ตอนที่ 2
เมืองเรออนตั้งอยู่ท่ามกลางทิวเขาเขียวขจีและแม่น้ำสายเล็กที่ไหลผ่านกลางเมืองสถาปัตยกรรมในเมืองเป็การผสมผสานระหว่างความงามอันเป็เอกลักษณ์และการออกแบบที่ใช้งานได้จริงด้วยบ้านเรือนที่สร้างจากหินและไม้ที่ดูอบอุ่นและเป็มิตรพร้อมสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่งอยู่รอบๆ
ในย่านใจกลางเมือง คุณจะพบกับตลาดที่คึกคักมีเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของชาวเมืองที่มารวมตัวกันเพื่อซื้อขายสินค้าที่นี่มีทุกสิ่งทุกอย่างั้แ่ผลไม้สดและผักออร์แกนิกไปจนถึงอาวุธและเวทมนตร์ที่ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญในเมือง
เมื่อเชสเดินเข้าสู่ตลาด เขารู้สึกถึงบรรยากาศอันคุ้นเคยโดยรอบมีผู้คนที่ยิ้มแย้มและทักทายเขาด้วยความรักใคร่หลายคนยังจำเหตุการณ์ในอดีตที่เขาช่วยเหลือพวกเขาจากอันตรายพร้อมกับวีรชนอีกสองคนที่ร่วมเดินทางมาใน่เวลานั้นความทรงจำเ่าั้ยังสดใหม่ในใจของชาวเมือง ทำให้เชสกลายเป็ที่รักและเคารพในหมู่พวกเขา
ในขณะที่เขาเดินผ่านร้านค้าเชสได้ยินเสียงของแม่ค้ารายหนึ่งเรียกเขา
“เชส!มาทานขนมสิ! วันนี้ฉันมีขนมแบบใหม่ด้วยล่ะ!”
ซึ่งเป็การแสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมและความรักที่ชาวเมืองมีต่อเขาเขายิ้มตอบพี่สาวแม่ค้าคนนั้นแล้วตอบกลับไปอย่างสุภาพ
“วันนี้ข้าต้องไปหลายที่น่ะพี่ลิซ ไว้โอกาสหน้าข้าไม่พลาดแน่ ขอตัวก่อนนะครับ”เชสตอบกลับก่อนจะเดินจากไป วันนี้เขาต้องไปที่ร้านอาหารขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในเมืองตามคำสัญญา
ณ ร้านอาหาร "ร้านอาหารสายลม"ตั้งอยู่ในย่านใจกลางของเมืองเรออนร้านนี้ขึ้นชื่อในเื่ของอาหารที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่และเครื่องปรุงที่มีคุณภาพโดยเฉพาะเมนูประจำฤดูกาลที่ได้รับการปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันโดยเชฟโซลันเ้าของร้านผู้เป็ที่รู้จักและชื่นชมในความสามารถของเขาในการสร้างสรรค์อาหารที่ไม่เหมือนใคร
เชฟโซลันเป็ชายวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่นและบุคลิกที่เป็กันเองเขามักจะยืนอยู่ในห้องครัวของร้านที่เปิดให้ลูกค้าได้เห็นการทำอาหารสดๆพร้อมกับพูดคุยกับลูกค้าอย่างเป็กันเอง เชฟโซลันมีความหลงใหลในการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นและมักจะเสาะหาแหล่งผลิตที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงของอาหาร
บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นและน่านั่งตกแต่งด้วยไม้ธรรมชาติและมีภาพวาดของเมนูพิเศษที่เคยได้รับรางวัลเกียรติยศประดับอยู่ตามผนังเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของลูกค้ากลายเป็เสียงเพลงที่เติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับร้าน
เมื่อเชสเข้าไปในร้านเขาััได้ถึงกลิ่นหอมของอาหารที่กำลังปรุงอยู่ซึ่งทำให้เขานึกถึงรสชาติอันเป็เอกลักษณ์ที่เคยได้ลิ้มลองมาแล้วหลายครั้งเขาเดินไปที่เคาน์เตอร์และพบกับเชฟโซลันที่กำลังเตรียมอาหารอยู่
“เชส! ดีใจที่ได้เห็นเ้าอีกครั้ง!”เชฟโซลันกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี
“วันนี้เ้ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า?”
เชสตอบด้วยรอยยิ้มว่าเขาสัญญาว่าจะนำวัตถุดิบใหม่ๆที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเมนูของเชฟโซลันมาที่ร้าน โดยเฉพาะสมุนไพรและผักสดที่จะเพิ่มความสดใหม่ให้กับเมนูของร้านซึ่งเชฟโซลันรู้สึกตื่นเต้นและขอบคุณเขาอย่างมาก
ร้านอาหาร "ร้านอาหารสายลม"ไม่เพียงแต่เป็สถานที่ที่ลูกค้าได้ลิ้มลองอาหารอร่อยๆแต่ยังเป็แหล่งรวมตัวของชาวเมืองที่รักและเคารพในความสามารถของเชฟและความอบอุ่นของบรรยากาศที่เขาสร้างขึ้น
เชสกับโซลันได้เข้าครัวและปล่อยให้พนักงานดูแลร้านกันไปเองส่วนพวกเขาเข้าไปในครัวใหญ่หลังร้านเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ด้วยกัน โซลันชื่นชมเชสในด้านการปรุงอาหารมากกระทั่งตัวเขาที่เป็พ่อครัวมานานกว่า 30 ปียังนึกชื่นชม วันนี้เชสบอกว่าจะทำเมนูจากเนื้อหมูป่าส่วนสันนอก และสันคอร่วมกับซอสปรุงรสที่ทำมาจากพืชสมุนไพรแปลกๆที่เก็บมาได้มากมาย
เชสและโซลันเดินเข้าไปในครัวใหญ่หลังร้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศและสมุนไพรที่นี่คือสถานที่ที่สร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่จะดึงดูดลูกค้าทั้งในและนอกเมืองเรออนเชสยิ้มให้กับโซลันก่อนจะเริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับเมนูพิเศษในวันนี้
“วันนี้เราจะทำอาหารที่ทุกคนต้องหลงรัก” เชสบอกด้วยเสียงมั่นใจขณะที่เขาหยิบเนื้อหมูป่าที่สดใหม่และคุณภาพดีออกจากช่องมิติเนื้อสันนอกและสันคอที่มีสีแดงสดสะท้อนแสงไฟในครัวให้ดูน่ากินอย่างยิ่ง
เขาเริ่มหั่นเนื้อด้วยมีดที่คมกริบแต่ละชิ้นมีขนาดพอดีคำ ทั้งเรียบและหนา เพื่อให้เก็บความชุ่มฉ่ำไว้ในทุกคำที่กัด
“โอ้ ช่างประณีตจริง ๆ” โซลันกล่าวด้วยความชื่นชมขณะที่เขามองดูการทำงานของเชสอย่างตั้งใจ
“การทำอาหารเป็ศิลปะที่ต้องใช้จิติญญา”เขาเสริม
เชสไม่ตอบแต่ยิ้มให้โซลันขณะนำเนื้อที่หั่นแล้วไปลงกระทะที่ร้อนจัดซอสปรุงรสที่ทำจากสมุนไพรแปลก ๆที่เขาเก็บมาจากป่าเริ่มส่งกลิ่นหอมอันลึกลับระหว่างการทำอาหาร ที่เต็มไปด้วยความเป็ธรรมชาติและความสดใหม่ซอสนี้มีสีเขียวเข้ม และมีลักษณะเหนียวข้นซึ่งเมื่อราดลงบนเนื้อหมูป่าแล้วจะดูยั่วยวนใจมากขึ้น
“มันจะทำให้เนื้อหมูนุ่มและซึมซับรสชาติได้ดี” เชสกล่าวขณะเขากระจายซอสลงไปอย่างพิถีพิถันให้ทั่วทุกชิ้นเนื้อเขายังไม่ลืมที่จะเพิ่มสมุนไพรสดอีกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมและสีสันให้จาน
เมื่อเนื้อหมูป่าที่ปรุงรสสุกอย่างพอดีเชสจึงตักใส่จานแล้วนำไปตกแต่งด้วยใบสมุนไพรที่สดใหม่และเหลืองทองจากการทอดซึ่งช่วยเพิ่มความกรุบกรอบในทุกคำที่รับประทาน
“เชื่อเถอะ ว่าจานนี้จะต้องเป็ที่นิยมอย่างแน่นอน”เชสยิ้มให้กับโซลันอย่างมั่นใจ ขณะที่เขานำจานอาหารที่น่าหลงใหลไปจัดวางบนโต๊ะ
ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อหมูป่าที่ปรุงอย่างพิถีพิถันซอสที่เข้มข้น และความสดชื่นของสมุนไพรนี่คือการเริ่มต้นของเมนูใหม่ที่จะทำให้ทุกคนที่ได้ลิ้มลองรู้สึกประทับใจ
“จะมองอีกนานมั้ย ลองชิมดูสิ” เชสเอ่ยกับโซลัน ทุกครั้งที่เขาทำเมนูใหม่ๆขึ้นมาโซลันจะรับหน้าที่ชิมมาตลอดมีบ้างที่บางทีลูกสาวของโซลันก็ร่วมด้วย
โซลันยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ลิ้มลองอาหารจานที่เชสสร้างสรรค์ขึ้นเขายกช้อนขึ้นและตักเนื้อหมูป่าที่ชุ่มฉ่ำและหอมหวานเข้าปากรสชาติแรกที่ััคือความนุ่มนวลของเนื้อหมูที่สุกพอดีมีความหวานที่มาจากเนื้อที่คุณภาพดีและซอสสมุนไพรที่ทำขึ้นเอง
ซอสสีเขียวเข้มที่เชสราดลงไปนั้นมีรสชาติเข้มข้นและกลมกลืนอย่างน่าประหลาดซอสนี้ให้รสเปรี้ยวนิด ๆ ที่ช่วยเสริมให้เนื้อหมูรู้สึกสดชื่นขณะเดียวกันก็มีความเผ็ดร้อนเล็กน้อยจากสมุนไพรที่ถูกบดละเอียดซึ่งทำให้รสชาติของจานนี้มีมิติหลากหลายโดยแต่ละคำมีการผสมผสานระหว่างความหวานจากเนื้อและความกลมกล่อมจากซอสอย่างลงตัว
เมื่อกัดเนื้อหมูเข้าไปจนถึงกลางคำโซลันรู้สึกถึงความกรุบกรอบของสมุนไพรทอดที่ตกแต่ง้ามันช่วยเพิ่มเนื้อััที่น่าสนใจทำให้จานนี้ดูไม่น่าเบื่อและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาเขาไม่สามารถหยุดยิ้มได้เมื่อรสชาติของเนื้อที่นุ่มลิ้นและซอสที่เข้มข้นประทับอยู่ในใจ
“เชส...”โซลันกล่าวเสียงเบา ขณะที่เขาหยุดพักเพื่อซึมซับรสชาติ “นี่มันอร่อยเกินไป!อาหารจานนี้จะต้องมีชื่อที่สมกับมัน”
เขานึกถึงความรู้สึกที่ได้ััถึงความสดใหม่และความอบอุ่นของเมนูนี้จนในที่สุดเขาก็ยิ้มขึ้นและพูดออกมา “ขอเรียกมันว่า ‘หมูป่าแห่งความฝัน’เพื่อเป็เกียรติให้กับความรักและการสร้างสรรค์ที่เ้าใส่ลงไปในจานนี้”
โซลันรู้สึกประทับใจในความคิดสร้างสรรค์ของเชสและเชื่อมั่นว่าชื่อที่เขาตั้งขึ้นจะช่วยสร้างความดึงดูดใจให้กับลูกค้าในเรออนได้อย่างแน่นอน
เชสก้าวออกจากครัวไปยังส่วนหน้าของร้านอาหารที่นี่บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของชาวบ้านที่นั่งอยู่ตามโต๊ะไม้เก่าขณะที่สายลมเย็นพัดผ่าน ทำให้ใบไม้ของต้นไม้ใหญ่ด้านนอกสั่นไหวเขาเหลือบมองไปที่กลุ่มคนที่นั่งสนทนากันอย่างคึกคัก ข่าวลือแปลกๆที่เขาได้ยินเริ่มเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาในหัว
“คุณได้ยินเื่หมู่บ้านลึกลับที่เพิ่งปรากฏขึ้นหรือเปล่า?” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น พลางชี้ไปที่ทิศทางที่ไม่มีใครรู้จักชาวบ้านคนอื่นๆ พยักหน้าและเริ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างไม่ขาดสาย
“ได้ยินมาว่ามันมีเหตุการณ์แปลกๆบางอย่างจากที่นั่นนะ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเสริม
“บางคนบอกว่าเห็นแสงสีสันสว่างวาบในยามค่ำคืนแถมมีเสียงดนตรีดังออกมาจากหมู่บ้านด้วย”
“ทหารของทางการก็ถูกส่งไปตรวจสอบแล้ว”หญิงสาวคนเดิมพูดต่อ “พวกเขาบอกว่าอาจมีบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น”
เชสรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินข่าวนี้ใจของเขาเริ่มเต้นแรง เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้สถานที่ลึกลับที่มีการมาของผู้คนที่ไม่รู้ที่มา ราวกับว่าพวกเขามาจากฟ้าซึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันได้พบเห็น ตัวเขาในฐานะผู้รักการผจญภัยย่อม้าสำรวจและค้นหาเื้ัของเื่ราวนี้
“บางคนพูดถึงมันว่าพวกเทพเ้าส่งคนของพวกเขาลงมายังโลกของเรา”ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มยิ้มแหยๆ “จะจริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้ามันเป็เช่นนั้นจริงจะมีใครเข้าไปสำรวจมั้ยนะ?”
เชสรู้สึกเสียดแทงในใจยิ่งได้ยินข่าวลือนี้ เขายิ่งมั่นใจว่าเขาจะต้องออกเดินทางไปยังหมู่บ้านนั้นอย่างแน่นอน
“อาจเป็โอกาสดีที่จะได้เข้าใจสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินออกจากร้านอาหารสายลมแห่งนี้ไป
หลังจากออกมาก็พบว่าใกล้เย็นแล้วเชสจึงตัดสินใจที่จะกลับบ้านก่อนเขา้าเอาข่าวลือนี้ไปบอกท่านปู่และท่านย่าของเขา
เชสรีบเดินกลับบ้านโดยมีความรู้สึกตื่นเต้นและกังวลในเวลาเดียวกันข่าวลือที่เขาได้ยินมาในวันนี้เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในโลกภายนอกทำให้เขาไม่อาจนั่งนิ่งอยู่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเื่ที่เกี่ยวข้องกับการมาถึงของผู้คนที่แปลกประหลาด
เมื่อเชสถึงบ้านเขาเปิดประตูบ้านไม้เก่า ๆ ที่มีร่องรอยของการใช้งานมานาน โดยทันทีที่เขาเข้าไปเขาก็เห็นคุณย่าของเขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานกำลังอ่านหนังสือเล่มเก่าในขณะที่คุณปู่กำลังซ่อมเครื่องมือโบราณที่มีลักษณะคล้ายกับนาฬิกา
"ท่านปู่ ท่านย่า! ข้ามีเื่มาบอก!" เชสเรียกเสียงดังดวงตาของเขาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น เฟเรียหันมามองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ในขณะที่วิลหยุดทำงานแล้วเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองที่เชสด้วยความสนใจ
"ข่าวอะไรหรือ เชส?" เฟเรียถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก
"ข้าได้ยินข่าวลือมีหมู่บ้านแปลกๆ ปรากฏขึ้นรอบนอกของเมือง!"เชสพูดด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อยเพราะความตื่นเต้น "อยู่ๆก็โผล่ขึ้นมาภายในคืนเดียวและไม่ใช่แค่หนึ่งแต่มีมากมายรอบเมืองของเรา!"
พอได้ยินดังนั้นวิล และ เฟเรียก็ส่งสายตามองกันในทันทีราวกับสื่อสารกันผ่านสายตา
“นั่นอาจเป็สัญญาณ เชสฟังข้าให้ดี เ้าเคยถามข้าเมื่อตอนเ้ายังเด็กว่าพ่อแม่ของเ้าคือใครและพวกเขาอยู่ที่ไหนสินะ การมาปรากฏขึ้นของสถานที่แห่งนั้นอาจเป็เบาะแสของคำตอบที่เ้ากำลังตามหาอยู่จงเลือกเส้นทางเดินของตัวเองซะ...เชส”
วิลกล่าวออกมาอย่างจริงจังสีหน้าของเขาเหมือน้าเน้นย้ำในความแน่วแน่ของเชส
‘ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน พ่อแม่ข้า เกี่ยวอะไรกับสถานที่แห่งนั้นกัน’
เชสถามด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจ สถานที่แห่งนั้นเพิ่งปรากฏทำไมจึงจะมีเบาะแสสำคัญอย่างตัวตนของพ่อแม่ของเขาได้กันล่ะ เชสได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ
“ข้าเข้าใจแล้วท่านปู่ แล้วข้าจะตัดสินใจอีกที คืนนี้ข้าขอตัวไปพักก่อนก็แล้วกัน”เชสผละตัวออกมาด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่อยากจะถามเื่นี้กับท่านปู่และย่าของเขาเนื่องจากเกรงว่าพวกท่านจะเสียใจเพราะยังไง ท่านทั้งสองก็ชุบเลี้ยงเขามาแต่เด็ก เชสหลับไปด้วยความกังวลและเหนื่อยล้าวันนี้เป็วันที่แปลกใหม่สำหรับเขามากจริงๆ
เช้าวันถัดมาเชสตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นจากการนอนหลับแต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาและมองไปรอบ ๆ ห้อง เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ในอากาศมีความเงียบสงัดที่แปลกประหลาดบ้านที่เคยมีเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะจากคุณปู่และคุณย่ากลับเงียบลงเหมือนกับว่าเวลาได้หยุดนิ่ง
เชสลุกจากเตียงและเดินไปที่โต๊ะกินข้าวที่มักจะเต็มไปด้วยอาหารเช้าในทุกๆ วัน แต่วันนี้กลับว่างเปล่า ไม่มีกลิ่นหอมของอาหาร ไม่มีเสียงปลุกจากคุณย่าให้เขาตื่นเร็วๆ เขารู้สึกได้ถึงความวิตกกังวลแผ่ซ่านในใจ เมื่อมองไปที่มุมโต๊ะเขาพบกับจดหมายที่วางอยู่ โดยมีลายมือที่คุ้นเคยของคุณปู่และคุณย่ากำกับอยู่
เมื่อเปิดจดหมายขึ้นเชสเริ่มอ่านด้วยเสียงที่เบา ๆ
"ถึงเชสลูกชายของเรา พวกข้าตัดสินใจที่จะออกเดินทางในคืนที่ผ่านมา ขอให้เ้าจงอย่าได้ใไปอย่าได้พยามเสียเวลาตามหาพวกข้า ขอให้เลือกทางเดินของตัวเองอย่างมีสติเราเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราจะได้พบกันอีกครั้ง"
คำพูดนี้ทำให้เชสรู้สึกเหมือนถูกกระแทกด้วยความจริงเขานั่งลงที่เก้าอี้รู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจเหมือนกับโลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันกลับเขาเข้าใจว่าการเดินทางของพวกเขาย่อมมีเหตุผลแต่ก็ไม่อาจห้ามความรู้สึกเศร้าหมองที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจได้
ข้างนอกหน้าต่างแสงแดดอ่อน ๆ เริ่มสาดส่องเข้ามาในบ้าน ให้บรรยากาศอบอุ่น และเสียงนกร้องเริ่มดังขึ้นช่วยให้เขารู้สึกว่าชีวิตยังคงดำเนินต่อไป เชสสูดหายใจเข้าลึก ๆและพยายามรวบรวมความคิด เขารู้ว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องก้าวออกจากเงาของครอบครัวอันแสนสงบและอบอุ่นนี้แล้วและเริ่มต้นการเดินทางที่เขาใฝ่ฝันไว้
"เลือกทางเดินของตัวเอง"คำพูดนี้ดังก้องอยู่ในหัวของเขา ขณะที่เชสตัดสินใจว่าเขาจะไม่ยอมให้โอกาสนี้หลุดลอยไปเขาจะต้องสำรวจโลกที่รออยู่ข้างหน้า และเขาจะต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของตัวเองให้จงได้