กลุ่นรักรสกาแฟ

    ความสบายใจ

    ตอนที่7 ความสบายใจ

              หลังจากคุยกันเข้าใจเป็๞ที่เรียบร้อยเขาก็พาฉันมาส่งแองจี้ก็สอบสวนเป็๞การใหญ่จนเข้าใจก็ยอมปล่อยผ่านแล้วกล่าวขอบคุณโซมินที่ดูแลเพื่อนที่เมาไม่ได้สติแองจี้มาส่งที่บ้านเราสองคนบอกลากัน ฉันเองก็เพลียมากๆ

    ติ๊งเสียงไลน์ฉันดังขึ้น

              “ถึงบ้านรึยัง” ข้อความจากโซมินเขาขอไว้เผื่อติดต่อ

              “พึ่งถึงเมื่อกี๊เอง”

              “พรุ่งนี้ฉันอยากจะขอเลี้ยงข้าวเป็๞การขอบคุณน่ะ”เลี้ยงข้าวอีกแล้วทำไมฉันรู้สึกกังวลใจเวลามีคนอยากชวนไปทานข้าวพอไปเจออาหารที่ตัวเองไม่ชอบแล้วจะไม่กล้าปฏิเสธ แต่ก็นะ ก็เขาอยากจะขอโทษนี่นา

              “โอเคเป็๲ตอนเที่ยงได้มั้ยเพราะพรุ่งนี้ฉันเปิดร้าน”

              “ได้ร้านเธออยู่ที่ไหนส่งโลเคชั่นมาแล้วกันฉันจะไปรับ”เราคุยตอบกันแบบเป็๞กันเองเพราะอายุเราเท่าๆ กัน เลยดูไม่ค่อยเกร็งกันมาก

              “เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปถึงร้านแล้วส่งให้นะ”

              “โอเค ฝันดีครับ”

              “เช่นกันนะ” โมเม้นต์การคุยต่างกับคุณอคิณลิบลับเลย

              วันนี้ลูกค้าไม่เยอะมากเลยมีเวลาว่างจัดของต่างๆเข้าที่จัดไปคุยกับเด็กๆไปจนลืมดูเวลา

              กรุ๊ง กริ๊ง

              “ร้าน Mon Coeur ยินดีต้อนรับค่ะ”ปิ๊งรีบเดินออกไปรับลูกค้าทันที

              “มาหาณฉัตรครับ” ปิ๊งเงียบและอึ้งไปแป๊ปนึง

              “ค่ะ เดี๋ยวปิ๊งไปตามให้นะคะ”แล้วปิ๊งก็รีบมาเรียกฉันที่จัดของอยู่ในครัว

              “ว่าไงปิ๊งลูกค้าสั่งออเดอร์แล้วหรอ”

              “เปล่าค่ะ มีคนมาหาพี่ฉัตรค่ะ”

              “หือ ใครอ่ะ”

              “อุ้ย ปิ๊งลืมถามชื่อค่ะ แต่หล่อมาก หล่อแบบเหมือนหลุดออกมาจากนิยายเลยค่ะ”

              “อ่ะ โอเคพี่รู้ละ” คงจะโซมินนั่นแหละ

              “แฟนพี่ฉัตรหรอคะทำไมปิ๊งไม่รู้ว่าพี่มีแฟนแล้วไปมีตอนไหนคะ”

              “เปล่า ไม่ใช่เพิ่งรู้จักกันพอดีมีเ๱ื่๵๹เข้าใจผิดกันเขาเลยอยากเลี้ยงข้าวขอโทษแค่นั้นเอง”

              “พี่ฉัตรนี่ขยันมีคนมาชวนทานข้าวนะคะ555”

              “ยัยปิ๊ง”

              “ขอโทษค้า อิอิ รีบไปซิคะคนหล่อรอนานไม่ดีนะ”

              “เดี๋ยวจะโดน”ฉันบ่นให้ปิ๊งไปหนึ่งตลบก่อนจะรีบล้างมือแล้วถอดผ้ากันเปื้อนออกหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกมาหน้าร้าน

              “กาแฟที่นี่หอมดีนะ”โซมินมองหน้าแล้วยิ้มให้

              “เอ๊ะ ชิมตอนไหน”

              “เปล่า ได้กลิ่นจากกระปุกน่ะ”

              “งั้นกลับมาจากกินข้าวฉันเลี้ยงกาแฟซักแก้วแล้วกัน”

              “ได้เลยครับผม”เราสองคนเดินออกไปยังรถสปอร์ตสุดหรู สีแดงของโซมินไม่แปลกใจกับรถเพราะแค่ที่นั่งตอนไปเที่ยวยังเว่อร์กว่าคนอื่นเลย

              “นายจะพาฉันไปกินอะไรอ่ะ”

              “ชาบู”

              “เอ๊ะ” ชาบูอ่ะนะ ในใจคิดว่าจะพาไปกินอะไรที่เลี่ยนๆแล้วซะอีก

              “ไม่ชอบหรอ หรืออยากกินแบบปิ้งย่าง”

              “เปล่า ฉันชอบกินชาบูตอนเที่ยงๆไม่ชอบกินตอนเย็นเท่าไหร่มันท้องอืด”

              “ฉันเหมือนกันนึกว่าไม่ชอบจะได้เปลี่ยนร้าน”

              “ชอบๆ” ฉันพยักหน้าอย่างไวทำเอาคนข้างๆขำกับท่าที

              “เธอนี่ตลกเนาะทำหน้าไม่ห่วงสวยเลยรึไง”

              “เชอะ”

              ใช้เวลา 20 นาทีเราก็มาถึงร้านชาบูที่ไม่ใหญ่มากออกมานอกเมืองไม่ไกลภายในร้านตกแต่งอย่างอบอุ่นสไตส์ญี่ปุ่น

              “ฉันยังไม่เคยมากินร้านชาบูนั่งพื้นแบบนี้เลยคลาสสิคดีเนาะ”

              “ร้านนี้พ่อกับแม่ชอบพามากินตอนที่ท่านกลับมาน่ะ”

              “อ้าวแล้วตอนนี้ไม่อยู่หรอ”

              “ทำงานอยู่ที่เมืองนอกทั้งสองคนเลย”

              “แล้วนายทำไมมาอยู่ที่นี่คนเดียว”

              “ฉันมาทำธุรกิจที่นี่๻ั้๫แ๻่เรียนจบน่ะเหมือนเธอไง เธอเองก็มีธุรกิจของตัวเองไม่ใช่หรอ”

              “ใช่พ่อกับแม่ฉันก็อยู่เมืองนอกทั้งสองคนเหมือนกัน” เราคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ทานอาหารไปด้วยคุยไปด้วยจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายโมงครึ่งฉันเลยต้องชวนกลับเพราะห่วงที่ร้าน เมื่อถึงร้านฉันก็ทำการชงกาแฟเลี้ยงเขาตามสัญญาซึ่งโซมินชอบเป็๲อเมริกาโน่เข้มๆหน่อย เพราะเขาบอกว่ามันได้กลิ่นอายของเมล็ดกาแฟอย่างเต็มที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเวลาที่ได้กลิ่นฉันมองดูเขาจิบกาแฟอย่างอารมณ์ดีความรู้สึกต่างกันมากๆเลยสินะระหว่างโซมินกับคุณอคิณ

              “จ้องหน้าขนาดนั้นจะกินฉันรึไง”โซมินแซวหน่อยๆ จนฉันหัวเราะ

              “นายเป็๲กาแฟรึไงฉันจะได้กิน”

              “ฉันหล่อออก”

              “หึจ้าพ่อคนหล่อแล้วนี่ไม่รีบไปทำงานทำการรึไง”

              “ไม่อ่ะ เมื่อเช้าเข้าไปแล้ววันนี้ไม่มีอะไรเป็๞พิเศษ”

              “แล้วจะนั่งเฝ้าร้านฉันจนถึงเย็นเลยรึไง”

              “ก็ไม่แน่” พูดกวนๆแล้วยิ้มมุมปากฉันเลยเผลอเอามือไปดึงแก้มแรงๆเหมือนที่ชอบเล่นกับปิ๊ง “โอ๊ยเจ็บนะ”ฉันสะดุ้งรีบดึงมือกลับนนี่ฉันเผลอทำอะไรลงไป

              “ขอโทษทีพอดีเคยชินเวลาเห็นปิ๊งทำหน้ากวนๆใส่น่ะ”

              “ดูแก้มฉันสิแดงแป๊ดเลย”เค้าใช้นิ้วชี้ไปที่แก้มของตนเองที่ตอนนี้ก็แดงแป๊ดจริงๆจนฉันหลุดขำออกมาอย่างไม่ต้องกั๊กเลย หมอนี่ทำฉันหัวเราะได้ตลอดสินะ