“รีบลุกเถอะท่านย่ารอเ้าอยู่” ชายหนุ่มทอดเสียงอ่อนโยนมองบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความเอ็นดู
ฟู่เจียนจื่อขยับตัวจะลุกขึ้นตามคำบิดาเหมียนฮวาจึงคิดจะเข้าไปช่วยประคอง แต่นายหนุ่มกลับยกมือขึ้นห้ามนาง
“เ้าลุกเองได้ใช่ไหม”
“ขอรับ ท่านพ่อ”เด็กน้อยรับคำ กัดฟันข่มความเจ็บเขาอยากให้บิดาเห็นว่าเขาเก่งและเข้มแข็ง
ครั้นเมื่อร่างเล็กยืนได้ตรงแล้วผู้เป็บิดาก็โน้มตัวลงไปหาเด็กน้อย และใช้มือปัดฝุ่นผงที่ติดตามเสื้อผ้าของเขาให้และจึงได้เห็นว่า ที่หัวเข่าลูกรักมีรอยถลอกจนกางเกงขาด จึงได้เอ่ยปลอบ
“พ่อจะพาเ้าไปใส่ยาไม่กี่วันแผลก็หายแล้ว”
ฟู่เจียนจื่อฉีกยิ้มจนเต็มแก้มเมื่อบิดาอุ้มเขาขึ้นวงแขนป้อมกอดรัดรอบคอของบิดาไว้ เด็กชายมองลูกตะกร้อที่ยังคงอยู่บนพื้นก่อนจะพูดกับบรรดาบ่าวตัวเล็กของบ้าน
“ตะกร้อนั่นข้าให้พวกเ้าเล่นกันก่อน ไว้วันหลังข้าจะมาเล่นด้วย”
จินป๋ายไช่พ่นลมหายใจแห่งความโล่งอกออกมานางมองตามเ้าของร่างสูงซึ่งกำลังเดินจากไป ก่อนจะสบเข้ากับดวงตากลมโตใสกระจ่างของคุณชายน้อยที่โผล่พ้นไหล่ผึ่งผายของบิดา
อา...แดดคงจะแผดเผาแรงจนทำให้สายตานางพร่าเลือนกระมังเพราะชั่วแวบเดียวนั้นเอง คล้ายกับว่านางเห็นคุณชายน้อยคลี่ยิ้มหน่อยๆให้นางเป็หนแรกในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา...
แต่นางหารู้ไม่ว่าบิดาของเด็กชายที่หันหลังให้พร้อมกับก้าวไปข้างหน้านั้นมีรอยยิ้มกว้างด้วยความสุขใจเป็ครั้งแรกใน่เวลาหลายปีั้แ่ภรรยาของเขาจากไป
บ่ายวันหนึ่ง ที่บริเวณลานซักล้างบ้านสกุลฟู่
“ขยับหน่อยๆให้มันเข้าเนื้อเข้าน้ำกว่านี้ก่อนค่อยกินกัน” เกาซื่อ เด็กหนุ่มอายุราวสิบสี่สิบห้าปีร้องสั่งสมุนรุ่นเล็กสองสามคนที่ล้อมหน้าล้อมหลังจะเข้ามามุงดูหม้อต้มอาหารรสเลิศจากฝีมือเขา ซึ่งกำลังเริ่มเดือดให้ถอยไป
“น่ากินแฮะ...ว่าแต่เ้าขนใส่อะไรลงไปบ้างล่ะนั่นมิใช่แอบไปขโมยห้องครัวมานะ” จินป๋ายไช่กล่าวเย้าแหย่เพราะรู้ดีว่าเด็กหนุ่มเป็คนใจซื่อมือสะอาดและคงจะไม่ถือโกรธนางแน่
“ฟังเ้าพูดเข้าข้าขอมาดีๆ ป้าหนิวแบ่งให้มากับมือ ก็พวกของเหลือที่ยังดูดีอยู่ ว่าแต่เ้าเถอะน้ำลายคงไหลเหมือนกันละน่า ฮ้อมหอมออกขนาดนี้” เกาซื่อยืดอกพร้อมกับใช้ไม้พายคนต้มสารพัดเนื้อสัตว์และผักหญ้าในหม้อ
“ออกไปก่อนๆ” เด็กหนุ่มยังคงส่งเสียงปรามเด็กๆ ที่รายล้อมรอบตัว
“ระวังกันหน่อยเด็กน้อยเดี๋ยวโดนไฟโดนน้ำร้อนลวก พ่อแม่เ้าจะตีซ้ำเอา” จินป๋ายไช่ร้องเตือนพวกเขาด้วยความเป็ห่วงอยู่ร่วมรั้วก็เหมือนเป็ญาติมิตรกัน บ่าวบ้านฟู่ไม่ได้อดอยากแต่อย่างใดพวกเขาได้กินอิ่มนอนหลับปลอดภัยทุกวัน แต่เกาซื่อและเด็กๆก็มักจะมีเื่ให้อยากรู้อยากลองทำด้วยตนเองอยู่เสมอนั่นแหละ
“ทำอะไรกันหรือหอมไปไกลถึงประตูทางเข้าโน่น” ฟู่เจียนจื่อที่เดินผ่านซุ้มประตูทางเข้าเรือนพักพวกบ่าวะโถามเมื่อเดินมาถึงกลางทาง
“มาได้อย่างไรเ้าคะ”จินป๋ายไช่ในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดคุณชายน้อยของบ้านมากที่สุดเอ่ยถามขึ้นผู้ติดตามเขาเป็เพียงเด็กชายตัวเล็กหนึ่งคนเท่านั้น “พี่เหมียนฮวาเล่าเ้าคะนางไม่มาด้วยหรือ” นางชะเง้อคอหาพี่เลี้ยงของเด็กชายวัยห้าขวบ
“ไม่มา...” หรืออันที่จริงป่านนี้นางอาจวิ่งวุ่นตามหาตัวเขาอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้
ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อถือเลยให้ตายสิ!
นายหญิงใหญ่ไหนเลยจะปล่อยให้คุณชายน้อยเล็ดลอดสายตาผู้ใหญ่คอยติดตามได้อย่างนี้แล้วเห็นทีพี่เหมียนฮวาคงเจอฤทธิ์คุณชายตัวน้อยเข้าอีกแน่
“ไม่มาหรือว่าตามมาไม่ทันกันแน่เ้าคะ”จินป๋ายไช่ดักคอ
ฟู่เจียนจื่อทำปากยู่ก่อนจะไถลตัวแทรกเข้าไปมองหม้อต้มแกงที่ถูกยกขึ้นวางบนโต๊ะตัวเล็กเห็นลูกบ่าวในบ้านเข้าแถวเคาะถ้วยกระเบื้องในมือรออาหารแจกอย่างน่าสนุกเด็กชายจึงขอถ้วยจากเกาซื่อหนึ่งใบ เกาซื่อกำลังจะถามความเห็นจากจินป๋ายไช่แต่เด็กชายไม่รอช้า รีบยื้อแย่งถ้วยในมือของเขามาถือไว้เสียก่อน
“แบ่งข้าด้วยสิ”เด็กชายบอก ตาจ้องควันที่กรุ่นขึ้นจากปากหม้อพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมของอาหารในหม้อที่หน้าตาดูแปลกๆ ไม่เคยเห็นมาก่อนเสียงเคี้ยวจับๆ ของเคนที่ได้กินก่อนดังให้ได้ยินยิ่งทำให้น้ำลายสอ
“เอ่อ...จะดีหรือขอรับในหม้อนี่ก็พวกเศษหมูเศษปลา” เขากลัวว่าขืนคุณชายกินเข้าไปแล้วเกิดท้องไส้ไม่ดีขึ้นมาเขาจะถูกลงโทษเอาได้
“ก็ข้าอยากจะกินบอกให้แบ่งก็แบ่งเถอะน่า ดูสิช้าอยู่นั่น เดี๋ยวคนอื่นก็ตักกันไปหมดพอดี”
ระหว่างที่เกาซื่อเสียเวลาพูดอยู่กับคุณชายน้อยก็มีมือดีฉวยตักส่วนดีๆไปก่อน และเด็กหลายคนที่รอกินก็ออกอาการหวงอาหารต่างเข้ารุมล้อมหม้อดินใบเล็กกันเป็การใหญ่
“อย่าเพิ่งตักสิของเกาซื่อนะ” อาเฉียวพยายามจะยื้อแย่งถ้วยในมือของเกาซันพี่ชายของเกาซื่อที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ แต่แรงยื้อยุดทำให้น้ำแกงร้อนๆล้นออกจากปากถ้วยลวกมือเกาซันเข้า อารามใเกาซันก็ประคองถ้วยสลับไปมาในมือก่อนจะทนความร้อนไม่ไหว สะบัดผลักถ้วยแกงให้ออกพ้นตัว เด็กๆที่อยู่ใกล้แตกฮือไปคนละทาง
มีเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้นที่มัวยืนเขย่งเท้าชะเง้อคอมองเข้าไปในวงกึ่งทะเลาะวิวาทนั่นจินป๋ายไช่ที่ไม่ปล่อยให้คุณชายน้อยคลาดสายตานางเข้าฉุดเด็กชายที่กำลังจะล้มเพราะแรงกระแทกของเด็กคนหนึ่งแล้วหันกายเอาแขนโอบตัวเขาไว้ได้ทัน เพราะโน้มตัวอยู่ต่ำกว่าถ้วยแกงในมือเกาซัน น้ำแกงร้อนๆในถ้วยจึงราดรดลงบนหลังนางพอดิบพอดี...
ผ่าน่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน่บ่ายมาได้ตอนนี้จินป๋ายไช่นอนคว่ำหน้ากับหมอนเนื้อตัวท่อนบนมีเพียงเอี๊ยมสีฟ้า ความเย็นของยาที่ เฟยเฟยทาบนไหล่และแผ่นหลังซึ่งถูกน้ำแกงลวกทำให้นางรู้สึกสบายขึ้นดวงตาปรือใกล้จะปิด หลังจากต้องทนแสบร้อนตอนถูกน้ำแกงลวกมาใหม่ๆโชคดีที่นางสวมเสื้อหลายชั้น และน้ำแกงในถ้วยเหลือจำนวนไม่มากแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากถูกราดทั้งหม้อต้ม ผลคงจะร้ายแรงกว่านี้และถ้าคนที่โดนลวกเป็คุณชายน้อยของบ้านผู้ร่วมเหตุการณ์คงจะถูกลงโทษโบยกันคนละหลายไม้
หลังจากเหตุการณ์วันนี้เกาซื่อโดนสั่งให้งดแสดงฝีมือปรุงอาหารไปอีกนาน แต่เื่ดีใช่ว่าจะไม่มีเด็กหนุ่มถูกเรียกตัวเข้าไปฝึกงานในครัวใหญ่ ป้าหนิวแม่ครัวใหญ่และเหล่าคนงานในครัวที่เอ็นดูและเห็นความตั้งใจจริงที่เขาชอบทำอาหารจึงคิดจะฝึกเด็กหนุ่มให้เป็พ่อครัวบ้านสกุลฟู่ต่อไป หรือไม่แน่ในวันหน้าเขาอาจจะได้ออกไปทำครัวที่โรงเตี๊ยมไฉฟู่ของนายท่านก็ได้
ส่วนฟู่เจียนจื่อหนนี้เขาถูกท่านย่าเอ็ดเอายกใหญ่ ฐานที่หลบจากการดูแลของเหมียนฮวาหนีไปซนจนเกือบได้เื่ นางฟู่หลันคาดโทษว่าหากยังไม่เชื่อฟังนางจะเพิ่มพี่เลี้ยงให้ตามติดอีกสามคนเลยทีเดียว
วันนี้ฟู่หลิงเฉินมาเยี่ยมถามไถ่ทุกข์สุขของนางเหม่ยตามปรกติคุยกันได้สมแก่เวลา ก่อนกลับออกไป เขาอยากจะดูอาการของเด็กสาวจึงขออนุญาตหญิงชราเดินเข้าไปภายในห้องของนาง
ด้วย่เท้าที่ก้าวยาวกว่าสตรีทำให้เขาเดินไปถึงเตียงของจินป๋าย-ไช่ก่อนเฟยเฟยที่กำลังพยุงกายนางเหม่ย จึงได้เห็นแผ่นหลังขาวสะอาดซึ่งมีปอยผมส่วนหนึ่งและสายเอี๊ยมเส้นเล็กพาดผ่านชายหนุ่มจำต้องชะงักเท้าและหันหน้าจากภาพตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นระรัวขึ้นมาจนน่าแปลกใจเขาเข้ามาเยี่ยมนางในเวลาที่ไม่เหมาะสมเท่าไร
เฟยเฟยที่ตามติดเข้ามารีบเข้าไปปลดม่านมุ้งคลุมเตียงของเด็กสาววัยสิบสี่ปีลงแล้วหันมากล่าวกับชายหนุ่มที่มีท่าทางเก้อกระดาก “สงสัยนางจะหลับไปแล้วไม่เห็นขยับตัว บ่าวเพิ่งเปลี่ยนยารอบสองให้นางเ้าค่ะนายท่าน”
“ข้าอยากมาขอบคุณนางแทนเจียนจื่อเ้าตัวเล็กนั่นคงไม่รู้ ถ้าโดนลวกตรงๆ จะเป็เช่นไรป๋ายไช่สู้อุตส่าห์เอาตัวบังจนเจ็บแทนเขาไปแล้ว ไม่รู้ว่า...” ฟู่หลิงเฉินชะงักคำด้วยคิดว่าไม่ควรพูดถึงเนื้อตัวของเด็กสาวจึงได้แต่คิดในใจ นางเป็ผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูหวังว่าแผลนั่นจะไม่สร้างรอยตำหนิบนผิวกายนาง
ความห่วงใยของชายหนุ่มฉายชัดในแววตาจนนางเหม่ยที่ยืนอยู่ไม่ห่างสังเกตเห็น จึงกล่าวกับเขาเพื่อให้คลายกังวล
“แค่รอยแดงเท่านั้นพวกเรารีบทายาให้นางแล้ว ยาของนายท่านมาจากร้านขายยาที่ดีที่สุด รับรองว่าป๋ายไช่จะต้องมีผิวกายขาวละเอียดดังเดิมแน่นอนเ้าค่ะ”
“ข้าก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้นนะ”ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ในใจยังคงไม่คลายกังวล
ความสวยงามกับผู้หญิงเป็ของคู่กันจินป๋ายไช่ไม่ใช่สตรีขี้ริ้ว หากต้องมีแผลเป็ทำให้ผิวกายอัปลักษณ์ นางคงอับอายจนไม่สามารถออกเรือนแต่งสามีได้แน่เมื่อคิดถึงข้อนี้ ภาพผิวกายขาวเนียนและเอี๊ยมสีฟ้าก็ลอยเข้ามาในหัวทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขัดเขินที่จะยืนอยู่ในห้องนั้นต่อไปจึงเอ่ยลานางเหม่ยแล้วรีบก้าวยาวๆ จากไปทันทีทิ้งให้คนต่างวัยทั้งสองมองตามด้วยความแปลกใจกับท่าทีของเขาไม่น้อย