ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่15:ยอมหรือตาย

    หลังจากนั้นมามิคาเอลและเจนน่าก็ฝึกต่อสู้กันเองแบบจริงๆนั้นจนแทบจะไม่มีเวลาพักเจนน่าได้ใช้ทุกอย่างที่มีในการจัดการอีกฝ่ายและถึงอีกฝ่ายจะได้รับแผลหรือบาดเจ็บก็ไม่เป็นไรเพราะที่มีมีผลไม้ปละหลาดคอยช่วยอยู่ จนตอนนี้เวลาด้านนอกได้ผ่านไป10มิคาเอลจึงข้ามมิติไปหาเฮนรี่ และเมื่อมิคาเอลโผล่ออกมาทุกคนในตระกูลขนนกก็มองไปที่มันทันทีเฮนรี่เองเมื่อเห็นมิคาเอลมาแล้วจึงได้เดินไปยืนอยู่ข้างๆอย่างนอบน้อมและรอให้มิคาเอลพูด
    ''ข้าคิดว่าเฮนรี่คงได้บอกเรื่องบางส่วนกับพวกเจ้าทุกคนไปแล้ว ตอนนี้ใครที่ยอมรับใช้ข้าให้นั่งลงส่วนใครที่ไม่ยอมให้ยืนต่อไปและนั่นหมายถึงความตายของเจ้า''คนในตระกูลขนนกกว่า2000คนได้นั่งลงอย่างรวดเร็ว เพราะก่อนหน้านี้พวกมันได้คิดมาดีแล้วจะมีก็เพียงคนประมาณ100คนที่ถือว่าอัจฉริยะในตระกูลเท่านั้นที่ยืนอยู่และแต่ละคนมีพลังส่วนใหญ่อยู่ที่10ชั้นบรรยากาศ
    ''เจ้าเป็นใครมาจากไหนข้าไม่รู้ ถึงหัวหน้าตระกูลและผู้อาวุโสทั้งหมดจะยอมเจ้าแล้วไงล่ะแต่ที่แน่ๆข้าจะไม่ติดตามขยะแบบเจ้า''คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าคนหนึ่งได้พูดออกมาด้วยเสียงดังจนได้ยินไปทั่วแต่แล้วอยู่ๆใบหน้าของมันก็ซีดขาวเมื่อมิคาเอลปลดปล่อยพลังระดับ30ชั้นบรรยากาศออกมา
    ''หากข้าเป็นขยะแล้วตัวเจ้าที่มีอายุมากกว่าข้าแต่กลับมีพลังเพียงเท่านั้นจะเรียกว่าอะไร''มิคาเอลพูดออกมาพร้อมๆกับที่ตัวของมิคาเอลเริ่มกลายเป็นเงาพล่าเบลอหายไปจากที่เดิม
    ''ขะ ข้า...''ก่อนที่ชายคนนั้นจะได้พูดจบมีคาเอลกลับใช้เงาสังหารมาปาดคอมันจากด้านหลังไปเรียบร้อยและเหตุการณ์ต่อมาก็ทำให้คนในตระกูลขนนกทั้งหมดต้องสั่นกลัว ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ เพราะคนทั้งหมดที่ไม่ยอมก้มหัวให้มิคาเอลทุกคนล้วนแต่โดนปาดคอทั้งสิ้นและทุกๆคนที่โดนปาดคอนั้นแทบอยู่ในเวลาเดียวกันด้วยซ้ำนี่เป็นเพราะมิคาเอลเคลื่อนไหวไปตามเงาทำให้ความไวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
    ''หึ พวกเจ้าที่เหลือข้าจะประทับตราวิญญาณลงไปในตัวพวกเจ้า หากพวกเจ้าทรยศพวกเจ้าจะตาย''มิคาเอลพูดขณะประทับตราลงไปที่คนทั้งหมดจนตัวมันถึงกับหน้ามืดเพราะมันเป็นจำนวนที่มากเกินไปเมื่อเทียบกับระดับพลังของมันในตอนนี้
    ''นายท่านต่อจากนี้จะให้พวกเราทำอะไรต่อ''เฮนรี่เดินเข้ามาถามมิคาเอลเพราะตอนนี้อำนาจทั้งหมดไม่ใช่ของมันอีกต่อไปแล้วทุกการตัดสินใจขึ้นอยู่กับมิคาเอล
    ''ทำไปตามปกติเหมือนที่ผ่านมาเพียงแต่เวลารับงานใหเลือกหน่อย แล้วก็ห้ามพวกเจ้าไปยุ่งกับตระกูลชาวบ้านอีก หากข้ารู้ว่าเจ้าไปยุ่งล่ะก็คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าจะเป็นยังไงส่วนเจ้าเฮนรี่หลังจากนี้เดินทางไปตระกูลชาวบ้านและไปขอโทษพี่สาวเหมยซะด้วยล่ะ''พูดจบมิคาเอลก็กลับไปฝึกต่อสู้กับเจนน่าต่อโดยทิ้งคนของตระกูลขนนกที่สั่นกลัวเอาไว้
    ''ท่านหัวหน้าตระกูลเราทำแบบนี้ดีแน่แล้วอย่างงั้นหรือ''ผู้อาวุโสคนหนึ่งรวบรวมความกล้าที่มีและเดินออกมาถามเฮนรี่หลังจากมิคาเอลจากไปได้ซักพัก
    ''ดีหรือไม่ดี? เจ้าถามอะไรโง่ๆออกมาหรือเจ้าอยากจะตาย? แยกย้ายกันไปซะและอย่าลืมที่นายท่านพูด''ตระกูลขนนกทั้งหมดที่เหลือได้แยกย้ายกันไปและเริ่มปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่ หากพวกมันยังคงมีนิสัยเดิมๆพวกมันอาจจะตายตอนไหนก็ไม่รู้
    ขณะเดียวกันนั้น เหมยหลังจากกินผลไม้ที่มิคาเอลให้ไปแล้วก็หายจากอาการบาดเจ็บอย่างรวดเร็วนางค่อยๆลุกขึ้นและทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่นางก็ยิ่งไม่เข้าใจมิคาเอลในสายตาของนางก็เหมือนกับหลุมไร้ก้นที่ไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรอยู่ในนั้นบ้างแต่นางก็ไม่ละความพยายามในการเอามิคาเอลมาเป็นน้องชาย นางกลับไปที่ตระกูลอย่างเร่งด่วนรอจนพ่อของนางกลับมาจากนอกเมือง จากนั้นนางจึงเข้าไปพูดคุยเรื่องมิคาเอลกับพ่อและคิดจะบอกเกี่ยวกับตระกูลขนนกที่ต้องการจะฆ่าตนเอง และเตรียมตัวตอบโต้กลับในขณะที่พ่อของนางตกลงเรื่องมิคาเอลไปแล้ว เหมยก็กำลังจะพูดเกี่ยวกับตระกูลขนนกต่อแต่เฮนรี่ได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ และเมื่อเหมยเห็นแบบนั้นก็คิดว่าเฮนรี่จะมาเอาเรื่องเกี่ยวกับการตายของผู้ดูแลหอสมุนไพร นางลุกขึ้นและปลดปล่อยพลังทันที
    ''เจ้าบัดซบ เจ้ามาที่นี่ทำไมเจ้าคิดว่าข้าจะกลัวตระกูลของเจ้ารึไง''เหมยพูดออกมาอย่างเดือดดาลและดึงห่อผ้าที่มีเข็มพิษออกมาทันทีถึงอีกฝ่ายจะมีพลังเยอะกว่าแต่นางก็ไม่กลัวและยอมก้มหัวให้
    ''นายหญิงเข้าใจผิดแล้ว ข้ามาที่นี่เพราะมาขอโทษเรื่องก่อนหน้านี้ หากท่านต้องการให้ข้าทำอะไรเป็นการไถ่โทษก็บอกมาได้เลย''เฮนรี่พูดอย่างนอบน้อมและยืนก้มหน้าอยู่ที่ด้านหน้าของเหมยเหมยเองได้ฟังเฮนรี่พูดก็ถึงกับงงกับการแสดงออกของเฮนรี่และสุดท้ายก็เป็นพ่อของเหมยที่งงที่สุดตัวมันจึงอดถามออกมาไม่ได้
    ''เหมยนี่มันเรื่องอะไรกันช่วยอธิบายให้พ่อฟังที''จากนั้นเหมยถึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟังโดยที่ตนเองคอยระวังเฮนรี่อยู่ตลอดเวลา พ่อของเหมยได้ฟังก็ไม่พูดอะไรและให้เหมยเป็นคนตัดสินใจแต่ก็ใช่ว่าจะอยู่เฉยๆเพราะพ่อของเหมยเองก็ปลดปล่อยพลังออกมาเหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าเฮนรี่มาไม้ไหน
    ''ข้าจะเชื่อเจ้าได้ยังไงว่าเจ้าพูดความจริง''เหมยพูดออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ เพราะหัวหน้าตระกูลใหญ่ในเมืองจะไม่ยอมรับใช้เด็กได้ยังไง
    ''นายหญิงสามารถไปถามนายท่านได้ ตอนนี้ทั้งตระกูลของข้าได้รับใช้นายท่านแล้วหากพวกข้าคิดทรยศพวกข้าจะตายโดยทันทีเพราะนายท่านได้ประทับตราไว้ที่จิตวิญญาณของพวกเรา''เฮนรี่พยายามพูดด้วยความอ่อนน้อมให้มากที่สุดเพื่อให้เหมยยอมเชื่อ
    ''ยังไงข้าก็ยังไม่เชื่อเจ้าอยู่ดี แต่ตอนนี้เจ้ากลับไปซะ เอาไว้ข้าจะไปถามน้องชายข้าทีหลัง''เหมยไม่มีทางเลือกจึงต้องให้เฮนรี่กลับไปก่อนถ้าหากจะให้สู้กันก็คงไม่ได้เพราะเหมยไม่อยากให้มีการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์
    ''ฟู่วว ท่านพ่อคิดว่าที่มันพูดมาเป็นความจริงหรือไม่''เหมยหันไปถามพ่อของนางหลังจากเฮนรี่จากไปแล้ว
    ''ข้าเองก็ไม่มั่นใจ แต่ดูจากแววตาตอนมันพูดแล้วพ่อว่ามันไม่ได้พูดโกหกเป็นแน่ เฮ้อ...ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ในเมืองนี้มีตัวปละหลาดโผล่ขึ้นมา ทำไมข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย''
    ''ท่านพ่อนั่นคือน้องชายของข้าไม่ใช้ตัวปละหลาดซักหน่อย''เหมยเถียงพ่อของนางทันที
    ''เอาหละ เรื่องนี้เจ้าจัดการเองก็แล้วกันพ่อจะไม่เข้าไปยุ่ง ตอนนี้พ่อจะออกไปเมืองอื่นซักพักฝากเรื่องในตระกูลด้วยก็แล้วกัน''พ่อของเหมยพูดจบก็หายไปทันที
    ''ฮี่ ฮี่ ในที่สุดข้าก็จะมีน้องชายแล้ว''พูดจบเหมยก็วิ่งออกนอกตระกูลไปทันที นางไม่ได้ไปหามิคาเอลเพราะนางมั่นใจว่าไม่มีทางหาเจอแน่นอนนางจึงออกไปจัดการเรื่องในตระกูลก่อนและรอให้มิคาเอลมาหา