ในขณะนั้นเองก็มีคนเดินผ่านหน้าบ้านเก่าพอดีและเข้ามาพูดคุยกับเจียงอี่โหลว หยางหว่านซิ่วจึงดึงจิ่งเยี่ยนกุยออกมาแล้วกระซิบ “ท่าทีของบ้านตระกูลฟางที่มีต่อแกก็ไม่เลวนะ คราวนี้แกต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี ถ้าฟางเสียนจือจริงจังกับแกจริงๆ ย่าก็จะจัดการเื่การหมั้นหมายให้เอง”
เมื่อวานฟางเสียนจือบอกว่าวันหลังจะให้คนมาสู่ขอ หยางหว่านซิ่วคิดว่าหลิวชุนฮวาคงไม่เห็นด้วยแน่ ส่วนจิ่งเจี้ยนกั๋วก็มักจะตามใจหลิวชุนฮวามาตลอด ดังนั้นหยางหว่านซิ่วจึงคิดว่าถ้าฟางเสียนจือจริงใจกับจิ่งเยี่ยนกุยจริงๆ เื่นี้เธอจะเป็คนตัดสินใจแทนเอง!
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดหน่อย เธออยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หยางหว่านซิ่วกลับพูดแทรกขึ้นมาก่อน “เมื่อไปอยู่บ้านตระกูลฟางก็อย่าทำตัวทื่อๆ เหมือนอยู่ที่บ้าน ต้องร่าเริงหน่อย เยี่ยนกุยของเราดีขนาดนี้ ฟางเสียนจือคนนั้นนับว่าตาถึง”
จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินคำพูดนี้ของคุณย่าก็ถึงกับพูดไม่ออก เธอรู้สึกว่าคำพูดที่ว่าผู้หญิงเป็สิ่งมีชีวิตที่แปรปรวนง่ายนั้น ใช้ได้กับหยางหว่านซิ่วจริงๆ เมื่อคืนยังบอกว่าจะดูท่าทีของฟางเสียนจืออยู่เลย ตอนนี้กลับผลักไสไล่ส่งให้เธอเข้าไปอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มเสียแล้ว
เจียงอี่โหลวคุยธุระเสร็จแล้ว ก็จับมือของจิ่งเยี่ยนกุยอย่างสนิทสนม แล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย ไปกันเถอะ ตอนนี้เสียนจือเจ็บมากๆ กำลังรออยู่ที่บ้านแล้ว! เรารีบไปกันเถอะ!”
จิ่งเยี่ยนกุยไร้หนทางปฏิเสธ ก็ได้แต่เดินตามเจียงอี่โหลวไปยังบ้านตระกูลฟาง
ระหว่างทาง เจียงอี่โหลวยิ้มแย้มพลางพูดคุยเื่ทั่วไปกับจิ่งเยี่ยนกุย ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงถามถึงเื่ที่เธอรู้จักกับฟางเสียนจือได้อย่างไรเลยแม้แต่น้อย ดูเป็คนอ่อนโยนและน่าคบหา
จริงๆ แล้วในใจของเจียงอี่โหลวก็รู้สึกจนปัญญาแล้วเหมือนกัน ไม่ว่าเธอจะคิดยังไงกับจิ่งเยี่ยนกุย ลูกชายของเธอก็ชอบเธอไปแล้ว และกิริยาแบบนั้นก็แสดงออกจะแจ้งแล้วว่า จะต้องแต่งจิ่งเยี่ยนกุยเข้าบ้านให้ได้
เธอเป็คนฉลาด รู้ว่าในเวลานี้ถ้ายิ่งห้ามปราม ก็กลัวว่าท่าทีของฟางเสียนจือก็จะยิ่งแข็งกร้าว ไม่สู้ยอมตามใจเขาและปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติจะดีกว่า
ในระหว่างนั้น เธอก็จะได้เฝ้ามองจิ่งเยี่ยนกุยไปด้วยว่าเป็เด็กผู้หญิงแบบไหน ถ้าดูๆ แล้วมีนิสัยดี แม้ว่าเธอจะไม่ชอบตระกูลจิ่งแค่ไหน เื่การแต่งงานครั้งนี้ก็พอทำใจยอมรับได้
บ้านเก่าอยู่ใกล้กับบ้านตระกูลฟางมาก ไม่นานก็มาถึง
เมื่อทั้งสองมาถึงบ้านตระกูลฟาง ฟางเสียนจือกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ซุ้มดอกเชียนหนิว [1] ในสวน ตอนนี้ดอกเชียนหนิวเริ่มโรยไปครึ่งหนึ่งแล้ว กลีบสีชมพูปนม่วงจางๆ แทรกอยู่ท่ามกลางใบไม้สีเขียว ดูสง่างามมีภูมิฐานเล็กน้อย
เมื่อเขาเห็นพวกเธอกลับมาก็ยิ้มบางๆ ให้
จิ่งเยี่ยนกุยกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มของเขานั้นดูเ้าเล่ห์อยู่บ้าง เธอได้แต่เผยสีหน้าจนปัญญาออกมา
เจียงอี่โหลวกลับคิดว่าทั้งสองกำลังสื่อความรู้สึกต่อกันผ่านสายตา เธอรู้สึกลึกๆ ว่าลูกชายของเธอโตขึ้นแล้ว ตอนนี้อยากแต่งภรรยาก็คงห้ามไม่ได้ จึงเดินไปเทน้ำมาให้จิ่งเยี่ยนกุย
ชาติที่แล้วจิ่งเยี่ยนกุยไม่เคยมีความรักจริงๆ จังๆ เลย ตอนนี้เธอยังไม่เข้าใจว่าฟางเสียนจือคิดอะไรอยู่ เมื่อเห็นว่าเจียงอี่โหลวเข้าไปในบ้านแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาแล้วพูดว่า “การที่คุณทำแบบนี้ จะทำให้คุณป้าเจียงเข้าใจผิดในความสัมพันธ์ของเรานะ!”
ฟางเสียนจือถามว่า “เข้าใจผิดในความสัมพันธ์ของเรา? แล้วความสัมพันธ์ของเราเป็แบบไหน?”
จิ่งเยี่ยนกุย “…”
เธอรู้สึกอย่างชัดเจนว่า ผู้ชายที่หล่อเหลาจนเกินจริงคนนี้เป็คนเ้าเล่ห์เงียบ เขาเป็ครูของประชาชนไม่ใช่หรือ? ก็ควรจะซื่อสัตย์และเที่ยงตรงไม่ใช่รึไง?
ฟางเสียนจือเห็นสีหน้าท่าทางของเธอก็แทบกลั้นขำไว้ไม่อยู่ เขาจึงวางหนังสือในมือลงแล้วพูดว่า “ที่จริงความสัมพันธ์ของเราก็ง่ายๆ หลังจากที่เราหมั้นหมายแล้ว เราก็จะเป็คู่หมั้นกัน วันนี้ที่ขอให้เธอมา ก็เพราะอยากถามความเห็นของเธอหน่อย นอกจากของหมั้นสามอย่างตามธรรมเนียมแล้ว เธอยังอยากได้อะไรอีกไหม?”
จิ่งเยี่ยนกุยจ้องเข้าไปในครรลองสายตาของเขา ั์ตานั้นช่างงดงาม ส่องประกายเหมือนท้องฟ้าประดับดาว แต่ขณะเดียวกันก็ลึกซึ้งเหมือนมหาสมุทร มองไม่ออกเลยว่าอารมณ์ที่แท้จริงในใจของเขาเป็อย่างไร
เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ก่อนที่ฉันจะตอบคำถามของคุณ คุณตอบคำถามของฉันสักสองสามคำถามก่อนได้ไหม?”
ฟางเสียนจือพยักหน้า จิ่งเยี่ยนกุยจึงมองเขาแล้วถามว่า “เื่เมื่อวานฉันบอกไปแล้วว่าไม่ต้องรับผิดชอบ ทำไมคุณถึงยังพูดเื่นี้ต่อหน้าคนอื่น?”
เขาพูดแบบนั้นต่อหน้าทุกคน ก็หมายความว่าต้องแต่งงานกับเธอ
น้ำเสียงฟางเสียนจือจริงจัง “เหตุผลง่ายมาก เพราะฉันเป็ผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพราะตอนนั้นไม่มีใครเห็นตอนที่เรากอดกัน พอฉวยโอกาสจากเธอไปก็ปัดมือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าคำพูดของเขาก็มีเหตุผล แต่ยังรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก
ถึงแม้ว่าเธอจะคิดว่าการรับผิดชอบเป็คุณสมบัติที่ดี และผู้ชายที่มีความรับผิดชอบก็ดูน่ารักเป็พิเศษ แต่การที่เขารีบร้อนจะมารับผิดชอบแบบนี้ เป็ไปได้ไหมว่าเขาจะชอบเธอ?
เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไร เขาก็พูดต่อไปว่า “อีกอย่างวันนี้เธอก็จับััตัวฉันเหมือนกัน ในเมื่อฉันััตัวเธอไปครั้งหนึ่ง เธอก็ััตัวฉันคืนครั้งหนึ่ง ถือว่าหายกันแล้ว แต่ฉันอ่านจากในหนังสือเขาบอกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงจะก้าวหน้าไปได้อีกเรื่อยๆ เมื่อมีการัักัน”
“ฉันอยากรู้จักร่างกายของเธอ เธอเองก็อยากรู้จักร่างกายของฉันด้วย ในเมื่อเป็แบบนี้ ฉันก็คิดว่าเราควรให้โอกาสตัวเองได้ทำความรู้จักกัน เธอคิดว่ายังไง?”
จิ่งเยี่ยนกุยตะลึงกับคำพูดของเขาราวกับถูกฟ้าผ่าเต็มๆ จนชาไปทั้งตัว คำพูดนี้ต่อให้เอาไปพูดในยี่สิบปีข้างหน้าก็ยังเป็การชี้นำอยู่ดี จะบอกว่าหยาบคายก็ไม่เชิง อีกทั้งความจริงก็เป็เช่นนั้น แต่เื่ราวของเื่นี้มันไม่ได้เป็อย่างที่เขาพูดเลย!
เธอนึกอยากโต้เถียงกลับไปบ้างสักสองสามคำ แต่ก็รู้สึกว่าเมื่อผู้หญิงและผู้ชายพูดถึงเื่นี้ ผู้หญิงมักจะเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตอนนี้เขากำลังมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตาก็ใสซื่อ เหมือนแค่กำลังพูดกันตามข้อเท็จจริง ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด
เธอรู้สึกจากใจจริงว่าผู้ชายคนนี้อาจจะดูเงียบๆ แต่มีเสน่ห์มากกว่าที่เธอคิดไว้
เธอไอเบาๆ แล้วพูดว่า “ฟางเสียนจือ นี่คุณกำลังยั่วเย้าฉันอยู่หรือเปล่า?”
มุมปากของฟางเสียนจือหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาจับขาที่เอาไม้ดามไว้แล้วพูดว่า “ไม่ใช่สักหน่อย วันนี้เธอเองต่างหากที่เลิกขากางเกงของฉันเอง ฉันแค่เป็กังวลกลัวว่าเมื่อเช้าเธออาจจะดูไม่ละเอียด ก็เลยเรียกเธอมาดูให้ดีอีกครั้ง เพราะถึงยังไงก็ดูเหมือนว่าเธอจะสนใจขาของฉันมากเป็พิเศษ”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกจากใจจริงว่าเธอต้องประเมินเขาใหม่ ผู้ชายคนนี้แตกต่างจากข่าวลือมากจริงๆ เื่ที่เหมือนจะเป็การทำตัวเ้าชู้ เขากลับพูดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกขัดหูขัดตา นี่ก็ถือเป็ความสามารถอย่างหนึ่งเช่นกัน
เธอหัวเราะแล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้สนใจขาของคุณ แต่ฉันสนใจอาการาเ็ที่ขาของคุณต่างหาก เพราะฉันก็ต้องรับผิดชอบส่วนที่ทำให้คุณเจ็บขา”
“ก็เหมือนๆ กัน” ฟางเสียนจือพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เธอไม่รู้สึกหรือว่าเราสองคนค่อนข้างเหมือนกันมาก เราทั้งคู่ต่างก็เป็คนที่ชอบแสดงความรับผิดชอบเหมือนกัน”
จิ่งเยี่ยนกุย “…”
เธอมองใบหน้าของเขาที่ดูสงบนิ่งไร้อารมณ์อื่นใดเจือปน แล้วลอบกัดฟันเบาๆ เธอย้อนกลับมาเกิดใหม่ ยังต้องพะวงเขาด้วยเื่แค่นี้งั้นหรือ?
เธอเดินเข้าไปหาเขา จัดการเลิกขากางเกงของเขาขึ้น แล้วเอานิ้วมือจิ้มไปที่ขาของเขาอย่างไม่เกรงใจสักนิด
เชิงอรรถ
[1] ดอกเชียนหนิว (牵牛花) คือดอกพิทูเนีย