หลังจากจัดการธุระส่วนตัวของตนเองเสร็จ ปรางรัศมีจึงกลับไปที่ห้องของคีรินทร์เพื่อพาเขาเข้านอนตามที่ได้พูดไว้ แต่หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มอาบน้ำเสร็จแล้ว และตอนนี้เขากำลังนั่งทำงานอยู่ที่หน้าโน้ตบุ๊กของตน
ชายหนุ่มรีบพับโน้ตบุ๊กเก็บทันทีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกลับเข้ามาในห้องของตน
“ฉันขอโทษนะคะที่ไม่ได้เคาะประตู” เธอเอ่ยคำขอโทษเมื่อเห็นว่าตนเข้ามาในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังทำงานอยู่ “ฉันเข้ามารบกวนคุณหรือเปล่าคะ” เธอถามด้วยความเกรงใจ
“ฉันทำงานเสร็จพอดี” ชายหนุ่มตอบ แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เขาทำเมื่อสักครู่คือการหาประวัติของดีไซน์เนอร์สาวชื่อดัง
“ทำไมคุณอาบน้ำเสร็จแล้วล่ะคะ” เธอถามด้วยความงุนงง เพราะเธอคิดว่าเขาจะรอตนอยู่ในห้องน้ำ
“ก็มีคนใจร้ายทิ้งฉันไว้ในห้องน้ำคนเดียว ถ้าฉันไม่อาบเอง แล้วใครจะมาช่วยอาบให้คนพิการอย่างฉัน” เขาพูดอย่างตัดพ้อ ทำให้หญิงสาวรู้สึกผิด
“ฉันจะพาคุณไปที่เตียงนะคะ” เธอพูดพร้อมกับเดินไปจับที่รถเข็นของเขา เตรียมจะเข็นไปที่เตียงขนาดคิงไซส์
“เมื่อคืนฉันเห็นเธอนอนที่โซฟา ทำไมเธอถึงมานอนตรงนั้นล่ะ” เขาถามเื่เมื่อคืนด้วยความอยากรู้
“ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณพชรไม่ได้อยู่ดูแลคุณในตอนกลางคืน ฉันจึงมานอนที่นี่เผื่อจะช่วยอะไรคุณได้บ้างค่ะ” เธอตอบน้ำเสียงแสดงออกถึงความปรารถนาดีที่มีให้ชายหนุ่ม
เมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาวเขาก็รู้สึกประทับใจในน้ำใจของเธอมาก
“เธอไม่รังเกียจคนพิการอย่างฉันเหรอ” เขาแกล้งถามเพราะอยากรู้ความคิดและทัศนคติของคนตรงหน้า
“ฉันไม่เคยมองคนที่สัณฐานรูปกายภายนอกค่ะ คนเราเกิดมาย่อมมีข้อบกพร่องที่แตกต่างกันออกไป ฉันไม่เคยรังเกียจคนที่มีข้อบกพร่องในสิ่งที่เราไม่สามารถกำหนดมันได้ ฉันมองว่าคนทุกคนนั้นเท่าเทียมกัน ในเมื่อคุณเป็คนดีก็สมควรที่จะได้รับสิ่งดีๆตอบแทน คุณให้บ้าน ให้ที่หลับที่นอน ให้เสื้อผ้า ให้อาหาร ให้เกียรติ ให้การยกย่องให้ฉัน ฉันก็ต้องดูแลปรนนิบัติคุณเป็การตอบแทน” หญิงสาวตอบตามความคิดของตน
คีรินทร์ฉีกยิ้มพอใจในคำตอบที่ได้รับ เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคดีมากที่ได้ผู้หญิงคนนี้มาเดินเคียงข้าง ในเมื่อตอนนี้เธอเป็ของเขาแล้ว เขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเด็ดขาด
“แล้วคุณล่ะคะ คุณรังเกียจฉันหรือเปล่า” หญิงสาวถามกลับ เพราะเธอเองก็อยากจะรู้ความคิดของอีกฝ่ายเช่นกัน
“เธอมีอะไรให้น่ารังเกียจเหรอ” เขาถามด้วยความสงสัย
“ฉันเรียนจบแค่ ม.3 นะคะ ไม่มีการศึกษา ไม่มีความรู้ความสามารถที่จะช่วยงานอะไรคุณได้เลย คุณเป็ถึงผู้บริหารระดับสูงของทีพีเจ แต่กลับต้องมาแต่งงานกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างฉัน” เธอพูดอธิบายข้อเสียของตน
“สำหรับฉัน เธอเป็ผู้หญิงที่เพรียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติ เธอเป็คนสวย พูดเพราะ เอาใจเก่ง แถมยังเก่งงานบ้านงานเรือน และที่สำคัญฉันเห็นแล้วว่าจิตใจของเธอสวยมาก ผู้หญิงอย่างเธอฉันเชื่อว่าคงจะหาคนที่ดีกว่าฉันได้ไม่ยาก ในเมื่อเธอเองยังไม่รังเกียจฉัน แล้วคนพิการอย่างฉันจะไปกล้ารังเกียจเธอได้ยังไง” เขาพูดชมหญิงสาว ทำให้เธอหน้าแดงเพราะรู้สึกเขิน
มือหนาขยับขึ้นมาจับมือบางก่อนจะดึงมาตรงหน้าอย่างทะนุถนอม สายตาคมมองจ้องไปที่ดวงตาของหญิงสาว อยากจะใช้สายตาเป็สื่อกลางในการอธิบายความรู้สึกทั้งหมดที่เขามี
“ไม่ว่าจะเป็เพราะอะไรที่ทำให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้กับฉัน ฉันต้องขอบคุณมาก และก็ขอบคุณเธอที่ไม่รังเกียจฉัน ในสายตาคนอื่นเขาจะมองเธอยังไงฉันไม่สน เพราะสำหรับฉันเธอคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าอะไร”
หญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งรับฟัง ความรู้สึกของเธอตอนนี้มันเหมือนกับว่ากำลังถูกสะกดอยู่ในภวังค์ ความคิดมากมายปรากฏขึ้นในหัว สับสนกับคำพูดของคนตรงหน้า ถ้าเธอไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังจะสารภาพรักกับตน
“ฉันจะพาคุณไปนอนที่เตียงนะคะ”เธอพูดพร้อมกับดึงมือของตัวเองออกอย่างช้าๆเพื่อแก้อาการเขิน ก่อนจะเข็นรถไปจอดไว้ข้างเตียงแล้วพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความนุ่มนวล เธอก้มลงยกขาทั้งสองข้างของเขาขึ้นวางไว้บนเตียงเพื่อให้ชายหนุ่มได้นอนอย่างสบายตัว ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปที่โซฟาเพื่อเตรียมตัวนอน
“ปรางรัศมี”
เสียงเรียกของคีรินทร์ทำให้เธอหันไปสนใจเขาอีกครั้ง
“มานอนตรงนี้สิ” เขาตบมือไปยังที่ว่างข้างตนเบาๆ
“คะ?” เธอเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขา้าจะสื่อ
“มานอนตรงนี้” ชายหนุ่มพูดย้ำอีกครั้ง “ฉันไม่ถือหรอก”
“แต่ว่า…” หญิงสาวอึกอัก เพราะพวกเขายังไม่ได้แต่งงานกัน และความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะสามารถนอนร่วมเตียงกันได้
“มาสิ โซฟามันแข็งนอนไปนานๆเดี๋ยวจะปวดหลังเอา” เขาเร่งเร้า
“ฉันนอนได้ค่ะ” เธอปฏิเสธทางอ้อม
“เธอจะให้ฉันรู้สึกยังไง ถ้าเธอที่เป็ผู้หญิงต้องมาทนนอนโซฟาแข็งๆเพื่อดูแลฉันที่เป็ผู้ชายซึ่งได้นอนบนเตียงนุ่มๆ” เขาพูดเหมือนกับว่าตนกำลังรู้สึกผิดเพื่อเบี่ยงเบนความคิดของหญิงสาว
“หรือว่าเธอจะให้ฉันไปนอนโซฟา” เขาเริ่มหว่านล้อม
“ไม่นะคะ” เธอรีบปฏิเสธทันที ขาของเขาไม่ดี ถ้าเธอให้เขามานอนโซฟาเพื่อที่ตนจะได้นอนเตียงนิ่มๆก็คงจะดูเหมือนคนที่เห็นแก่ตัวเกินไป
“หรือว่าเธอรังเกียจฉัน” เขาใช้เื่ความรู้สึกมาพูดกับหญิงสาวเพื่อให้เเธอหมดหนทางที่จะปฏิเสธ
“เปล่านะคะ” เธอตอบปฏิเสธทันควัน
“ถ้างั้นก็มานอนตรงนี้” เขาพูดย้ำอีกครั้งพร้อมกับใช้มือตบไปเบาๆตรงที่ว่างข้างตน
“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก เธอดูสภาพฉันสิ เป็แบบนี้จะทำอะไรเธอได้ยังไง” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่มั่นใจในตัวเขา ชายหนุ่มจึงใช้ความพิการของตนเพื่อให้เธอมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำอะไรเธอให้เธอต้องเสียเกียรติแน่นอน
เมื่อหมดทางปฏิเสธ ปรางรัศมีจึงต้องจำใจยอมเดินอ้อมไปขึ้นเตียงอีกฝั่งตรงข้ามชายหนุ่ม
“ฉันนอนตรงนี้ก็ได้ค่ะ แต่ฉันขอใช้หมอนข้างคั่นระหว่างเรานะคะ” เธอต่อรอง
“ได้” เขารีบตอบตกลง
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเดินไปปิดไฟเหลือไว้แค่โคมไฟหัวเตียง และเดินมานอนยังที่ของตน หญิงสาวไม่ลืมหยิบหมอนข้างมาวางแทรกไว้ระหว่างพวกเขา ก่อนจะหันไปปิดโคมไฟหัวเตียงและล้มตัวลงนอนด้วยความเกร็ง
ชายหนุ่มฉีกยิ้มอย่างชอบใจและพอใจเป็ที่สุดที่แผนของเขานั้นสำเร็จ
“ปรางรัศมี” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆท่ามกลางความเงียบในค่ำคืนที่มืดสนิท
“หื้ม?” หญิงสาวที่ยังไม่หลับจึงขานรับ เผื่อว่าชายหนุ่มมีอะไร้าให้ตนช่วย
“ขอมือหน่อยสิ” เขาพูด
ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย แต่ก็ยอมยื่นมืออีกข้างของตนไปให้เขาอย่างง่ายดาย
มือหนาขยับมากุมมือบางเอาไว้อย่างทะนุถนอม
“ฝันดีนะ”
เขาพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นรัว เพราะเธอกำลังรู้สึกดีอย่างพิเศษ
“ฝันดีค่ะ” เธอตอบก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงและหลับไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มที่ยังไม่หลับ เมื่อเห็นว่าคนข้างกายนอนหลับไปแล้ว เขาจึงเรียกชื่อเธอเบาๆเพื่อสำรวจว่าอีกฝ่ายนั้นหลับสนิทไปหรือยัง
“ปรางรัศมี” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ แต่ก็ไร้เสียงตอบรับจากหญิงสาว
“ปรางรัศมี” เขาเรียกอีกครั้งเพื่อสำรวจให้มั่นใจว่าเธอหลับไปแล้วจริงๆ แต่ครั้งนี้ก็ไม่มีเสียงตอบรับอีกเช่นเดิม ทำให้ชายหนุ่มมั่นใจว่าฝ่ายหญิงนั้นหลับสนิทไปแล้ว
เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายหลับสนิทไปแล้ว เขาจึงค่อยๆดึงหมอนข้างออก ก่อนที่จะขยับตัวเองไปนอนข้างๆเธอ แล้วใช้มืออีกข้างยกศีรษะของคนตัวเล็กเอามาหนุนแขนของตน ส่วนมืออีกข้างก็โอบไปที่เอวบาง ก่อนที่เขาจะหลับตาลงอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการขยับตัวของเขานั้นทำให้หญิงสาวที่หลับอยู่ในห้วงนิทรารู้สึกตัวตื่น แต่เธอก็ไม่ได้โวยวายอะไรออกมา ได้แต่นอนนิ่งรับััที่เขามอบให้ รอดูว่าอีกฝ่ายนั้นจะทำอะไรต่อไป