เกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

    บทที่ 36 ปิดเมือง

            บทที่36 

            ปิดเมือง

            “ ปิดเมือง.. ” ลู่หยางเสนอความคิดเห็นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย

            ขุนนางผู้ที่อยู่ด้านหน้าใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังบุรุษปริศนาที่ตนเองไม่เคยพบเห็นเขาไม่เคยเห็นบุรุษผู้นี้มาก่อนขณะเดียวกันเมื่อมองเห็นว่าเดินมาอยู่ข้างๆของคุณชายเว่ย 

            ตัวของมันเองก็ต้องให้เกียรติด้วยเช่นเดียวกันเพราะดูจากฐานะคงจะไม่ธรรมดา 

            ขุนนางผู้น้อยยกมือทั้งสองข้างขึ้นประสานกันและก็คารวะผู้ที่ยืนอยู่“ ท่านผู้นี้.. ”

            เว่ยเจ๋อจงที่ยืนอยู่ข้างๆทำการกล่าวขึ้นมาแนะนำผู้ที่อยู่ข้างกายของตนเอง“ ลู่หยางเขาเป็นสหายของข้าเองพวกเราสองคนศึกษาเกี่ยวกับเรื่องโรคนี้มาสักพักใหญ่ๆแล้วในตอนนี้โรคระบาดเกิดขึ้นเขาเลยชวนข้ามาดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง ”

            ลู่หยางไม่รีรอให้ขุนนางผู้นั้นผู้ตอบกลับมาเขาทำการกล่าว“ในตอนนี้ท่านบอกว่าขุนนางส่วนใหญ่ภายในเมืองที่มีความอาวุโสแล้วก็มีอำนาจเดินทางออกไปหมดแล้วใช่หรือไม่?”

            “ ใช่ขอรับ!! ”

            “ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าตัวของท่านน่าจะเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดภายในสถานที่แห่งนี้?”

            ขุนนางหนุ่มพยักหน้าตอบรับกลับไปเรื่องนี้แม้ว่าจะน่าละอายแต่ว่าเป็นความจริงตัวของมันแม้ว่าจะอายุยังน้อยและมีตำแหน่งของขุนนางไม่ได้สูงมากนักแต่เมื่อลองดูแลพวกขุนนางผู้อาวุโสภายในเมืองแห่งนี้เดินทางไปหมดกับกายเป็นว่ามันเป็นคนที่มีตำแหน่งและฐานะสูงที่สุดภายในเมืองแห่งนี้ 

            ดูภายนอกขุนนางผู้นี้มีไว้ไล่เลี่ยกับลู่หยางอยู่ในช่วงวัย 20 ต้นๆคงจะไม่แปลกที่ว่าเขานั้นไม่ได้มีประสบการณ์มากพอในการดูแลและจัดการบริหารเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้ที่มีผู้คนมากมายเดินทางเข้าออกตลอดทั้งวันและกำลังเกิดโรคระบาดขนาดใหญ่

            ลู่หยางเมื่อได้คำตอบที่ตัวเองต้องการทำการชี้แนะขุนนางหนุ่มกลับไปอย่างรวดเร็ว“ สถานการณ์เช่นนี้สิ่งที่ตัวของท่านควรจะกระทำมากที่สุดก็คือการปิดเมืองแห่งนี้ซะ”

            “ โรคระบาดที่กำลังระบาดอยู่ผู้คนมากมายเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้พวกเขายังกระจัดกระจายไปทั่วทั้งเมืองสามารถทำได้ก็คือการปิดเมืองไม่ให้ผู้คนภายนอกเข้ามาไม่ให้ผู้คนภายในออกไป ”

            “ แม้ว่าจะยากลำบากอยู่บ้างแต่มันก็เป็นการยับยั้งที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เมืองแห่งนี้มีโรคระบาดใหม่เข้ามาและก็ไม่ให้โรคระบาดภายในเมืองแห่งนี้ก็จ่ายไปที่เมืองอื่นๆ ”

            ลู่หยางคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ควรจะทำอย่างนี้ดีที่สุดอย่างน้อยก็ยับยั้งโรคระบาดที่มีอยู่ให้อยู่ในขอบเขตที่สามารถควบคุมได้ในตอนนี้ 

            ขุนนางหนุ่มผู้นั้นแสดงท่าทางเก้ๆกังๆออกมาเขาเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงสุดภายในสถานที่แห่งนี้แต่ว่าตัวของเขาเองก็ไม่เคยจะตัดสินใจอย่างนี้มาก่อนไม่รู้ว่ามันจะเป็นการดีหรือไม่ที่เขาจะเลือกตัดสินใจโดยพละการ

            เว่ยเจ๋อจงมองเห็นขุนนางผู้นั้นแสดงท่าทางกังวลจึงกล่าวออกมา“ ในสถานการณ์เช่นนี้ท่านคิดจะหวังพึ่งผู้ใดอีก? ขุนนางนั้นเดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้วคงจะไม่เดินทางกลับมาอีก”

            “ ถ้าให้ตัวของข้าคาดเดาพวกขุนนางอาวุโสพวกนั้นคงจะทำการหาเรื่องมากมายยังอยู่ที่เมืองหลวงไปอีกนานหลายเดือนเพราะแบบนั้นในตอนนี้สิ่งที่ท่านควรจะทำคือการตัดสินใจให้รวดเร็วที่สุดข้อเสนอของน้องลู่ถือว่าดีในระดับนึง ”

            เว่ยเจ๋อจงสนับสนุนในความคิดเห็นของลู่หยางการทำให้ขุนนางที่อยู่ด้านหน้าพอจะไว้วางใจเชื่อคำพูดของบุรุษผู้นี้ได้บ้าง

            ในขณะที่จะตัดสินใจออกไปลู่หยางการกล่าวขึ้นมา “แต่ว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ถ้าทำการปิดเมืองปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องเสบียงอาหาร ”

            เว่ยเจ๋อจงเมื่อได้ยินเช่นนั้นพูดขึ้น“ เรื่องนั้นไม่จำเป็นจะต้องกังวล ข้าจะเป็นคนแก้ปัญหาให้เองเสบียงอาหารภายในส่วนของข้าและภายในโกดังของตระกูลเว่ยที่อยู่มากพอสมควรถ้าจะให้เลี้ยงผู้คนทั้งเมืองในยามที่อดยาคงจะสามารถอยู่ได้ครึ่งปี ”

            ลู่หยางตกใจกับจำนวนเสบียงขนาดนั้นถ้าสามารถเลี้ยงผู้ขนได้ครึ่งปีแสดงว่ามันจำเป็นจะต้องมีเสบียงอาหารกักตุนไว้ขนาดไหนคงจะไม่เท่าภูเขาลูกยากหรอกหรือ? 

            ว่าในขณะเดียวกันการที่มีเสบียงเหล่านั้นกลับทุนอยู่มันก็แสดงว่ามันเป็นเสบียงที่ถูกกักตุนเอาไว้เพื่อที่จะทำการค้าขาย 

            ลู่หยางแสดงใบหน้ากังวลก่อนที่จะกล่าว“ แบบนี้มันจะดีอย่างนั้นหรือขอรับ? มองดูแล้วเสบียงเหล่านั้นที่ท่านพูดถึงมันเป็นเสบียงที่ตัวของท่านทำการซื้อเอาไว้แล้วเก็บเพื่อที่จะทำการค้าไม่ใช่หรือลองดูแล้วมันน่าจะมีจำนวนและมูลค่าที่ไม่ใช่น้อย ”

            เว่ยเจ๋อจงใจกว้างดุจมหาสมุทรกล่าว“ ไม่น้อยแล้วอย่างไรค้าขายแล้วอย่างไร สถานการณ์เช่นนี้ถ้าไม่สามารถหยุดยั้งโรคระบาดและรักษาโรคระบาดได้พวกเราก็ต้องตายหมดไม่ใช่หรือ?”

            “ ถ้าตายลงไปหมดทั้งเมือง อาหารมีมากมายแล้วจะมีประโยชน์อันใดหรือว่าจะเก็บมันเอาไว้ทำการค้าขายจะมีประโยชน์อันใด? ”

            เว่ยเจ๋อจงเขาตำหนักถึงเรื่องนี้และก็รู้ได้เป็นอย่างดีว่าโรคระบาดขนาดใหญ่ภายในเมืองยังคงไม่หยุด พวกเขาก็ต้องตายกันหมดเพราะแบบนั้นถึงแม้ว่ามีเงินทองมากมายหรือว่ามีสินค้าการค้าขายดีมากมายเพียงใดก็ไร้ค่า

            ลู่หยางได้ยินคำพูดนั้นบังเกิดความชื่นชมภายในใจต่อตัวของบุรุษผู้ที่อยู่ด้านหน้า 

            เว่ยเจ๋อจงหลังจากกล่าวจบก็พูดต่อ“ แล้วอย่างไรตัวของเจ้าจะทำอย่างไรต่อ หลังจากปิดเมืองมีความคิดว่าจะทำอย่างไร ”

            ลู่หยางหรี่ดวงตาของตนเองเล็กลงก้มใบหน้าคิด“ลองดูจากสถานการณ์ในตอนนี้คงจะไม่พ้นที่ว่าตัวของข้าจะต้องลองศึกษาเกี่ยวกับโรคชนิดนี้ดู”

            “ แต่ว่า ถ้าข้าก้าวเข้าไปภายในนั้นคงจะไม่สามารถก้าวออกมาได้อีกในตอนนี้ที่กังวลก็มีอยู่เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือหนิงหนิง ”

            “ เพราะว่าถ้าเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นคงจะไม่สามารถออกมาดูแลนางได้ ”

            เว่ยเจ๋อจงพยักหน้า“ เข้าใจแล้วเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ตัวของข้าจะเป็นคนส่งท่านป้าดูแลค่าตั้งแต่ยังเยาว์ไปดูแลนาง ”

            ลู่หยางกระพริบตามอง 

            เว่ยเจ๋อจงผู้ที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าสงสัยเขาจึงกล่าวออกมาอีกครั้ง“เรื่องนั้นเจ้าไม่จำเป็นจะต้องกังวลท่านป้าผู้นี้เป็นคนที่เลี้ยงดูข้ามาตั้งแต่ยังเล็กตอนนี้นางก็อายุมากแล้วแต่ว่าก็ยังคงดูแลเด็กไหว ”

            “ แม้ว่านางจะเจ้าระเบียบไปบ้างแต่นางก็ใจดีเป็นอย่างมากแล้วอีกอย่างน่าจะช่วยสั่งสอนหนิงหนิงได้ดี ”

            ลู่หยางได้ยินเช่นนั้นประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากันกลมคารวะผู้ที่อยู่ด้านหน้าอีกครั้ง“ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนแล้ว”

            ตอนนี้เขาหมดห่วงเรื่องบุตรสาวของตนเองแล้วในความคิดของเขาถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปก็คงจะเดินออกจากสถานที่แห่งนี้เราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

            แต่ว่าน่าจะมีประโยชน์อันใดเล่าสิ่งที่เขาทำมันก็เป็นเหมือนกันปกป้องบุตรสาวของเขาด้วยเช่นเดียวกันถ้าเขาไม่เข้าไปทำการจัดการเกี่ยวกับเรื่องโรคที่มันกำลังระบาดอยู่ 

            บุตรสาวของเขาเองในวันหนึ่งก็ต้องป่วยเป็นโรคนี้เช่นเดียวกันเอาแบบนั้นการที่เขาเดินหน้าเข้าไปเป็นทั้งการช่วยเหลือผู้คนมากมายและเป็นการปกป้องบุตรสาวของเขา

            ลู่หยางไปมองขุนนางหนุ่มแล้วกล่าว“ ข้าจะค่อยๆรายงานสถานการณ์ให้ตัวของท่านได้ล่วงรู้ข้าพอจะมีวิชาการแพทย์ติดตัวอยู่บ้างแม้จะไม่ได้เป็นคนที่เก่งกาจ ”

            “ ในตอนนี้สิ่งที่ท่านควรทำที่สุดคือการปิดเมืองแห่งนี้แล้วก็ทำการค้นหาผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้นำมาอยู่ภายในเขตกักกัน ”

            ขุนนางหนุ่มหลังจากที่ได้ฟังคำสั่งพยักหน้าอย่างรวดเร็วและก็ตอบรับกลับไป“ เข้าใจแล้วขอรับ~ ”

            จากนั้นพวกเขาก็ลงมือทำอย่างรวดเร็วต่างพากันแยกย้ายลงมือในส่วนที่ตนเองต้องกระทำ

            ขุนนางหนุ่มขุนนางภายในเมืองที่เหลืออยู่ไม่มากนักทำการจัดการเกี่ยวกับเรื่องราวที่ตนเองได้รับคำชี้แนะนำมา

            การจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้เหล่าขุนรางได้คุณชายเว่ยเข้ามาเป็นผู้ที่ช่วยในการออกความคิดเห็นและก็ช่วยในการดำเนินการจัดการเกี่ยวกับเรื่องราวหลายๆอย่าง

            หลังจากที่ได้รับคำชี้แนะให้ทำการปิดเมืองพวกเขาก็ทำการปิดเมืองตั้งแต่ในวันนั้นเลย 

            เอามือปราบและทหารภายในเมืองที่ยังพอมีอยู่ทำการกระจายกำลังออกไปปิดทางเข้าออกภายในเมืองแห่งนี้โดยการที่ปิดการเข้าออกมันไม่ได้เพียงแค่ภายในเมืองเท่านั้นแต่ว่ามันยังเป็นเขตชานเมืองด้วยเช่นเดียวกัน 

            พ่อค้าหลายคนรู้เรื่องนี้ก่อนรีบหนีออกไปจากภายในเมืองแห่งนี้แต่บางคนที่ไม่สามารถหนีออกไปได้ทันก็ต้องจำใจอยู่ที่สถานที่แห่งนี้แม้ว่าตนเองนั้นจะไม่พอใจก็ตาม 

            เว่ยเจ๋อจงจัดการเกี่ยวกับเรื่องการดูแลเหล่าผู้คนภายในเมืองเขามีที่ดินอยู่จำนวนมากสามารถนำมาเป็นที่พักอาศัยของผู้คนที่เดินทางเข้ามาค้าขายในเมืองได้

            ก่อตั้งกลายเป็นสถานที่ลี้ภัยขึ้นมา 

            พวกเขาเริ่มทำการแยกแยะผู้คนได้อย่างง่ายดายโดยการที่เลือกสรรผู้คนที่มาที่ลี้ภัยเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัย 

            เริ่มมองดูผู้ที่มีอาการป่วยแล้วก็จับตัวแยกออกไปส่งเข้าไปภายในเขตกลับกันบริเวณด้านหลังเมือง

            เหตุการณ์บริเวณด้านหลังเมืองผู้คนมีนับร้อยที่ป่วยอยู่ว่าคนที่ดูแลจัดการบริเวณด้านในที่อาสาเข้ามามีประมาณสิบคนเท่านั้น

            ลู่หยางสถานเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้โดยการใช้ผ้าขาวปิดใบหน้าของตนเองเพื่อป้องกัน 

            เท้าของเขาเอาเข้ามาภายในเขตกักกันดวงตามองตรงไปยังด้านหน้าดวงตาของเขาขาดไปมองคนพวกนั้นที่กำลังเจ็บปวด

            ลู่หยางหลังจากที่เดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ก็ตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหาแม่ลูกคู่หนึ่งที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ที่พื้นอย่างหนาวสั่น

            ลู่หยางอาการของตนเองต่ำลงไปมองที่สองแม่ลูกคู่นั้น“ เป็นอะไรหรือไม่? ” 

            เฮ้ยถามอย่างอบอุ่นแล้วใช้ดวงตาของตนเองมองอาการของพวกเขา 

            จบบท

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247