หลังจากมีการลอบสังหารคราวนั้นในวังหลวงก็เกิดมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย
ไม่ว่าใครจะเข้าออกวังหลวงล้วนแล้วต้องถูกตรวจสอบโดยละเอียด องครักษ์วังหลวงก็ถูกจัดเวรยามมากขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า ภายในวังหลวงไม่มีใครไม่รู้จักหมื่นเทพมหาดเล็กคนสนิท เวลานีไม่ว่าเทพจะไปทางไหนมีแต่คน ให้ความเคารพยำเกรง ทั้งที่หมื่นเทพเพิ่งจะมีอายุได้เพียง 7 ขวบเท่านั้น องค์าาไม่ได้ให้เทพอยู่ปรณนิบัติ ตลอดเวลา ทรงโปรดให้หมื่นเทพ ไปเรียนหนังสือพร้อมกับโอรสและธิดา ของพระองค์ในวัยเดียวกัน ทั้งเรียนภาษาโปรตุเกส ฮอลันดา จีน ญีปุ่น
แขกเปอร์เซียร์ มอญ เขมร ล้วนบังคับให้เทพเรียนทั้งหมด แต่ทุกวิชาที่เทพได้เรียนกับรุ่นเดียวกันนั้น ไม่มีใครเรียนตามเทพได้ทันสักคน เทพจึงต้องถูกส่งตัวไปเรียนชั้นสูงกับเด็กโตวัย 13 ปีขึ้นไป
ณ ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น
“ เ้าหมื่นเทพ เ้าเจอหน้า องค์ชายสิทธิเดช เ้าทำไมถึงไม่คุกเข่า” องครักษ์ประจำตัวองค์ชายสิทธิเดชวัย 14 ปี ทำเสียงขู่ เทพ
“ องค์าามีรับสั่งไว้ ให้ข้าคุกเข่าต่อหน้าพระองค์เพียงผู้เดียว” เทพพูดสั้นๆ แต่ทำให้องครักษ์เริ่มโมโห
“ พระองค์เป็พระโอรสขององค์าา เ้ากล้าขัดราชประเพณีหรือ” องครักษ์ประจำตัวยังยืนยันจะเอาเื่ เทพี้เีเจรจา ต่อเลยหลับตาไม่พูดด้วย
ในขณะที่ลูกขององค์าาคนอื่นๆ เริ่มมองมาที่เทพเป็จุดเดียว องครักษ์หันมาถามองค์ชายสิทธิเดช จะเอาอย่างไรกับมันดี
“ อัดมัน” องค์ชายสิทธิเดชสั่ง องครักษ์วัย 20 ปี 2 คน ที่มาเป็องครักษ์ ประจำตัวเดินปรี่เข้ามาคว้าจะจับคอ เทพ แต่ไม่ทันจะถึงคอ ก็ถูกเทพจับนิ้วไว้แล้วหักทันที ป๊อก เสียงร้องดังลั่น ค่อยรูดลงไปกองกับพื้น โดนเทพใช้เท้ากระแทกไปที่แขนอีกข้าง หัก ทันที ยังไม่ทันร้อง ก็โดนเตะเสยเข้าปลายคาง สลบกลางอากาศ อีกคนกำลังจะเข้ามาหยุดกึก ไม่กล้าเข้าใกล้ จนกระทั้งองค์ชายสิทธิเดช
ะโสั่งให้เข้าไป จึงใจกล้าเข้าไป แล้วฟาดมือเข้าใส่เทพ ที่ยืนรออยู่อย่างไม่กลัวเกรง เปรี้ยง มือยังไม่ถึงเทพ ก็ถูกเท้าเตะเข้าปลายคางตาลอย เทพะโ
ฟันศอกใส่เข้าที่ปลายคางอีกที ฟันร่วงออกจากปากหงายหลัง ไปนอนกับพื้น
เทพกระโดนเข้าเหยียบซ้ำที่หน้าอก อีกทีปึก เงียบไปเลย แล้วเทพก็มายืนต่อหน้าองค์ชายสิทธิเดชทันที องค์ชายวัย 14 ปี เผชิญหน้า กับเด็กวัย 7 ขวบ องค์ชาย สิทธิเดชถอยหลังไปหลายก้าว แล้วง้างหมัดเข้าชกเทพ แต่เทพไม่หลบใช้มือซ้ายจับหมัดเอาไว้
แล้วใช้ฝ่ามือตบไปที่แก้มทีเดียว ร่วงไปกองกับพื้น หลับไปพร้อมกับองครักษ์ทั้งสองทันที คราวนี้ทหารองครักษ์มากันเต็มห้อง เห็นองค์ชายสิทธิเดชนอนสลบ ไปพร้อมกับองครักษ์ทั้งสอง แล้วมองที่หมื่นเทพที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร ทหารองครักษ์เคยเห็นเทพสังหารนักฆ่าไปแล้ว 70 คน ไม่กล้าพูดอะไร รีบพาคนทั้งหมดออกไปหา
หมอหลวงทันที เทพนั่งเรียนตามปกติไม่สนใจสิ่งใด พอเรียนจนจบ เทพก็ไปทำหน้าที่ปรณนิบัติ องค์าาต่อ แต่ว่าครานี้มีพระสนมแม่ขององค์ชายสิทธิเดช
นั่งอยู่เคียงข้างขององค์าา โดยมีองค์ชายสิทธิเดช นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยหน้าบวมเป่งไปข้างหนึ่ง
“ เสด็จพี่ต้องให้ความเป็ธรรมกับองค์ชายสิทธิเดชด้วยนะพะยะค่ะ “ แม่สิทธิเดชมองเทพด้วยสายตาโกรธแค้น องค์าาเอ่ยถาม เทพ
“ จริงหรือ ที่เอ็งไปตบหน้าของเ้าสิทธิเดชจนหน้าบวมเป็หมูขนาดนี้” องค์าาถามเสียงเย็น
“ จริงพระเ้าค่ะ” เทพตอบตามตรง
“ แล้วเอ็งไปตบเขาทำไมล่ะ” องค์าาถามต่อ
“ องค์ชายสั่งให้องครักษ์มาทำร้ายข้าพระพุทธเ้าก่อน” เทพเอ่ยตามตรง
“ พระสนมเป็เื่เด็กทะเลาะกัน เ้าจะเอาอะไร เ้าเทพมันโดนทำร้ายก่อน มันเลยต่อสู้ เ้ายังจะเอาอะไรอีก”
“ สิทธิเดชเป็โอรสของพระองค์นะเพคะ จะปล่อยให้ขี้ข้าอย่างมัน มาทำร้ายเชื้อพระวงศ์เช่นลูกของเราได้เช่นไร พระองค์ต้องลงโทษมันนะ เพคะ” พระสนมไม่ยอม
“ เอาอย่างนี้เ้าหาคนมาสัก 10 คน แล้วรุมอัดเ้าเทพ จนสาแก่ใจ พวกเ้าว่า ดีไหม” องค์าาให้ข้อเสนอ ทั้งสองคนแม่ลูกต่างเห็นดีด้วย โดยองค์ชายสิทธิเดชออกไปหาองครักษ์ของตน มาทั้งหมด 10 คน แล้วบอกให้รุมเ้าเทพคนเดียว
“ เอาล่ะ หลังจากนี้ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ขอให้เลิกแล้วต่อกัน เริ่มได้” องค์าาสั่ง
ชายทั้งสิบคน ล้วนเป็คนขององค์ชายสิทธิเดช ต่างพุ่งตัวเข้าหาเทพ แต่ว่าเทพ
เป่าคาถา ณ จังงัง พรวด ทั้งสิบคนแข็งทื่อ ไม่ขยับตัว เจอเทพทั้งเตะ ต่อย ถีบ
กระทืบ หักแขน หักขา หักมือ จนทั้งสิบลงไปนอนกับพื้นลุกไม่ขึ้น เทพยืนนิ่งไม่ขยับ ตัว ทั้งพระสนมกับองค์ชายสิทธิเดชอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก
“ เ้าเทพ ไปกันเถอะ ข้าเมื่อยแล้ว” องค์าาเดินออกไปที่ห้องบรรทมโดยมีเทพเดินตามไปทันที ทิ้งให้สองคนแม่ลูกมองตามไปด้วยความโกรธแค้น
ถึงห้องบรรทมขององค์าา
“ เ้าเทพเอ็งต้องอย่าเหิมเกริมไปนัก องค์ชายสิทธิเดชเป็ลูกของข้าทำอะไรอย่า
ให้มันมากไป หากวันใดวันหนึ่งข้าไม่ได้อยู่แล้ว เอ็งจะลำบากเอา” องค์าานั่งในท่าสบายให้เ้าเทพนวดไหล่
“ เมื่อองค์าาไม่อยู่ ข้าพระพุทธเ้าก็ไม่อยู่เช่นกัน” เทพสวนกลับไป
“ เอ๊ะ ไอ้นี่ ข้าหมายความว่า ให้เอ็งต้องระวังตัวเอาไว้ อย่าไปมีเื่กับใครง่ายๆ
คนเขาเก่งกว่าเอ็งยังมีอีกมากมาย อย่าหลงทะนงตนเองนัก เดี๋ยวนี้การรบไม่ใช่
แค่ฝีมือดาบเป็เลิศ หรือเชิงมวยเป็เยี่ยม หากเจอะุปืนเข้าไป เอ็งได้ตายยังไม่ทันได้ขยับตัวเลย และยังมีนักสู้จากของแขกเอย พวกซามูไรญี่ปุ่นอีก
พวกนี้ดาบมันคมกว่าของเรามากมาย แถมยังมีนักฆ่าพวกนินจาอีก เอ็งยังต้องเจออีกเยอะ รู้ไหม” องค์าาสั่งสอนกลัวว่าในอนาคตเทพจะต้องเจอปัญหาอีกมากมาย
เช้าวันรุ่งขึ้นมีคณะทูตจากญี่ปุ่นเข้ามาขอเข้าเฝ้า หลังจากเจรจาการค้ากันเสร็จ
องค์าาก็เรียกท่านทูต อยู่เจรจา กันเป็การส่วนพระองค์โดยมีองครักษ์วังหลวง 4 คน และ องครักษ์ของท่านทูตอีก 4 คน โดยพระองค์คุยกับท่านทูตจบ ก็เรียกให้เทพเข้าไปพบ
“ เ้าเทพ ข้าจะให้เอ็งทดสอบวิชาดาบของเ้ากับซามูไรของญี่ปุ่น ไปเตรียมตัว”
องค์าารับสั่งแค่นี้ แล้วพยักหน้าให้กับท่านทูตจากญี่ปุ่น มีซามูไรญี่ปุ่นถือคาตะนะดาบญี่ปุ่นที่ว่ากันว่า ฟันทีเดียวดาบไทยขาดเป็สองท่อนส่วนเ้าเทพเด็กวัย 7 ขวบถือดาบไทยสั้นกว่า แต่จับดาบด้วยสองมือเช่นกัน การต่อประลองครั้งนี้องค์าาให้ใช้ดาบจริง เพราะรู้ว่าเ้าเทพมีฝีมือดาบยอดเยี่ยม แต่อยากให้มันรู้จักพ่ายแพ้บ้าง จะได้ลดความมั่นใจลงบ้าง ต่อไปจะได้ระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเ้าเทพจะมองถึงความมีเจตนาดีของพระองค์หรือไม่
“ เริ่มได้” องค์าาประกาศ
ซามูไรชาวญี๋ปุ่นไม่ขยับแต่ยกดาบขึ้นเสมอ่ไหล่ เป็ท่าพร้อมฟัน เทพพุ่งร่างเข้าปะทะทันที เริ่มจากะโฟันตรง ๆ เข้าที่กลางกระหม่อม ของนักดาบซามูไรคนนี้ก่อนทันที ซามูไรคนนี้ทีแรกนึกว่าเป็ แค่เด็กอายุแค่ 7 ขวบก็เลยประมาท กะแค่จะปัดดาบทิ้งก็ชนะแล้ว เลยถอยต้องหลังอย่างเร็วทำให้เสียงหลักล้มลงไปนั่งกับพื้น ทำให้เทพหยุดฟันทันที นักดาบญี่ปุ่นลุกขึ้นมาใหม่ คราวนี้ ใช้ท่าดาบท่ามาตรฐานที่สอง คือ ใช้ดาบยกเหนือหัวกะฟันทันทีที่ เทพเข้ามาอีกครั้ง เช่นเดิม เทพพุ่งใส่ท่าเดิมแต่คราวนี้ไม่ฟันกลางกระหม่อม ใช้ท่าดาบฟันเฉียงด้านซ้าย นักดาบขยับต้านรับทันที
แต่ว่าดาบของเทพไม่ได้ฟันด้ายซ้ายเพียงอย่างเดียวกลับมีท่าถีบตามไปด้วย โครม ร่างซามูไรลอย ไปกระแทกพื้นจุก ทันที แต่ก็ใช้ความพยายามเริ่มใหม่อีกครั้ง คราวนี้ขอโจมตีก่อนบ้าง นักดาบซามูไร ใช้ดาบฟันเฉียง 45 องศา เข้าไปหมายฟันคอ
เด็กอายุ 7 ขวบให้ขาดออกจากกันโดยไม่สนใจอะไรแล้ว แต่ว่าอาซันกลับกล้าที่จะใช้ดาบต้านรับ สร้างความใให้กับองค์าายิ่งนัก รวมทั้งคนทั้งหมดเพราะน้ำหนักดาบที่ฟาดลงมานั้น กับดาบที่เทพใช้ ต้องหักสะบั้น ลงแน่ๆ แล้วรัศมีดาบ ต้องพุ่งเข้าไปตัดคอเ้าเทพ แน่ แต่ว่า เทพกลับใช้โคนดาบเข้า ปะทะด้วย ที่มีส่วนหนากว่าส่วนกลางและปลาย แล้วใช้วิธีสไลด์ดาบเข้าไปใกล้คู่ต่อสู้ แล้วใช้ เท้าเล็กบรรจงเตะเข้าจุดศูนย์กลางเป้า เปรี้ยง ! ร่างของนักดาบซามูไรถึงกับตัวแข็งที่อ ทิ้งดาบแล้วมาคลำเป้าตัวเองคุกเข่าหน้าเขียวพูดไม่ออก
ท่านทูตเห็นเข้าเช่นนี้ก็หน้าบึ้งทันที แล้วให้ลากนักดาบซามูไรผู้นี้ออกไป แล้วให้อีกคนเข้ามาสู้ต่อ คราวนี้ไม่มีประมาทอีกแล้ว พอบอกว่าเริ่มได้ ก็พุ่งเข้าไล่ฟัน
เทพเป็จักรผัน โดยที่ไม่มีโอกาสได้ััผิวกายของเทพเลย สุดท้ายถูกเทพใช้สันดาบฟันที่ข้อมือ ดาบร่วงไปอีกคน นักดาบซามูไร ถึงกับก้มคำนับเทพทันที
องค์าาบอกให้ซามูไรอีกสองคนจู่โจมพร้อมกัน ถ้าทำให้เ้าเทพล้มได้ จะให้รางวันทองพันชั่งเลย ซามูไรตาลุกวาว พอได้ยินคำว่าทองพันชั่ง ต่างพุ่งเข้าล้อมหน้าล้อมหลัง ไล่ฟัน เ้าเทพโดนไม่สนใจว่า นั่นคือ เด็กวัย 7 ขวบ แต่ถึงจะรุมสอง แต่เทพ ก็หลบได้ว่องไว ซามูไรทั้งสองเลยลองฟันเข้าพร้อมกัน คนหนึ่งฟันหัว อีกคนฟัน ่ล่าง แต่ว่าอาซันไม่รู้ทำได้ยังๆไง กลับเคลื่อนไหวไปยืนอยู่ด้านข้างแล้วด้านแบนของดาบฟาดซ้าย และ ฟาดขวาที่หน้า ปากครึ่ง จมูกครึ่งทั้งสองหงายหลังล้มไปทันที พยายามจะลุกขึ้นมา เทพเหวี่ยงดาบไปปักไว้ที่ใกล้คอของนักดาบซามูไรคนหนึ่ง และอีกคนหนึ่งอาซันก็เข้าไปกระแทกที่มือที่ถือดาบซามูไรแล้วแย่งเอามาได้ แล้วใช้ดาบซามูไรลองฟัน2ทีด้วยความเร็วสูง ชุดของนักดาบซามูไรขาดเป็รูปกากะบาททันที อาซันคืนดาบซามูไรให้ ทั้งหมดหันหน้ามาคำนับซึ่งกันและกัน
“ ยอดเยี่ยม เด็กน้อยคนนี้ยอมเยี่ยมจริงๆ “ ท่านทูตเอ่ยปากยอมรับกับองค์าา
“ เฮ้อ ทีแรกจะให้มันหยุดเหิมเกริม ลดความทะนงตนมันสักหน่อย กลับทำให้มันดูผยองมากขึ้นไปอีก “ องค์าาเอ่ยกับท่านทูต ซึ่งเวลานี้เทพกำลังเข้าไปคุยกับเหล่าซามูไรทั้งสี่ อย่างสนิทสนม สร้างควาวมสงสัยให้กับท่านทูตกับองค์าา
“ มันไปสนิทกับคนของท่านั้แ่เมื่อไร “ องค์าาสงสัย
“ นั่นนะซิ พวกมันเพิ่งจะเข้ามาในวังเป็ครั้งแรก ไมรู้พูดคุยอะไรกัน มันพูดภาษาไทยไม่ได้กันสักคน” ท่านทูตเอ่ยด้วยความสงสัยเช่นกัน จนองค์าาเรียกให้ทุกคนเข้ามา แล้วให้รางวัลแกซามูไรทั้งสี่ ส่วนเ้าเทพก็ถือดาบซามูไรเล่มสั้นมา 1 เล่ม
“ เอ็งไปสนิทกับพวกซามูไร ญี่ปุ่นั้แ่เมื่อไร” องค์าาสงสัย
“ เพิ่งจะรู้จักกัน พระเ้าค่ะ”
“ แล้วพวกมันให้ดาบแก่เ้าเลยหรือ”
“ พระเ้าค่ะ” ท่านทูตเรียกทั้งสี่มาสอบถามก็พยักหน้าแล้วยิ้มแล้วหันมาทักทาย
กับเทพเป็ภาษาญี่ปุ่นต่อหน้าองค์าา ซึ่งท่านทูต ชอบอกชอบใจใหญ่ที่ได้คุย
กับเทพเป็ภาษาญี่ปุ่น ซึ่ง สร้างความสงสัยให้กับองค์าายิ่งนัก
“ ต้องขอพระราชทานอภัยที่ ส่งภาษาญี่ปุ่นต่อหน้าพระองค์ ข้าพระพุทธเ้า ไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะรู้จักพูดภาษาญี่ปุ่น ได้ดีขนาดนี้ พระองค์ทรงสั่งสอนได้ดีจริงๆ “
ราชทูตญี่ปุ่น เอ่ยด้วยชื่มชมด้วยความยินดี ทำให้องค์าา ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง เดี๋ยวทูตกลับไปก่อนค่อยซักถามมัน อีกครั้ง ไม่รู้ว่ามันไปเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นั้แ่เมือไร จำได้ว่าเพิ่งให้มันไปเรียนไม่ถึง 7 วันเท่านั้น
ก่อนจากไป ท่านทูตบอกว่า จะให้ช่างตีดาบญี่ปุ่น พร้อมชุดเกราะ ให้เหมาะกับเทพมาให้ เทพยืนคำนับแบบญี่ปุ่นทันที ท่านทูตรู้สึกดีเอามือมาลูบหัว เทพด้วยความเอ็นดู พอทุกคนออกไปหมด
“ บอกมา เอ็งไปเรียนภาษาญี่ปุ่นจากไหน ทำไมข้าไม่รู้มาก่อน” าาเอ่ยทันที
“ ก็พระองค์ให้ข้าพระพุทธไปเรียนเมื่อ 7 วันที่แล้วไง พระเ้าค่ะ” เทพตอบตามตรง
“ เอ็ง อย่ามามั่ว 7 วัน นี่เอ็งเป็เทพหรือยังไง ถึงได้เรียนรู้ไวขนาดนี้” าาสงสัย
“ อ้าว ก็ข้าพระพุทธเ้าก็ คือ เทพ แล้วจะไปเป็คนอื่นได้ยังไงกัน” เทพเอ่ยตามตรง
“ เออ เอ็งเป็เทพ ข้าลืมไป แล้วภาษาจีน ภาษาโปรตุเกส ภาษามลายู เอ็งมิพูดได้หมดแล้วหรือ” าาทรงสงสัย
“ ได้หมดแล้ว พระเ้าค่ะ” าาทรงกำลังดื่มน้ำ ถึงกับสำลักออกมาทันที
“ นี่เอ็งพูดได้หมดเลยหรือนี่”
“ พระเ้าค่ะ” าาหมดคำถามจริงๆ คราวนี้
คืนนั้น องค์าาทรงพระสุบินเห็น พระองค์ดำมานั่งที่ตรงหน้า พระองค์รีบคุกเข่ากราบไหว้ทันที
“ เ้าพี่ ข้าคิดถึงเ้าพี่เหลือเกิน แล้วทรงเสด็จมาได้อย่างไรกันนี่ หรือว่าจะมาต่อว่าที่ข้าทำกับลูกของเ้าพี่” องค์ขาวทรงตกพระทัยยิ่ง
“ ไม่หรอก ข้าไม่ได้มาเพราะสิ่งนั้น น้องพี่ทำถูกแล้ว เ้าถือการของแผ่นดินเป็หลัก อย่าให้มีใครมาสร้างความแตกแยกในแผ่นดิน ที่พวกเราได้สร้างด้วยกันมา”
องค์ดำตรัสด้วยความหนักแน่นยิ่งนัก
“ แล้วเ้าพี่มาด้วยประสงค์สิ่งใดกันเล่า” พระองค์ดำไม่ตอบ แต่กลับมองไปที่เ้าเทพที่กำลังหลับอยู่ข้างเตียง องค์าา
“ เื่นี้เ้าพี่ไม่ต้องทรงกังวล ตราบใดที่ข้า ยังอยู่จะไม่มีใครทำอะไรมันได้
และจะไม่ทำให้มันต้องเสียศักดิ์ศรี ของเ้าพี่เป็อันขาด” พอฟังจบ พระองค์ดำก็มาจับไหล่ขององค์าา แล้วเอ่ยเบาๆ
“ ขอบใจน้องพี่ “ จากนั้นภาพของพระองค์ดำก็ค่อยๆ เลือนหายไป องค์าาใตื่นขึ้นทันที โดยมีเทพยืนมองโดยที่ไม่ได้หลับเหมือนในฝัน แต่ว่ามันไม่มองมาที่องค์าา กลับมองไปที่มุมห้องด้านหนึ่งที่มุมมืด องค์าาหันไปมองตามสายตาของเ้าเทพทันที
“ เอ็งมองอะไร “ องค์าาถามอย่างแ่เบา
“ มีคนแต่งชุดดำ ตัวดำ ใส่หมวกดำ ยืนอยู่ตรงมุมห้องตรงนั้น ไม่พูดอะไร “
“แล้วตอนนี้ท่านไปหรือยัง”
“ ไปแล้ว พระเ้าค่ะ ถ้าต่อไปเขาเข้ามาอีก ให้หม่อมฉันใช้ยันต์ 5ธาตุกักขังิญญาให้ได้นะพระเ้าค่ะ” เทพพูดจบ ก็ถูกองค์าา เข็กหัวดังโป๊ก
“ เอ็งอย่าทำเชียวนะ นรกจะกินกระบาลเอา” องค์าาส่ายหัว นี่มันคิดจะจับิญญาเ้าพี่ พ่อของมันมากักขังเชียวหรือนี่ เทพคลำหัวตัวเองด้วยความสงสัย มาเข็กหัวเขาทำไม
“ นี่ก็ใกล้เช้าแล้ว เอ็งไปบอกพวกหน้าประตู บอกพวกมันให้เตรียมตัว ข้าจะไปวัดป่าแก้ว เอ็งก็ต้องไปด้วย” องค์าาตั้งใจที่จะไปทำบุญให้เ้าพี่ที่วัดป่าแก้ว(วัดใหญ่ชัยมงคล) แล้วจะให้เ้าเทพกราบขอขมาเ้าพี่ด้วย....