหน้าอย่างฉันฝันอยากจะมีแฟนหล่อแบบดารามันก็คงเป็ไปไม่ได้และฉันเองคงจะเลือกจีบคนที่พอจะเป็ไปได้แทนแม้ว่าคนนั้นจะหน้าเหมือนคนคร่อม(..จากหนังเื่สามร้อย)”ฉันแสดงความเห็นอีกครั้ง
ที่ฉันพูดไปแบบนั้นเพราะพี่ลายเมฆไม่ได้ดูหล่ออะไรเลยความจริงแล้วมันยังห่างไกลจากคำว่าหล่ออยู่มากโขทีเดียว แต่แกก็ไม่ถึงกับขี้เหร่และก็ไม่ได้ดูจืดๆธรรมดาๆ แบบนายแว่นหรือผู้ชายทั่วๆไปถ้าจะให้พูดก็คงประมาณ...มีเอกลักษณ์เป็ของตัวเอง ไม่ได้หล่อแต่...ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของตัวบุคล...เช่นที่ฉันบอกว่าพี่แกมีเสน่ห์นั่นก็อาจจะเป็เพราะฉันชอบผู้ชายที่มีลักษณะประมาณนี้ประมาณนี้มั้ง
“บางทีฉันอาจจะคิดไปเองคนเดียวก็ได้นะแต่ฉันรู้สึกว่าพี่ลายเมฆแกมีเสน่ห์มากๆยังไงก็ไม่รู้ขนาดฉันเป็ผู้ชายแท้ๆยังรู้สึกถูกดึงดูดเลย เธออาจจะคิดว่าหมอกานอาจจะเป็หมอที่หน้าตาไม่ได้ดีมากและเลือกคบคนที่หน้าตาพอๆกันแต่ความจริงแล้วมันคนละเื่กันเลย..หมอกานเป็สาวสวยและมีความทระนงตนสูงซึ่งมันแปลกมากที่เห็นเธอมีความคิดริเริ่มที่จะจีบผู้ชายก่อนหากเธออยากได้ภาพที่ชัดเจนขึ้นก็คงประมาณ ’เติมเคยจีบหมอกานแต่จีบไม่ติดชนิดที่เรียกได้ว่าโดนเบรกั้แ่เริ่ม’ข้อมูลนี้คงพอให้เธอจินตนาการลักษณะของหมอการได้ใกล้ขึ้นอีกนิด....”
‘ก็ถ้าแกรวมกับหมอกานมันก็เป็ไปไม่ได้ที่แกจะคิดไปเองคนเดียวอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ และถ้าจะให้พูดจริงๆควรรวมตูข้าไปด้วย’ ฉันคิดในใจ
นายแว่นบอกกับฉันถึงความรู้สึกซึ่งเขาอาจจะไม่ได้คิดไปคนเดียวและบางทีอาจมีถึงสามคนที่มีรสนิยมการดึงดูดแบบเดียวกัน??และนายแว่นยังให้ข้อมูลสุดสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มภาพของหมอกานที่เลือนรางในใจฉันให้แจ่มชัดขึ้น....จากข้อมูลนี้ทำให้ฉันพอจะสรุปได้ว่าหมอกานเธอควรจะเป็ที่โคตรสวยแม้จะยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเธอก็ควรจะเปล่งปลั่งออร่าแสบตาออกมา...เมื่อได้ข้อสรุปดังนั้นแล้วฉันจึงเริ่มมองหาหมอกานในสวนสาธารณะแห่งนี้จนในที่สุดฉันก็ไปสะดุดกับสาวสวยราวกับนางฟ้าคนหนึ่งเข้า
“อ่ะ....คนที่มองอยู่นั่นแหละคือหมอกาน..”นายแว่นร้องออกมาเพื่อการันตีความคิดของฉัน
ในตอนนี้เองที่พี่ลายเมฆสังเกตเห็นพวกเราเนื่องจากนายแว่นพูดชื่อหมอกานออกมาค่อนข้างดังพี่แกตั้งใจมองพวกเราสักพักจากนั้นจึงทักนายแว่น
“อ้าว...แว่นน้อย..มาวิ่งกับสาวด้วยเหรอเนี่ย...”
‘แว่นน้อย บางทีที่นายแว่นอึดอัดตอนที่ฉันเรียกว่าแว่นคงจะมีที่มาจากชายคนนี้ละมั้ง...’
“เปล่าหรอกครับ...นี่น้องเคี้ยว..เป็คนที่ร่วมงานวิจัยศึกษาพฤติกรรมแล้วก็เปลี่ยนแปลงตัวเองของเติมนะครับ..ผมเห็นว่าผมดูเห่ยๆก็เลยขอร่วมด้วย...อ้อ..เมื่อกี้เรากำลังนินทาพี่กันอยู่เลยว่าทำไมหน้าตาแบบพี่ถึงทำให้หมอกานชอบได้น่ะครับ..^^” นายแว่นพูดพร้อมเอามือเกาหัวไปพลาง
ฉัน:”......!?!.................”
ไม่รู้ว่ามันซื่อบื้อโง่หรือกวนประสาท..นั่นมันตรงเกินไปเว้ยยยย!!!!!!!!!!!!!!