บางทีอาจเป็เพราะนางไม่อาจทนดูต่งเอ้อซื่อโอ้อวดตนเองว่าเป็ที่โปรดปรานได้หว่านซีจึงคอยขัดจังหวะอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยสตรีคนอื่นก็ผสมโรงหยอกล้อ ไม่ได้มีใครหวังดีต่อใครอย่างจริงจังกว่าเวลาคารวะเช้าจะจบลงก็ผ่านไปแล้วเกือบครึ่งชั่วยาม
หว่านซีเป็ที่โปรดปรานและไม่เคยอยู่ร่วมกับสตรีคนอื่นในเรือนหลังเลยแม้ว่าจะมีผู้ที่้าผูกไมตรีด้วย แต่นางก็ไม่เคยไม่เปิดโอกาสให้ใครดังนั้นทุกครั้งที่นางมาคารวะเช้า ขณะที่คนอื่นๆ ต่างมากันเป็กลุ่มเล็กๆหรือมากันเป็คู่ นางกลับเดินมาเพียงลำพังเสมอ แต่วันนี้กลับมีเื่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อจ้าวเจียซื่อที่อยู่อย่างเงียบๆ หลายวันไม่ได้จากไปในทันทีแต่กลับยืนรอนางอยู่บนทางที่จะกลับไปยังเรือนชิงอี้
มีคำกล่าวว่า ‘ผู้มาไม่หวังดี ผู้หวังดีไม่มา’ หว่านซีไม่คิดว่าจุดประสงค์ของจ้าวเจียซื่อในรอนางคือเพื่อสานต่อ ‘ความเป็พี่น้อง’ ที่ไม่มีอยู่จริงระหว่างกัน
หว่านซีเดินไปหาจ้าวเจียซื่อโดยไม่เปลี่ยนจังหวะก่อนหยุดห่างออกไปจากนางประมาณห้าหกก้าว ดวงตาจ้องมองไปตรงหน้ารอให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก
ความแค้นในอดีตไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำถ้าไม่ใช่เพราะสาวใช้ข้างกายนางเป็ผู้มีความสามารถลูกในท้องของนางก็คงตายไปนานแล้ว!
จ้าวเจียซื่อจ้องมองผิวสีชมพูระเรื่อเปล่งประกายของอีกฝ่ายหัวใจแสบร้อนราวกับตกอยู่ในกองเพลิง แต่แม้จะทุรนทุรายเพียงใดนางก็ยังคงต้องข่มสีหน้าให้สงบนิ่ง
"เมื่อข้ารู้ว่าอี้เฟยกำลังจะเลือกคนเข้าสู่ตำหนักขององค์ชายเก้า ข้าก็เริ่มรวบรวมข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับฝ่ายในขององค์ชาย ไม่ว่าจะเป็ความชอบ นิสัย หรือเื่ราวในเรือนหลังระหว่างพี่สาวน้องสาวตราบใดที่มันมีประโยชน์ข้าจะไม่มีทางพลาด” น้ำเสียงของจ้าวเจียซื่อราบเรียบและมั่นคงแต่หว่านซียังคงได้ยินถึงความเกลียดชังและความไม่เต็มใจที่ซ่อนอยู่ในนั้น
“จริงด้วย ดูจากวิธีการของน้องสาวจ้าวเจียถ้าบอกว่าเ้าไม่เตรียมพร้อม ก็คงมาถึงจุดนี้ไม่ได้เป็แน่”หว่านซีเผยยิ้มเย้ยหยัน
“น่าเสียดายที่ไม่มีอะไรสำเร็จเลยตอนแรกที่ข้าเข้าเรือนหลังขององค์ชายและได้ยินเื่ความโปรดปรานที่ทรงมีต่อท่านข้าไม่ได้ใส่ใจเลยด้วยซ้ำข้าคิดมาตลอดว่าหลังจากเข้ามาในเรือนหลังแล้วค่อยวางแผนเพื่อให้ได้รับความโปรดปรานก็ได้ใครจะคิดว่าองค์ชายจะโปรดปรานท่านจริงๆ” จ้าวเจียซื่อขบฟันแน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่น
"น้องสาวจ้าวเจียเหตุใดเ้าพูดอย่างนั้นเล่าองค์ชายรับสั่งกับเ้าหรือว่าทรงโปรดข้าเพียงผู้เดียว"หว่านซีหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางยกริมฝีปากยิ้มและมองนางอย่างเ็า
จ้าวเจียซื่อมองเข้าไปในดวงตาที่ยิ้มแย้มของหว่านซีั์ตาคู่นั้นฉายแววเย็นะเืราวกับ้าเฉือนเนื้อใครใครบางคน"พี่สาวหวันเหยียนฉลาดมากยังจะมีอะไรที่ท่านไม่เข้าใจอีกเล่า ชั่วขณะที่องค์ชายลงมือกับข้าท่านก็กระจ่างชัดแล้วกระมัง”
"ในเมื่อมันชัดเจนแล้ว น้องสาวจ้าวเจียก็ควรเข้าใจได้แล้วว่านับั้แ่พริบตาที่เ้าลงมือกับข้าเราทั้งคู่ก็ถูกกำหนดให้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ตายไม่เลิกรา แล้วการที่องค์ชายออกหน้าเพื่อข้ามีอะไรไม่ถูกต้องหรือ”หว่านซีเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายยั่วยุอย่างโจ่งแจ้งในขณะที่มีสีหน้าแสร้งทำเป็ไม่เข้าใจ
ดวงตาของจ้าวเจียซื่อเปลี่ยนเป็สีแดงเมื่อนางได้ยินว่าอิ้นถังปกป้องอีกฝ่ายยิ่งคิดถึงความพยายามในการสร้างเส้นสายใน่เวลาหลายปีที่ผ่านมาถูกทำลายโดยสตรีที่อยู่ตรงหน้าน้ำเสียงของนางพลันติดขัดเล็กน้อย "พี่สาวหวันเหยียนมีฝีมือจริงๆ!”
"ขอบคุณสำหรับคำชม!" ถ้อยคำประชดประชันระคนความไม่พอใจของจ้าวเจียซื่อไม่เพียงไม่ทำให้หว่านซีโกรธแต่ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนางกว้างมากยิ่งขึ้น
"เ้า..." จ้าวเจียซื่อมองหว่านซีที่ไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่นางทำทั้งสิ้นและรู้ว่ายามนี้ไม่ว่านางจะทำสิ่งใดก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงจึงได้แต่กัดฟันหันหลังกลับและจากไปแต่ความเกลียดชังที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของจ้าวเจียซื่อทำให้หว่านซีเลิกคิ้ว
เกลียด?
นางเองก็เกลียดจ้าวเจียซื่อไม่แพ้กัน เพียงแต่จ้าวเจียซื่อแค่ตกอับจะเทียบกับนางที่สูญเสียชีวิตไปได้อย่างไร!
“นายหญิงจ้าวเจียซื่อผู้นี้อวดดีเกินไปแล้ว!”ทิงอวี่มองร่างที่เดินห่างออกไปพลางเอ่ยด้วยความไม่พอใจ
อนุต่ำต้อยคนหนึ่ง บังอาจมาหาเื่ถึงที่ไม่เพียงพูดจาน่าละอายแต่ยังออกปากด่าทอเ้านายของนางอีกอีกหากนางจะด่าอีกฝ่ายกลับ หรือจะลงมือสั่งสอนเลยก็ไม่ใช่เื่ผิด
หว่านซีชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้นชำเลืองมองไปยังทิศทางที่จ้าวเจียซื่อจากไป และพูดอย่างใจเย็น "นางไม่ได้อวดดี นางมีแผนอื่น”
"นายหญิง?"ทิงอวี่ไม่เข้าใจจ้าวเจียซื่อกล้าดีอย่างไรจึงมาหาเื่ท้าทายเ้านายของนางทั้งที่นางไม่มีอำนาจเหลือในมือแล้วเป็ไปได้หรือไม่ว่านางยังคงมีไพ่ตายที่ยังไม่ได้เผยออกมาอยู่
“อย่ากังวลข้าไม่เคยประเมินนางต่ำเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่านางจะเหมือนงูพิษที่ถูกถอดเขี้ยวและสูญเสียความสามารถในการคุกคามผู้คนไปชั่วคราวแต่นางก็ยังคงเป็งูพิษอยู่ดี” คำพูดของหว่านซีไม่แยแสกลับมีกลิ่นอายเข่นฆ่าล่องลอยอยู่ในน้ำเสียงนั้น
ตราบใดที่งูพิษยังมีชีวิตอยู่ สักวันหนึ่งเขี้ยวก็จะงอกกลับมาและเท่าที่หว่านซีรู้จักจ้าวเจียซื่อการถูกหักหน้าเพียงเท่านี้ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลยสักนิดการมาหานางถึงที่คงต้องมีเหตุผลอะไรซ่อนเร้นอยู่เป็แน่!
ทิงอวี่ผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นนึกถึงสิ่งที่จ้าวเจียซื่อทำในวังหลวงแล้วก็ตระหนักได้ในทันที
ทิงจู๋มองไปที่ทิงอวี่ จากนั้นจึงประคองหว่านซีเดินไปที่เรือนชิงอี้ “นายหญิง ก้าวระวังเ้าค่ะ"
เมื่อกลับมาที่เรือนชิงอี้ หว่านซีนอนอยู่บนตั่งนุ่ม ร่างกายอ่อนยวบราวไร้กระดูกพลางเล่นกับดอกไม้ป่าไม่รู้ชื่อซึ่งหยิบขึ้นมาข้างทางเพราะเห็นสีสดใสและกลิ่นหอมของมันแต่เนื่องจากเป็ดอกไม้ป่าหาได้ทั่วไปจึงไม่นับเป็ของสูงส่งอันใด
ท้องของหว่านซีเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและร่างกายอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงก็ไม่ยอมให้นางคิดใคร่ครวญได้ทุกอย่างอีกต่อไปโชคดีที่เรือนชิงอี้ถูกล้อมด้วยถังเหล็กจากการวางแผนของนางไว้นานแล้วแม้ว่าเป็ตำแหน่งเช็ดล้างทำความสะอาดที่เล็กที่สุดนางก็ไม่ยอมปล่อยให้มีช่องว่างแม้แต่นิดเดียว
ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็ตัวนางเองหรือลูกๆนางก็จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดมีโอกาสลงมือได้อีก
หลังอาหารกลางวันผ่านไปไม่นาน หว่านซีก็เอนกายลงบนตั่ง กำลังจะงีบหลับแต่กลับได้ยินเสียงของเกาหมัวมัว ทิงหลานและคนอื่นๆ คารวะอิ้นถังจากนอกห้อง หว่านซีขมวดคิ้วก่อนจะลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า
อิ้นถังเดินเข้าไปในห้องด้านใน เห็นหว่านซีเอนกายอยู่บนตั่งก็รีบเดินเข้ามากอดนางไว้ในอ้อมแขน
หว่านซีจ้องมองดวงตาอันอ่อนโยนของอิ้นถัง ไม่เห็นความละอายใดๆในนั้นแม้สักนิดเดียวหลังจากหลับนอนกับต่งเอ้อซื่อ ความจริงมันก็สมเหตุสมผลต่งเอ้อซื่อเป็ภรรยาของเขา นางต่างหากที่เป็เพียงอนุหากเขาร่วมเตียงกับนางสิถึงควรละอาย!
"เหตุใดเสด็จมาตอนนี้เพคะ" นางคิดว่าอิ้นถังไปทรงงานตอนเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงนาง!
"อืม ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วอีกสองสามวันข้างหน้าข้าก็จะมีเวลาว่างพอดี" อิ้นถังรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความเข้าใจผิดในค่ำคืนที่ผ่านมา
หว่านซีมองดูความอึดอัดคับข้องที่ฉายแววในดวงตาของอิ้นถังเดาว่าการได้รับความโปรดปรานของต่งเอ้อซื่อเมื่อคืนนี้อาจมีเื้ัทว่านั่นก็ไม่ใช่เื่ที่น่ากังวลอีกต่อไปแล้วเพราะบางครั้งกลอุบายที่มากเกินไปอาจสร้างความรำคาญได้โดยเฉพาะยิ่งวิธีการหยาบๆ อย่างของต่งเอ้อซื่อต่อไปนี้คงเป็ไปได้ยากที่นางจะได้รับความโปรดปรานจากอิ้นถังอีก
“ในเมื่อองค์ชายมีเวลาอ่านหนังสือให้หม่อมฉันฟังสักหน่อยดีหรือไม่” หว่านซีถามเบาๆ พลางกอดคออย่างเย้ายวน
“อ่านหนังสือ?"
"ใช่แล้วเพคะ! ลูกในท้องของหม่อมฉันดูเหมือนจะชอบเสียงอ่านหนังสือเป็พิเศษ"หว่านซีเกลือกศีรษะลงกับหน้าอกของเขาและอธิบายช้าๆ
"เป็เื่แปลกจริงๆ"อิ้นถังกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
หากหว่านซี้าทรมานเหล่าสตรีในเรือนหลังสิ่งที่ต้องทำคือให้อิ้นถังหนุนหลังนางให้มั่นคงมิฉะนั้นแม้ว่านางจะมีวิธีการมากมาย แต่ก็ไม่อาจเทียบกับคำพูดประโยคเดียวของเขาได้เลย
“องค์ชายกำลังล้อเลียนหม่อมฉันหรือเพคะ”หว่านซีทำหน้ามุ่ยแต่ก็เอื้อมมือไปดึงมือใหญ่ให้แตะลงบนท้องของนางแ่เบา
อิ้นถังรู้สึกขบขันอยู่พักหนึ่ง ขณะกำลังจะพูดอะไรบางอย่างเขารู้สึกถึงการสั่นะเืใต้ฝ่ามือ อิ้นถังพลันหดมือกลับทันควันราวกับถูกเผา“เขาขยับหรือ!"
"องค์ชาย ลูกกำลังขอให้องค์ชายอ่านหนังสือให้เขาอยู่นะเพคะ"หว่านซีมองไปที่ใบหน้าที่ฉายแววประหลาดใจระคนมีความสุขของอิ้นถังก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้"หากไม่รีบอ่านเขาจะโกรธเอานะเพคะ”
อิ้นถังอมยิ้ม บางทีเคลื่อนไหวภายใต้ฝ่ามือของเขาอาจวิเศษเกินไปหรือบางทีเขาอาจความคาดหวังกับเด็กคนนี้มากเกินไปชายหนุ่มก้มลงโดยไม่ตั้งใจ แนบใบหน้าของเขาบนท้องของหว่านซีพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ลูกเอ๋ย ข้าคือบิดาของเ้า" เขารับรู้ถึงผิวเนื้อสั่นไหวใต้ใบหน้าของตนก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้งอย่างมีความสุข
เมื่อมองไปที่อิ้นถังที่เหมือนจะกลับไปเป็เด็กอีกครั้งหว่านซีพลันเผยรอยยิ้มและลูบหลังของเขาด้วยมือเล็กๆของนาง ดวงหน้างดงามฉายแววประหลาดใจนางไม่เคยคิดเลยว่าบุรุษผู้หยิ่งทระนงอย่างเขาจะยังมีอีกด้านที่ไร้เดียงสาเช่นนี้
นั่นเป็เื่ดี มันสามารถทำให้เขาตั้งตารอลูกมากขึ้นและเขาจะใช้ทุ่มเทโอบอุ้มฟูมฟักลูกของพวกเขาต่อไปในอนาคตแม้ว่าต่อให้ภายหน้านางจะไม่เป็ที่โปรดปรานอีกต่อไปอย่างที่จ้าวเจียซื่อเอ่ยแต่หากลูกของนางกลายเป็ที่โปรดปรานนางและลูกก็จะได้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน และก็จะไม่พบกับจุดจบดังเดิมอีก
หว่านซีตั้งใจให้อิ้นถังใช้เวลากับลูกในท้องมากขึ้นเขาเองก็กังวลเกี่ยวกับเ้าตัวน้อยในครรภ์ไม่แพ้กันไม่เพียงต้องมาทุกวันเท่านั้น แต่ยังเล่นหมากล้อมและดีดฉินให้หว่านซีฟังอีกด้วยทุกสิ่งที่ทำอยู่นั้นอิ้นถังบอกว่านี่คือศาสตร์ทั้งหกที่วิญญูชนจะต้องเรียนรู้ให้แตกฉาน
นางไม่ได้ห้าม ทั้งยังปล่อยให้เขาทำทุกอย่างที่อยากทำ ตราบใดที่มันสามารถกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนางยินดีที่จะอดทนทุกอย่าง
สองเดือนต่อมา เรือนหลังอันเงียบสงบก็มีเื่ให้แตกตื่นไปทั่วเมื่อต่งเอ้อซื่อซึ่งเคยได้รับความโปรดปราน ผ่านไปกว่าครึ่งปีก็พบว่านางตั้งครรภ์อิ้นถังได้ยินรายงานจากบ่าวก็รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
"ต่งเอ้อซื่อกำลังตั้งครรภ์?" อิ้นถังเลิกคิ้ว เห็นได้ชัดว่าสงสัยข่าวนี้
หลินชูจิ่วสังเกตสีหน้าของผู้เป็นาย ในใจมีความสงสัยเช่นเดียวกันสตรีนางนั้นแต่งงานมาหลายปีแต่ไม่เคยมีข่าวใดๆมาก่อน ยามนี้พอได้รับความโปรดปรานและผ่านไปกว่าครึ่งปีก็มีข่าวตั้งครรภ์ออกมาชั่วข้ามคืน แม้แต่เขาก็ยังอดประหลาดใจไม่ได้
ในความเป็จริง ไม่เพียงแต่อิ้นถังและหลินชูจิ่วเท่านั้นที่ประหลาดใจ แต่สตรีทั้งเรือนหลังก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
หว่านซีได้ยินว่าต่งเอ้อซื่อกำลังตั้งครรภ์ ดวงตาก็พลันหรี่เล็กลงถอนหายใจเล็กน้อยพลางนึกเสียใจที่ต่งเอ้อซื่อโชคดี เพียงครั้งเดียวนางก็ท้องดูเหมือนว่านางจะประเมินความสามารถของอิ่นหมัวมัวและคนอื่นๆ ต่ำไป
แต่นั่นก็ดีเหมือนกัน การตั้งครรภ์ของพระชายานั้นย่อมดึงดูดความสนใจได้มากกว่าการตั้งครรภ์ของอนุตัวเล็กๆอย่างนาง เมื่อแรกตั้งครรภ์นางก็ได้ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของพายุแล้วต่งเอ้อซื่อเองเคยร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อจัดการกับนางตอนนี้เปลี่ยนเป็อีกฝ่ายกำลังตั้งครรภ์หว่านซี้าดูว่าผู้หญิงเ่าั้จะควบคุมตัวเองและไม่โจมตีพระชายาอย่างนางไปได้อีกนานเพียงใด
"นายหญิง..." เกาหมัวมัวมองไปที่เ้านายอย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่านางจะโศกเศร้ากับข่าวนี้
“หมัวมัวพระชายาเป็ชายาเอกขององค์ชายจะตั้งครรภ์ก็เป็เื่ธรรมดา” หว่านซียิ้มเบาๆ พลางลูบท้องตนเอง
ในชีวิตที่แล้ว ต่งเอ้อซื่อต้องตั้งครรภ์ในอีกหลายปีหลังจากนี้และคลอดบุตรีเพียงคนเดียวทั้งชีวิตชีวิตนี้นางกลับตั้งครรภ์เร็วกว่ากำหนดถึงสามปีทุกอย่างกำลังจะไม่เป็ไปดังเดิมแล้วกระมัง
“บ่าวกำลังจะเตรียมของขวัญแสดงความยินดีเ้าค่ะ”เกาหมัวมัวพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อืมเลือกที่ถูกโจมตีได้ยากมาสักชิ้นก็พอ”หว่านซีสั่งเบาๆ
“เ้าค่ะ"
ที่เรือนหลักหลังจากได้ยินสิ่งที่หมอหลวงพูดต่งเอ้อซื่อก็ไม่สามารถฟื้นคืนสติได้เป็เวลานานแต่อิ่นหมัวมัวและตงกูกูกลับสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วจากนั้นอิ่นหมัวมัวก็ส่งหมอหลวงกลับไปอย่างมีความสุขขณะที่ตงกูกูลงมือจัดการเื่ในเรือนหลักด้วยความรวดเร็วเพื่อไม่ให้ผู้ใดสามารถฉวยโอกาสได้
ต่งเอ้อซื่อรู้สึกว่าตนเองคล้ายกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันไม่เคยคิดมาก่อนว่าค่ำคืนแห่งความโปรดปรานเพียงคืนเดียวจะทำให้ความปรารถนาของนางเป็จริงหลังจากได้สติแล้วนางก็อดไม่ได้ที่จะจับมืออิ่นหมัวมัวและพูดว่า "หมัวมัว รีบไปรายงานองค์ชาย ไปรายงานอี้เฟยด้วย..."รายชื่อที่ยาวเหยียดทำให้ผู้คนรู้สึกอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่มันกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความปีติสุขของต่งเอ้อซื่อที่คนอื่นๆต่างััได้อย่างชัดเจน
"พระชายา ตอนนี้ท่านมีนายน้อยอยู่ในครรภ์แล้วยิ่งต้องระมัดระวังทุกย่างก้าวนะเพคะ" ตงกูกูพยุงนาง ด้วยเกรงว่าจะเกิดอันตรายหากนางเคลื่อนไหวมากเกินไป
อาจกล่าวได้ว่าทุกคนในเรือนต่างก็หวังให้ต่งเอ้อซื่อได้รับความโปรดปรานเสียทีไม่สิควรกล่าวว่าบ่าวไพร่ของเรือนทุกหลังต่างก็หวังว่าเ้านายของตนจะได้รับความโปรดปรานด้วยกันทั้งนั้นเพราะที่สุดแล้ว นายกับบ่าวล้วนรวมเป็หนึ่งเดียวกันหากผู้เป็นายได้รับความโปรดปราน บ่าวไพร่ก็สามารถติดตามบารมีเจริญรุ่งเรืองไปด้วย
"ได้ ข้าจะระวัง ข้าจะระวังเป็อย่างดี"ต่งเอ้อซื่อถือผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ในมือยามนี้นางดูเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นโปรดและเอามาอวดอย่างมีความสุข
ในวังหลวง หลังจากที่ได้รับข่าวอี้เฟยก็ตกตะลึงอยู่ชั่วขณะหลังจากที่ได้สติคืนมาก็พลันรู้สึกถึงความสุขที่ท่วมท้น
เมื่อเห็นเช่นนี้ฉีหมัวมัวก็อดไม่ได้ที่จะพูดติดตลก "อี้เฟยมีสายตาที่ดีจริงๆ เพคะหลังมอบหวันเหยียนซื่อให้กับองค์ชายไม่เพียงนางกำลังตั้งครรภ์ แม้แต่พระชายายังตั้งครรภ์ไปด้วย”
"หวันเหยียนซื่อเป็สตรีนำโชคจริงๆ"อี้เฟยพยักหน้า ให้ฉีหมัวมัวเตรียมของขวัญและไม่ลืมที่จะเตรียมของขวัญให้หว่านซีต่างหาก เห็นได้ชัดว่าอี้เฟยพอใจหว่านซียิ่งนัก
พระชายาต่งเอ้อซื่อซึ่งเป็ชายาเอกขององค์ชายกำลังตั้งครรภ์ วังหลวงย่อมต้องมีการเฉลิมฉลองอย่างแน่นอนเมื่อเห็นว่าของกำนัลถูกส่งไปยังเรือนหลักเหมือนสายน้ำไหลเหล่าสตรีเรือนหลังต่างรู้สึกริษยาจนแทบคลั่ง
จ้าวเจียซื่อโมโหเจียนบ้า คลื่นลูกหนึ่งยังไม่ทันสงบคลื่นลูกที่สองก็พลันซัดสาดเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว นางคิดว่าขอเพียงนางจำศีลและรอจนกว่าทุกอย่างจะสงบด้วยความช่วยเหลือจากคนผู้นั้น ไม่ช้าก็เร็วนางจะกลายเป็สตรีที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุด ใครเลยจะคิดว่าทั้งหวันเหยียนซื่อและต่งเอ้อซื่อจะทยอยสร้างปัญหาให้นางไม่หยุดหย่อนเช่นนี้
ตอนแรกที่หวันเหยียนซื่อตั้งครรภ์ นางลงมือทำเื่หลายอย่างไม่เพียงล้มเหลวในการกำจัดเด็กในท้องของหวันเหยียนซื่อแต่ยังทำให้อิ้นถังโกรธและถูกเพิกเฉยละเลยมาจนถึงตอนนี้มาครั้งนี้ที่ต่งเอ้อซื่อกำลังตั้งครรภ์ นางไม่รู้ว่าตนเองจะอยู่เฉยๆได้อย่างไรอีก
ไม่ นางต้องส่งข่าวไป บางทีคนๆ นั้นอาจมีความคิดแบบเดียวกับนาง
"พวกเ้าสองคนโชคดีแล้วเป็อย่างไร แต่ตราบใดที่ข้าจ้าวเจียอยู่ที่นี่ พวกเ้าก็มีความสุขไปได้ไม่นานหรอก" ความเกลียดชังและไม่เต็มใจเอ่อท้นออกมาจากดวงตาของจ้าวเจียซื่อฟันขบกันจนแทบป่น