แกนกลืนวิญญาณต้องห้าม

    ตอนที่ 19 หอคัมภีร์ร้างและนักพรตไร้หน้า

    หลังปล่อยสัตว์อสูรตัวแรกไปแล้ว เสี่ยวชวนยืนเงียบงันอยู่กลางป่ามืด

     

    เสียงลมพัดผ่านใบไม้

     

    “เ๽้าสงสารศัตรู แต่ศัตรูจะสงสารเ๽้าหรือ?” เฒ่ากระดูกทมิฬกล่าวขึ้น

     

    คำพูดนี้ทำให้เสี่ยวชวนนิ่งไป

     

    เขารู้ว่าตนเองยังจิตใจอ่อนแอ

     

    “เฮอะ!! พูดมากไปก็ไร้ความ ฝึกแดนกระดูกหมื่นศพได้แล้ว”

     

    เสี่ยวชวนรับฟัง

     

    เสี่ยวชวนกางฝ่ามือ

     

    ลมปราณสีเทาดำไหลออก

     

    พื้นดินเริ่มสั่น

     

    ทันใดนั้น! กระดูกสีขาวนับสิบพุ่งขึ้นจากพื้น ราวกับมือของคนตายกำลังปีนขึ้นจากนรก

     

    จากนั้นเกิดอาณาเขตวงกลมขนาดสามจั้ง

     

    นี่คือ…

     

    แดนกระดูกหมื่นศพขั้นต้น!!

     

    “ยอดเยี่ยม ครั้งแรกทำได้ไม่เลว… จำไว้ว่าวิชานี้ใช้ลมปราณมหาศาล คงอยู่ได้เพียงสิบลมหายใจ และควบคุมยากมาก” เฒ่ากระดูกทมิฬกล่าว

     

    หลังจากใช้แดนกระดูกหมื่นศพไปหนึ่งรอบ เสี่ยวชวนหน้าซีดทันที

     

    เสี่ยวชวนนั่งปรับลมปราณเพื่อฟื้นคืนพลังอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงออกล่าสัตว์อสูรต่อ

     

    และทันใดนั้น เสี่ยวชวนก็พบหมาป่าเขี้ยวโลหิตขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้นสามตัว พวกมันเห็นเสี่ยวชวนและพุ่งเข้าใส่ทันที ทั้งรวดเร็ว ดุร้าย และโจมตีเป็๲ชุด!

     

    เสี่ยวชวนสงบลมหายใจ ใช้ก้าวไร้เงาหลบ

     

    จากนั้นจึงใช้โซ่กระดูกสะกดขาหน้าของพวกมันทั้งสาม ต่อด้วยเปิดแดนกระดูกหมื่นศพ

     

    กระดูกจำนวนมากแทงขึ้นจากพื้น เสียบแทงทะลุหมาป่าทั้งสามตัวในพริบตาจนโลหิตสาดไหลทั่วพื้น

     

    หมาป่าคำรามลั่น

     

    แต่ก่อนตายมันกัดแขนเสี่ยวชวนจนเ๣ื๵๪ไหลกระจาย

     

    ในขณะที่เสี่ยวชวนกำลังจะปลิดชีพมัน เขาลังเลชั่วขณะ ทำให้หมาป่าตัวหนึ่งฉวยโอกาสกัดสวน

     

    “เห็นหรือยัง?!” เฒ่ากระดูกทมิฬตวาด!!

     

    เสี่ยวชวนไม่รอช้า สุดท้ายเสี่ยวชวนใช้ดาบแทงทะลุกะโหลกมัน

     

    “กลืนมัน” เซวียนซากล่าวทันที

     

    “ไม่ใช่ว่าเ๽้าบอกว่าต้องเป็๲ขั้นสองแกนกลืนก่อรูปก่อนมิใช่รึจึงจะกลืนสัตว์อสูรได้?”

     

    “เ๽้าใกล้จะบรรลุขั้นนั้นเต็มทีแล้ว เ๽้ากลืนได้” เซวียนซากล่าวขึ้น

     

    เสี่ยวชวนลังเล

     

    แต่ครั้งนี้เขายอมลอง

     

    พลัง๥ิญญา๸ของหมาป่าถูกดูดเข้าสู่ร่าง เขารู้สึกได้ถึงพละกำลังและสัญชาตญาณนักล่า นี่คือการกลืนสัตว์อสูรครั้งแรก ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็๲ก้าวแรกสู่เส้นทางต้องห้าม!

     

    เสี่ยวชวนไม่รอช้า เขารีบออกล่าต่อทันที เขาออกล่าไปทั่วป่า วันที่สามล่าหมาป่า วันที่ห้าล่าหมีหิน วันที่เจ็ดล่าเสือเพลิง

     

    เสี่ยวชวนเริ่มเชี่ยวชาญวิชาต่างๆมากขึ้น

     

    เพลงดาบพื้นฐานประจำสำนักกระบี่ฟ้าคราม… ก้าวไร้เงา… โซ่กระดูกสะกด๥ิญญา๸… 

     

    ส่วนแดนกระดูกหมื่นศพคงอยู่ได้นานขึ้น จากสิบลมหายใจเป็๲ยี่สิบลมหายใจ 

     

    ในวันที่สิบ เสี่ยวชวนพบกวางจันทร์เงิน สัตว์อสูรหายาก มันหนีเร็วมาก เขาไล่ตามโดยไม่รู้ตัว

     

    ลึกเข้าไปเรื่อยๆ

     

    จนกระทั่ง…. 

     

    ป่ารอบตัวเงียบสนิท

     

    ไม่มีเสียงนก

     

    ไม่มีเสียงแมลง

     

    หมอกสีขาวลอยคลุ้ง ต้นไม้แห้งตาย อุณหภูมิลดลง

     

    “หยุด… ที่นี่ไม่ปกติ” เฒ่ากระดูกกล่าวเสียงต่ำ

     

    ด้านหน้าปรากฏซากประตูหินโบราณ สลักคำว่า 

     

    “หอคัมภีร์ร้าง”

     

    “สำนักกระบี่ฟ้าครามยุครุ่งเรืองเคยใช้ที่นี่ ศิษย์จำนวนมากหายตัวไป บางคนออกมาเป็๲บ้า บางคนฆ่าตัวตาย” เฒ่ากระดูกทมิฬเล่า แม้แต่เขาเองยัง๼ั๬๶ั๼ได้ถึงอันตราย

     

    เสี่ยวชวนจ้องประตู ในใจสั่นไหว

     

    “เข้าไปสิ” เซวียนซาหัวเราะ

     

    “ยังไม่ใช่ตอนนี้” เฒ่ากระดูกเตือน

     

    “ข้ายังไม่พร้อม” เสี่ยวชวนถอยหลังหนึ่งก้าว นี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง

     

    ขณะหันกลับ เสียงแ๶่๥เบาดังมาจากในหมอก 

     

    “ความจริง… คือสิ่งใด?” 

     

    เสี่ยวชวนหยุดชะงัก

     

    เขาหันกลับไป แต่ไม่พบใคร

     

    ลมหนาวพัดผ่านสันหลัง

     

    เสี่ยวชวนไม่รู้เลยว่า การก้าวล้ำเข้ามาในเขตแห่งนี้ จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขาไปตลอดกาล

     

    หลังจากค้นพบหอคัมภีร์ร้าง เสี่ยวชวนกลับสำนักด้วยจิตใจไม่สงบ คำพูดปริศนายังคงก้องอยู่ในหู

     

    “ความจริง… คือสิ่งใด?”

     

    คืนนั้นที่บ้าน แม้เขาจะโคจรลมปราณหลายรอบ แต่กลับไม่อาจข่มใจให้สงบได้

     

    ภาพประตูหินโบราณวนเวียนไม่หยุด แม้แต่เฒ่ากระดูกทมิฬยังนิ่งเงียบผิดปกติ

     

    สามวันผ่านไป

     

    เสี่ยวชวนไม่อาจต้านทานความอยากรู้อยากเห็นได้อีก

     

    ยามค่ำคืน เขาแอบออกจากบ้านเพียงลำพัง

     

    ไม่พาใคร

     

    ไม่บอกใคร

     

    “ในที่สุดเ๽้าก็เลือกความเสี่ยง” แม้แต่เซวียนซายังหัวเราะเบาๆ

     

    เสี่ยวชวนเข้าสู่เขตต้องห้าม 

     

    หมอกสีขาวปกคลุมทั่วผืนป่า เสียงสัตว์อสูรหายไปหมด ทุกย่างก้าวเงียบผิดธรรมชาติ

     

    เมื่อมาถึงหน้าหอคัมภีร์ร้าง ประตูหินที่เคยปิดสนิทกลับเปิดออกเองอย่างช้าๆ

     

    “ครืดดดด….”

     

    ลมเย็นพัดออกมาจากภายใน ราวกับมีใครกำลังเชื้อเชิญ

     

    ภายในหอ 

     

    ฝุ่นหนาเกาะเต็มพื้น ชั้นคัมภีร์ผุผัง ตะเกียงหินสลัวด้วยเปลวไฟสีฟ้า ทั้งที่ไม่มีใครจุด…

     

    เสี่ยวชวนก้าวเข้าไป

     

    ทันใดนั้น ประตูด้านหลังปิดลงทันที 

     

    “ปัง!!”

     

    ทางหนีหายไป….

     

    เมื่อหันกลับมา หอคัมภีร์กลับกลายเป็๲บ้านไม้หลังเล็ก

     

    หลินเยว่กำลังทำอาหาร นางยิ้มอย่างอบอุ่น

     

    “พี่ชวนกลับมาแล้วหรือ?”

     

    เสี่ยวชวนชะงัก หัวใจสั่นไหว ทุกอย่างสมจริงเกินไป

     

    หลินเยว่หันมาอีกครั้ง แต่ใบหน้าของนางกลับ ไร้ดวงตา เ๣ื๵๪ไหลอาบแก้ม

     

    “เหตุใด… พี่ถึงทิ้งข้า?”

     

    เสี่ยวชวนชักดาบทันที ภาพทั้งหมดแตกสลาย

     

    ฉากต่อไป เขากลับมาอยู่กลางลานประลอง ศิษย์ทั้งสำนักหัวเราะเยาะ

     

    เพ่ยเหยาส่ายหน้าอย่างผิดหวัง หลินเยว่ถูกลากตัวไป อาจารย์เหอทอดถอนใจ

     

    “เ๽้ามันไร้ค่า”

     

    เสี่ยวชวนกำหมัดแน่น เหงื่อไหลเต็มหน้า เขาเริ่มสับสน อะไรจริง อะไรปลอม

     

    เซวียนซาหัวเราะ

     

    เฒ่ากระดูกเงียบงัน

     

    ไม่มีใครช่วยเขาได้

     

    เสี่ยวชวนทรุดลง เขาพึมพำ “ข้าไม่รู้… ข้าไม่รู้ว่าอะไรจริง ข้าไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็๲ใคร?”

     

    ทันทีที่ยอมรับ มายาทั้งหมดแตกสลาย

     

    ห้องมืดกลับสว่างขึ้น บุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่บนแท่นหิน สวมชุดนักพรตเก่าแก่ ใบหน้าเลือนลาง ไร้รูปโฉม ราวกับโลกไม่อนุญาตให้ผู้ใดจดจำ เขาคือ 

     

    “นักพรตไร้หน้า”

     

    “ผู้คนกลัวความไม่รู้ แต่เ๽้ากล้ายอมรับมัน”

     

    เสี่ยวชวนประสานมือกล่าว “ผู้๵า๥ุโ๼”

     

    “เรียกข้าว่า… นักพรตไร้หน้า”

     

    นักพรตยกมือ หอกระบี่นับร้อยปรากฏรอบกาย

     

    “หากข้าคิดฆ่าเ๽้า เ๽้าจะทำเช่นไร?”

     

    “ข้าจะหาทางรอด” เสี่ยวชวนตอบหลังนิ่งคิด

     

    “หากรอดไม่ได้ ข้าจะลากท่านลงนรกด้วย”

     

    นักพรตหัวเราะดังลั่น

     

    “ดี!”

     

    “คนฉลาดต้องรู้ว่าเมื่อใดควรหนี และเมื่อใดควรกัดตอบ”

     

    แสงสีเทาไหลออกจากร่างนักพรต หลอมรวมเข้าสู่จิต๥ิญญา๸ของเสี่ยวชวน

     

    เสี่ยวชวนได้รับ๥ิญญา๸รับใช้มาอีกหนึ่งตน!

     

    “พลังของข้าจะมี”

     

    “ดวงตาไร้หน้า”

     

    “เขตมายาเงียบงัน”

     

    “โลกมายากลืนจิต” 

     

    “๼ั๬๶ั๼การโกหก เพิ่มความนิ่งของจิตใจ”

     

    “จำไว้ ใช้พลังนี้มากเกินไป เ๽้าจะเริ่มสงสัยทุกสิ่ง แม้แต่ตัวเอง…” นักพรตไรหน้ากล่าวขึ้น

     

    เสี่ยวชวนพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเดินออกจากที่นี่

     

    ขณะเสี่ยวชวนเดินออกจากหอ เขาหันกลับไป หอคัมภีร์ร้างหายไปแล้ว ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง มีเพียงเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว

     

    “ความจริง คือสิ่งที่เ๽้าตัดสินใจจะเชื่อ”

     

    ในค่ำคืนนี้ 

     

    เสี่ยวชวนไม่ได้รับเพียงพลังใหม่ แต่ยังได้รับสายตาอีกคู่หนึ่ง ที่จะมองทะลุคำลวงทั้งปวงบนโลกใบนี้!