“ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจเ้า”หล่อนกล่าว “แต่ถ้าเ้าถูกพ่อค้าทาสมันไล่กลับมาก็อย่าได้มาอ้อนวอนให้ข้ารับเ้าไว้อีกก็แล้วกันข้าไม่สนใจต่อความอดอยากหิวโหยของเ้าหรอก เวลานี้ข้าพอใจกับเงินที่ขายนังเด็กนั่นอยู่แล้วอย่างน้อยมันก็ทำให้ข้ามีเงินเก็บไว้ให้ลูกอีกก้อนหนึ่งละ”
“แต่มันเป็เงินที่เปื้อนเืนะขอรับ”แด็กด้ากล่าว “และมันคงจะไม่นำโชคลาภมาสู่ลูกของท่านหรอกถ้าจะมีก็แต่โชคร้ายเท่านั้น”
“ออกไปให้พ้น”สีหน้าของหล่อนเผือดซีดลงด้วยคำสาปแช่งของเขา
แด็กด้ายิ้มให้หล่อนแต่มันเป็รอยยิ้มของความอาฆาตมาดร้ายมากกว่าที่จะบอกความเป็มิตรและทำให้บล๊านซ์ต้องล่าถอยกลับไป แด็กด้าหันไปทางไอโวและกล่าวว่า
“เอ้าพาเราไปหาเ้าคนค้าทาสนั่นได้แล้ว ข้ามีเื่จะต้องพูดกับมันสักหน่อย”
ไอโวยิ้มออกมาอย่างโล่งใจและรีบเดินนำแมรินกับแด็กด้าออกจากปราสาทสู่สนามใหญ่ด้านหน้าที่ขณะนี้พ่อค้าทาสกำลังรออยู่เขาใคร่จะได้เห็นสีหน้าพ่อค้าทาสผู้นั้นเมื่อรู้ว่าแด็กด้าจะติดตามเ้านายของมันไปด้วย
ชาวอังกฤษที่ทำธุรกิจติดต่ออยู่กับพ่อค้าทาสคนนี้เรียกเขาว่าเฟรนแต่ขณะนี้ชาวอังกฤษทั้งหลายก็มิได้ซื้อทาสเป็จำนวนมากเช่นที่ครั้งหนึ่งเคยกระทำมาแล้วและพวกแองโกล-แซ็กซอนก็ชอบจะซื้อทาสไปเพื่อปลดปล่อย เฟรนเป็ชาวกรีกปรกติแล้วเขาจะไม่ใคร่เข้ามาในถิ่นนี้แต่เมื่อได้รับการติดต่อจากเลขานุการของบิชอปแห่งเซ้นท์ บริอุคเขาก็จำเป็ต้องเดินทางมา และได้รับรู้ว่าเลดี้แห่งลางเดอนู้าจะขายลูกเลี้ยงที่อาศัยอยู่ในปราสาทมาเป็เวลานานปีเด็กหญิงเพิ่งจะมีอายุได้ 5 ปีเท่านั้นซึ่งดูจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย
การต่อรองราคาได้กระทำอยู่นานแต่ในที่สุดเขาก็ออกจะชื่นชมกับความสามารถในการนี้ ประสบการณ์ที่ผ่านมานานทำให้เขารู้ว่าเด็กเล็กๆคนนั้นยังจะทำประโยชน์ให้เขาได้อีกมาโดยเฉพาะเด็กหญิงที่มีหน้าตาสะสวยเช่นนี้ย่อมจะต้องเป็ที่สนใจของบรรดาผู้ลากมากดีในยุโรปตะวันตกและตะวันออกเพราะฉะนั้นเขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะไม่มีการขายเธอในราคาถูกอย่างเด็ดขาด
แต่ขณะที่จับตามองแมรินซึ่งเดินจับแขนเ้าั์ใหญ่ตรงเข้ามานั้นเขารู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกความงามอันประหลาดล้ำของเด็กหญิงทำให้เฟรนบอกกับตัวเองว่าเขาจะต้องระมัดระวังเธออย่างดีที่สุดตลอดเวลา2-3 เดือนแห่งการเดินทางกว่าจะไปถึงมือผู้ซื้อในกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลและผู้ซื้อที่นั่นจะต้องให้ราคาเขาอย่างงามทีเดียว
“นี่คือนายน้อยผู้มีชื่อว่าแมริน”ไอโวเอ่ยขึ้น “เ้ามอบเงินที่ตกลงกับนายหญิงมาได้แล้ว”
เฟรนล้วงมือลงไปในกระเป๋าหนังที่ห้อยอยู่กับขอบเอวหยิบเหรียญเงินออกมาส่งให้กับไอโว และผู้รับใช้ก็ยกเหรียญขึ้นกัดเมื่อพอใจว่ามันเป็เหรียญเงินแท้แล้วก็หันไปกล่าวกับแมรินว่า
“ลาก่อนนะขอรับเดอมัวแซลขอพระเ้าทรงคุ้มครองคุณหนูด้วย”
“ช่วยไปลาแม่เฒ่าคาเตลล์แทนฉันด้วยนะไอโว”
“ขอรับคุณหนู”ไอโวแสร้งพยักหน้ารับ
เมื่อเฟรนเอื้อมมือจะมาดึงตัวแมรินแด็กด้าก็เข้าขวางไว้ทันที
“จงอย่าได้เอามือโสโครกของเข้ามาแตะต้องตัวนายน้อยของข้าเป็อันขาดเ้าคนค้าทาส” เขาคำรามออกมาเป็เชิงเตือน
“เ้าเป็ใครกัน”เฟรนกวาดสายตาไปทั่วร่างสูงใหญ่ของแด็กด้าด้วยสีหน้าหวาดหวั่นทั้งนี้เพราะมนุษย์ผู้นี้ดูมีท่าทางดุร้าย น่าจะเป็อันตรายต่อเขามากกว่าไอโวหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“ข้าให้มันบอกกับเ้าเองดีกว่าว่ามันเป็ใครมาสเตอร์ เฟรน” พูดจบเขาก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในปราสาททันทีทิ้งบุคคลทั้งสามไว้ตรงสนามใหญ่นั่นเอง
“ข้าชื่อแด็กด้า”ชาวไอริชบอก “ข้าเป็ผู้คุ้มครองเด็กหญิงคนนี้ข้าอยู่กับคุณหนูมาั้แ่เกิด มารดาของคุณหนูเป็ถึงเ้าหญิงแห่งไอร์แลนด์แต่เพราะความริษยาเพียงตัวเดียวที่ทำให้เลดี้ บล๊านซ์ ขายคุณหนูให้กับเ้าเมื่อข้าไม่มีทางจะช่วยเหลือคุณหนูให้รอดพ้นจากความร้ายกาจในครั้งนี้ได้ข้าก็พร้อมที่จะติดตามไปในทุกแห่งที่คุณหนูจะไป จำไว้นะพ่อค้าทาสไม่ว่าคุณหนูไปไหนข้าต้องไปด้วย”
เฟรนยืนนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออกอยู่เป็ครู่เขาไม่เคยได้ยินเื่ราวที่ผู้ชายคนหนึ่งยอมสละตนเพื่อพิทักษ์เด็กหญิงตัวเล็กๆเพียงแค่นี้ มันเป็ความจริงไปได้เชียวหรือแต่เมื่อพิจารณาดูแล้วก็คิดว่าบางทีมันอาจจะเป็การดีที่เ้าแด็กด้าคนนี้จะช่วยดูแลเด็กหญิงให้เขาเองจนกว่าเขาจะเดินทางไปถึงกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล แต่กระนั้นเฟรนก็อดอึดอัดใจไม่ได้
“เ้าจะไปด้วยก็ได้”เขาเอ่ยขึ้นอย่างตัดสินใจ “แต่เ้าต้องทำงานเพื่อชดใช้ค่ากินอยู่ที่ข้าให้เ้าด้วยนะเ้าเข้าใจที่ข้าพูดไหมล่ะเ้าั์”
“เข้าใจ พ่อค้าทาส”แด็กด้าอดรู้สึกขันไม่ได้ที่เห็นพ่อค้าทาสออกจะเกรงกลัวเขาอยู่
เฟรนล้วงมือเข้าไปในถุงอานม้าหยิบปลอกคอหนังสำหรับให้ทาสสวมใส่ขึ้นมา เพื่อจะสวมลงบน่คออ่อนระหงของแมรินแต่แด็กด้าคว้ามือมายุดไว้อย่างรวดเร็ว
“นี่เ้าอยากจะให้ผิวของนายน้อยของข้าเสียหายหรือยังไงพ่อค้าทาสเ้าไม่เห็นหรือว่าผิวพรรณของนายข้าอ่อนละมุนยิ่งนัก และปลอกคอนี่จะทำให้ผิวสวยๆอย่างนี้มีตำหนิขึ้นได้นะ”
เฟรนใช้ความคิดอยู่เพียงครู่ที่จริงแล้วเ้าั์ใหญ่มันก็พูดถูกเพราะเขาเคยเห็นรอยแผลเป็ที่ติดอยู่บนลำคอของทาสมามากต่อมากรอยแผลดังกล่าวอาจจะทำให้ราคาของสาวน้อยลดลงได้อย่างน่าเสียดายทีเดียว
“เอา ไม่ใส่ก็ไม่ใส่”พ่อค้าทาสจำต้องตัดสินใจอีกครั้ง “แต่เมื่อไปถึงตลาดนายของเ้าก็จะต้องสวมอยู่ดีข้าไม่ยอมให้เ้าพาสินค้าของข้าหลบหนีไปได้ง่ายๆ หรอก และถ้าไม่มีปลอกคอสวมไว้ข้าก็ไม่มีอะไรจะใช้เป็หลักฐานได้ว่าเด็กคนนี้เป็สมบัติของข้า”
ประกายในดวงตาของแด็กด้าพราวแสงขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ตระหนักว่าแท้ที่จริงแล้วเขาต่างหากที่เป็ผู้คุมเกมนี้มิใช่พ่อค้าทาสเขาเห็นดวงตาของพ่อค้าทาสเบิกโพลงขึ้นเมื่อคนเลี้ยงม้าจูงม้าของเขามาให้
“นี่เ้ามีม้าของเ้าเองด้วยรึ”สายตาที่จ้องมองม้าสีน้ำตาลตัวนั้นบอกความชื่นชม
“แน่นอนมันเป็สัตว์ที่มีค่าเสียยิ่งกว่าคนบางคนอีกนะ และมันก็หาอาหารกินเองได้ด้วยเพราะฉะนั้นมันจะไม่ทำให้เ้าต้องสิ้นเปลืองอะไรหรอกพ่อค้าทาส” พูดจบเขาก็ช้อนร่างแมรินขึ้นไว้ในวงแขนพร้อมกับเหวี่ยงตัวขึ้นบนหลังม้าอย่างแคล่วคล่อง
เฟรนขึ้นม้าตามมา ขณะนี้ยังมีเวลาอีกเกือบสองชั่วโมงกว่าจะค่ำจึงยังพอเดินทางได้อีกหลายไมล์ขณะที่ข้ามสะพานอันเป็เขตติดต่อของปราสาทลางเดอนูนั้นแมรินมิได้เหลียวหลังกลับมามองเลยเฟรนซึ่งรู้สึกแปลกใจอยู่แล้วอดที่จะเอ่ยปากถามขึ้นมาไม่ได้
“แม่หนูเ้าไม่อยากหันไปดูบ้านที่เคยอยู่เป็ครั้งสุดท้ายบ้างเลยหรือ”
สาวน้อยหันมามองหน้าเขาด้วยแววประหลาดในดวงตาน้ำเสียงของเธอราวปราศจากความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้นเมื่อกล่าวตอบว่า
“ทำไมข้าจะต้องหันไปมองแต่สิ่งที่มันเป็อดีตด้วยล่ะพ่อค้าทาสเวลานี้ปราสาทแห่งนั้นเท่ากับเป็อดีตของข้าไปแล้ว และนับจากนี้ไปข้าจะมองก็แต่อนาคตที่จะมาถึงเท่านั้น”
เฟรนขนลุกในคำตอบของสาวน้อยมันมีอะไรบางอย่างในตัวแมริน ที่ทำให้เขาบังเกิดความรู้สึกเกรงขามอยู่แด็กด้ายิ้มน้อยๆ เมื่อสบสายตาเฟรนเข้าแววในดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยันซึ่งสร้างความอึดอัดใจให้กับพ่อค้าทาสอย่างมากมายแม้เขาจะมีความรู้สึกว่าเด็กหญิงผู้นี้คือสมบัติของเขาแต่เธอก็มีสง่าราศีราวพระ-ราชินีก็ไม่ปาน
แต่แล้วเฟรนก็ยักไหล่ปัดความคิดทั้งหลายออกไปเสียจากสมองบอกกับตัวเองว่าเวลานี้เขาจะต้องเดินทางไปให้ถึงกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลโดยเร็วที่สุดหลังจากนั้นเด็กหญิงคนนี้ก็จะต้องถูกขายไปเป็เครื่องเล่นของผู้มั่งคั่งและเ้าั์ใหญ่ชาวไอริชก็จะไม่มีทางมาทำอะไรกับเขาได้เลย
ในกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ลนั้นเฟรนมีเพื่อนผู้มีอิทธิพลอยู่หลายคน เป็บุคคลที่มีอำนาจมากพอจะกำจัดเ้าั์ใหญ่ผู้พิทักษ์เด็กหญิงนนี้ได้ในชั่วพริบตา เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เฟรนก็ยิ้มออกมาได้บอกกับตัวเองอีกครั้งว่า เขาจะต้องรอเวลาต่อไปด้วยความอดทนเพื่อผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ที่จะได้รับนั่นเอง