ภายในห้องทำงานขนาดเล็กของ Vantage Management ควันจากถ้วยกาแฟเย็นชืดลอยอ้อยอิ่ง อเล็กซ์นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยหน่าย บนโต๊ะมีใบสมัครงานที่เขาขีดกากบาทสีแดงไว้ถึงสามใบ
ผู้สมัครสองคนแรกเป็ผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับเขา คนหนึ่งเคยทำงานธนาคาร อีกคนเคยเป็อดีตนักเตะลีกล่าง แต่เมื่ออเล็กซ์เริ่มถามเชิงลึก...
"ถ้าผม้าทำดีลนักเตะข้ามลีก โดยใช้ระบบภาษีของสวิตเซอร์แลนด์มาช่วยลดหย่อนลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ คุณจะจัดการเอกสารเบื้องต้นยังไง?" อเล็กซ์ถามผู้สมัครคนแรก
คำตอบที่ได้มีเพียงความเงียบและการปาดเหงื่อ
"แล้วคุณล่ะ..." เขาหันไปถามผู้สมัครหญิงคนที่สามซึ่งดูประวัติการทำงานดีที่สุด "คุณคิดว่าอะไรคือจุดบอดของตลาดซื้อขายในยุโรปตะวันออกตอนนี้?"
"เอ่อ... ฉันคิดว่าเราควรเน้นที่ความสัมพันธ์กับประธานสโมสรค่ะ" เธอตอบแบบกว้างๆ ซึ่งทำให้อเล็กซ์ถอนหายใจ
เขา้าคนที่มองเห็น "ช่องว่าง" ของกฎหมายและสถิติ ไม่ใช่คนที่ทำงานตามระบบไปวันๆ อเล็กซ์จึงกล่าวขอบคุณและเชิญพวกเขาทั้งหมดออกไป
"สงสัยต้องไปลงประกาศใน De Telegraaf (หนังสือพิมพ์ั์ใหญ่) ใหม่พรุ่งนี้ หรือไม่ก็ต้องไปแปะประกาศที่บอร์ดรับสมัครงานของมหาลัยเพิ่ม" อเล็กซ์พึมพำกับตัวเอง พลางนึกถึงวิธีการหางานในยุคปี 2000 ที่ยังต้องอาศัยคอลัมน์เล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือบอร์ดประกาศตามคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยที่เขาเคยไปแอบแปะไว้
ขณะที่เขากำลังจะปิดแฟ้มเก็บของ เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น
ก๊อก... ก๊อก...
ประตูเปิดออกช้าๆ ปรากฏร่างของหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ เธอสวมแจ็คเก็ตวอร์มทับเชิ้ตสีขาว ผมสั้นประบ่าดูทะมัดทะแมงแต่ใบหน้ามีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ในมือของเธอถือใบประกาศรับสมัครงานที่ดูยับย่นเล็กน้อย
"ขอโทษนะคะ... ที่นี่ใช่บริษัท Vantage Management หรือเปล่าคะ? ฉันเห็นประกาศนี้ที่บอร์ดหน้าคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยไลเดนค่ะ"
อเล็กซ์เลิกคิ้วขึ้น "มหาวิทยาลัยไลเดน? รุ่นน้องมหาลัยผมนี่นา เชิญนั่งก่อนสิ คุณชื่ออะไร?"
"นิโคล ค่ะ" เธอนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางกระเป๋าเป้ลงที่พื้น "ฉันรู้ว่าฉันอาจจะมาสายไปหน่อย แต่ฉันอยากลองสมัครตำแหน่งผู้ช่วยค่ะ"
อเล็กซ์มองท่าทางของเธอแล้วตัดสินใจลองถามคำถามเดิม "คุณคิดยังไงกับฟุตบอลในปัจจุบัน นิโคล?"
"มันคือธุรกิจที่ยังบริหารแบบครอบครัวค่ะ" นิโคลตอบทันที แววตาที่เคยกังวลเปลี่ยนเป็เป็ประกาย "ความจริงฉันอยากเป็นักบอลอาชีพ แต่ในเนเธอร์แลนด์ตอนนี้... ฟุตบอลหญิงยังไม่มีแม้แต่ลีกกึ่งอาชีพที่มั่นคงเลย ฉันเลยต้องเรียนเศรษฐศาสตร์เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับกีฬานี้ในทางอื่น"
"ถ้าผม้าจะแย่งนักเตะจากเอเย่นต์ขาใหญ่อย่าง เลโอ ฟาน วิค โดยที่ผมไม่มีเงินทุนหนาเท่าเขา ผมต้องทำยังไง?" อเล็กซ์เริ่มยิงคำถามเชิงลึก
"คุณไม่ต้องแข่งเื่เงินค่ะ แต่คุณต้องแข่งเื่ 'ความเสี่ยง'" นิโคลตอบอย่างฉะฉาน "เลโอจะเน้นสัญญาที่การันตีเงินเข้ากระเป๋าเขา แต่ถ้าคุณเสนอสัญญาที่เน้นการเติบโตของมูลค่าตัวนักเตะในตลาดซื้อขายครั้งถัดไป นักเตะที่ทะเยอทะยานจะเลือกคุณ เพราะมันหมายถึงอิสระและมูลค่าที่มากกว่าในระยะยาว"
อเล็กซ์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง คำตอบของเธอตรงกับสิ่งที่เขากำลังทำกับแยน เวนเนกอร์ ไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณรู้เื่การส่งแฟกซ์ระหว่างประเทศและการประสานงานกับสมาคมฟุตบอล (KNVB) ใช่ไหม?"
"ฉันฝึกงานที่ฝ่ายกฎหมายกีฬามาก่อนค่ะ เื่งานเอกสารและขั้นตอนการจดทะเบียนนักเตะ ฉันจัดการได้ทั้งหมด"
อเล็กซ์ยิ้มมุมปาก เขาหยิบปากกาขึ้นมาจดอะไรบางอย่างลงในกระดาษ "ผมให้ค่าจ้างคุณเดือนละ 3,500 กิลเดอร์ (ประมาณ 1,600 ยูโร) มากกว่าเด็กจบใหม่ทั่วไปเกือบเท่าตัว แต่คุณต้องทำงานหนักและบางครั้งอาจจะต้องรับโทรศัพท์ตอนตีสามเพื่อดีลข้ามทวีป ตกลงไหม?"
นิโคลเบิ่งตากว้าง เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง "ตกลงค่ะ! ฉันเริ่มงานได้เดี๋ยวนี้เลยถ้าคุณ้า"
"ดีมากนิโคล ยินดีต้อนรับสู่ Vantage Management" อเล็กซ์ลุกขึ้นยื่นมือไปเชคแฮนด์กับขุนพลคนแรกของเขา "งานแรกของคุณ... จองตั๋วเครื่องบินไปอิตาลี่ให้ผม ผมมี 'โปรเจกต์' ใหญ่ที่นั่น"
.....