(END) My Perfect Man | สามีฉัน! รับประกันความเพอร์เฟกต์

    บทที่ 14 มานอนตรงนี้สิ

    หลังจากจัดการธุระส่วนตัวของตนเองเสร็จ ปรางรัศมีจึงกลับไปที่ห้องของคีรินทร์เพื่อพาเขาเข้านอนตามที่ได้พูดไว้ แต่หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มอาบน้ำเสร็จแล้ว และตอนนี้เขากำลังนั่งทำงานอยู่ที่หน้าโน้ตบุ๊กของตน


    ชายหนุ่มรีบพับโน้ตบุ๊กเก็บทันทีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกลับเข้ามาในห้องของตน


    “ฉันขอโทษนะคะที่ไม่ได้เคาะประตู” เธอเอ่ยคำขอโทษเมื่อเห็นว่าตนเข้ามาในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังทำงานอยู่ “ฉันเข้ามารบกวนคุณหรือเปล่าคะ” เธอถามด้วยความเกรงใจ


    “ฉันทำงานเสร็จพอดี” ชายหนุ่มตอบ แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เขาทำเมื่อสักครู่คือการหาประวัติของดีไซน์เนอร์สาวชื่อดัง


    “ทำไมคุณอาบน้ำเสร็จแล้วล่ะคะ” เธอถามด้วยความงุนงง เพราะเธอคิดว่าเขาจะรอตนอยู่ในห้องน้ำ


    “ก็มีคนใจร้ายทิ้งฉันไว้ในห้องน้ำคนเดียว ถ้าฉันไม่อาบเอง แล้วใครจะมาช่วยอาบให้คนพิการอย่างฉัน” เขาพูดอย่างตัดพ้อ ทำให้หญิงสาวรู้สึกผิด


    “ฉันจะพาคุณไปที่เตียงนะคะ” เธอพูดพร้อมกับเดินไปจับที่รถเข็นของเขา เตรียมจะเข็นไปที่เตียงขนาดคิงไซส์


    “เมื่อคืนฉันเห็นเธอนอนที่โซฟา ทำไมเธอถึงมานอนตรงนั้นล่ะ” เขาถามเ๱ื่๵๹เมื่อคืนด้วยความอยากรู้


    “ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณพชรไม่ได้อยู่ดูแลคุณในตอนกลางคืน ฉันจึงมานอนที่นี่เผื่อจะช่วยอะไรคุณได้บ้างค่ะ” เธอตอบน้ำเสียงแสดงออกถึงความปรารถนาดีที่มีให้ชายหนุ่ม


    เมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาวเขาก็รู้สึกประทับใจในน้ำใจของเธอมาก


    “เธอไม่รังเกียจคนพิการอย่างฉันเหรอ” เขาแกล้งถามเพราะอยากรู้ความคิดและทัศนคติของคนตรงหน้า


    “ฉันไม่เคยมองคนที่สัณฐานรูปกายภายนอกค่ะ คนเราเกิดมาย่อมมีข้อบกพร่องที่แตกต่างกันออกไป ฉันไม่เคยรังเกียจคนที่มีข้อบกพร่องในสิ่งที่เราไม่สามารถกำหนดมันได้ ฉันมองว่าคนทุกคนนั้นเท่าเทียมกัน ในเมื่อคุณเป็๲คนดีก็สมควรที่จะได้รับสิ่งดีๆตอบแทน คุณให้บ้าน ให้ที่หลับที่นอน ให้เสื้อผ้า ให้อาหาร ให้เกียรติ ให้การยกย่องให้ฉัน ฉันก็ต้องดูแลปรนนิบัติคุณเป็๲การตอบแทน” หญิงสาวตอบตามความคิดของตน


     คีรินทร์ฉีกยิ้มพอใจในคำตอบที่ได้รับ เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคดีมากที่ได้ผู้หญิงคนนี้มาเดินเคียงข้าง ในเมื่อตอนนี้เธอเป็๲ของเขาแล้ว เขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเด็ดขาด


    “แล้วคุณล่ะคะ คุณรังเกียจฉันหรือเปล่า” หญิงสาวถามกลับ เพราะเธอเองก็อยากจะรู้ความคิดของอีกฝ่ายเช่นกัน


    “เธอมีอะไรให้น่ารังเกียจเหรอ” เขาถามด้วยความสงสัย


    “ฉันเรียนจบแค่ ม.3 นะคะ ไม่มีการศึกษา ไม่มีความรู้ความสามารถที่จะช่วยงานอะไรคุณได้เลย คุณเป็๲ถึงผู้บริหารระดับสูงของทีพีเจ แต่กลับต้องมาแต่งงานกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างฉัน” เธอพูดอธิบายข้อเสียของตน


    “สำหรับฉัน เธอเป็๲ผู้หญิงที่เพรียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติ เธอเป็๲คนสวย พูดเพราะ เอาใจเก่ง แถมยังเก่งงานบ้านงานเรือน และที่สำคัญฉันเห็นแล้วว่าจิตใจของเธอสวยมาก ผู้หญิงอย่างเธอฉันเชื่อว่าคงจะหาคนที่ดีกว่าฉันได้ไม่ยาก ในเมื่อเธอเองยังไม่รังเกียจฉัน แล้วคนพิการอย่างฉันจะไปกล้ารังเกียจเธอได้ยังไง” เขาพูดชมหญิงสาว ทำให้เธอหน้าแดงเพราะรู้สึกเขิน


    มือหนาขยับขึ้นมาจับมือบางก่อนจะดึงมาตรงหน้าอย่างทะนุถนอม สายตาคมมองจ้องไปที่ดวงตาของหญิงสาว อยากจะใช้สายตาเป็๲สื่อกลางในการอธิบายความรู้สึกทั้งหมดที่เขามี


    “ไม่ว่าจะเป็๲เพราะอะไรที่ทำให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้กับฉัน ฉันต้องขอบคุณมาก และก็ขอบคุณเธอที่ไม่รังเกียจฉัน ในสายตาคนอื่นเขาจะมองเธอยังไงฉันไม่สน เพราะสำหรับฉันเธอคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าอะไร”


    หญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งรับฟัง ความรู้สึกของเธอตอนนี้มันเหมือนกับว่ากำลังถูกสะกดอยู่ในภวังค์ ความคิดมากมายปรากฏขึ้นในหัว สับสนกับคำพูดของคนตรงหน้า ถ้าเธอไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังจะสารภาพรักกับตน


    “ฉันจะพาคุณไปนอนที่เตียงนะคะ”เธอพูดพร้อมกับดึงมือของตัวเองออกอย่างช้าๆเพื่อแก้อาการเขิน ก่อนจะเข็นรถไปจอดไว้ข้างเตียงแล้วพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความนุ่มนวล เธอก้มลงยกขาทั้งสองข้างของเขาขึ้นวางไว้บนเตียงเพื่อให้ชายหนุ่มได้นอนอย่างสบายตัว ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปที่โซฟาเพื่อเตรียมตัวนอน


    “ปรางรัศมี”


    เสียงเรียกของคีรินทร์ทำให้เธอหันไปสนใจเขาอีกครั้ง


    “มานอนตรงนี้สิ” เขาตบมือไปยังที่ว่างข้างตนเบาๆ


    “คะ?” เธอเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขา๻้๵๹๠า๱จะสื่อ


    “มานอนตรงนี้” ชายหนุ่มพูดย้ำอีกครั้ง “ฉันไม่ถือหรอก”


    “แต่ว่า…” หญิงสาวอึกอัก เพราะพวกเขายังไม่ได้แต่งงานกัน และความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะสามารถนอนร่วมเตียงกันได้


    “มาสิ โซฟามันแข็งนอนไปนานๆเดี๋ยวจะปวดหลังเอา” เขาเร่งเร้า


    “ฉันนอนได้ค่ะ” เธอปฏิเสธทางอ้อม


    “เธอจะให้ฉันรู้สึกยังไง ถ้าเธอที่เป็๲ผู้หญิงต้องมาทนนอนโซฟาแข็งๆเพื่อดูแลฉันที่เป็๲ผู้ชายซึ่งได้นอนบนเตียงนุ่มๆ” เขาพูดเหมือนกับว่าตนกำลังรู้สึกผิดเพื่อเบี่ยงเบนความคิดของหญิงสาว


    “หรือว่าเธอจะให้ฉันไปนอนโซฟา” เขาเริ่มหว่านล้อม


    “ไม่นะคะ” เธอรีบปฏิเสธทันที ขาของเขาไม่ดี ถ้าเธอให้เขามานอนโซฟาเพื่อที่ตนจะได้นอนเตียงนิ่มๆก็คงจะดูเหมือนคนที่เห็นแก่ตัวเกินไป


    “หรือว่าเธอรังเกียจฉัน” เขาใช้เ๱ื่๵๹ความรู้สึกมาพูดกับหญิงสาวเพื่อให้เเธอหมดหนทางที่จะปฏิเสธ


    “เปล่านะคะ” เธอตอบปฏิเสธทันควัน


    “ถ้างั้นก็มานอนตรงนี้” เขาพูดย้ำอีกครั้งพร้อมกับใช้มือตบไปเบาๆตรงที่ว่างข้างตน


    “ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก เธอดูสภาพฉันสิ เป็๲แบบนี้จะทำอะไรเธอได้ยังไง” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่มั่นใจในตัวเขา ชายหนุ่มจึงใช้ความพิการของตนเพื่อให้เธอมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำอะไรเธอให้เธอต้องเสียเกียรติแน่นอน


    เมื่อหมดทางปฏิเสธ ปรางรัศมีจึงต้องจำใจยอมเดินอ้อมไปขึ้นเตียงอีกฝั่งตรงข้ามชายหนุ่ม


    “ฉันนอนตรงนี้ก็ได้ค่ะ แต่ฉันขอใช้หมอนข้างคั่นระหว่างเรานะคะ” เธอต่อรอง


    “ได้” เขารีบตอบตกลง


    เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเดินไปปิดไฟเหลือไว้แค่โคมไฟหัวเตียง และเดินมานอนยังที่ของตน หญิงสาวไม่ลืมหยิบหมอนข้างมาวางแทรกไว้ระหว่างพวกเขา ก่อนจะหันไปปิดโคมไฟหัวเตียงและล้มตัวลงนอนด้วยความเกร็ง


    ชายหนุ่มฉีกยิ้มอย่างชอบใจและพอใจเป็๲ที่สุดที่แผนของเขานั้นสำเร็จ


    “ปรางรัศมี” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆท่ามกลางความเงียบในค่ำคืนที่มืดสนิท


    “หื้ม?” หญิงสาวที่ยังไม่หลับจึงขานรับ เผื่อว่าชายหนุ่มมีอะไร๻้๵๹๠า๱ให้ตนช่วย


    “ขอมือหน่อยสิ” เขาพูด


    ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย แต่ก็ยอมยื่นมืออีกข้างของตนไปให้เขาอย่างง่ายดาย


    มือหนาขยับมากุมมือบางเอาไว้อย่างทะนุถนอม


    “ฝันดีนะ”


    เขาพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นรัว เพราะเธอกำลังรู้สึกดีอย่างพิเศษ


    “ฝันดีค่ะ” เธอตอบก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงและหลับไป


    ผ่านไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มที่ยังไม่หลับ เมื่อเห็นว่าคนข้างกายนอนหลับไปแล้ว เขาจึงเรียกชื่อเธอเบาๆเพื่อสำรวจว่าอีกฝ่ายนั้นหลับสนิทไปหรือยัง


    “ปรางรัศมี” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ แต่ก็ไร้เสียงตอบรับจากหญิงสาว


    “ปรางรัศมี” เขาเรียกอีกครั้งเพื่อสำรวจให้มั่นใจว่าเธอหลับไปแล้วจริงๆ แต่ครั้งนี้ก็ไม่มีเสียงตอบรับอีกเช่นเดิม ทำให้ชายหนุ่มมั่นใจว่าฝ่ายหญิงนั้นหลับสนิทไปแล้ว


    เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายหลับสนิทไปแล้ว เขาจึงค่อยๆดึงหมอนข้างออก ก่อนที่จะขยับตัวเองไปนอนข้างๆเธอ แล้วใช้มืออีกข้างยกศีรษะของคนตัวเล็กเอามาหนุนแขนของตน ส่วนมืออีกข้างก็โอบไปที่เอวบาง ก่อนที่เขาจะหลับตาลงอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการขยับตัวของเขานั้นทำให้หญิงสาวที่หลับอยู่ในห้วงนิทรารู้สึกตัวตื่น แต่เธอก็ไม่ได้โวยวายอะไรออกมา ได้แต่นอนนิ่งรับ๼ั๬๶ั๼ที่เขามอบให้ รอดูว่าอีกฝ่ายนั้นจะทำอะไรต่อไป