หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 ตอน พบกัน 2

            ซูเจินยังคงกังวลเล็กน้อย“เจ้าจะพึ่งพาตัวเองได้หรือ? ตอนนี้กองทหารทั้งหมดในมือของเจ้าก็ไม่ใช่คนของเจ้าไม่ใช่หรือ?”

            ถูกต้อง พวกเขาย่อมไม่ใช่ทหารที่เขาฝึกฝนมา

            แต่เป็นทหารที่มาจากที่อื่น

            ดังนั้น เขาควรฝึกฝนทหารด้วยตนเองและสร้างกองกำลังของตนเองขึ้นมา

            ซูเจินถามว่า“เจ้าแน่ใจนะว่าได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว?”

            เขาไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายมากเกินไปเขาไม่ใช่คนที่ชอบถามคำถามซ้ำแล้วซ้ำอีกเช่นนี้ เพราะมันทำให้ผู้คนรู้สึกรำคาญทั้งยังเหมือนเป็นการทำลายชื่อเสียงของตนเองในฐานะบุตรชายของขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่สุดในหยงโจวด้วย

            เย่เช่อยังคงมีท่าทีเฉยเมยเขากล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ข้าตัดสินใจแล้ว”

            จู่ๆ ซูเจินก็เงยหน้าขึ้น“หากวันหนึ่งข้าไม่ยืนเคียงข้างเจ้าอีกต่อไป เจ้าจะยังตัดสินใจเช่นนี้อยู่หรือไม่?”

            คำถามของเขาราวกับเป็นการหยั่งเชิง

            ถ้าซูเจินไม่ช่วยเหลือเย่เช่อแล้วใครจะยืนเคียงข้างเย่เช่อเล่า?

            ถึงแม้ซูเจินจะถามออกไปเช่นนั้นแต่เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะยืนเคียงข้างใคร ย่อมเป็นอ๋องอวิ๋นเมิ่งคนก่อนผู้มีนามว่าหวังอวิ๋นเซียวอยู่แล้ว 

            เขาย่อมอยู่ข้างอวิ๋นจื่ออย่างแน่นอนเหตุผลประการแรกคือนางเป็นลูกสาวคนเดียวของอ๋องอวิ๋นเมิ่ง เหตุผลประการที่สองคือตอนนี้นางเป็นน้องสาวของเขาและเหตุผลประการที่สามคือมารดาของนางเคยช่วยชีวิตมารดาของเขา

            เป็นไปได้ว่าทั้งสองคนนี้น่าจะไม่รู้เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

            แม้ว่าเขาและเย่เช่อจะมีมิตรภาพอันยาวนานแต่ตอนนี้เขาได้กลายเป็นพี่น้องกับอวิ๋นจื่อแล้ว

            น้ำหนักในใจที่ทั้งสองมีต่อซูเจินย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอนเขารู้สึกว่าในฐานะที่เขาเป็นบุตรชายของขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่สุดในหยงโจวเขาจำเป็นต้องมีหลักการในการคิดและตัดสินใจ

            อันที่จริงคิดแล้วก็น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยหากสองคนนี้สามารถร่วมมือกันเพื่อสืบทอดเจตจำนงของอ๋องอวิ๋นเมิ่งได้ เขาย่อมไม่มีเรื่องให้ต้องเสียใจ

            อย่างไรก็ตาม ตอนนี้แผ่นดินเป็นของตระกูลเย่

            ดังนั้นการร่วมมือกันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

            แม้ว่าเย่เช่อจะขัดแย้งกับบิดาของเขามาหลายปีแต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังเป็นคนตระกูลเย่ สายเลือดย่อมตัดกันไม่ขาด

            ถึงแม้ภายนอกซูเจินจะดูนิ่งเฉยแต่ในใจของเขากลับมีความคิดมากมาย

            ‘หยุดคิดเสียเถอะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นบุตรชายของขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่สุดในหยงโจวหากข้าทำอะไรไม่ยั้งคิดก็คงเป็นได้แค่อันธพาลไม่ใช่หรือ?’

            เมื่อคิดเช่นนี้เขาก็สงบใจลงได้

            เมื่อเทียบกับเขาแล้วดูเหมือนเย่เช่อจะลำบากใจยิ่งกว่า เย่เช่อไม่เคยขบคิดเกี่ยวกับคำถามนี้มาก่อนแม้ว่าทุกคนจะทรยศเขา แต่เย่เช่อเชื่อว่าซูเจินย่อมไม่ใช่หนึ่งในนั้นอย่างแน่นอนเขาไม่เคยสงสัยในมิตรภาพอันยาวนานระหว่างตนเองกับซูเจินเลย

            แต่คำถามของซูเจินเปรียบได้กับเมฆดำทะมึนที่ลอยอยู่บนหัว

            เย่เช่อเข้าใจซูเจินและความหมายที่แฝงอยู่ในคำถามนั้นแทนที่จะตอบคำถาม เขากลับถามว่า “เจ้ามีเรื่องปิดบังข้าหรือไม่?”

            ดวงตาของซูเจินทอประกายเขายิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวว่า “ข้าจะซ่อนอะไรจากเจ้าได้! ข้าแค่ต้องการคำยืนยันว่าเจ้าเลือกทางที่ถูกต้องแล้วจริงๆเท่านั้น”

            ซูเจินรู้จักเย่เช่อดี

            เย่เช่อถามเช่นนั้นอาจเป็นเพราะเริ่มระแคะระคายบางอย่างแล้วและตอนนี้ซูเจินก็ไม่สามารถยอมรับได้ว่าเขาปิดบังเรื่องบางอย่างไว้จึงต้องปฏิเสธอย่างแนบเนียนเท่านั้น

            ซูเจินเก่งเรื่องตีสองหน้าเป็นที่สุด

            ระหว่างคนทั้งสองที่มีความไว้วางใจกันมานานหลายปีทั้งยังเข้าใจนิสัยใจคอของกันและกันเป็นอย่างดี เย่เช่อจึงไม่สงสัยในตัวซูเจิน เขากล่าวว่า“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนั้น ในความคิดของข้า แม้ว่าทุกคนจะทรยศข้า แต่มีเพียงเจ้าและฮั่วฉีอวี่เท่านั้นที่จะยืนเคียงข้างข้าเสมอหากมีวันนั้นจริง ไว้ค่อยว่ากันเมื่อมันมาถึง!”

            เสียงของเย่เช่อยังคงราบเรียบเหมือนเดิมฟังดูราวกับเขากำลังกล่าวว่า “ซูเจินวันนี้ไปขี่ม้ากันเถอะ!” ด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากอารมณ์ความรู้สึกใดๆ

            อวิ๋นจื่อที่นั่งอยู่ข้างๆจับมือเย่เช่ออย่างอ่อนโยนและกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “คุณชายไม่ต้องกังวลปี้เหยียนจะอยู่เคียงข้างคุณชายเสมอ”

            ในบรรดาพวกเขาทั้งหมดไม่ใช่อวิ๋นจื่อหรอกหรือที่พร้อมจะหักหลังเย่เช่อได้ทุกเมื่อ?

            ซูเจินยิ้มอย่างเย็นชาดวงตาดอกท้อของเขายังคงเปล่งประกาย เขากล่าวเบาๆ ว่า “เย่เช่อ ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะให้ความสำคัญกับความเป็นพี่น้องของเราให้มากข้าหวงแหนชีวิตของตนเองมากเจ้ารู้หรือไม่?”

            ดูเหมือนทั้งสองคนจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่องอวิ๋นจื่อจึงหยิบจอกสุราขึ้นมาและกล่าวว่า “คุณชาย การเดินทางยังอีกยาวไกล ปี้เหยียนขอมอบสุราจอกนี้ให้แก่ท่าน”

            เย่เช่อหยิบจอกสุราขึ้นมาอย่างมีความสุข

            ซูเจินกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“พี่ใหญ่ ข้าขออวยพรให้เจ้าด้วย เห็นแก่มิตรภาพอันยาวนานของพวกเรา”

            เย่เช่อดื่มสุรารวดเดียวหมดจอก

            ซูเจินถามอีกครั้ง“ฮั่วฉีอวี่จะมาที่เมืองหยงโจวเมื่อไหร่?”

            เย่เช่อยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะกล่าวว่า“เขาต้องการทำงานเบื้องหลังและสอดแนมสถานการณ์ในเมืองอวิ๋นเมิ่งแทนข้า เขาคงมาที่เมืองหยงโจวไม่ได้สักระยะหนึ่งอีกทั้งหลังจากจัดการธุระที่อวิ๋นเมิ่งเสร็จเขาควรจะกลับไปที่ชายแดน”

            ซูเจินพยักหน้าแล้วถามว่า“แม่ทัพเจิ้นหนานสบายดีหรือไม่?”

            เย่เช่อพยักหน้าเล็กน้อย“ดีมาก แต่ท่านตาของข้าเริ่มแก่แล้วและข้าก็มักคิดถึงท่านตาอยู่เสมอ ซูเจินเราออกไปฝึกกระบี่กันเถอะ”

            พวกเขาทั้งสามพยายามอย่างหนักเพื่อพูดคุยในหัวข้อที่ไม่สำคัญและทานอาหารเย็นอย่างมีความสุข

            หลังทานเสร็จแล้วซูเจินก็กล่าวกับอวิ๋นจื่อว่า“เจ้ากลับไปคัดอักษรเถิด”

            อวิ๋นจื่อรับคำและจากไป

            เย่เช่อยิ้มบางๆ “ข้านึกว่าเจ้าจะให้นางอยู่ดูเราฝึกกระบี่เสียอีก”

            ซูเจินยิ้ม “ถึงอย่างไรนางก็ต้องไปฝึกกระบี่ที่สำนักชิงซานอยู่แล้วจะรีบเร่งอะไรนักหนา! เราไม่ได้ฝึกกระบี่ด้วยกันมานานแล้ว และข้าก็ไม่อยากให้ใครมารบกวนด้วย”

            ทั้งสองพูดคุยกันขณะเดินไปยังสถานที่ที่พวกเขาใช้ในการฝึกกระบี่

            ต้นจื่อเว่ย[1]สูงขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางใบไม้สีเขียวมีสีม่วงปนอยู่ด้วย เห็นได้ชัดว่าดอกจื่อเว่ยบานแล้ว

            เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ครั้งล่าสุดที่เย่เช่อออกจากเมืองหยงโจวต้นจื่อเว่ยยังมีใบไม้แค่ไม่กี่ใบและเติบโตเพียงเล็กน้อยแต่ตอนนี้พวกมันเติบโตและเบ่งบานเต็มที่

            เมื่อเย่เช่อชักกระบี่ดอกจื่อเว่ยสีม่วงก็ร่วงหล่นลงมาดอกไม้สีม่วงขนาดเล็กดูบอบบางเป็นพิเศษภายใต้คมกระบี่

            จู่ๆ เย่เช่อก็เหม่อลอย

            กลีบดอกไม้เล็กๆ เช่นนี้ทำให้เขานึกถึงเรื่องราวในอดีตเขานึกถึงตอนที่ออกจากเมืองอวิ๋นเมิ่งตามลำพังเมื่อหลายปีก่อนความกดดันและน้ำตาที่เขาฝืนกลั้นไว้ รวมถึงการที่ต้องพรากจากมารดา

            กระบี่ของเขาลดความเร็วลงอย่างกระทันหัน

            ซูเจินก็ชักกระบี่ออกมาเช่นกัน

            ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงสองสามครั้งซูเจินก็สามารถเอาชนะเย่เช่อได้แล้ว

            ซูเจินถอนหายใจ “เย่เช่อจิตใจของเจ้าไม่สงบเอาเสียเลย ข้าสงสัยว่ากระบี่ของเจ้าทนต่อลมฝนและความหนาวเหน็บที่ชายแดนมาได้อย่างไร?”

            ซูเจินกล่าวเตือนสติ เช่นเดียวกับเมื่อหลายปีก่อนเมื่อครั้งที่เย่เช่อฝึกกระบี่เป็นครั้งแรกเขาทำเช่นนี้เพื่อกระตุ้นความตั้งใจในการใช้กระบี่ของเย่เช่อ

            เย่เช่อชักกระบี่ออกมาอีกครั้งก่อนจะกระโจนเข้าหาซูเจิน

            ในเวลานั้น พลังของกระบี่ดูสงบนิ่งราวกับดวงจันทร์ที่ลอยนิ่งอยู่เหนือน้ำแต่เสียงของกระบี่ที่ฟาดผ่านอากาศกลับดังราวกับน้ำตกที่ไหลเชี่ยว

            ทันใดนั้นเย่เช่อก็แทงกระบี่ด้วยความรวดเร็วเจตจำนงกระบี่ของเย่เช่อเปลี่ยนไป

            ซูเจินฝึกกระบี่กับเย่เช่อตั้งแต่ยังเด็กและรู้จักทักษะกระบี่ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีอย่างไรก็ตาม เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้มีบางสิ่งที่แตกต่างออกไป

            กระบี่ของซูเจินขยับโดยไม่ตั้งใจ

            แต่ไม่นานเขาก็ต้องตกตะลึง

            ซูเจินประหลาดใจที่พบว่าไม่เพียงแต่เจตจำนงกระบี่ของเย่เช่อจะเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันแต่การเคลื่อนไหวของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าทักษะกระบี่ที่เขาใช้ไม่ใช่ของสำนักชิงซาน

            ซูเจินก้าวถอยหลังด้วยความประหลาดใจและเก็บกระบี่เข้าฝัก

            ในเวลานี้ดวงจันทร์ส่องสว่างและเงาต้นไม้วูบไหวช้าๆราวกับสายน้ำไหล ช่วงเวลากลางคืนในสวนแห่งนี้งดงามเสมอ

            ซูเจินกล่าวด้วยท่าทีสบายๆว่า “เย่เช่อ เจ้าเรียนรู้ทักษะกระบี่ของสำนักขงถงด้วยหรือ?”

            เย่เช่อพยักหน้า“ท่านตาฝากฝังข้าไว้กับปรมาจารย์ผู้หนึ่งในสำนักขงถง”

            ซูเจินกล่าวเบาๆ“ปรมาจารย์ผู้นั้นเป็นใคร?”

             

            ------------------------

            [1] จื่อเว่ยหรือยี่เข่ง เป็นไม้ในตระกูลเดียวกับเสลา อินทนิลน้ำ อินทนิลบก และตะแบก ดอกจึงมีลักษณะคล้ายกัน

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577